| อัปเดตผ่าน RSS

159 | blog tag

05.01.2007 โพสต์ในหมวด โถขี้

blogtag

สังหรณ์ใจอยู่ไม่ถึงครึ่งวัน ผมก็โดนลากเข้าไปในวังวนลูกโซ่ของ blog tag จนได้
blog tag เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมสดใหม่หอมกรุ่นจากเตา ที่ระบาดข้ามประเทศอินเทอร์เน็ตมาถึงไทย
โดยอยู่ดีๆ ก็มีคนมาเล่าเรื่องของตัวเอง ๕ ประการ แล้วแตะมือส่งต่อกันไปเรื่อยๆ อีก ๕ ราย
อันนี้ไม่รู้ล่ะว่าคุณจะเขียนบล็อกเรื่องอะไรมาก่อน แต่ถ้าโดน tag ปั๊บก็ต้องมาเล่าเรื่องตัวเองซะงั้น
ดีเหมือนกัน บางคนทำตัวลึกลับนักหนาจะได้แง้มความงุงิของตัวเองออกมาบ้าง
น่าสนุกพอๆ กะน่าสยองไหมล่ะครับ

เอ้าๆ เข้าเรื่อง

๑.
ผมชื่อแอน เป็นลูกคนที่สามจากสี่คน ที่ทั้งบ้านเป็นผู้ชายหมดเลย
ชื่อนี้ป้าเป็นคนตั้งให้ เพราะเห็นว่าท้องนี้มันแปลกเว้ย ไม่เหมือนท้องก่อนๆ
ถ้าไม่ใช่เทวดามาเกิด อีนี่ต้องเป็นเพศหญิงแน่ๆ .. เลยตั้งชื่อไว้ก่อน!!
แล้วพอคลอดออกมาเห็นกระเจี๊ยวดำปื้อแกก็ยังไม่เปลี่ยนนะครับ ด้วยความแนวของวงศ์ตระกูลผม
ตอนเด็กๆ นี่อายมาก (ทุกคนคงเข้าใจว่าการมีชื่อเล่นน่าอายมันเป็นตราบาปขนาดไหน)
แต่พอโตขึ้นมาเริ่มมีเจจาตินมาเคลือบหน้า ก็เลยใช้ชื่อแอนมาจนกระทั่งทุกวันนี้
(เติมคำว่า “ไอ้” ไปใน User Name จะได้แยกออกนิดนึงว่าไอ้นี่กระเจี๊ยวดำปื้อ)

๒.
(เห็นข้อนี้เขานิยมเล่าเรืองการจับคอมครั้งแรกเลยเอามั่ง)
จับคอมครั้งแรกตอนมัธยมครับ เนื่องจากที่บ้านผมจน เห็นเพื่อนมันได้เรียนวิชาคอมพิวเตอร์กัน
ซึ่งถ้าใครเรียนจะต้องเพิ่มค่าเทอม ๔๐๐ บาทเป็นค่าบำรุงห้องคอม ผมเลยอิจฉาคนเหล่านี้มาก
ก็เลยไปอาศัยเกาะกระจกดูจากข้างนอกห้องด้วยความริษยา
แล้ววันนึงพ่อผมก็ซื้อคอมมา เป็น 486 DX-II ที่จอเป็นวีจีเอ และมีเมาส์!! (ตอนนั้นตื่นเต้นมาก)
ตั้งกะนั้นมาก็อยู่กับมันมาตลอด ไม่ได้ฝักใฝ่ถึงขนาดคลั่งไคล้ เพราะเชื่อว่ายังไงมันก็ต้องรับใช้เรา
แต่พูดก็พูดเหอะ ผมก็เลยใช้มันหากินมาจนถึงวันนี้เอย

