164 | ไปยาลใหญ่ใส่สารพัด

เออ บ้านเรานี่ก็แปลกดีเว้ย
ในขณะที่มีการวิจารณ์ภาพยนตร์กันอย่างสนุกปากสนุกมือ
แต่หันมองมาทางวงการวรรณกรรมวรรณแบ ไม่ค่อยยักกะมีใครวิจารณ์อะไรกันเท่าไหร่
ไม่รู้ว่าวงการนี้มันเล็ก (คงน่าเศร้า) หรือว่าคนที่นิยมอ่านหนังสือเขามีข้อตกลงร่วมอะไรกัน
..คงไม่ เพราะเห็นว่าในนิตยสารรายสัปดาห์หลายฉบับก็มีคอลัมน์ที่พูดถึงหนังสือเหมือนกัน
แต่ส่วนมากเนื้อหาจะออกไปในทางแนะนำเชิญชวนให้อ่านมากกว่า
อีแบบที่สับแหลกๆ นี่ไม่ค่อยเจอ .. ใครสักคนเคยบอกว่าวงการนี้มันเล็กจ้อยเสียเกินกว่าจะกัดกัน
เอ๊ะ หรือสื่อชนิดเดียวกันจะเกรงใจกันและอ้อมแอ้มเวลาจะโทษใครเขาชัดๆ
แบบเดียวกะทีวีช่องอื่นในกรณีไอทีวีในคืนชะตาขาดนั้น แหม เกรงใจกันจริงจริ๊ง~ จนตูจะอ้วก
เอ้า กลับเข้าเรื่องนิสัยเกรงใจ (ซึ่งเป็นข้อดีของคนไทยนะจ๊ะ เราน่ารักอยู่แล้ว)
ในขณะเดียวกัน เราก็ติดนิสัยการวิจารณ์หนังมาจากฝรั่ง ที่มีนิสัยลูกอีช่างวิจารณ์อยู่แล้วมาทั้งดุ้น
เอะอะเรื่องอะไรไม่ถูกใจพ่อให้ดาว แจกเกรดกันหมดเลย บางทีให้ไปน้อยๆ หนังเลยพาลเจ๊งคาที่
นี่คงเป็นกำไรของผู้บริโภคที่จะเสพหนังจากปากกาเทวดา ก่อนที่จะเข้าไปเสียดายตังค์ในโรงมั้ง
แต่พอหันมาดูปริมาตรของวงการหนังในบ้านเรา มันก็เล็กแค่กระหยิบมือ
ดังนั้นปากกาเซียนทั้งหลายที่เขียนออกมา ทั้งเซียนจริง และ เซียนตีนกร้น (เอ้า ผวนเลย)
บางครั้งการวิจารณ์ในเชิงลบโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือรู้แล้วแหละ แต่กำเบี้ยจากศัตรูมาเขียนด่า
มันก็ยิ่งขอดขูดเลือดเนื้อของวงการที่อยู่กันอย่างจำกัด ให้มันเล็กลงไปอีก
จนเดี๋ยวนี้เราไม่ได้ฉลองความสำเร็จของหนังไทยกันที่ ๒๐๐ ล้านกันแล้ว
เอาแค่เรื่องล่าสุดที่เพิ่งเอาแสงสีเสียงไปสาดใส่จอเมื่อไม่นานมานี้
เขาปิดซอยฉลองกันที่ตัวเลขรายได้ ยี่สิบล้านบาทครับ
วงการนี้ในบ้านเรา ผ่านยุคฟองสบู่มาแล้วครับ
บัดนี้จึงหดเหมือนหนังไข่ยามต้องลมหนาว
แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ผมจะเขียน เอ๊ะ หรือเกี่ยวก็ไม่รู้
เพราะไอ้ที่เขียนข้างบน มันดันเถลออกไปไกลยันพม่ารามัญนู่น
(แถมมีคำสร้อยฟุ่มเฟือยเต็มไปหมดอย่างกับตดในส้วมสาธารณะ - นี่ก็ฟุ่มเฟือย)
เอาสั้นๆ นะ เมื่อวานซืนผมกลับจากมีตติ้งฟ๐นต์ครั้งที่สาม (ขี้เกียจทำลิงก์ เพราะค่อนข้างอโคจร)
ระยะจากดรีมเวิลด์ไปบ้านโบว์ใกล้กว่ามาถึงบ้านที่ลาดพร้าวนัก ก็เลยไปซุกหัวนอนแล้วค่อยมา
(นานๆ ทีก็แวะไปสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ของคุณแฟนทีนึงครับ แล้วก็ลงไปกองให้หมาเลียหน้าเล่น)
บ้านนี้เขานอนตอนกลางคืนกัน (เอ๊า ก็เหมือนกับทุกบ้านล่ะวะ) ผมซึ่งเป็นมนุษย์นกฮูก นอนไม่หลับ
ก็เลยเดินวนรอบห้อง สายตาสาดไปเสียบเข้ากับนิตยสารปกสีเหลืองมันปลาบเล่มนั้น..
