๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ - ไม่มีปาติหาน

๑.
มีใครเชื่อเรื่องปาติหานบ้างครับ
ผมเพิ่งบ่นอยู่เมื่อไม่กี่วันนี้เองว่าหน้าปากซอยหมู่บ้านเก่าๆ ที่ผมอาศัยอยู่นี่
มันไม่มีป้ายชื่อหมู่บ้านหรือป้ายซอยที่เด่นๆ ทำให้เวลาบอกทางใครที่มาบ้านจึงแสนจะลำบาก
แต่บัดนี้ ปาติหานมีจิงแล้วคับ! เมื่อ กทม.เอาป้ายเลขที่ของซอยมาติดตั้งเอาไว้
ในอินเทอร์เน็ต เราอาจชินกับข้อความที่เขียนวิจารณ์ในแง่ลบมากกว่าแง่บวก
คราวนี้ก็เลยขอชมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการติดป้ายชื่อซอยในครั้งนี้ครับ ซอยข้อยได้จริงๆ
๒.
ผมมีอีเมลของฮอตเมลเอาไว้เพื่อใช้งานเอ็มเอสเอ็นมาตั้งนมนานแล้ว
(สังเกต - ใช้คำว่าใช้ ไม่ได้ใช้คำว่าเล่น แต่ส่วนมากก็เล่นมากกว่าใช้)
เนื่องจากอีเมลหลักของผมที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็คือ Gmail ..นานๆ ทีก็ไปนั่งกวาดขยะใน Hotmail ที
แถมผมเป็นมนุษย์ที่ไม่น่าคบอีกประเภทก็คือ เป็นคนรังเกียจฟอร์เวิร์ดเมลครับ
ใครที่เจออะไรเจ๋งๆ เด็ดๆ มา ไม่ต้องส่งมาให้ผมนะครับ (ยกเว้นฟอร์เวิร์ดบางประเภท อันนั้นเอา)
การเข้าไปกวาดขยะในฮอตเมลสักทีนี่เป็นที่น่าเหนื่อยหน่ายมาก
เพราะระบบใหม่ของมันที่ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา ทำให้แทนที่จะใช้ง่ายขึ้น กลับกลายเป็นน่ามึน
ผมเคยยกเลิกไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่เป็นหนูทดลองของ Windows Live Mail Beta ใหม่ๆ
เพราะว่ามันแสดงผลมีปัญหามากๆ แต่กว่าจะยกเลิกได้นี่ต้องกรอกอะไรต่ออะไรไม่รู้ยุบยิบมาก
แต่ทำไปทำมาวันนึงก็ได้ตั๋วเชิญให้ลองมาใช้บริการของเราอีกครั้งสิคะ เราพยายามแล้วนะคะ
ก็เลยลอง Activate จาก Classic Hotmail เปลี่ยนเป็น Windows Live Hotmail อีกครา
ซึ่งบอกตามตรงว่ามันก็ใช้ดีขึ้นหน่อย ระบบโหลดอะไรต่ออะไรมาด้วย Ajax ก็หายเพี้ยนแล้ว
แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันช่างใช้ยากและขั้นตอนซับซ้อนเกินไป ไม่ถูกโรคกับคนที่ใช้ Gmail มาจนชิน
ยิ่งจำต้องมานั่งคัดกรองขยะออกจากจดหมาย ที่นานๆ จะมีส่งมาสักครั้ง (คนคงเดาเมลผมเอา)
ก็ยิ่งรู้สึกว่าเฮ้ย กูไม่เหมาะกับมันหรือมันไม่เหมาะกับกูก็ไม่รู้ล่ะ แต่คงทนคบกันได้ไม่ยาวแน่
๓.
หลังจากโฆษณาชื่อ “ปาติหาน” ได้รับการเผยแพร่ออกอากาศ กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์
มันเปลี่ยนภาพของการส่งเมลขอความช่วยเหลือแบบนี้ ที่ค่อนข้างจะเสียเปล่า กลายเป็นความหล่อไป
ผมเห็นจั่วหัวว่า “ใครลบใจดำมากๆ” หรือ “อ่านหน่อยเถอะแล้วช่วยส่งต่อด้วย” ทีไร
กดเข้าไปก็จะเจอกับการขออนุโมทนา ลูกผมขาดเม็ดเลือดขาวครับ ส่งต่อกันมาห้าปีแล้วก็ยังขาดอยู่
ผมก็จะกดลบทันทีแม้จะอ่านเนื้อหาไม่ครบฉบับก็ตามเหอะ — ด้วยเหตุผลตามที่ประชดประชันตะกี้
ถ้าเป็นเมื่อก่อนการกระทำอย่างนี้ สังคมครึ่งหนึ่งเห็นว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร
แถมถือว่าเป็นคนมีเหตุมีผลดีซะด้วยที่อ่านและคิดก่อนที่จะส่งต่อให้มันรกเมลชาวบ้านเขา
แต่พอปาติหานเกิดขึ้น มันก็สร้างปาฏิหาริย์ให้กับวงการฟอร์เวิร์ดเมลอย่างยิ่งใหญ่
คือปริมาณฟอร์เวิร์ดเมลที่มีเนื้อหาแบบนี้ ผุดขึ้นมามากมายมหาศาลปานแดงปานดำ
ใครส่งต่อถือเป็นความชอบธรรมและหล่อมาก ส่วนใครที่ไม่ส่งต่อ..มึงเลวจริงๆ ไอ้คนใจดำ!!
