[How to] หมดตูดง่ายๆ ด้วยการเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊ก

16 / 09 / 2557 | 20:34 น.

เข้าเรื่องเลยนะครับ ปั่นต้นฉบับอยู่

เมียผมคลอดลูกสาวคนที่สองเมื่อห้าวันที่ผ่านมา ก่อนคลอดก็เลยตั้งเวลาโพสต์เฟซบุ๊กในเพจร้านนลินฟ้าล่วงหน้าไว้ กะว่าเดี๋ยวตอนช่วงยุ่งๆ ให้นมลูกและพักฟื้นจากแผลผ่าตัด ก็คงไม่ได้มานั่งโพสต์ขายของประจำ

จนกระทั่งเมื่อกี้เห็นเมียเรียกให้หยิบคอมไปให้ดูหน่อย แล้วอีกสักพักก็บอกให้ช่วยดูให้หน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมโพสต์ในเฟซบุ๊กถึงมีจำนวนไลก์สูงกระโดดขนาดนี้

boosted-01

นั่นคือปกติการโพสต์จากเพจร้านนลินฟ้าจะเป็นแนวขายของรัวๆ หวังเงินล้วนๆ 55555 ไม่ได้มานั่งทักทายจ๊ะจ๋าฝนตกรถติดแบบที่วงการมาร์เก็ตติ้งเขาสั่งสอนกันมา (ประเด็นนี้เคยพูดในงาน Faceblog Talk ไปแล้ว) ดังนั้นโพสต์นึงจึงมีคนไลก์เฉลี่ยๆ 20-30 ไลก์เป็นเรื่องปกติ

แต่กับโพสต์นี้ ล่อไป 6-7,000 ในวันเดียว

แต่ตัวเลขเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เมียกรี๊ดเท่า ยอดเงินในบัญชีเราหายไปรวดเดียวเกือบ 7,000 บาท! (ตกไลก์ละบาท)

หลังจากสืบพยาน (ผู้ร้ายปากแข็งมาก ต้องค่อยๆ ตะล่อมถาม) เมียผมก็ตั้งข้อสันนิษฐานว่าคงไปกดโดนในมือถือเข้า

boosted-2

อันนี้แคปหน้าจอมือถือเมียมาให้ดูนะครับ (ขออภัยเปิดโหมดถนอมสายตาไว้ จอมันเลยแดงๆ)

ให้สังเกตว่าการออกแบบที่ชาญฉลาดของซักกะเบิก ทำให้ปุ่ม Boost Post นั้นบวมเป่งน่ากดสิ้นดี ต้องบอกว่าเป่งตั้งแต่อยู่ในหน้าโพสต์ภาพหรือข้อมูลแล้วแหละครับ โดยถ้าเราโพสต์สถานะใดๆ แล้วลองกด Boost ดูสักครั้ง จะเห็นเลยว่ามันจะมีค่า default ที่เป็นการโยนเม็ดเงินเพื่อโฆษณาโพสต์นั้นๆ ให้ชาวบ้านเห็น (ใครที่ตามข่าวเฟซบุ๊กจะเห็นว่าถ้ายิ่งเราเป็นเพจใหญ่เท่าไหร่ ปริมาณการ “เห็น” โพสต์นั้นจะยิ่งริบหรี่ลง ทางเดียวที่จะให้ชาวบ้านเห็นคือจงจ่ายเงิน) ที่เลวคือ มึงออกแบบปุ่ม  Boost มาเด่นกว่าปุ่ม  Post อีก!