อะเดย์ เล่มเก่า มุมปกมีเขียนตัวเลขบอกอายุว่าเป็นฉบับที่ ๔๗ .. ว่าด้วยนิตยสารไปยาลใหญ่
หน้าปกสีเหลืองมันปลาบ มีมัมมี่ทัดดอกไม้ยืนโอบเอวสาวเมย์ พิชญ์นาฎอยู่ (เฮ้ย อิจฉา!!)
ผมนั่งพลิกอ่านอีกครั้งด้วยความคิดถึง (อ้างไปงั้นแหละ ที่จริงตูนอนไม่หลับ)
อารมณ์ในการพลิกอ่านแต่ละหน้าช่างเพลิน ราวกับเพิ่งได้ทำความรู้จักกับเนื้อหาภายในเล่มอีกครั้ง
ทั้งๆ ที่อะเดย์ฉบับนี้ผมเคยลืมวางทิ้งไว้ที่บ้านโบว์ตั้งแต่ปีกลาย (อ่านออกเสียงว่า ปี-กลาย)
ผมเริ่มคบกับอะเดย์ตั้งแต่ฉบับแรก ถึงจะไม่ได้อยากรู้จักหรือโอ้อวดตัวว่ากูก็อ่านมันเกือบทุกเล่ม
(เพราะมีอยู่พักใหญ่ๆ ที่มันกลายเป็นหนังสือที่เจาะตลาดเด็ก ม.ปลาย - สังเกตจากโฆษณาในเล่ม)
แต่พอรายการแฟนพันธุ์แท้อะเดย์ออกอากาศ นั่งๆ ดูก็พบว่าตัวเองตอบคำถามในรายการถูกทั้งนั้น
(ไหนๆ วงเล็บจะเยอะแล้วก็แถมให้อีก ว่านี่ขนาดไม่ได้นั่งท่องแบบผู้เข้าร่วมรายการนะเนี่ย)
โอ้ ขี้อวดจริงๆ — นี่แสดงว่าผมต้องรู้สึกชื่นชมเคารพบูชาสถาบันเด็กแนวแห่งนี้กระนั้นหรือ?