ผมไม่ชอบบรรยากาศนี้ครับ
๔.
ต่อไปเราอาจจะได้เห็นโฆษณาทีวีจากบริษัทที่ต้องการหาช่องว่างทางสังคมเพื่อสร้างภาพหล่อขึ้นมา
แล้วก็อาจจะมีบรรยากาศเท่ๆ อย่าง “เรามาให้เงินขอทานกันเถอะ” แล้วขอทานก็ผุดขึ้นเต็มกรุง!
สงสารก็แต่ครีเอทีฟรายการเรื่องจริงผ่านจอ หรือถอดรหัส หรือจุดเปลี่ยน
ที่ต้องทำการบ้านหนักกว่าเดิม
ป.ล.
ตอนเย็นไปกินอาหารที่เหลือจากการไว้เจ้า (ตรุษจีน) ที่บ้านปิงมา
ขอโทษนะครับป๊า — ผมว่าคนจีนนี่ติดนิสัย Maximalism จนเกินไปจริงๆ
ขนาดไอ้ปิงที่เป็นปีศาจแห่งการกวาดล้างสารอาหาร แล้วก็ผมกับโบว์ช่วยกันรุมกินโต๊ะก็แล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อตอนเย็นๆ เพื่อนของน้องปิงมากินกันอย่างตะบี้สีตะบันอีกสองคนก็แล้ว
หลังจากมื้ออาหารตอนทุ่มกว่าๆ ผ่านไป มองผาดไปที่โต๊ะอาหารโต๊ะนั้น
ทุกจานยังคงพูนล้นเหมือนยังไม่ได้ผ่านปากผ่านมือใครมาก่อน .. (เหลือก็ทิ้ง เป็นกันเกือบทุกบ้าน!)
ป.อ.
กาก้าคงได้เรียนรู้ว่า มันควรรักเสียงประทัด
เพราะเย็นวันที่จุดประทัด กาก้าจะได้กินของเหลือจำนวนมหาศาลจากมนุษย์
ป.ฮ.
วันนี้เขียนดึกวุ้ย ห่วงคุยเอ็มเอสเอ็น
แถม “ป้าคนนั้น” ดุมาว่าไม่ให้ก็อปี้ Chat Log มาวางแปะซะอีกแน่ะ
(ไม่รู้เล้ย ว่าใคร)
February 18th, 2007 at 5:03
ผมยังไม่เคยดูเลยอ่ะ
โคตรละโว้เลย
February 18th, 2007 at 5:06
ป้าหน่อย
ตูไม่ได้กินของไหว้เลย
February 18th, 2007 at 6:59
ผมไม่ค่อยชอบโฆษณาตัวนั้น เพราะเหมือนอย่างที่บ่นข้างบน
ผมรู้สึกว่าโฆษณามันแหลๆ ไงไม่รู้
February 18th, 2007 at 8:56
ปกติผมใช้สองเมลล์ อันนึงไว้ติดต่อธุระ อันนึงไว้ MSN
จะได้แยกกันไปเลยว่างานเป็นงาน วิวเป็นวิว…
เห็นด้วยกันโฆษณา “ปาติหาน” ดูแล้วยังงัยไม่รู้
แถมเดี๋ยวนี้เมลล์ประเภทนี้เยอะขึ้นจิงๆ แม่ผมป่วย ลูกชั้นไม่สบาย ตาผมบอด ฯลฯ
ตรุษจีนปีนี้แถวบ้านไม่กินหมูไหว้หมู แต่หันไปกินไก่แทน ทำไมหนอ?
