100 | อ่าน คิด พิจารณา

ผมว่าในฐานะคนเล่นเน็ต คงไม่ต้องอธิบายว่าเว็บนี้ยิ่งใหญ่
และเป็นแรงเคลื่อนให้กับสังคมไทยในยุคข้อมูลข่าวสารได้ขนาดไหน
ถ้าใครไม่เคยเข้าไปคุยในคาเฟ่ ไม่ว่าจะเฉลิมไทย จตุจักร ราชดำเ้นิน ฯลฯ
ว่างๆ ก็ลองแวะเข้าไปอ่านสิครับ แล้วจะรู้ว่าอินเทอร์เน็ตไม่ได้มีแค่ MSN
ส่วนคนที่เข้าไปอ่านบ่อยๆ ก็คงเข้าใจความหมายของย่อหน้าแรกดีแล้ว
ดังนั้นผมจะไม่อธิบายละกันว่าที่นั่นมันเจ๋งยังไง มันน่าสนใจเพียงใด
แต่วันนี้ ในฐานะสื่อเล็กๆแห่งนี้ ผมขอทำหน้าที่สื่อที่ดีสักครั้งครับ
ด้วยการช่วยกระจายข่าวเล็กๆ ที่คุณจะไม่มีวันได้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือทีวี
(เพราะเขาอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่สำหรับไม้บรรทัดของผมบอกว่า ..เรื่องนี้สำคัญมากๆ)
นั่นคือ เรื่องกระแสพระราชดำรัสปลอม ที่ถูกส่งต่อกันทางอีเมลครับ
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนยิ่ง พอๆ กับกรณีพระราชอำนาจเลยทีเดียว
เพียงแต่ว่ามันไม่มีการเมืองมาเกี่ยวข้อง ไม่มีใครได้เสียผลประโยชน์
แต่กลับมีผลกระทบยิ่งใหญ่แบบที่คุณเองก็ไม่มีทางรู้ตัว
เหมือนเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวแหละครับ
ดังนั้น ย้ำอีกทีว่าในฐานะที่บล็อกนี้ก็เป็นสื่อ
ก็จะขอเผยแพร่ความจริงให้คุณที่นั่งอยู่หน้าคอม ให้ช่วยเอาไปบอกต่อๆ กันด้วย
ข้อความข้างล่างนี้ผมแทรกลิงค์อ้างอิงไว้เยอะแยะ
เพื่ออรรถรสในการทำความเข้่าใจ เวลาเอ่ยถึงข้อมูลตรงไหนก็ให้คลิกลิงค์เข้าไปดูกันเอง
ผมอาจใช้เวลาเขียนไม่มาก จึงมิได้ขัดเกลาความสุภาพของภาษา
หากผิดพลาดประการใดช่วยชี้แจงไว้ด้วยนะครับ
…
เรื่องมันมีอยู่ว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ได้มีการเผยแพร่ Forward Email
ที่จ่าหน้าซองอ้างว่าเป็นพระราชดำรัสของในหลวง ข้อคิดในการดำเนินชีวิต ๓๗ ประการ
ผมก็ได้รับจดหมายฉบับนั้นครับ อ่านครั้งแรกก็บอกตามตรงว่า.. แปลก
(ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า) ผมแปลกใจตรงที่ว่า รูปแบบของสำนวนหลายๆ ข้อในนั้น
ทำไมช่างขัดกับพระราชดำรัสของพระองค์ และแนวคิดต่างๆ ในการดำเนินชีวิต
ที่ทรงพระราชทานมาให้คนไทยรู้จักกินอยู่อย่างพอเพียงเหลือเกิน
เพราะบางข้อ ผมว่าแปลกเกินไป และสำนวนเหมือนแปลมาจากหนังสือขายตรงจริงๆ
อย่างข้อ ๑๑ ที่ว่า “อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ”
นี่… นี่มันสำนวนฝรั่งชวนไปขายแอมเวย์นี่นา!