เปล่าเลย และผมก็ไม่ค่อยชอบคุณโหน่ง (วงศ์ทนง) ซะด้วยสิ (ขอโทษนะครับที่ต้องพูดถึงพี่)
อย่างน้อยเขาก็ทำให้ผมรู้สึกได้ชัด ว่าเขาภูมิใจในสถาบันที่เขาสร้าง จนออกนอกหน้ามากเกินไป
จนรู้สึกว่าเฮ้ย เหมือนเขาเดินแล้วจมลึกในบ่อเกียรติภูมิที่ตัวเองขุด ลึกลงเรื่อยๆ แล้วว่ะ
ถามใคร (ที่อ่านและติดตามมาก่อนกระแสจะเกิดเหมือนกัน) ก็เป็นเหมือนกัน คือรู้สึกว่าอะเดย์บวมน้ำ
คือมันจืด อ่านแล้วอิ่มตื้อ แต่ไม่อร่อย แถมกินไม่หมดเล่มด้วยเพราะรู้สึกเลี่ยนเหมือนกินข้าวผัดเอียนๆ
ก็ใช่ว่าจะเปรียบเทียบหรือฝังใจ กับภาพยุคเรืองรองของนิตยสารหัวนี้จนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
แต่นิตยสารที่อ้างอัตลักษณ์ของตัวเอง ว่าเป็นผู้นำด้านการแหกคอก* อย่างนี้
น่าจะทำอะไรได้มากกว่าการผลิตซ้ำรายเดือนโดยเดินตามรอยเดิมๆ นะครับ
(ถ้าจะอ้างธุรกิจ ก็จงเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่คุณผูกกติกานี้ขึ้นมากันเอง)
เมื่อตอนผมอ่านเล่มหนึ่ง (ผมไม่รู้เรื่องการลงขันอะไรนั่นของคุณโหน่ง แต่รู้จักอะเดย์จากอะเดย์โดยตรง)
อ่านจนจบด้วยความทึ่งและประทับใจที่สุด .. และมองว่านี่คือไปยาลใหญ่ในยุคปัจจุบัน ระดับนั้นเชียว
ใครไม่รู้จักไปยาลใหญ่ก็ไปหาอ่านเอาจากอะเดย์ ๔๗ ก็ได้ครับ
จะได้รู้ว่าตำนานนิตยสารหัวคิดสร้างสรรค์ที่สร้างสรรค์จริงๆ ของไทยเป็นยังไง
ส่วนผม ที่รู้จักมันก็เพราะตอนเด็กๆ เคยไปขุดกรุหนังสือของพี่แล้วเจอเข้า
อ่านได้แค่ไม่กี่เล่มก็ลงแดง ไล่ตามอ่านจนรู้สึกว่า ด.ช.แอนติดใจไปยาลใหญ่เข้าเส้นเลือด!!
ด้วยอาร์ตเวิร์กที่เชยสนิท (ในสมัยนั้นคงจ๊าบน่าดู) และมุกไอเดียสร้างสรรค์ล้นทะลักเล่ม
พูดอีกก็ถูกอีกว่ามันมีส่วนหลายเปอร์เซ็นต์ทีเดียวที่สร้างแอนให้เป็นไอ้แอนนนนนในทุกวันนี้
ว่าเข้าไปนั่น.. (แต่จริงนะครับ อิทธิพลของแรงบันดาลใจนั้น พาให้ผมกลายเป็นเด็กสถาปัตย์จนได้)
สาบานได้ว่าตอนนั้นไม่รู้จักชาวสำนักศิษย์สะดือ-ชื่อของทีมที่ทำไปยาลใหญ่-เลยแม้สักคนเดียว
ไม่รู้ด้วยว่าวันหนึ่งเขาเหล่านั้นจะกลายเป็นตำนานของวงการอะไรสักวงการหนึ่งในบ้านเราในปัจจุบัน
(กลัวไม่เก็ต งั้นลิสต์รายชื่อทีมงานนิตยสารเล่มนี้ให้นะครับ เอาตั้งกะ บ.ก.ยันเด็กฝึกงานเลย ดังนี้:
ประภาส ชลศรานนท์ / ปินดา โพสยะ / ศุ บุญเลี้ยง / วายร้ายสีแดง / ตุ้ม พุทรา / บินหลา สันกาลาคีรี /
จิระ มะลิกุล / นิติพงษ์ ห่อนาค / วัชระ ปานเอี่ยม / หมูตู่ / รักษิตา / หนุ่มเสก / จ่าแจ๋ว / หมูบาน /
เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย / โอ๊ทส์ / บัวไร / สะดือศิวดี / โน้ต อุดม / พิง ลำพระเพลิง / คันถ์ชิต / ฯลฯ)
ไม่น่าเชื่อว่าตอนนั้นที่ผมรักไปยาลใหญ่อย่างปักใจ - โดยที่รู้จักเพียงตัวหนังสือในเล่มเท่านั้น
พอมานั่งลิสต์รายชื่อและอาชีพการงานหลังจากไปยาลใหญ่เจ๊ง (มานานแล้ว) ในอะเดย์ .. ผมขนลุก
รายชื่อคนในวงเล็บข้างบน เป็นผลิตผลจากสำนักศิษย์สะดือ ที่ปัจจุบันคือตำนานที่มีชีวิต
ไปยาลใหญ่ (และเฉลียงที่เป็นธุรกิจซ้อนทับกัน) กลายเป็นสถาบัน และสานต่อไปยังรุ่นน้องรุ่นนุ่ง
เฮ้ย นี่มันสุดยอดเลยนะ!
