| อัปเดตผ่าน RSS

175 | ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ

04.05.2007 โพสต์ในหมวด โถขี้

เมื่อวานมีใบปลิวนี้มาเสียบตรงประตูบ้านผม พร้อมๆ กับบ้านช่องในซอยเดียวกัน

buddha bless
(กดดู)

รู้สึกภูมิใจเหลือเกินครับที่เราได้ศาสนาพุทธมาเป็นศาสนาประจำชาติแล้ว

ไชโย!! ไชโย!! ไชโย!!!!!!!!!!!!

ป.ล.
ผ่าฟันคุดมาเมื่อวานนี้ครับ เจ็บกว่าที่คิดไว้หน่อยนึง (ทีแรกคิดว่าไม่เจ็บเลย)
ใครมีฟันคุดรีบไปผ่าซะนะครับ ก่อนที่มันจะลุกลาม (เคยเขียนไว้แล้วที่นี่ กับที่นี่)
เพราะหน้าที่ชายไทย นอกจากจะเป็นทหารและบวชทดแทนพระคุณแล้ว
ก็มีฟันคุดนี่แหละครับที่ต้องรีบผ่า อย่าปล่อยไว้ข้ามปีเหมือนผม

ป.อ.
เรื่องศาสนาก็เช่นกัน เราอยู่ในสังคมที่บอกว่า ศาสนา พระเครื่อง การเมือง กีฬา อย่าเอามาเถียงกัน
จนมันเละเป็นขี้อย่างทุกวันนี้ไงครับ เพราะไม่มีการสังคายนากันจริงๆ จังๆ
(อย่างเรื่องการเมืองนี่ถือได้ไหมว่าการปฏิวัติคือการสังคายนาในรูปนึง - แต่ตัดบัวดันเหลือใยก็เลยยังเละอยู่)

ป.ฮ.
ช่วยกันผ่าฟันคุดออกจากศาสนาประจำชาติ! ของเราเถอะครับ

แท็ก: , ,

57 Responses to “175 | ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ”

Pages: [2] 1 » Show All

  1. 57
    ทอม THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    ขอถามชาวพุทธชะเหนื่อยดิว่าความเชื่อของท่านทั้งหลายเดี๋ยวนี้มันถึงมั่วความเชื่ออย่างเชื่ออย่างนี้ ทั้งจตุคาม…ทั้งหินทิเบต(ทั้งที่มันคือหินจากจีน)อื่นอีกมากมายแล้วดูแต่ละรุ่นที่ตั้งมักใช้เรื่องเงินทองๆมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น แน่จริง…มีรุ่นที่ทุบแล้วแตกแล้วมันคืนกลับมาเหมือนเดิมบ้างหรือรุ่นที่พ้นจากนรกบึงไฟ แท้ที่จริงแล้วพระเจ้าเท่านั้นที่เป็นองค์ผู้สูงสุดผู้ทรงพระชนม์ เป็นผู้สร้างสรรค์และแผ่นดินโลก… พระองค์จึงไม่ต้องการนามใดมาแทนที่พระองค์แต่เพราะบาปมนุษย์จึงเสื่อมลงๆมากเรื่อย….น่าจะได้จากสังคม ณ ขณะนี้ฝากชาวพุทธพึงสังวรณ์ว่าท่านกระทำตนตามความเชื่อจริงหรือไม่

  2. 56
    eT THAILAND Windows XP Internet Explorer 7.0 Says:

    ทุกท่านครับๆ โปรดนึกถึงศาสนาอื่นด้วยเถิดครับ

  3. 55
    จักรี THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    เพิ่งแวะ มาอ่านบล๊อกพี่ ไม่อยากออกความคิดเห้นมาก กลัวตัวเองจะเป็นนักเลงศาสนา

    เอาแค่ว่าประเด็นนี้ พุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ใครยึดติด ท่านยังสอนเรื่อง อนัตตา คือสิ่งที่ไม่มีตัวตน คำคมๆเค้าก็มี ว่าไงนะ อ๋อๆๆ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน อย่ายึดติดๆ ในสิ่งที่ไม่ใช่ของของเรา

    ออกความคิดเห็นสั้นๆแบบเณรธี นี่มันก็เท่ดีเหมือนกันแหะ (ยาวๆ แล้ว กลายเป็นตัวโกง ฮา )

  4. 54
    Leo THAILAND Windows ME Internet Explorer 6.0 Says:


    สาเหตุที่บางคนนับถือศาสนาพุทธแต่ไม่เห็นด้วยเพราะเขานับถือแบบมีปัญญา
    แทบทั้งหมดบอกว่า มันจะเป็นสาเหตุให้เราต้องมีปัญหากับ 3 จังหวัด เขาจึงไม่หนุนไม่ใช่เขาไม่รักศาสานาตัวเองนะครับ
    ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะต้องอยู่คู่กัน ถ้าประกาศไปแล้วมีปัญหาให้ชาติต้องถูกแบ่งแยก มันก็เท่ากับเรารักษาศาสนา แต่ไปทำลายความมั่นคงของชาติ เราต้องมองทั้งสามองค์ประกอบจริงไหม?