๓.
ผมจบคณะสถาปัตย์แห่งมหาวิทยาลัยท่าช้าง โดยที่รู้ตัวว่าไม่ชอบเรียนวิชานี้ตั้งแต่ปีหนึ่ง
นี่คงเป็นหนึ่งในเด็กเกรียนทั่วไปที่ต้องการความใส่ใจจากอาจารย์แนะแนวให้มากกว่านี้
เพราะโรงเรียนเก่าผมโดยเฉพาะห้องคิง ค่อนข้างปลูกฝังอย่างแรงว่าเธอต้องเป็นวิศวะหรือหมอ
ซึ่งผมไม่ชอบคณิตศาสตร์ สังคม ฟิสิกส์ เคมีหรือชีวะ (ชอบแต่วิชาภาษาไทย แต่เรียนสายวิทย์)
จะว่ากันชัดๆ ก็คือผมไม่ชอบระบบการเรียนแบบท่องจำหรือคำนวณเอาซะเลย
หรือว่ากันให้ชัดกว่านั้นก็คือ ผมขี้เกียจเรียนชิบหายเลยครับ
ดังนั้นความแนวของ ด.ช.แอน ก็คือพยายามหาคณะที่จะเข้าแล้วไม่ต้องเจอวิชาเหล่านี้
นั่นคงเป็นคณะที่เข้าไปเรียนแล้วใช้วิชาแขนงความคิดสร้างสรรค์ดีกว่า มันต่อยอดได้เยอะดี
ก็เลยเข้าสถาปัตย์ครับ เผื่อจะเป็นดารากะเขาตามสมัยนิยม (เฮ้ย ..ตอนนั้นคิดยังงี้จริงๆ)
ถือเป็นตัวอย่างวิธีคิดที่ไม่ดีเท่าไหร่ โชคดีที่พอเอาตัวรอดได้เลยจบมาแบบถากๆ
(ตลอดชีวิตมหาลัยผมได้เอฟมาสามตัว นั่นคือวิชาแคลคูลัส ๒ ครั้ง และกฎหมายอีก ๑ ครั้ง)

๔.
อ่านข้อสามแล้วคงงงกันว่าแล้วไอ้กรวยไตนี่มันจะถ่อเรียนไปทำไมให้จบวะ คณะนี้มันต้องเรียนตั้งห้าปี
ที่จริงผมไม่เสียดายชีวิตในมหาลัยเลยครับ เนื่องจากตัวเองดันไปเจอ “ที่อยู่ของหัวใจ” เข้า
นั่นคือในเมื่อกูจะไม่เอาดีทางด้านการเรียนแล้ว ก็เลยผันตัวไปเป็นเด็กกิจกรรมของมหาลัยไปเลย
โดยเริ่มช่วยงานสโมสรนักศึกษาของมหาลัย (ตอนนี้สถาบันอื่นเขาเปลี่ยนเป็นองค์การนักศึกษาไปหมดละ)
แล้วก็เลยสนุกกับการแก้ปัญหาประหลาดๆ ของมันทุกๆ วัน เพราะขลุกอยู่กับสโมมากกว่าคณะอีก
วันหนึ่งในตอนปีสาม ผมรู้สึกว่าเฮ้ย ไม่ไหวแล้ว ทำไมระบบสโมมันเละเหลือเกินวะ
ขอล้างไพ่สักครั้งเถอะ อยากปรับปรุงหรือยกระดับมาตรฐานขององค์กรให้มันดีกว่านี้มากๆ ว่ะ
เลยจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคนึงเพื่อสนองอุดมการณ์นี้ แล้วก็แพ้นักเลือกตั้งมืออาชีพไป
นี่เลยทำให้ตัวเองเริ่มรู้สึกว่าเฮ้ย การเมืองนี่มันก็สนุกดีว่ะ เลยสนใจมันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
..การบริหารสโมในปีที่ผมตกงานนั้นเละมาก ปีต่อมาผมเลยจัดทัพลงสมัครอีกครั้ง และได้ล้างไพ่สมใจ
นั่นทำให้ผมรู้สึกดีกับมหาลัยเอามากๆ ครับ เพราะครั้งหนึ่งตัวเองเคยเป็นตัวแทนนักศึกษาทั้งสถาบันมาแล้ว
ดังนั้นเลยได้ขยับเข้าไปในโลกของผู้ใหญ่ ผู้บริหาร หรือแม้แต่รุ่นพี่รุ่นน้อง ที่มีวุฒิภาวะทางปัญญาสูงมาก
พลังเจไดมหาศาลเลยพรั่งพรูเข้ามา จนตัวเองรู้สึกคุ้มค่าที่สุดที่ได้เปิดกบาลตัวเองจากตำราแค่ห้องสมุดซะที