แล้วแถบเลื่อนด้านบนก็จะวางไว้ตรงสถานะที่พร้อมจะเสียเงินในระดับที่แพงมากทันทีนะครับ เนี่ยถ้าอยู่หน้านี้แล้วกดตุ่มใหญ่สีน้ำเงินปั๊บ “เงินหายทันทีครับ” …แถมมีข้อความกำกับด้านล่างที่แสดงความหวังดีว่า การที่มึงกดปั๊บแล้วเสียเงินปุ๊บเนี่ยนะ ถือว่ามึงอ่านข้อตกลงและยอมรับแต่โดยดีแล้วนะ เอาผิดไรไม่ได้นะ บัยนะ

จ้ะ อีห่า

โดยปกติแล้วเวลาเมียผมเลือกลงโฆษณาในสินค้าร้านตัวเอง ก็จะหยอดทีละ 2-300 บาทครับ และแยกการประเมินผลเป็นกรณีๆ ไป ซึ่งการตั้งค่าการจ่ายเงินโฆษณาบนเฟซบุ๊กนั้น ทำบนคอม (เดสก์ทอป) จะดีกว่าในมือถือ เพราะมันสามารถปรับแต่งค่าสารพัดได้ละเอียดกว่า (เฟซบุ๊กเป็นเว็บที่ประหลาดมากครับ บางทีเปิดในแอปก็มีฟีเจอร์บางอย่างงอกขึ้นมาสำหรับคนใช้แอปเท่านั้น แต่บางทีเปิดในเว็บเวอร์ชันมือถือกลับสะดวกกว่า และบางทีบนคอมก็ไม่ได้สะดวกเท่ามือถือ ฯลฯ คือวิศวกรและสถาปนิกมึงมีตั้งเยอะแยะแทบจะเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยรึเปล่าเหอะ ไหงไม่รู้จักหัดดูแลเรื่อง User Experience ให้เป็นไปในทางเดียวกันซะที ตูล่ะหน่าย)

เมื่อเมียผมเห็นเรื่องเสียเงินดังนั้น จึงรีบกด pause แคมเปญทันที จากงบที่ตั้งไว้ 19,600 บาท (โดยไม่ได้ตั้งใจ) จึงเสียจริงๆ ใน 7 ชั่วโมงแค่ไม่ถึง 7,000 บาทเท่านั้น… เฮ้อ ค่อยโล่งใจหน่อย

ซะที่ไหนเล่า!!!

เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า

  1. เงินทองเป็นของนอกกาย
  2. ถึงกระนั้น สิ่งที่ทำให้เมียข้าพเจ้ากรี๊ดได้ มีแต่เรื่องเสียเงินเท่านั้น (ตะกี้ขอไทลินอลไปกินสองเม็ด)
  3. คิดจะใช้เฟซบุ๊ก อย่าบ่น มันให้ใช้อะไรก็ใช้ไป ด่าไปก็ไม่มีประโยชน์ ถึงจะรู้ว่าเจตนาการออกแบบของมันเหี้ยมากก็เถอะ
  4. อย่าให้เด็กเล่นโทรศัพท์และเข้าแอปมั่วๆ นะครับ อันตราย อย่างอันนี้ถ้าไม่ได้ระวังให้ดีก็หายไปเกือบสองหมื่นในวันเดียวได้เหมือนกันนะ
  5. แนะนำเดรสแฟชั่นสวยๆ จากร้านนลินฟ้าครับ ช่วยเหลือค่านมลูกและค่ากระเป๋าเมีย (ชุดที่โบว์กดไปผิดนั่นผมช่วยออกแบบด้วยนะ ใช้มือถือจากบล็อกตอนก่อนที่อวยไว้นั่นแหละวาดเอา)

จบ

แสดงความเห็น()

พี่แอ๋วโดนผีเด็กหลอก

09 / 09 / 2557 | 15:04 น.

เนื่องจากเมียจะคลอดลูกสาวในวันมะรืนที่จะถึงนี้แล้ว แถมในโหมดงานเขียนหนังสือ อี บ.ก.กายมันก็เริ่มใช้วิธีทวงต้นฉบับแบบแอดวานซ์ขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงตัดสินใจว่าจะวาดการ์ตูนนินทาลูก (อยู่ในอีกบล็อก) และเขียนบล็อกเล่นเพื่อหนีปัญหาทั้งปวง

และนี่คือส่วนขอบล็อกหนีปัญหา ขอเขียนเร็วๆ เหมือนเดิม ไม่สละสลวยก็ขออภัยครับ

.

