๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ - อวสานจิ้งจก

ขณะที่เขียนอยู่นี้ เส้นแบ่งเวลาโลกก็กำหนดให้ประเทศไทยโดดเข้าสู่วันแห่งความรักแล้วครับ
แต่เนื่องจากเวลาที่กรีนิชมันยังเป็นวันที่ ๑๓ ก.พ.อยู่ จึงขออ้างว่ายังเขียนไม่เลยวันละกัน
วันนี้ไม่มีเหตุการณ์อะไรนอกเหนือไปจากการใช้ชีวิตประจำวันที่แสนจะเป็นแบบแผน(?)
แต่ก่อนหน้านี้เวลาผมเดินผ่านตู้เย็น เหมือนจะมีกลิ่นเหม็นตุๆ อ่อนๆ แบบโชยมาแค่เพียงแผ่ว
ผมก็เป็นพวกจมูกฟุดฟิดแมนอยู่แล้ว ก็เดินดมไปก็ยังไม่ทราบที่มาของกลิ่น
แต่รู้ได้โดยประสบการณ์ว่าต้องมีจิ้งจกตายตรงไหนสักแห่ง
คือเดินเข้าไปในโถงบันไดแล้วมันได้กลิ่นไง แต่หาตัวไม่พบสักที ได้แต่หงุดหงิดเล็กๆ
แล้ววันก่อนก็พบว่ามีศพจิ้งจกชะตาชาดนอนแบนเป็นจิ้งจกถูกประตูทับเลยครับ
ก็มันถูกประตูทับน่ะสิ! โดนตรงเดียวกับที่เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นนี่แหละ
ตอนเด็กๆ ผมมีปมฝังใจหลายครั้งเกี่ยวกับการปิดประตูห้องน้ำที่บ้านแล้วทับจิ้งจกตาย
นึกภาพเวลารีบๆ ขี้จะแตกแล้วปิดประตูห้องน้ำ ได้ยินเสียงบานพับมันหนีบอะไรสักอย่าง
แกร่บ.. เป็นเสียงแกร่บที่มีเสียงเหมือนของเหลวแตกปริออกมาด้วย
พอเปิดประตูแล้วสอดส่องหาต้นกำเนิดเสียง (ในใจคิดว่าฉิบหาย ..เอาอีกแล้ว) ก็จะพบว่า
มีแผ่นเนื้อแบนๆ แผ่นหนึ่งที่เคยเป็นจิ้งจกมาก่อนแปะอยู่ในซอกนั้น
ถึงแม้ตัวจะจากไป แต่หัวใจ.. ไม่สิ แต่ส่วนหางของมันบางทีก็ยังดิ้นด้วยกล้ามเนื้อออโต้อยู่
มันเป็นภาพที่ทำให้ผมขี้ไม่ลง ต้องเดินไปหากระดาษแข็งๆ มาม้วนเขี่ยซากศพของมันออก
(ศพจิ้งจกที่สดๆ นี่ เวลาเขี่ยปั๊บมันจะมีเมือกเหลวๆ ย้อยมาตามกระดาษด้วย.. สยองแสยงนัก)
บางทีที่บ้านจะออกไปเที่ยวกันนอกบ้าน แม่ใช้ให้วิ่งปิดหน้าต่างรอบบ้าน
ผมก็วิ่งแล้วก็งับหน้าต่างเสียงดัง ปัง - ปัง - ปัง - ปังคุง - ปัง - ปัง - .. และ ..
โพละ!!.. (ฟริดซ์ซ์ ..เสียงประกอบจากของเหลวที่สาดกระเซ็นออกมาเป็นฝอยเล็กๆ สีเหลือง)
ด้วยความแรงของพลังแห่งความอยากขึ้นรถออกนอกบ้านเสียที
ทำให้ภาพของอดีตขี้เกี้ยมน้อยตัวนั้นยังคงตราตรึงฝังแน่นอยู่ในจิตใจของผมเสมอมา..