February 18th, 2007 at 9:18
February 18th, 2007 at 11:54
วันนี้เอาแต่บ่นนะคะ
February 18th, 2007 at 12:06
วีอยากเปลี่ยนเมลที่เล่นเอม เป็นแอคเค้าของจีเมลล์
แต่เกรงใจคนในลิสต์ = =
February 18th, 2007 at 12:11
จะบอกว่าเป็นคนนึงที่ไม่ไม่ชอบฟอร์เวิร์ดเมลลล์เหมือกนัน ก็อย่างที่บอกว่ามันซ้ำไปซ้ำมา น่าเบื่อสุดๆ
…เป็นคนที่กินของไหว้ที่ไหว้ตากแดดไม่ได้อ่ะ เหอๆ กินทีไรท้องเสียตลอด
February 18th, 2007 at 12:36
ชอบเทศกาลนี้นะ ลาวอย่างข้าพเจ้าก็ได้กินของไหว้กะเขาด้วย
February 18th, 2007 at 14:39
หึหึ ได้ FW Mail มาเยอะเช่นกันครับ ได้กระทั่งที่เค้าบอกว่า อย่า fw กันอีกเลย ลูกผมตายไปตั้งนานแล้ว ยัง fw กันอยู่ได้
มีเพื่อนรังเกียจความซึ้งเช่นเดียวกัน แต่ไม่รู้มากกว่าคุณแอนหรือเปล่า เพราะทันทีที่มันดูโฆษณาประกันชีวิตตอนหญิงสาวลูคีเมียจบ มันดันโพล่งว่า “อ้าว งั้นผู้ชายก็ได้ประกันไปอะดิ” กับ “เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากทำประกันชีวิตกับเรา ถึงเป็นผู้หญิงใกล้ตายก็หาสามีได้”
ขำๆนะครับคุณแอน หากก้าวร้าวเกินไปลบได้คร้าบ
February 18th, 2007 at 15:11
อ่านตรงปล. คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว…ปีศาจโต๊ะจีน…
แต่ก็จิงอ่ะไหว้เจ้ากันทีไรของเหลือแล้วเหลืออีก…
เห็นหน้าไก่จนนึกว่ามันเป็นพี่น้องเรานั่งอยู่ในบ้านแล้ว…
February 18th, 2007 at 15:34
“ใครที่เจออะไรเจ๋งๆ เด็ดๆ มา ไม่ต้องส่งมาให้ผมนะครับ (ยกเว้นฟอร์เวิร์ดบางประเภท อันนั้นเอา”
..
ประเภทไหนหรอคะ พี่แอนขา~

February 18th, 2007 at 17:42
ไม่ได้จะเข้าข้างหรอกนะคะ และไม่ได้จะสนับสนุนเรื่องลบฟอเวิร์ดเมลเทือกที่กล่าวมาว่าถูกต้อง
แต่เป็นเหมือนกันเลยค่ะ ที่ลบ ไม่เหมือนตรงที่พี่แอนยังเปิดอ่าน แต่บุ๋ม พอเห็น FW. กับคำว่า ช่วยด้วย!มาเกริ่นนำ อารัมภบท ก็เป็นอันต้องกด delete ซะทุกคราไป
ไม่หล่อเลย
February 18th, 2007 at 18:45
February 19th, 2007 at 1:36
แต่ รู้สึกว่ามันทำให้กระแส”ช่วยส่งต่อด้วยครับ”แรงขึ้นจนต้องลบไปบ้างจิงๆ
โดยเฉพาะไอ้ประเภทที่เอาของกูฟอร์เวิดกลับมานี่แหละ
February 19th, 2007 at 3:02
Mail Box จะระเบิดแล้ว!!
ทั้ง FW เมลล์ ทั้งเมลล์จากเว็บโป๊
บาง FW เมลล์เคยได้รับมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันก็ยังเห็นมันวนเวียนมาอยู่เนืองๆ
สงสารคนป่วยใน FW จัง ตั้งหลายปีแล้วไม่มีคนคิดจะช่วยเค้าเลยรึงัยเนี่ย!
February 19th, 2007 at 9:07
…
..
.
หนุกดี
..
February 20th, 2007 at 10:58
อยากพิสูจน์เรื่อง Forward mail คนป่วย เหมือนกันครับ
February 21st, 2007 at 21:14
เห็นด้วยครับโคตรรำคาญเลย
February 24th, 2007 at 10:28
คุณธรรม ปักอยู่ในใจ ไม่ใช่แค่เป็นคนเก่ง ทำสิ่งที่รู้
(ชอบเพลงนี้นะไม่มีไรจ๊ะ)
เพื่อคนทั้งหลาย ไม่ทำลาย ซะเอง จึงอยู่นาน
วิธี แก้(ก็ไม่ได้เชิงแก้ไข แต่ดีกว่าไม่ได้ทำ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจและใช้มีe-mail ยุมันก้อจะกลับมาให้เราอีก)
forward mail พวกคนป่วยก้อคือ ให้พิมพ์ ว/ด/ป ที่คุณได้รับลงไป แล้วforward ต่อไป เมื่ออีกหลายปีต่อไป คนจะได้รู้ว่ามันนานมาแล้ว อาจจะเป็นการกระทำแบบโง่ ๆ อาจมีคำถามว่า ก้อ ไม่ต้อง forward มันซิ จะได้ไม่มีต่อไป
มีmail พวกคนป่วย บ้างเมล์ ที่พวกเราเห็นๆ คงไม่ต้องพูด เพราะโดน ทุกคน - -!