การทำกิจกรรมนักศึกษามันต่างจากการนั่งก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างเดียวเป็นคนละเรื่องกันเลยนะครับ
คือเราต้องอยู่ในมิติที่ต้องแก้ปัญหาของระบบอยู่ตลอดเวลา ไม่มีตัวแปรสำเร็จพร้อมเสิร์ฟเหมือนวิชาเรียนนี่
ก็เลยติดนิสัย อุดมการณ์ที่พยายามทำอะไรสักอย่างให้โลกมันดีขึ้น มาอย่างมากมาย
จากการทำงานฟรีไม่มีแม้แต่รายได้หรือหน่วยกิต .. แต่รู้ด้วยตัวเองว่านี่เป็นการหว่านพืชที่หวังผลได้แน่นอน
ที่สำคัญคือ ผมเลยได้รู้จักกับแฟนตอนทำสโมปีแรกๆ นี่แหละครับ

๕.
ผมเคยไม่เชื่อเรื่องผี
และเป็นประเภทที่พอไม่เชื่อปั๊บ ก็พร้อมจะต่อต้าน ลบหลู่ และหาเหตุผลด้วยวิชากาลามสูตรอย่างเต็มเหนี่ยว
จนมาวันนึงก็ได้พบคำตอบของชีวิตว่าผีมีจริง (ขอบคุณปราย พันแสง สำหรับประโยคนี้ครับ)
ทำให้ตัวเองสบายใจไปอีกหนึ่งอย่างว่า โอเค กูไม่ต้องเมื่อยไปพิสูจน์แล้ว ไอ้ที่เห็นนั่นผีแน่ๆ
แต่ก็ยังไม่ทิ้งนิสัยชอบพิสูจน์มันอยู่ดี เพราะเท่าที่ฟังรายการเดอะช็อกผ่านเน็ตติดต่อกันมาทุกสัปดาห์
แทบไม่มีเรื่องผีเรื่องไหนเลยที่โดนใจ หรือรู้สึกว่านี่แหละโว้ย เรื่องผีที่กูถวิลหา ว่ามันคือผีที่ไม่ได้ปรุงแต่งจริงๆ
พอเข้าใจไหมครับว่าผมไม่ได้กลัว แต่สนใจอย่างหิวกระหายในความมีอยู่จริงของมัน
ว่าตกลงผีที่เดินทะลุผนังได้มีจริงไหม หรือผีที่แหกอกลากไส้จะมีจริงได้ยังไง หรืออะไรแค่ไหนที่โดนเรียกว่าผี
เชื่อว่าวันนึงจะได้เจอมันอีก แล้วจะสัมภาษณ์มาให้อ่านครับ

.

จบ

.

และตามขนบ - ผมขอแตะมือต่อไปที่ น้องเดือน, ห้าโอ, จานวี, ป๋าเลย์, และหมอแมว
ใครไม่ส่งต่อภายในห้าวันแปดวัน ขอให้ตาลบูด!

ป.ล.
คุณเก่งอุตส่าห์ทำชาร์ตแสดงการระบาดของ blog tag
จะเห็นได้ว่าผมอยู่ในขั้นที่ห้า (ไม่รู้จะต่อไปได้อีกกี่ขั้นนะเนี่ย)

ป.อ.
กดโพสต์เสร็จ วกกลับมาดู เฮ้ย เขียนอะไรวะเนี่ย โคตรยาวเลย
ใครที่โดนแตะต่อไปนี่เอาสั้นๆ ก็พอนะครับ ไอ้นี่มันเบรกแตก

ป.ฮ.
สายที่ผมโดนส่งต่อมานี่เป็นพวก Geek ทั้งนั้น
เลยขอกระจายไปที่วงการอื่นมั่ง วันนึงจะได้ระบาดไปในกลุ่มเด็กงุงิให้สมใจอยาก