ผมเคยอ่านพ่อรวยสอนลูกจนจบ
ก็สรุปได้ว่า ผมโคตรไม่ชอบแนวคิดแบบในหนังสือเลยครับ
ในนั้น ผู้เขียนเหยียดแนวคิดการอยู่อย่างสมถะ ย้ำซ้ำๆ หลายครั้ง (เหมือนสะกดจิตคนอ่าน)
แล้วบอกให้นำเงินไปลงทุน! เอาไปเสี่ยงกับการเล่นหุ้นสิ! แล้วคุณจะพบความรวย-รวย-รวย
ไอ้หนังสือแบบนี้แม่งขายดีได้ไงวะ 
ต่อมา ผมก็ยังคงได้รับอีเมลที่แนบเนื้อหาเดียวกันส่งมาอีกเรื่อยๆ
เพียงแต่มาในรูปแบบที่ต่างๆ กัน กล่าวคือ บางฉบับมีแนบพระบรมฉายาลักษณ์มาด้วย
บางฉบับดูรู้เลยว่าสแกนมาจากโปสเตอร์ที่เขาคงเอาไปพิมพ์แปะผนังบ้านเป็นมงคลชีวิต
อันนั้นไม่แปลกหรอกครับ .. ที่แปลกก็คือ ทำไมจำนวนข้อของพระราชดำรัสจึงลดลงเรื่อยๆ
แต่เดิมผมว่าผมอ่านเวอร์ชั่น ๓๗ ข้อ ทำไมต่อมาก็ลดลงเหลือ ๓๐ ข้อบ้าง ๒๐ กว่าข้อบ้าง
จนในที่สุด มีบริษัทเอกชนบริษัทนึงครับ ชื่อ King Power ได้จัดทำสายรัดข้อมือขึ้นมา
แน่นอนครับว่าเพื่อการกุศล (ใครบังอาจหากินกับเรื่องนี้ก็ไม่รู้จะได้ขึ้นมาจากนรกเมื่อไหร่)
แล้วในนั้นก็มีแผ่นพับที่บอกว่าเป็นพระราชดำรัส ๑๙ ข้อ ของในหลวง แนบมาด้วย
อ้าว.. ไหงเหลือ ๑๙ ข้อล่ะ?
แผ่นพับที่แนบไปกับสายรัดข้อมือจำนวน ๑ ล้านเส้นนี้ถูกผลิตและเผยแพร่ไปทั่วประเทศไทย
เพียงชั่วข้ามคืน.. ข้อความดังกล่าวก็เหมือนกับถูกประทับตรารับรองมาตรฐานว่า เป็นของแท้
แน่นอน.. ทุกคนคิดเหมือนกันว่า งานระดับนี้ใครจะไปกล้าทำอะไรชุ่ยๆ จริงไหมครับ
..แต่ King Power ทำ!!
การนี้เองจึงเกิดเป็นคดีป่วนหนึ่งคดี ที่มีนายคนนึง (ใช้หลายชื่อล็อกอินมาก) เข้ามาโต้แย้งกับใครๆ
ว่าตนได้โทรไปถามทาง King Power แล้วและได้รับการยืนยันว่านั่นเป็นของจริง
ก็เลยพยายามจะบอกกับทุกคนทั้งด้วยเหตุผลและด้วยโทสะ ว่าเฮ้ย มันเป็นของจริงนะ
ก็เถียงกันไปเถียงกันมาแบบข้างๆ คูๆ กับชาวพันทิปที่เหลือทั้งหมดแหละครับ
แล้วความจริงก็ปรากฎ คือมีคนพยายามบอกว่า มันเป็นคำแปลมาจากแผ่นพับให้ข้อคิดของฝรั่งนี่นา
ประมาณว่าเป็นคำคมแบบโฆษณาเหล้ายี่ห้อจอห์นนี่เดินเล่นนั่นแหละ
ถึงแม้หลักฐานในกระทู้ที่ว่า จะโคตรชัดเลย
แต่นายคนนี้ก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองเข้าใจผิด (จริงๆ แล้วเข้ามาขอโทษซะก็จบ)
ยังมีการเปลี่ยนชื่อ เข้ามางุ้งงิ้งในคาเฟ่ต่างๆ
จนคุณ PANTIP.COM ต้องเข้ามาปิดคดีด้วยตนเอง (คลิกอ่านความเห็นที่ ๓๖)
จนกระทู้ปิดคดีนี้ ก็กลายเป็นกระทู้ในตำนานของพันทิปไปอีกครา