ถึงแม้จะเว้นจากการซื้อไปพักใญ่ แต่ผมก็ยังคงติดตาม และรักในสิ่งที่อะเดย์ยึดมั่นอยู่เหมือนเดิมครับ
เล่มที่ผมชอบที่สุดก็คือฉบับที่ ๗๓ เล่นเนื้อหาเรื่องประเทศลาว
(บอกอีกรอบละกันว่าผมเป็นคนที่สนใจประเทศลาวมากครับ แต่ให้หัดพูดลาวยังไงก็พูดไม่ได้ซะที)
และ บ.ก.อะเดย์ที่ผมชอบที่สุดก็คือคุณทรงกลด - บ.ก.คนปัจจุบันนี้เอง ที่พาอะเดย์กลับมาสว่างอีกครา
หลังจากที่กลายเป็นหนังสือจืดๆ และดำเนินรอยตามและพยายามรักษาความสำเร็จของตัวเองมาเสียนาน
ดังนั้นดีใจด้วยครับ! นิตยสารที่มีคุณเป็นหัวหอกนำทัพ มันกลับมามีสีสันอีกแล้ว! (ตบหัวแล้วลูบหลังนี่หว่า)
ไม่ได้จะเปรียบเทียบอะเดย์กับไปยาลใหญ่นะ
แต่ในฐานะคนอ่านคนหนึ่ง ก็อยากจะแสดงความรู้สึกต่อสื่อที่ผมเสพติดสักหน่อย - คงไม่ว่าใช่ไหมจ๊ะ
ป.ล.
ตอนนี้เขียนยาวหน่อยนะครับ แถมเป็นเรื่องความทรงจำส่วนตัวด้วย นี่กะจะไม่เปิดพื้นที่ให้คนอ่านเลยรึ
เชื่อว่าไม่มีใครอ่านครบทุกคำหรอก (เพราะเวลาผมอ่านบล็อกคนอื่นก็อ่านข้ามๆ เหมือนกัน .. ยาวชิบ)
พอผมขี้เกียจเขียนตอนใหม่หน่อยเดียว ทำมาโวยกันนะพ่อคุณแม่คุณ
อย่าเร่งสิโว้ย คนจะปั่นบอร์ด!
ป.อ.
ใครอีกก็ไม่รู้ ได้กล่าวไว้อีกแล้วว่า เด็กแนวต้องฟังแฟต ถืออะเดย์ แล้วก็อะไรอีกสองสามอย่างนี่แหละ
ผมก็เลยฟังแฟต(เช่นเดียวกับที่ฟังคลื่นอื่นที่เพลงเพราะ) และถืออะเดย์โดยหันปกออก เพื่ออวดใครว่ากูแนว!
ตลกดี สองบรรทัดที่ผ่านมานี่อธิบายกันยาก เพราะดูมันเป็นสิ่งที่เสียดสีกันเองหลายรอบ จนไฟลุกท่วม
ป.ฮ.