แท็ก: , , ,

34 Responses to “159 | blog tag”

Pages: [2] 1 » Show All

  1. 34
    joe samui THAILAND Windows XP Internet Explorer 7.0 Says:

    ตอนทำสโมเพื่อนมันบอกว่าเราบ้า
    แต่พอทำไปเรื่อย………….
    ………………….
    เออกูบ้าจิงๆว่ะ
    แต่ชอบเลยทำต่อ
    ทำตั่งแต่ปีสามกว่าจะเรียนจบก็บ้ามาตั้งสามปี
    สโมให้อารายมากกว่าที่คุณคิด………

  2. 33
    ลมฤดูร้อน THAILAND Windows XP Mozilla Firefox 1.5.0.9 Says:

    เก็บหนังสือรับน้องสมัย คุณเป็นนายกสโมฯ ไว้เล่มนึง เช้ยยยย เชย แต่สาระใช้ได้นะ

  3. 32
    แหนม THAILAND Windows XP Mozilla Firefox 2.0.0.1 Says:

    อ๊ากกกก แอบอ่านบล๊อกพี่มานานแล้วววว

    แอบสงสัยด้วย ว่าจะโดน tag รึเปล่า

    ทั้งๆที่ไม่ได้มีบล๊อกก

    แต่มันยังดักดานลากลงวงจรนี้ได้ เก่งจริงๆเพื่อนตู

    เพราะมันคือ myid (คล้ายๆได+บล๊อก ของเว็บเด็กดี)

    - -+

  4. 31
    หัวใจและความรัก THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    :: บทความน่าอ่าน ของฝากจากความรักครับ..

    คริสเตียนไทย/ trangcity@hotmail.com

    ยิ้มหน่อยนะ…

    “ในความ รั ก ไม่มีความ ก ลั ว
    แต่ความ รั ก ที่สมบูรณ์
    ย่อมขจัดความ ก ลั ว ออกไป
    เพราะความกลัวเกียวกับการลงโทษ
    ผู้ที่กลัวยังไม่มีความ รั ก ที่สมบูรณ์”

    - Bible -

    ในความมหัศจรรย์ของความรัก อีกอย่างคือ ความกล้าหาญ(Courage)
    เป็นความรักที่แสดงออกโดยไม่กลัวอุปสรรค์ที่ขวางหน้า

    . . โมเสส เมนเดลโซห์น ผู้เป็นนักประพันธ์เพลงชาวเยอรมันผู้โด่งดัง เป็นคนเตี้ยม่อต้อ
    ทั้งยังหลังค่อมอัปลักษณ์

    . วันหนึ่งเขาไปเยี่ยมพ่อค้าคนหนึ่งที่เมืองฮัมบูร์ก เมื่อโมเสสได้เห็นฟรุมต์เย บุตรสาวคนสวยของพ่อค้า
    เขาก็ตกหลุมรักเธอทันที!
    ช่างน่าเศร้าที่สาวน้อยฟรุมต์เยไม่ได้เกิดจิตพิศวาศในตัวของเขาเลย
    เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องเดินทางจากไป
    พลังรักทำให้โมเสสรวบรวมความกล้าหาญขึ้นบันไดไปยังห้องของฟรุมต์เยเพื่อขอคุยกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย
    แต่ยิ่งคุยด้วยกันก็ยิ่งรังแต่เพิ่มความโศกเศร้าให้แก่โมเสส
    เพราะเธอไม่ยอมแม้แต่จะมองเขาเลยในขณะที่คุยกัน ในที่สุด โมเสสก็ถามขึ้นว่า “ฟรุมต์เย
    เธอเชื่อหรือไม่ว่า การสมรสถูกกำหนดขึ้นแล้วจากบนสวรรค์”
    “ฉันเชื่อ” ฟรุมต์เย ตอบ แต่ยังไม่ยอมสบตากัยเขา
    “แล้วเธอรู้ไหมว่า ก่อนที่ผู้ชายแต่ละคนจะลงไปเกิดในโลก พระเป็นเจ้าประกาศว่า
    เจ้าสาวในอนาคตคือใคร สำหรับฉัน พระเป็นเจ้าชี้ให้ดูเจ้าสาวในอนาคตของฉัน และตรัสว่า
    …’ภรรยาของเจ้าจะหลังค่อม’…”
    โมเสสกล่าวพลางจ้องมองฟรุมต์เย้ และกล่าวต่อไปว่า….
    “…ตอนนั้น ฉันร้องทูลว่า ‘โอ พระเป็นเจ้า หากหญิงใดหลังค่อมจะเป็นเรื่องที่แสนเศร้า
    ขอได้โปรดให้ข้าพเจ้าเองหลังค่อมเสียเองเถิด เพื่อเธอจะได้สวยงาม’ ”
    เมื่อสาวน้อยฟรุมต์เยได้ยินเช่นนั้นก็เวยหน้ามองตาเขา และยื่นมือให้แก่โมเสส ต่อมาภายหลัง
    เธอได้กลายมาเป็นภรรยาที่แสนดีของเขา