(คิดดู เล่นเน็ตมากี่ปี เพิ่งเคยเห็นผู้ใช้ล็อกอินชื่อ PANTIP.COM เข้ามาโพสต์ .. โอ้ววว)
ผมอ่านติดตามดูแล้วก็ไม่เห็นว่านายคนนี้จะมีความผิดร้ายกาจอะไรนักหนา
ก็แค่คนนึงที่ยึดมั่นกับข้อมูลที่ตนได้รับมา และพยายามปกป้องความคิดอันนั้น
เราทุกคนรักในหลวงครับ ผมว่าผมไม่ต้องเขียนประโยคนี้ เราก็รู้กันอยู่แล้ว
แต่ก็อย่างที่แนบรูปประกอบไปว่ารักได้ แต่ต้องแสดงออกให้เป็น
สิ่งนี้สำคัญพอที่จะทำให้ตาคนนั้นหมดอนาคตทางสังคมอินเทอร์เน็ตไปเลย
เรื่องของเรื่องมันก็เป็นอย่างที่เล่ามานี่แหละครับ ผมอยากให้ช่วยกันเผยแพร่ บอกต่อกันเยอะๆ
นิสัยคนเราเรียนกันแต่ผูก ไม่ค่อยมีใครเรียนแก้กันครับ เพราะมันเหนื่อย
สายรัดข้อมือ ๑ ล้้านเส้นที่มีข้อความดังกล่าว (ซึ่งผิด) ถูกกระจายไปแล้วทั่วประเทศ
อย่างน้อยๆ ก็พวกเรานี่แหละครับที่จะช่วยเป็นแรงเบรคให้ แม้สักนิดก็ยังดี
ที่ผมเขียนมานี่ (ด้วยเรื่องที่เสี่ยงขนาดนี้) ก็ถือเป็นการทำอะไรสักอย่างเพื่อพระองค์ท่าน
หวังว่าคงดีกว่าการไปประกาศปาวๆ ว่ารักในหลวง
แต่ก็ยังนั่งหน้าด้านหน้ามันอยู่บนเก้าอี้ โกงบ้านกินเมืองไปวันๆ ใช่ไหมครับ
นับวัน เราก็ได้เห็นกรณีศึกษาเรื่องผลเสียของการอ่านแล้วไม่คิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งในวงการอินเทอร์เน็ต ซึ่งกลุ่มผู้ใช้ในบ้านเรามาขยายวงกว้างเอาในวัยที่ยังคิดไม่สุก
จึงทำให้บรรดา fwd mail ลูกโซ่แบบแนบเนียนๆ หลอกลวงที่มาพร้อมโวหารน่าเชื่อถือ
และจุดชนวนให้คนไทยเกลียดมาเลย์บ้าง เกลียดขั้วตรงข้ามทางการเมืองบ้าง ฯลฯ
เราในฐานะผู้ใช้ จึงควรมีวัคซีนป้องกันกันหน่อย ซึ่งวิธีรับมือง่ายๆ ก็แค่คำสั้นๆ
อ่าน
คิด
พิจารณา
.
ป.ล.
วันนี้ เพียงส่ง SMS เว้นวรรค ตามด้วยห่าเหว
แล้วส่งไปที่รายการข่าวทางทีวีที่มีอยู่ทุกช่องทั้งวันและทุกวัน
ก็ทำให้ใครๆ ก็เป็นสื่อมวลชนได้ … แต่! จะเป็นสื่อที่ดีหรือเปล่า ตรงนี้สิน่าห่วงครับ
ความเสรีในการแสดงออกทางความคิดเห็นนั้นมันวิ่งล้ำหน้าเส้นวิจารณญาณไปแล้ว
ดังนั้นทีวีในวันนี้ก็ไม่ต่างจากเว็บบอร์ด ที่ใครก็พ่นอะไรก็ได้ แล้วก็ปัดตูดหนีไปซะ
ดังนั้นดูแลกันดีๆ หน่อยนะครับทั่นๆ
ป.อ.
ขอบคุณสโลแกน “อ่าน คิด พิจารณา” ของพี่โอ้เอ้ครับ ดูเป็นแคนโต้ที่ต้องหยุดคิดดี
ผมเลยขอยืมคำนี้มาใช้เป็นหัวข้อบล็อกหน่อยนะ (วันไหนพี่เข้ามาอ่านจะได้สะดุ้งไง)
ป.ฮ.