*ขยายความจากดอกจันข้างบน: ในอะเดย์ฉบับไปยาลใหญ่ มีอยู่หน้าหนึ่งที่คุณวชิราไปสัมภาษณ์พี่จิก
ด้วยคำถามประมาณว่า “คุณว่าคุณเป็นพวกแหกคอกหรือเปล่า” - ฮั่นแน่ เตรียมรอคำตอบโหน่งๆ ได้เลย
ทว่า คุณประภาสตอบกลับมาว่าไม่รู้สิ คอกของผมมันคงใหญ่มากจนวิ่งเล่นได้สบายๆ เลยมั้ง
เหนือครับเหนือ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเด็กคุยกับผู้ใหญ่ยังไงยังงั้น - พี่จิกครับ พี่ “เหนือ” มากครับ
(ไม่รู้ผมตีความถูกเปล่า และไม่รู้พี่จิกจะคิดแบบที่ผมอ่านแล้วคิดไปหรือเปล่า - แต่นี่คือการสอนมวย)
March 12th, 2007 at 6:31
แล้วถ้าถามพี่แอนนนนนมั่งล่ะ
“คุณว่าคุณเป็นพวกแหกคอกหรือเปล่า”
พี่แอนนนนนจะตอบว่าอะไร ??
March 12th, 2007 at 7:42
เพิ่งมาเจอได้ไม่กี่วัน คุ้ยอ่านไปหลายหัวเรื่องแล้ว เขียนดีครับ ชอบใจ ขอให้เขียนต่อไป
March 12th, 2007 at 10:35
พี่จิกเหนือเสมอๆ
March 12th, 2007 at 10:40
เค้าอยากถือ อะเดย์ โชว์ปกมั่งอ่ะ จะได้แนว
March 12th, 2007 at 10:46
บล็อควันนี้สนุกดี (อ่านครบทุกคำเลยนะ)
March 12th, 2007 at 11:14
ฟังแฟต อ่าน ะเด
หลักสูตรเด็กแนว?
ผมทำทั้งสองอย่างมานาน
ก็ยังคงอยู่ในคอก
March 12th, 2007 at 11:17
เหนือมากครับ สรุปเฮียได้นอนกี่โมง
March 12th, 2007 at 11:51
อืม…น่าเสียดาย ที่บ้านไม่สามารถขุด ฯลฯ มาอ่านได้เลย…
ทำไมพี่ๆ ไม่เป็นเด็กแนวซื้อมาเก็บไว้บ้างนะ….ฮือ อยากอ่าน
ขอซีรอกซ์ต่อได้ไหมคะแอน
March 12th, 2007 at 12:49
ฮาโหลพี่แอน
ยังเด็กอยู่ เราชอบกลุ่มนักเขียนของเขา เราก็ไม่ได้รู้จักไปยาลใหญ่มาก่อนเท่าไหร่ แต่พอเราได้อ่านสัมภาษณ์นักเขียนเจ๋งๆหลายๆคน เราพบว่าเขาเคยผ่านสำนักศิษย์สะดือมาก่อน เราเลยสนใจไปตามหามาอ่านเลย
เราก็มี”แนวโน้ม” ว่าจะชอบนิตยสารไปยาลใหญ่นะแต่เราเกิดไม่ทันน่ะ
เราก็เลยไปขุดๆหาของเก่าอ่านที่จตุจักรแต่บุญเราไม่ถึงเราเลยหาไม่เจอ
กระนั้นก็เหอะ เราได้ไปเจอเว็บไซต์ที่ซ่องสุมไปยาลใหญ่ฉบับเก่าๆเอาไว้แบบออนไลน์
เราปรินท์จนหมึกหมดบ้านเลย
ถ้าพี่แอนยังไม่เคยไปก็ลองไปดูนะ http://katikala.com/somethingelse/index.html
(เราเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรือเปล่าเนี่ย เราว่าพี่แอนรู้แล้วแน่เลยอ่ะ ไม่น่าพลาด)
—————
เรามีความรู้สึกว่าเราแอบเบื่ออะเดย์ ก็นิดหน่อย ตอนนี้เราชอบนิตยสารสารกระตุ้นมากกว่า ของเวิร์คพ้อยท์น่ะพี่แอน
March 12th, 2007 at 13:00
โอ้ ขอบคุณครับคุณโรคจิตฯ
ลิงก์นั้นเคยเข้าไปสมัยโน้นแน่ะครับ จนลืมไปแล้วจริงๆ นะ
ก็เลยขอขอบคุณมากครับที่เอามาปันกัน
(ไม่ขายสวนหรอก ตาลุงเฝ้าสวนลืมไปหมดแล้ว)
ส่วนสารกระตุ้น ผมซื้ออ่าน ๘ เล่มแรกครับ
ให้โอกาสคนทำหนังสือได้พิสูจน์ตัวเองถึง ๘ ครั้ง
แล้วก็พบว่ามันก็ยังไม่ “ถึง” จริงๆ อย่างที่คาดหวังกับยี่ห้อและเบื้องหลังของมัน
นี่แหละข้อเสียของการรู้จักที่มาที่ไปของหนังสือ ..มันทำให้เราคาดหวังเกินไป
จนตอนนี้สารภาพครับว่าอะเดย์ในช่วงหลังนี้ กลับมาดีอีกครั้งจนน่าตกใจ
ใครที่เคยผิดหวังกับมัน ลองวกกลับมาอ่านสักฉบับสิครับ
เอาแค่หน้ารายชื่อทีมงานก็สนุกแล้ว
March 12th, 2007 at 13:49
a day story
a day story comic
อีกสักพักคงมี a day story animation
March 12th, 2007 at 15:35
ก้แอบอ่านมานานแล้วแหละ
แต่วันนี้ขอเม้นท์หน่อย
เรื่องของเรื่องมีอยุ่ว่า
.
.
วันนี้ฟังแฟทอยุ่ดีๆ
ดีเจเค้าก้พุดถึงบล็อคพี่ด้วยแหละ
บอกว่ามีบล็อคนึงก้น่าสนใจดีมีน้องคนนึงส่งsmsมาบอก
แล้วเค้าก้บอกว่าชื่อเวบ เอียนดอทคอม
แล้วก้สะกดให้ฟังว่า ไอ-เอ-เอ็นๆๆๆๆ ดอท คอม
อ่าว!?
คุ้นๆนี่หว่า
ขำกลิ้งเรย
55+
March 12th, 2007 at 21:22
๕๕๕๕๕
กลายเป็นเวป “เีอียน” ไปซะแล้ว…โ่ถ่….
March 12th, 2007 at 21:29
ลิสท์เทพ

March 12th, 2007 at 22:26
แต่ซื้ออ่านบางเล่มอ่ะ ซื้อเฉพาะปกที่ชอบ
March 13th, 2007 at 2:21
แอบขำ เวบเอียน
อิอิ
อ่านครบทุกตัวอักษรเลยค่ะ
สรุปว่าบ้าใช่มั้ยเนี่ย
คอกใหญ่
หึหึ เหนือความคาดหมาย
คิดได้ไง
เคยต้องอ่านหนังสือแนวๆนี้เพราะมันเป็นหนังสือนอกเวลา
อ่านๆไปมันก็โอเึคอ่ะนะ แต่พอต้องทำข้อสอบนี่ดิ
หินอ่ะหิน
March 13th, 2007 at 2:49
ไม่รู้จักไปยาลใหญ่ แต่ลิสต์นั้น
ชอบทั้งนั้นเลย
March 13th, 2007 at 12:10
ช่วงหลังๆ ที่อะเดย์กลายเปนสัญลักษณ์…..