คือรู้เลยว่าถึงแม้เราไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็เป็นการฆ่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ น่ารักๆ ให้ตายจากไปเสียแล้ว
ด้วยภาพฝังใจดังกล่าวมันยังคงหลอกหลอนผมอยู่ ดังนั้นเวลาปิดประตูหรือหน้าต่างแต่ละครั้ง
ผมจึงต้องสำรวจตรงซอกของบานพับประตูทุกครั้งว่ามีตุ๊กเข้น้อยที่ไหนมาหลบนอนอยู่หรือเปล่า
ทำจนกลายเป็นนิสัย ชาชินจนไม่รู้สึกแปลกใจหรือฝืนใจตัวเองแต่อย่างใด
แล้ววันนี้ก็มาถึง
ตอนเช้าผมเดินไปเปิดตู้เย็น (ครับ.. เช้าของผมถ้าเทียบกับเวลาในประเทศไทยก็บ่ายโมง)
เห็นว่าน้ำแข็งในช่องฟรีซด้านบนมันมีมากไปจนล้นออกมา ก็ลองเปิดประตูช่องนั้นดู
ปรากฏว่ามันหัก - หักเพราะมีใครสักคนในบ้านนี่แหละครับที่เปิดไม่ออกเพราะน้ำแข็งมันเกาะ
แล้วก็ไปข่มขืนใจมัน จนหักอย่างที่เห็น (อย่าไปบอกใครนะครับ — ไอ้ปิงข่มขืนตู้เย็น!!)
ผมเดินถือแผ่นประตูพลาสติกนั่นเข้ามาในห้องทำงาน ถามหาตัวฆาตกรและสิ่งที่จะทำต่อไป
นั่นก็คือการละลายน้ำแข็งครับ ถ้าไม่ละลาย อีช่องแข็งนี่ก็คงอ้วนเผละเกินไปหน่อยแล้ว
ว่าแล้วก็กดปุ่มละลาย ป๊าบ..
ตัดภาพมาตอนเย็น น้ำแข็งเริ่มละลายไปหลายส่วนแล้ว ทำให้ความหนาของมันลดลง
ผมก็ใช้มือนี่แหละ โกยๆ ผงหิมะที่พอจะโกยได้ออกมา ส่วนไหนยังเป็นก้อนใหญ่อยู่ก็ปล่อยไว้
เพราะถ้าไม่โกยออกแล้วน้ำในกระบะหลังตู้เย็นมันจะเจิ่งนองพื้น เวลาเดินเหยียบแฉะๆ จะเซ็ง
ทันใดนั้นเอง มือก็ไปสัมผัสกับแท่งอะไรสักอย่าง นิ่มๆ สีน้ำตาล ขนาดเท่านิ้วก้อย
เหมือนเนื้ออะไรสักอย่าง .. ก็เลยเอามาส่องดู ..
ไม่ต้องทายเลยใช่ไหมครับ

ป.ล.
สภาพของมันสมบูรณ์มากครับ
ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าเกิดวันนี้มีดาวหางถล่มโลกขึ้นมาแล้วมนุษยชาติสูญสิ้นทั้งหมด
แล้วอีกล้านปีมีใครขุดพบตู้เย็นนี้ ก็อาจจะได้เจอฟอสซิลไดโนเสาร์แช่น้ำแข็ง
ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยเจอมา แล้วก็เอาไปสกัด DNA เพื่อเพาะเลี้ยงเป็นฟาร์ม
แล้วก็เปิดให้คนมาดู เป็น Lizard Park อันน่าสะพรึงกลัวต่อไปเอย..
ป.อ.
การแกะน้ำแข็งจากอู่เวลาละลายแล้วเอาไปทิ้งในโถฉี่นี่สนุกดีครับ
เพราะพอฉี่ลงไปตรงแผ่นน้ำแข็งหนาๆ เนี่ย ความร้อนของฉี่มันจะทำให้น้ำแข็งเป็นรู
รู้สึกเท่และมาดมั่นดี
ป.ฮ.
เข้าสู่วันแห่งความรักแล้วสินะ เอาบทความนี้ของลุงเปลว สีเงิน ไปอ่านกันสนุกๆ ครับ
February 14th, 2007 at 2:24
ตู้เย็นพี่แอน สยองจริงๆ
February 14th, 2007 at 2:57
มันเข้าไปอยู่ได้ไงนี่ สยอง
February 14th, 2007 at 3:06
พี่แอนก็ช่างถ่ายมาให้ดูเนาะ..