พี่แอ๋วเป็นแม่บ้านฟรีแลนซ์ที่มาช่วยทำงานบ้านมาปลายปีแล้วครับ (สมาชิกบ้านผมเป็นพวกสกปรกทั้งผัวทั้งเมียเลยต้องจ้างมาทำความสะอาดทุกอาทิตย์) อุปนิสัยโดดเด่นของแกนอกจากจะคุยเก่งมากจนเป็นเพื่อนเล่นกับนิทานได้อย่างไหลลื่นแล้ว แกยังเป็นนักเล่นหวยตัวยง

ยิ่งแท็กทีมกับแม่ยายผมด้วยแล้ว มีเลขเด็ดที่ไหนยังไงอย่าได้พลาด มีโทรรายงานและติดตามผลกันตลอดแบบเรียลไทม์ (เป็นโซเชียลของคนเล่นหวย)

ล่าสุดช่วงสิ้นเดือนที่ผ่านมา แกขอลาหยุดไปเฝ้าไข้พ่อที่สกลนครครับ หลังจากหยุดไปหลายวัน ก็ได้เจอแกมาจอดจักรยานหน้าบ้าน ทำหน้าตาตื่นแล้วบอกว่า “พี่โดนผีหลอกว่ะแอน”

ผมวางมือจากหน้าที่การงานตรงหน้า แล้วนั่งตั้งใจฟังทันที

แกบอกว่าพี่แกป่วยด้วยโรคคนแก่ เลยไปนอนเฝ้าที่โรงพยาบาล ซึ่งห้องพักคนไข้นั้นมีเตียงผู้ป่วยหลายเตียง และห้องน้ำติดๆ กัน 6-7 ห้อง

พอกลางดึกพี่แอ๋วปวดท้อง บรรยากาศในห้องก็มืดสนิทแบบหนังผีนี่แหละ เลยเดินไปเปิดไฟห้องน้ำแล้วปฏิบัติการกู้โลก ขณะที่แกอุ๊จอยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงห้องน้ำข้างๆ ที่อยู่ติดกัน “กดชักโครก” แกมั่นใจมากว่าไม่มีใครลุกมาในยามวิกาลแบบนั้นแน่ๆ โอเค นั่นผีชัวร์ ขี้หดตดหายเป็นแบบนี้นี่เอง แกเลยรีบตัดจบธุระส่วนตัวแล้วเปิดประตูออกมา ก็พบบรรยากาศข้างนอกที่เงียบและมืดสนิทเหมือนเดิม

“เสียงท่อจากชั้นอื่นหรือเปล่า คนอยู่คอนโดเขาก็เจอกันแบบนี้” ผมแย้ง
“แต่ห้องพักคนไข้มีชั้นเดียวนะ” แกแย้งกลับ …สรุปว่าเป็นผีละกันนะ จะได้สบายใจ

นอกจากนั้นแกยังบอกอีกว่าพอแกมานอนหลับ แกฝันเห็นผีเด็กมาหาถึงเตียงด้วย! ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเรื่องผีในฝันมันไม่เร้าใจสำหรับพี่ป๋องเท่าไหร่ แล้วเราก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้กันอีก จนผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ คือวันนี้ พี่แอ๋วมาทำความสะอาดที่บ้านอีกครั้ง

“แอน จำเรื่องผีเด็กที่พี่ว่าได้ไหม” ผมหันไปสนใจอีกที ผีอีกแล้วเหรอพี่แอ๋ว
“จำได้ไหมหวยงวดล่าสุดออก 22″ แหม จำได้สิครับ ผมกับเมียซึ่งไม่ได้สนใจเรื่องวงการหวยเลยสักนิด ก็ได้ subscribe รับทราบข่าวสารจากพี่นี่แหละ แถมงวดล่าสุดแม่ยายผมก็รับทรัพย์มาหลายบาทจากอีเลขนี้แหละ (ร้ายมาก)