    นี้เป็นความรักที่แสดงออกให้เห็นถึงความกล้าหาญด้วยความมุ่งมั่นและสติปัญญา ด้วยความเชื่อ
    แต่..สำหรับเราหากเรามีความรักในหัวใจต่อคนรอบข้างผู้อื่นและสังคม ด้วยความมุ่งมั่น เอาใจใส่
    เขาก็จะมองเห็นเองละครับ เพราะเราทำก็รักเขาอยู่แล้วนิครับ

    - รัก -

    “ความรักที่ได้รับมา
    และความรักที่มอบให้ไป
    เป็นการบำบัดรักษาที่วิเศษสุด!”
    - รัก.. -

    มีเรื่อง..เล่าต่อๆกันมาอยู่เรื่องหนึ่งที่ผประทับใจมากครับ

    ..มีนักเขียนท่านหนึ่งนามว่า แดน ในสมัยที่เขาเป็รวัยรุ่น
    คุณพ่อพาเขาไปยืนต่อแถวเพื่อซื้อตั๋วชมละครสัตว์ ข้างหน้าของเขามีครอบครัวหนึ่งซึ่งพ่อกับแม่
    ดูสภาพแล้วคงมีเงินไม่มาก พาลูก 8 คน ที่อายุล้วนต่ำกว่า 12 ปี ยืนเข้าแถวจับกันเป็นคู่
    มีอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
    ผู้เป็นพ่อกับแม่ยืนอยู่หัวแถว ยิ้มร่าเริงด้วยความภาคภูมิใจ พูดกับคนขายตั๋วว่า ”
    ขอซื้อตั๋วเด็ก 8 ใบ ตั๋วผู้ใหญ่ 2 ใบ”
    แต่เมื่อรู้ราคา ภรรยาถึงกับซ็อคหมดแรง คอตก ปล่อยมือที่เกาะข้างสามีลง
    ส่วนผู้เป็นสามีริมฝีปากเริ่มสั่น ถามคนขายบัตรย้ำอีกครั้งว่า..
    ” คุณว่าเท่าไรนะครับ? ”
    ชายคนนั้นมีเงินไม่พอ!
    พ่อของแดน ซึ่งเห็นเหตุการณ์ จึงดึงธนบัตรราคา 500 บาท แกล้งทำหล่นฟื้น แล้วก้มลงหยิบธนบัตรขึ้นมา
    แตะใหล่ชายผู้เป็นพ่อ แล้วพูดว่า…
    ” ขอโทษครับ เงินนี้หล่นลงมาจากกระเป๋าของคุณ”
    ผู้เป็นพ่อนั้น มองตาคุณพ่อของแดน แล้วกุมมือทั้ง 2 ข้างคุณพ่อของแดน เขากำธนบัตร 500 บาทนั้นแน่น
    ริมฝีปากสั่น น้ำตาเอ่อท่วมท้นไหลลงอาบแก้ม พูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า…
    ” ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก เงินจำนวนนี้มีความหมายต่อผม และครอบครัวมาก!”
    และด้วยเหตุคุณพ่อของแดนก็ไม่ได้มีเงินมากมาย คืนนั้น แดนกับพ่อจึงต้องกลับบ้านโดยไม่ได้ดูละครสัตว์
    แต่แดนพูดว่าเขาและคุณพ่อไม่ได้ไปเสียเที่ยว!