February 14th, 2007 at 5:44
วีก็สงสัยว่ามันเข้าไปอยู่ได้ยังไง
จิ้งจกไม่น่ารักเลยนะคะ
สยองงงง
February 14th, 2007 at 6:37
ตอนนี้แปดโมงครึ่ง กำลังกินข้าว

ป.ล.ทำไมต้องยกน้ำแข็งทิ้งด้วยล่ะเฮีย
ผมใช้วิธีเอาถาดไปรองใต้นั้นแทนน่ะ
February 14th, 2007 at 8:43
ขออนุญาตนะพี่ ผ่านมาอ่านน่ะ ..อ่านแล้วฮาา ดีจิงๆ ..ลืมเรื่องเครียดเมื่อเช้าไปเลย
February 14th, 2007 at 10:10
โอวววว จิ้งจกโดนก่อการร้าย
แล้วมันตายยังอ่ะคุณแอน
February 14th, 2007 at 10:53
ดีนะ ที่หนูไม่คึกไปล้างตู้เย็นให้..
กรี๊ดบ้านแตกแน่นอน
..
สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ
February 14th, 2007 at 11:07
อุ๊ย สวย
February 14th, 2007 at 11:38
จิ้งจก อยู่ในตู้เย็นได้ด้วย
นานๆ เปิดทีแน่ๆ
February 14th, 2007 at 12:17
มันยังไม่ตาย แค่ถูกแช่แข็งเอาไว้ ปั๊มหัวใจให้มันหน่อยซิครับ
February 14th, 2007 at 12:23
อือ น่ากลัว
February 14th, 2007 at 13:23
ขอโทษนะครับ
emo อ้วก แบบกใน f0nt forum อยู่ตรงไหนครับ
February 14th, 2007 at 13:37
…
แหวะ
February 14th, 2007 at 14:13
ง่า สวยอะ
ลป. พี่แอนโรคจิตเหมือนผมเลย ฉี่ใส่แผ่นน้ำแข็ง
February 14th, 2007 at 16:12
…
..
.
เหอเหอเหอ
แรกๆสนใจเรื่องกระปอมจิกกึ้มน้อย
หลังๆ เริ่มสนใจว่า ไอ้ฉี่ทะลุน้ำแข็ง
มันเป็นยังไง … แนวมากๆ
…
February 14th, 2007 at 19:52
13ก.พ.
hAppY biRtH day to mE!!
..
..
อยากเห็นฉี่พี่แอนจัง
February 14th, 2007 at 23:39
นี่….ไอ้เสียงปัง ๆ ๆ น่ะ คุ้น ๆ นะ
แต่ว่าฟอสซิล จิ้งจก…….มันสมบูรณ์แบบจริง ๆว่ะ
ปล. จิ้งจกเคยไปตายในตู้เสื้อผ้าตัวเองบ้านตู ที่ราชบุรี ตูต้องซักเสื้อใหม่หมดยกตู้
February 15th, 2007 at 0:25
น่ากั๊ว
เพื่อนเคยบอกว่าเอาจิ้งจกมาทัดหูมันจะนิ่ง….จริงนะ
ลองทำดูดิ่….มันขำดี….
แล้วจับให้ได้ จับให้มั่น อย่าให้มันสลัดหางได้ล่ะ
February 15th, 2007 at 1:28
พี่….. ก่อนพี่จะเจอซากมันเนี่ย

มีใครขูดน้ำแข็งไปใส่แก้ว ดื่มน้ำเย็นสบายใจเฉิบไปแล้วรึยัง????
February 15th, 2007 at 7:45
รูปภาพสีสวย สดน่าดูจิง
February 15th, 2007 at 13:37
โหย
February 18th, 2007 at 0:57
คือข้าพเจ้าก็ประสบเหตุเช่นเดียวกับ iannnnn หลายคราวนะ ส่วนมากจะเป็นที่หน้าต่างมากกว่า เวลาทับมันทีจะรู้สึกเสียใจ สวดมนต์ให้ทุกที