“เลขเตียงพ่อพี่มันคือ 22 ว่ะ”
“เฮ้ย งั้นก็รวยเลยสิ”
“รวยอะไร พี่นะอุตส่าห์ตั้งใจจะซื้อ 22 นี่แหละ แต่ผีเด็กมันหลอกพี่”
“ยังไง” (เขียนประโยคละบรรทัดงี้ง่ายดี เดี๋ยวจำไปใช้ในหนังสือมั่งดีกว่า)
“ในฝันคือมันเปิดประตูเข้ามา ยื่นกระดาษเล็กๆ ให้ใบนึง แล้วพี่เห็นว่ามันเขียนว่า 92″
“แล้วพี่ซื้ออะไร”
“92”
“…”
“…”

เคยฟังโจ๊กคลาสสิกประมาณนี้มาก็หลายเวอร์ชัน ไม่คิดว่าจะได้เจอกับคนใกล้ชิดขนาดนี้ แต่เท่านั้นยังไม่พอครับ

“แล้วตอนตีสี่ที่สะดุ้งตื่นมา พี่จะออกจากโรงบาล ก็เห็นว่ามีกระดาษใบเล็กๆ ตกคว่ำอยู่จริงๆ มันคว่ำอยู่ พี่นะขนลุกเลย เหมือนกับในฝันมาก แต่ก็โกยๆ ใส่กระเป๋าติดกลับมาเพราะคิดว่าคงเป็นขยะจะเอาไปทิ้ง แล้วก็ลืม ไม่ได้เปิดดูอีกเลยจนหวยออกนี่แหละก็เพิ่งมาเห็น”
“อย่าบอกว่าในนั้นเขียน 92 แบบที่ผีมาเข้าฝันจริงๆ นะ ถ้าใช่นี่จะสุดยอดเลย”
“เฮ้ย เหมือนกันจริงๆ แต่มันไม่ใช่เลข 92 นะ”

พี่แอ๋วเดินไปค้นๆ ในกระเป๋าสัมภารกของแก แล้วหันกลับมาให้ผมดู

.

.

.

.

.

.

.

.

.

22

มันคือเลขเตียงของพ่อแกนั่นเอง

แสดงความเห็น()

ขอขายวิญญาณอวย Galaxy Note อย่างเป็นทางการครับ #MyNoteStory

06 / 09 / 2557 | 20:00 น.

01
02
03
04
05
06
07

การ์ตูนข้างบนเป็นพื้นที่โฆษณาครับ (ตกใจเหมือนกันที่เขียนออกมาแนวนี้แล้วส่งให้ซัมซุงดู กะว่าคงโดนแก้แหละ แต่ดันอนุมัติเฉยเลย 5555)

เรื่องของเรื่องคืออยู่ดีๆ ผมก็ถูกซัมซุงเรียกใช้บริการ ในฐานะที่แสดงออกมาตลอดว่าเป็นติ่ง Galaxy Note โดยเขาบอกว่าให้เขียนการ์ตูนเล่าเรื่องของตัวเองให้หน่อย จึงได้ผลงานด้านบนขึ้นมาครับ ทั้งหมดวาดในแอป ArtFlow (เมพกว่า Autodesk Sketchbook เยอะ!) บน Galaxy Note 3 ที่ไปแข่งชนะมา … และก็ขอจบการโฆษณาแต่เพียงเท่านี้

ส่วนเนื้อหาข้างล่างต่อไปนี้ จะเรียกว่าอะไรดีนะ เอาเป็นข้อความเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผมเองละกันครับ เพราะไหนๆ ก็ได้รับเกียรติจากซัมซุงให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในโครงการแล้ว เลยขอขยายผลให้อีกหน่อย

อ่านต่อ →

แสดงความเห็น()

กาย

02 / 09 / 2557 | 23:09 น.

ภาคต่อจาก จงบริหารเวลา ครับ

20140902-กาย

ป.ล.
เน็ตที่แรงๆ และโซเชียลที่สุดมันส์นั้นบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานอย่างชัดเจนครับ พิสูจน์แล้วด้วยสันดานตนเอง

ป.อ.
ตอนเขียนคือปะป๊าครองพิภพ มี บ.ก.คืออีฟรีคลับ นั่นว่าโหดแล้วนะ แต่ลีลาการเชือดของอีกายนี่มาแนวเย็นยะเยียบ เรียกว่าเหนือชั้นกว่าอีฟรีขึ้นไปอีก

ป.ฮ.
ทีแรกว่าจะทยอยเขียนรายงานการเขียนหนังสือเล่มใหม่ของข้าพเจ้า แต่ดูจากเดดไลน์แล้ว แม่งไม่มีเวลาแน่นอน (แล้วที่ว่างมาวาดการ์ตูนนี่คือ)

แสดงความเห็น()

โดน #IceBucketChallengeTH กะเขามั่ง

20 / 08 / 2557 | 20:01 น.