    นี่แหละครับ ความมหัศจรรย์แห่งรัก ที่สำแดงออกมาผ่าน ความเมตตากรุณา(Mercy)
    วันนี้ คุณสำแดงความรักกับใครแล้วหรือยัง?.

    - รัก -

    ..ผมขอยกตัวอย่างเรื่องของความรักในหลายๆเรื่องที่ขอยกมาให้ผู้อ่านในเวปคมชัดลึกนี้
    ได้เห็นว่าการแสดงออกถึงความรักนั้นต้องเรียนรู้ฝึกฝน ค่อยๆปรับความเข้าใจกัน ทำได้ไม่ยากครับ..

    ความมหัศจรรย์ของความรักประการที่สอง คือ
    ความรักที่แสดงออกมาเป็น ความพอใจรักใคร่ (Affection)
    คุณหมอ ฮาโรลด์ เล่าให้ฟังว่า คุณพ่อของท่านป่วยเป็นมะเร็งในตับอ่อน และจะอยู่ได้อีกเพียงแค่ 3-6
    เดือนเท่านั้น
    ปกติ มอฮาโรลด์กับคุณพ่อไม่ค่อยได้แสดงความรักต่อกันเลย เพราะพ่อเป็นคนที่ปกปิดความรู้สึกและดื้อ!
    วันหนึ่ง หมอเดินเข้าไปใกล้ๆคุณพ่อ
    ขณะท่านกำลังนั้งอยู่บนเตียงและพูดว่า…”ผมรู้ว่าพ่อรู้สึกอย่างไร
    ..ผมมองเห็นความเหินห่างระหว่างเราชัดขึ้น แต่ก็ทำให้ผมรู้ว่าจริงๆแล้วว่าผมรักพ่อมากแค่ใหน!”
    หมอฮาโรลด์ พยายามจะเอียงตัวเข้ากอดคุณพ่อ แต่ผู้เป็นพ่อกลับตกใจและตัวเกร็งมากยิ่งขึ้น
    เป็นเหตุที่ทำให้ความขุ่นเคืองใจเก่าๆ ของหมอเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีก และคิดในใจว่า
    “ผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ ถ้าพ่ออยากจะตายจากไปอย่างเย็นชา เหมือนเดิมก็เอาเลย!”
    แต่แล้วความมหัศจรรย์แห่งรักก็เกิดขึ้น!
    หมอฮาโรลด์ ตัดสินใจเลิกกล่าวโทษคุณพ่อที่เหินห่าง และตั้งใจจะแสดงความรักต่อคุณพ่อ
    จึงพูดกับท่านว่า…”หน่อยน่าพ่อ ขอเอาแขนโอบผมหน่อย”
    * ืนอยู่ขอบเตียง เอียงตัวมาใกล้พ่อ และเอาแขนของท่านมาโอบตัวหมอไว้
    ” ทีนี้กอดเลยนะครับ อีกครั้งครับ, กอดเลย ดีมากครับ!”
    ในนาทีที่หมอแสดงวิธีกอดให้พ่อ และพ่อกอดตอบ!
    หมอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ว่า “พ่อรักแกนะ” ซึ่งพลุ่งขึ้นในทันที!
    อย่างไรก็ตาม…พ่อลูกคู่นั้ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่ผู้เปนพ่อจะเลิกเกร็งและเริ่มรู้จักกอดเองได้อย่
    างเป็นธรรมชาติ
    ใช่ครับ! ทั้ง 2 ต้องกอดกันประมาณ 200 ครั้ง ก่อนที่พ่อจะสามารถพูดออกมาได้อย่างดังๆ
    ได้อย่างเป็นธรรมชาติว่า “พ่อรักแก!”

    .. ครับ วันนี้ คุณได้แสดงความมหัศจรรย์แห่งรักโดยการ กอดคนที่คุณรักด้วยความพอใจรักใคร่เขาหรือเธอจริงๆ
    แล้วหรือยัง?