เราถือ สัญลักษณ์นั้น เข้าตัว ครับ “กรุไม่อยากแนวววววววว”
เดี๋ยวนิเลิกซื้อไปแล้วว
March 13th, 2007 at 13:32
อ่านอะเดย์บ้างในบางเล่ม
ก็มีที่โดนบ้าง ไม่โดนบ้าง
ชอบทรงกลด บางยี่ขัน
รู้จักเค้าครั้งแรก จากการอ่านพ็อคเก็ตบุ๊ค
ที่มีหัวเรื่องน่าสนใจ
จากนายเท้าซ้าย เด็กชายเท้าขวา
มานั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่งตะวันตก
จนวกมาพบสองเงาในเกาหลี
ก็ได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีดี
ตีกรอบความคิด แตกประเด็น ด้วยพาทีที่คมคาย
แนว ไม่แนว อันนี้ก็ไม่ทราบ
แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าสร้างสรรค์
แถมสำนวนยังปรุงแต่งความโรแมนติคเข้าด้วยกัน
ชวนเพ้อฝัน ยิ้มขัน อารมณ์ดี
ฟังแฟตบ้าง เพราะอยากเสพเพลงที่หลากหลาย
เป้าหมายคลื่นคงไม่ใช่เพื่อเด็กแนว
น่าจะเป็นโอกาส ให้คนทำเพลง ได้สื่อกับคนฟังอีกทางหนึ่ง มากกว่า
March 13th, 2007 at 16:17
ผมเริ่มอ่าน a day เล่ม 1 ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
และเลิกอ่านเพราะรู้สึกเบื่อ
จนปัจจุบันก็ซื้อเฉพาะปกที่สนใจ
ส่วนกับไปยาลใหญ่ ผมเป็นแฟนเหนียวแน่นของพี่กาเหว่า เพลงดาบแม่น้ำร้อยสายครับ
March 13th, 2007 at 17:15
ยินดีที่ได้เจอสาวก ฯลฯ
ถ้าได้ลองพูดคุยกับคนยุค ฯลฯ จะมีอะไรอยู่ในจิตสำนึกคล้ายๆ กัน
March 13th, 2007 at 20:54
หนิงไม่เคยอ่านอะเดย์เลย เห็นที่บ้านมีอยู่เล่มนึง
เล่ม3 ปกเป็นรูปวงเฉลียง
(น่าจะเอาไปจับวันมีตติ้งเนอะ 55)
March 13th, 2007 at 22:33
อัพซะอ่านเพลินเลยพี่..หนูอ่านทุกคำหละ..
แต่…พี่แอนว่าไงบ้างนะ…ฮ่าๆๆๆ
March 14th, 2007 at 0:16
แอนอ่าน ฮิฮิ… ด้วยนินา….ฮิฮิ…
Mr.P กินสายที่บ้านหรือยัง…ฮิฮิ
March 14th, 2007 at 1:05
รู้จักไปยาลใหญ่ ประมาณนึงครับ แต่ไม่นึกว่ารายชื่อขุนพลจากค่ายนี้จะน่าตื่นตาขนาดนี้..สุดยอด!!
March 14th, 2007 at 12:08
อ่านอะเด เล่มแรกๆเหมือนกัน พักหลังๆไม่ได้อ่านเพราะอ่านเริ่มไม่รู้เรื่อง เหมือนจะแก่ หรือการวางเรื่อง วางหน้ามันแปลกๆไม่คุ้นตาคุ้นใจ ตอนหลังมาเลยเลิกอ่านซะงั้น
March 14th, 2007 at 12:57
อยากอ่านไปยาลใหญ่
อยากอ่านอะเดย์เล่ม ไปยาลใหญ่
ขอยืมอ่านหน่อยสิพี่แอน
March 14th, 2007 at 14:19
…
..
.
เหอ เหอ
ไหงวันนี้แอนพูดเรื่องอะเดย์ได้
ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแอนก็แฟนพันธุ์แท้อะเดย์
ถึงขนาดตอบได้ทุกคำถามที่ถามเนี่ย
มันเทพชัดๆแล้วนา
รู้สึกเรื่องของแอนวันนี้ … ใกล้ๆ ตัวเราชอบกล
ป.ล. ฝากถึงคนที่ชอบอุดม แต้มาเยี่ยมเยียนเวปไซต์ได้ที่ udomteam.com