เห็นมันเข้าไทยทีแรกจากคุณ @markpeak (อ่าน “#IceBucketChallengeTH ขอเชิญ “ราดน้ำแข็งรดตัว” สนับสนุนการบริจาคเพื่อสังคม“) ก็เออ เจ๋งดีว่ะ น่าสนุกดี แต่เพียงวันต่อมา พอมันลามไปถึงทั่นประธานสูงสุดของบริษัทใหญ่ๆ ปั๊บ ก็เฮ้ย ทำไมความตั้งใจในการแสดงป้ายยี่ห้อมันทำให้กิจกรรมนี้ดูน่าเบื่อได้วะ ยิ่งพอไปโผล่ในจอทีวี (ผมไม่ได้ดูทีวี ก็เห็นข่าวดารงดาราเขาทำกันจากในไทม์ไลน์อีกทีนั่นแหละ) เลยรู้สึกด้วยอคติไปว่า มันช่างไม่ถูกจริตเราอย่างแรง เลยรู้สึกว่ามันไม่คูลแล้ว ไม่อยากเล่นแล้ว

จนกระทั่งโดนทักมาจาก @uglypink ด้วยคลิปนี้

จบเลยครับ อุดมการณ์ กลืนเข้าไปหมดเลย

วันนี้พอกลับมาจากไปซื้อของเข้าบ้านตอนบ่ายๆ ก่อนถึงบ้านก็ซื้อน้ำแข็งเซเว่นถุงละ 8 บาทมาใส่กะละมังเติมน้ำรอไว้ บอกลูกเมียให้ไปรอเทจากบนระเบียงบ้าน แล้ววานคุณจุ๋มเพื่อนบ้าน ที่เผอิญยืนคุยกะเมียผมอยู่พอดี เลยให้คอยกดบันทึกให้ จนเกิดมาเป็นคลิปนี้ครับ

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ..ตัดต่ออัปโหลดเสร็จทันยีบสี่ชั่วโมงพอดีใช่มะ

บายนะ หนาวสัส!

ป.ล.
ใครสงสัยว่ามันคืออะไร ฝากคลิกดูอันนี้ครับ นั่งปาดเมื่อคืนเอง หลังจากโดนท้านั่นแหละ (เสร็จออกมายังกะโฆษณาลูกอมเย็นๆ)

ป.ฮ.
ทีแรกในไทยยังไม่มีสมาคมสำหรับดูแลผู้ป่วย ALS ครับ ผู้เล่น Ice Bucket Challenge Thailand จึงเลือกบริจาคผ่านองค์กรการกุศลใดๆ ก็ได้ ซึ่งของผมเองนี่ขอสนับสนุนหนึ่งในโครงการระดมทุนเพื่อการกุศลในเว็บเทใจ.คอมครับ เมียเลือกเรียบร้อยแล้วว่าจะเป็นโครงการไหน เดี๋ยวสักพรุ่งนี้คงดำเนินการให้เสร็จสิ้นครับ (ที่จริงคือ “ว่าจะ” บริจาคมาตั้งนานแล้ว แต่อีว่าจะ ว่าจะนี่ก็แปลว่ายังไม่ได้บอเสียที จึงอาศัยจังหวะนี้แหละ นี่แหละครับข้อดีที่เอาไว้ทำให้คนด่าหุบปากได้ (ผมเอง))

ป.ฮ.
ล่าสุดหมอแมวบอกว่าตอนนี้มีแล้วครับ เปิดมาเพราะแคมเปญนี้โดยเฉพาะ นี่ถือเป็นเรื่องดีนะคะ

แสดงความเห็น()