    - รัก -

    . .

    ” ในที่สุดนี้ ท่านทั้งหลาย
    จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
    เห็นอกเห็นใจกัน รักกันฉันพี่น้อง
    มีจิตใจอ่อนโยน และถ่อมตัว”
    - เปโตร-

    ความสุภาพอ่อนโยน(Gentleness)
    ในเรื่องของความรักนั้น จะมีลักษณะความสุภาพอ่อนโยนและนุ่มนวล! ที่ปฏิบัติต่อกัน ดังเรื่องนี้ครับ

    .”เขาและเธอ แตกต่างกันแทบทุกด้าน ยกเว้นความรู้สึกดีๆที่มีให้แก่กัน
    เขาชอบดำ เธอชอบขาว ..เขาชอบเพลงร็อก เธอชอบเพลงสบาย ๆ
    เขาตัวสูง เธอไม่สูง ..เขาเรียนไม่เก่ง เอเต็มสี่แทบทุกวิชา
    เขาชอบเสียงเครื่องยนต์ เธอเกลียดความเร็ว
    เขาชอบฝน เธอกลัวเสียงฟ้าร้อง
    เขาเป็นคนเงียบๆ เธอร่าเริงและมีความสุขกับคนรอบด้าน
    เขาเก็บความรู้สึกและระบายกับเกมคอมพิวเตอร์
    เธออ่อนไหวขี้เหงาและช่างระบายกับเพื่อนๆ
    เขาน้ำตาซึมเพราะมองไม่เห็นค่าของตัวเอง
    เธอร้องไห้เมื่อคนอื่นถูกมองอย่างไร้ค่า
    เขาชอบเก็บตัวคนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ
    เธอชอบมิตรภาพที่ใครต่อใครหยิบยื่นให้ในโลกกว้าง
    แต่ถึงกระนั้นแม้จะมีคนมากมายรายล้อม แต่ก็ไม่ไดทำให้เธอหารว้าเหว่
    ทุกครั้งที่เขาเหงา เธอจะนั้งอยู่ข้างๆ โดยไม่เรียกร้องความสนใจ!
    ทุกครั้งที่เธอร้องไห้ เขาไม่มีคำปลอบโยน เพียงแค่กุมมือเธอไว้แน่น!
    ทุกครั้งที่เขามองเงาตัวเองในกระจก เขาเห็นเพียงผู้ชายที่ไร้ความสามารถ และไม่มีความสำคัญกับใคร
    แต่เธอกลับเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่สามารถปกป้องเธอและมีค่ามากมายสำหรับเธอ

    ทุกครั้งที่ฝนตก เธอจะนั้งหลบอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง สายฝนพัดพาความเหงา
    เสียงฟ้าร้องคำรามทำให้เธอหวาดกลัว แต่ทุกครั้งที่ฝนตก เขาจะโทรศัพท์มาด้วยความอ่อนสุภาพ
    และอยู่ตรงนั้นจนกระทั้งฝนหยุดตก! แม้จะไม่ด้พูดอะไรกัน แม้อยู่กันคนละสถานที่
    แต่เขาและเธอกลับอยู่กันในความเงียบโดยไม่รู้สึกอึดอัด! เขาและเธออยู่ในความสงัด
    แต่เหมือนได้คุยกันตลอดเวลา เขาและเธอหนาวด้วยกัน แต่กลับรู้สึกอบอุ่นในใจ เขาและเธอเหงาด้วยกัน
    แต่กลับรู้สึกตัวเองมีค่ามากขึ้น! ”

    .. นี้แหละครับตัวอย่างแห่งรัก ที่แสดงออกมาอย่างสุภาพอ่อนโยน เข้าใจ ดูแลเอาใจใส่กันและกัน

    เพื่อนๆผู้อ่านทุกท่านคงจะมีความสุขมากขึ้นจากที่ได้เห็นในเรื่องนี้ด้วยนะครับ

    - รัก -

    “จงรักกันด้วยใจจริง
    จงเกลียดชังสิ่งที่ชั่ว
    จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี
    จงรักกันฉันพี่น้อง
    ส่วนการให้เกียรติแก้กันและกันนั้น
    จงถือว่าผู้อื่นดีกว่าตัว!