…
March 14th, 2007 at 18:09
ไม่เคยถือ อะเด อ่ะ จะมีก็…แค่ฉีกปกนางนวลพักใส่กระเป๋ากางเกงติดตัว
March 14th, 2007 at 19:41
อะเดย์ผมก็ชอบอ่าน แต่ไม่ได้ซื้อทุกเล่มหนะคับ
March 14th, 2007 at 21:55
อยากอ่าน A Day เหมือนกัน
แต่ใครๆก็อ่าน เพราะอ่านแล้วแนว
เลยไม่อ่านดีกว่า
ไม่อยากแนว
March 15th, 2007 at 1:56
อะเดย์รู้จักครั้งแรกจากจดหมายของคุณโหน่ง ที่ส่งมาหาขอทุนลงขันทำหนังสือ แต่ไม่มีตังลงขันกะเค้า ก็เลยซื้ออ่านเอาเป็นเล่มๆ จนติด และชอบ ชอบมาก จนเริ่มดัง และเริ่มถูกจัดว่าแนว ผมว่ามัีนเหมือนอย่างที่คุณแอนบอกจริงๆ บวม ไม่อร่อย
โกรธเลยตอนนั้น ซื้อเล่มใสกาวเล่มแรกอ่านแล้วเหมือนโดนต่อย กูซื้อผิดเล่มรึป่าววะ
เลยเลิกซื้อ สาบส่ง (รักมาก เกลียดแรง)
แต่ก่อนเดินงานหนังสือ บูธอะเดย์ ไม่เคยพลาด เดี๋ยวนี้แค่เดินผ่านชำเลืองมอง
ก็ไม่รู้ว่าเราไม่แนว หรือว่าไง
ผมไม่โทษคนทำหรอก (แต่เห็นด้วยกับคุณแอน ว่าเค้าเดินลงหลุมไรนั่นอ่ะ)
ความคิดของเราอาจเปลี่ยนเลยอ่านหนังสือที่ครั้งนึงเราอ่านสนุก กลายเป็นไม่สนุก
เอหรือหนังสือมันไม่จำเป็นต้องโตไปกับคนอ่าน แต่ต้องอยู่กับกลุ่มเป้าหมายมากกว่า
ปล. เอามาฝากสำหรับคนที่อยากดู ฯลฯ เค้ามีเวบนะจ๊ะ นี่เลย
http://www.katikala.com/somethingelse/index.html
ปอ. ชอบมากกลอนนี้ จำมาตั้งแต่เด็ก
ลมหนาวพัดกรรโชก
กรีดหวีดหวิวผ่านมา
สนสองใบลู่เอน…
โค่นล้มตึง
ทับตีน… เจ็บมาก อดทน
ซอกแก้ม
ปย.ผมมี ฯลฯ เก็บไว้ครบทุกเล่มเลย (อวดๆ
)
March 17th, 2007 at 11:21
อ่านในเว็บไปยาลใหญ่แล้วชอบมากๆ 55+
น่ารักมากเลย
ส่วนอะเดย์ แรกๆชอบนะ หลังๆเบื่อ ก็ซื้อเฉพาะปกที่น่าสนใจละหลังๆ
แฟต ฟังมั่งไม่ฟังมั่ง
(แต่ชอบนะเนี่ย คอกมันกว้าง)
March 17th, 2007 at 14:46
บล๊อควันนี้ อร่อยมากครับ
March 17th, 2007 at 18:47
อ๋อ ปกไปยาลเล่ม 4 นี่เอง
http://www.katikala.com/somethingelse/images/cover/large/4.jpg
March 17th, 2007 at 21:32
เชื่อว่าไม่มีใครอ่านครบทุกคำหรอก (เพราะเวลาผมอ่านบล็อกคนอื่นก็อ่านข้ามๆ เหมือนกัน .. ยาวชิบ)
อ่านทุกคำย่ะ
April 15th, 2007 at 21:58
อ่านบล็อกพี่มาซักพักแระแต่ไม่เคยจาเม้นแหละ–
นี่ก้นั่งขุดของเก่ามาอ่านะ
ส่วนตัวไม่ใช่เดะแนวเรยซักนิด
ไม่ได้อ่านอะเดย์ ไม่ได้ฟังแฟ้ด
แต่อ่านผลงานของประภาส ชลศรานนท์มาเยอะเหมือนกันอ่า
เค้าเยี่ยมจิงๆน้า
เปนความคิดของผู้ใหญ่ที่เคยเปนเดะมาก่อนอ่า
เค้าตอบอะไรๆที่เราสงสัยได้ด้วยภาษาที่เดะเข้าใจจิงๆงะ
น่านับถือๆอ่านแล้วชอบสุดๆ
อยากให้พี่แอนลองอ่านดูน้าา