มันวิ่ง โคจร ยุใน e-mail เป็นเวลา 15 ปี มาแล้วก้อมี นะ เพราะเจ้าของเรื่องไม่ยอมลงวันที่
เพราะฉะนั้น เชื่อสิ อีก 5-10 ปีข้างหน้า พวกมันยังไม่หายหรอก ยังอยู่นี่แหละ
แล้วก้อพิมพ์บอกคนอื่นๆว่า ห้ามลบวันที่ของเก่า ให้พิมพ์ต่อท้ายไปเรื่อยๆ คนจะได้รู้ ว่า มันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว พิมพ์บอกให้ชัดเจน
เพราะส่วนใหญ่ก้อเป้นเรื่องจริงนี่แหละแต่มันนานมากแล้ว
วันที่ใน forward ก้อใช้ได้ยุ แต่บ้างคนตอน forward จะชอบลบทิ้วเพราะมันยาว
เพราะอย่างนั้น เราจึงต้องพิมพ์ ว/ด/ป ลงไปใน เนื้อข้อความเอง จะได้ไม่มีใครลบตอน forward
ทำแล้วชาติไม่ได้เจริญขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็นการฝึกการแก้ปัญหารวมกัน โลกเราจะได้ไม่ร้อนเหมือนทุกวันนี้ (เกี่ยวไหมนี่) อิอิ
โทษทีรบกวนไดอารี่คุณ
(ไม่เคยจุ๊บใครนะเนี่ย)
March 6th, 2007 at 15:40
เคยมีคนโทรไปถามเบอร์ที่ติดต่อพวกนี้แหละ ปลายสายเขาบอกว่า
“ลูกผมเสียชีวิตมาได้ปีกว่าแล้วครับ”
คนโทรงี้แทบอึ้ง
ปรากฏว่าเขาต้องเจอคนโทรมาถามเรื่องฟอเวิร์ดเมลล์นี้ซ้ำๆกันแทบทุกวันวันละสองสามรอบ
คนเป็นพ่อต้องบอกขอบคุณคนที่อยากช่วยแต่ช่วยไม่ได้แล้วแทบทุกวัน
เพราะฟอเวิร์ดเมลล์นั่นจะล่องลอยไปในระบบแทบตราบชั่วกัลปาวสาน
พูดถึงโฆษณานั่น ก็ส้นตีนสิ้นดี
คิดเล่นๆนะครับว่า
ทำไมต้องเริ่มเรื่องด้วยผู้ชายสักคนที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต?
ทำไมเนื้อเรื่องต้องเล่าผ่านเด็ก?
ทำไมให้คนเป็นพ่อเงียบไม่พูดไม่จา?
ทำไมต้องให้คนเป็นแม่(ซึ่งเป็นผู้หญิง) พูดเจือร้องไห้มาว่าต้องรอปาฏิหาริย์?
ทำไมมีการใช้ฟุตเตจคนเล่นคอมพิวเตอร์ ส่งข้อความ หรือใช้บริการการสื่อมากมาย(ซึ่งสินในโฆษณานานี้รองรับ) มาตัดสลับ โดยที่มันก็ไม่ได้บอกว่าคนที่นั่งหน้าโน้ตบุ้คมันกำลังเล่นอะไรอยู่?
ทำไมต้องใช้ภาพขาวดำ?
ทำไมมันจบต้องโลโก้ซึ้งเป็นภาพสี?
ทำไมคนส่วนใหญ่ดูแล้วรู้สึกว่าเล่นเน็ตอยู่เฉยๆก็ทำให้สังคมดีให้?
ทำไมมันจบลงท้ายด้วยคำว่า ยิ่งรวมกัน ชีวิตยิ่งดีขึ้น?
แนะนำบทความ วัฒนธรรมทางสายตา ของ สมเกียรติ์ ตั้งนโม ในเว็บไซต์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
แล้วก็มีเป็นรวมรวมบทความตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ “มองหาเรื่อง : วัฒนธรรมทางสายตา” มีขายได้ซํกเดือนกว่าๆนี่แหละ