    อย่าอ่อนระอา
    จงมีจิตใจกระตือรือร้นด้วยพระวิญญาณ์
    จงปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า
    จงซื่นชมยินดีในความหวัง
    จงอดทนต่อความยากลำบาก
    จงขะมักเขม้นอธิฐาน
    จงมีน้ำใจอัธยาศัยไมตรี
    จงอวยพรแก่คนที่เคี่ยวเข็ญท่าน
    จงให้พร อย่าแช่งด่าเลย
    จงซื่นชมยินดีกับผู้ที่ชื่นชมยินดี
    จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้ ”

    - bible -

    ในเรื่องของความมหัศจรรย์ของความรัก คือรักที่แสดงออกมาทางการให้ความสนใจในตัวบุคคลอื่น

    . . คงมีคนเข้าใจผิดที่คิดว่า ความรักทำให้คนตาบอด เพราะแท้จริงแล้ว ความรักไม่เคยทำให้ใครตาบอด
    มีแต่ความใคร่เท่านั้นที่ทำให้คนตาบอด!
    .แต่ความรักแท้ที่บริสุทธิ์ใส จะทำให้เรามองเห็นคุณค่าในบุคคลอื่นอย่างเข้าใจ
    และให้ความสนใจแก่เขาหรือเธอ
    ผมซึ้งใจในเรื่องของเด็จชายตัวน้อยคนหนึ่งนามว่า โอปอ
    เรื่องมีอยู่ว่าโอปอ ซึ่งเป็นนักเรียนประถมซึ่งมีความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งกับการได้ลงวิ่งแข่งในงาน
    “โอลิมปิกนัดพิเศษ” ของโรงเรียน
    ในวันแข่งขันพ่อแม่ของโอปอมาช่วยเชียร์กันสุดเสียงจากบนอัฒจันทร์
    และโอปอเองก็ไม่ได้ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เขาวิ่งเข้าเส้นชัย ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันประเภทแรก!
    เด็กชายโอปอรู้สึกดีอกดีใจกับรางวัลที่ได้และปลื่มปิติกับเสียงโห่ร้องกึกก้องจากผู้ชม
    ..เมื่อมาถึงการแข่งขันประเภทที่สอง โอปอก็เข้าประจำที่ เมื่อสัญาณดังขึ้น เขาออกแรงวิ่งเต็มฝีเท้า
    นำหน้าเพื่อนๆ ไปจนเกือบจะถึงเส้นชัย แต่แล้วจู้ๆ หนูน้อยโอปอก็หยุดกึกลงกลางคัน
    แล้ววิ่งหน้าระรื่นออกจากสนามไปหาพ่อแม่
    “เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” ผู้เป็นแม่ถามด้วยความห่วงใย
    ” ไม่เป็นไรครับ ” โอปอตอบ
    “แล้วทำมัยหนูไม่วิ่งต่อล่ะ ใกล้จะเข้าเส้นชัยอยู่แล้ว”
    หนูน้อยโอปอตอบอย่างซื่อๆว่า..
    “…ก็ผมได้รับรางวัลไปเหรียญหนึ่งแล้ว ..แต่ติตี้ เขายังไม่ได้รับสักเหรัยญเลยนี่ครับ
    คุณแม่!”

    - -นี่คืออีกภาพที่งดงามของความรักที่แสดงออกมาด้วยการระลึกถึงและให้ความสนใจต่อเพื่อน และบุคคลอื่น!
    . .วันนี้ คุณจะหยุดคิดถึงความสนใจหรือผลประโยชน์ของคุณเองสักครู่
    แล้วมองย้อนดูและให้ความสนใจกับความต้องการของคนอื่นๆรอบข้างบ้าง จะได้มัยครับ?

    - - - - - — - ขอให้ทุกๆท่าน มีความสุขสวัสดีตลอดปีใหม่นะครับ .. ขอพระเจ้าอวยพระพรทุกๆคนครับ -

Pages: [2] 1 » Show All