- ประกาศเตือนจากฮอตเมว ว่าบริษัทจะปิดให้บริการแอคเคาท์ของคุณ
วิธีแก้ก็คือจะต้องทดสอบว่าจดหมายฉบับนี้จะถูกส่งต่อได้ไหม
ทางเล็กนิ่ม (Micr๐s๐ft) จึงขอให้คุณส่งต่อไปอีก ๑๘ ฉบับ บลา บลา บลา
- เล่าเรื่องผีมาจนจบ แล้วบอกให้ส่งต่ออีกหลายๆ ฉบับ ไม่งั้นตาย
- มีของดีให้ดู แต่ต้องส่งจดหมายนี้ต่อไปอีก พอส่งแล้วให้กด Alt+8 แล้วจะโอ้เย
- ช่วยกันแบนสินค้าของประเทศนั้นประเทศนี้ และช่วยกันส่งต่อๆ หน่อยนะ
- ส่งต่อจดหมายฉบับนี้อีก ๒๐ ฉบับ แล้วรอรับจดหมายตอบกลับ เอาไปแลกเงินได้
- ฯลฯ
เคยเห็นกันไหมครับข้อความลักษณะเดียวกันนี้ ..ใครเชื่อและทำตาม ถือว่าควายครับ
รู้ไว้ด้วยว่าคนที่เขาได้รับน่ะ (โดยเฉพาะผม) แม่งโคตรรำคาญเลย
October 29th, 2005 at 10:22
ไปเข้าค่ายมา 3 วันได้ดูข่าวนิดหน่อยตอนเช้าที่สภากาแฟ
มันจะมหัศจรรย์ชนิดที่ ไม่มีสื่อเสนอข่าวเลย…เหรอนี่
หรือว่ามันเสี่ยงเกินไปที่จะเอาเรื่องนี้มาพูดกัน
แต่ผมก็สงสัยอยู่ดีว่า เอาข้อความมาอ้างว่าเป็น
พระราชดำรัสเนี่ย มันจะทำไปเพื่ออะไรอ่ะ
แต่ยังไงซะผลที่ได้มันก็ไม่สำคัญเท่าเจตนารมณ์ครับ
นอนต่อดีกว่า…
October 29th, 2005 at 11:48
อ่านบล๊อคนี้แล้ว กรุณาคอมเม้นภายใน 20 นาที
ไม่เช่นนั้นจะมีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วัน -*-
ตอนนี้เมล์ข้าน้อย 75% ของ MailBox คือขยะ
October 29th, 2005 at 12:03
จะว่าไปแล้วขาบอร์ด ต่างก็จะรู้ดีว่า การโพสท์กระทู้ หรือข้อความต่าง ๆ ในบอร์ดตอนนี้ เป็นไปอย่างเสรีมาก ถึงมากที่สุด โดยอ้างว่าเป็นสิทธิตามระบบประชาธิปไตย จนลืมนึกถึงสิทธิเสรีภาพของคนอื่น เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ทางผู้ที่ดูแลรับผิดชอบในด้านนี้โดยตรง คือกระทรวง ICT ก็เลยพยายามทุกวิถีทาง ที่จะสามารถป้องกันปัญหาตรงจุดนี้ ซึ่งล่าสุด ก็มีนโยบายออกมาแล้วว่า …
” นับตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2548 เป็นต้นไป เว็บบอร์ดหรือกระดานข่าวสารจะต้องใช้การสมัครสมาชิก ( member ) โดยการใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักในการสมัครเพื่อยืนยันการมีตัวตนบนโลกไซเบอร์ โดยกระทรวง ICT นั้นให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันการหมิ่นประมาท และจะได้ติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาได้ง่ายขึ้น ”
อุ๊ยย ฟังดูเก๊ เก๋ นโยบายฟังแล้วดูดีมากมาย แต่ ……
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
( ใคร ๆ ก็รู้ว่า ขณะนี้ บริษัทชินระ กำลังมีปัญหากับเซฟีรอธ ถ้าลองเข้าไปในอาณาจักรของเซฟีรอธ จะรู้ว่า สมุนเซฟิรอธ แสดงความคิดเห็นในแต่ละกระทู้ แทงใจดำผู้นำบริษัทชินระ ขนาดใหน อันนี้ก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ให้ทุกท่านไปคิดกันต่อกันเองก็แล้วกัน )
ผมไม่รู้ว่าหลาย ๆ ท่านในนี้จะคิดยังไงนะ แต่สำหรับผม ช่วง เทอมหลังนี่ รู้สึกผมจะไม่ค่อยชอบการทำงานบริษัทชินระ เลยแฮะ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อน ผมแทบจะยกตูดดมเลยทีเดียว
October 29th, 2005 at 13:20
เมนท์ กระทู้ 100
October 29th, 2005 at 13:57
บางครั้งการที่เราให้ความเคารพนับถือกับสิ่งใดมากๆ ก็ทำให้เราเชื่อโดยขาดสติได้เหมือนกัน
October 29th, 2005 at 20:08
ผมได้อ่านเกือบทุกกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาแล้วเหมือนกัน
แอบคิดว่า คนๆ นั้นได้คุยโทรศัพท์กับ King Power จริง
แล้ว King Power ก็บอกว่า ของจริง
(แต่ที่รำคาญคือ เถียงข้างๆ คู)
October 30th, 2005 at 12:11
October 30th, 2005 at 23:01
ปฮ.ส่งมาหาตู ตูลบหมด แค่อ่านชื่อก็ลบแล้วและไม่คิดจะเปิดอ่านให้เปลืองค่าเน็ต
October 31st, 2005 at 10:45
เข้ามาดม
November 6th, 2005 at 15:37
ได้ลูกโซ่มาเยอะ ก็มีบอกให้ส่งต่อไปเยอะ แต่ไม่เคยส่งเลย ล่ะก็ไม่เคยเปิดอ่านด้วย
ช่วงนี้ wrist band campaign มาแรงแฮะ จากโรคร้ายกลายมา “เล่นของสูง” แล้วว่ะเฮ้ย แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะสำหรับโรคมะเร็งน่ะ ซื้อไปก็เหมือนได้ทำบุญไปด้วย แต่เงินที่ได้ก็คงจะเหมือน “วัดครึ่งนึง กรรมการครึ่งนึง”ล่ะมั้ง แต่โครงการนี้ฟ่างคิดว่า “กรรมการ”อาจจะเยอะ แล้วมันจะเหลือเท่าไหร่กันล่ะทีนี้?
ใครจะรู้ เดาก็เดาไม่ออกหรอก แต่ภาพรวมแล้ว “มึงมีหน้าที่ทำบุญก็ทำไป เรื่องอื่นไม่ต้องมาจุ้น” ก็โอเคน่ะนะ แต่ไม่เห็นมีผู้ป่วยโรคมะเร็งคนไหนมาทำหน้าซาบซึ้งให้คนที่ซื้อwrist bandเลยอ่ะ
ก็เหมือน “เรารักพระเจ้าอยู่หัว” campaign ใส่แล้วมีโฆษกประจำสำนักราชวังออกมากล่าวคำขอบคุณในพระนามของพระเจ้าอยู่หัวบ้างมั้ย คือฟ่างไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย ฟ่างคอยอ่านข่าวจากเน็ตทั้งนั้น ตั้งแต่campaignนี่ออกมา ฟ่างก็ไม่เห็นว่าจะมีใครกล่าวขอบคุณ”พสกนิกรไทย”ที่ซื้อwrist bandนี่เลย
ลองเปรียบนะ
ให้ในหลวงเปรียบกับ”วัด”
แล้วให้King Powerเป็น”กรรมการ”
campaign”เรารักพระเจ้าอยู่หัว”นี้
“วัดได้เท่าไหร่ กรรมการจะได้เท่าไหร่”
สรุปง่ายๆ พูดง่ายๆนะ ฟ่างหาจุดประสงค์ของ wrist band campaign ไม่เจอเลย ถ้าใครรู้ก็ช่วยบอกฟ่างหน่อยนะ ได้โปรด ฟ่างท้าเลยว่าไม่มีคนไทยคนไหนที่ไม่รักพระเจ้าอยู่หัว และฟ่างก็มั่นใจว่าพระองค์ท่านก็ทรงทราบเหมือนกัน ได้โปรดเหอะ ให้ความรักเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เถอะ อย่าเอามาทำเป็นการค้าเลย นะ
เรื่องนี้ฟ่างอยากระบายมานานแล้วล่ะพี่ ขอบคุณพี่นะที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา
November 30th, 2005 at 11:47
December 17th, 2005 at 22:58
เออ….แล้วส่งต่อกันไปเพื่ออะไรเนอะ…
เราลบแหลกเลย ไม่เคยส่งต่อ รำคาญ
January 17th, 2006 at 15:28
ขออนุญาตนำไปเผยแพร่นะครับ พักนี้มันกลับมาอีกแล้ว เซ็งกับคนเผยแพร่คนแรกมากๆ
http://www.ee43.com/webboarddetail.php?webboard_id=1180
ขอบคุณครับ
ปล.
ขอบคุณที่ช่วยดึงหญ้าออกจากมุมปาก คนจำนวนมาก
January 22nd, 2006 at 15:47
เฮ้ย.
ไอ้แอน
คนแบบเมิงนี้ กุโคตรชอบเลย
จะติดตามอ่านต่อไปว่ะ