  5. 53
    ผู้ออกความเห็น THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    ถึงอย่างไรก็ตาม นับถือศาสนาใดไม่สำคัญ ขอให้ใจเรายึดมั่น เป็นคนดี ปฏิบัติดีก็พอ

  6. 52
    GirlTear THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    อุ๊ย …

    กุเข้าใจผิดแฮะ บล็อกนี้ ขอโทษค่ะ

    ไม่ได้กดอ่านตรงใบปลิว 555

    ป.ล อย่างนี้เรียกแก้ตัวรึเปล่านะ … นึกว่าพี่แอนพูดจริงนี่หว่า

    ยอมรับโดยดีว่าไม่ได้กดอ่านจริงๆ กรี๊ดด

  7. 51
    คนหวังดี THAILAND Windows XP Internet Explorer 7.0 Says:

    คนโง่หลงจตุคามจนพากันล้มตายโง่จริงๆโง่มากๆคิดกันหน่อยซิคุณเดียวก็ไปเป็นข้าทาสของชาวต่างชาติไม่รู้ตัวหลอกเพราะมีแต่ความหลง

  8. 50
    หน่อย SNC THAILAND Ubuntu Linux Mozilla Firefox 2.0.0.3 Says:

    ขอแก้ของคุณ tonkla นิดนึงนะ

    “พระสงฆ์รูปไหนกินเหล้า เคล้านารี นอกจากจะถูกจับสึกแล้ว ก็ต้องไปเข้าคุกต่อนะครับ เพราะว่าผิดกฎหมายขั้นร้ายแรงทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นอาบัติ ขั้น ปาราชิก”

    กินเหล้า เป็น ปาจิตตีย์ ไม่ใช่ปาราชิก

    เคล้านารี ถึงขั้นสอดใส่เข้าไปแม้เท่าปลายเมล็ดงาเป็นปาราชิก ไม่ต้องจับสึก เพราะขาดจากความเป็นพระทันที

    แต่ถ้าเคล้านารีแบบไม่สอดใส่ เป็นสังฆาฑิเสส ไม่ถึงกับปาราชิกครับ

  9. 49
    แฟนนานุแฟนคุณ iannnnn THAILAND Windows XP Internet Explorer 7.0 Says:

    เมื่อคืนนี้ดูคุณแอนให้สัมภาษณ์รายการ “แบไต๋ไฮเทค” เกี่ยวกับเวบ f0nt.com
    แล้วฟอนต์ของคุณแอนก็มีคนเอาไปใช้ประโยชน์เยอะมากกกกกก
    (พี่ก็ใช้..ดีจังตังค์อยู่ครบ - แต่พี่ใช้ส่วนตัวนะคะ ทำสื่อการสอนให้เด็กๆ ป่าวเอาไปหาเงิน)
    เป็นคนดังแล้วนะคะ ยินดีกับคุณแอนด้วย
    ..ดังใหญ่(รู้สึกตัวใหญ่ด้วย)แสดงว่ายังไม่ตัดใจจากขนมถุงซะทีเดียว

  10. 48
    ออสระโอ THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    เข้ามารอคุณแอนอัพไดต่อ~

  11. 47
    yui THAILAND Windows XP Mozilla Firefox 2.0 Says:

    เอ่อ .. อะไรกันคะ
    go so big มากค่ะ

    แค่จะมาบอกว่าได้ดูแบไต๋ฯ ค่ะ

    ไปละคะ

    กลัวชาวพุทธหัวรุนแรง

  12. 46
    siamesekid THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    ว้าวๆ พี่แอนออกเนชั่น
    เพิ่งเคยได้ยินเสียงพี่แอนเนี่ย

  13. 45
    บักต้น THAILAND Windows XP Mozilla Firefox 2.0.0.3 Says:

    ถ้านับเงื่อนไขโชคร้ายในใบปลิว
    แล้วใครเหลือรอดนี่นับว่าโชคดีเลย
    เหอๆ สังคมไทยกำลังต้องการอะไรกันแน่

  14. 44
    n/e THAILAND Windows Vista Internet Explorer 7.0 Says:

    ในที่สุดก็เสียทีให้พระ
    ๑. ธรรมกายสบายปีกใน “มหาเถร” ได้เต็มๆ อีกรอบ ใครจะแตะก็เกรงใจ
    ๒. มันก็แค่ตัวหนังสือ เขียนไม่เขียนก็ไม่มีข้อต่าง ตีความลึกแบบกฎหมายมหาชนก็เรื่องหนึ่ง แต่เสื่อมไม่เสื่อม เขียนแล้วได้ประโยชน์อะไร อยู่ๆ ไปก็เห็นเอง

  15. 43
    book THAILAND Windows XP Mozilla Firefox 1.5.0.11 Says:

    รู้สึกหลายๆ คนจะแปลบล็อกวันนี้ของพี่แอนผิดไปแฮะ
    หรือบุ๊คเองที่เข้าใจผิดน้า

  16. 42
    ก่อน THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    คุณแอนเขียนได้สั้น กระชับ และสื่อความมากเลยค่ะ

  17. 41
    tonkla THAILAND Windows XP Mozilla Firefox 2.0.0.3 Says:

    ฝ่ายค้านยกมือขอคัดค้านการอภิปรายจาก “คุณชาวพุทธ”

    ทราบเหตุผลไหมครับว่า ทำไมคนโบราณถึงไม่มีการบัญญัติพระพุทธศาสนา ให้เป็นศาสนาประจำชาติ ไว้ในรัฐธรรมนูญทุกๆ ฉบับที่เคยมีมา?

    ทราบเหตุผลไหมครับว่า ทำไมคนโบราณถึงใช้คำว่า “พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพุทธมามกะและเป็น “อัครศาสนูปถัมภก” ”

    ผมเองก็ไม่แน่ใจ ต้องไปถามคนโบราณ

    “รักษาพระพุทธศาสนา” รักษาไว้ทำไมเหรอครับ? พระพุทธองค์ทรงตรัสสรุปพระพุทธศาสนาไว้ว่า “สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ” แปลว่า “สิ่ง(ธรรม) ทั้งปวง ไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น” เพราะทุกๆ อย่า่งตั้งอยู่ บนกฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง (ไม่เที่ยง), ทุกขัง (เป็นทุกข์) และอนัตตา (ไม่มีตัวตน) เมื่อรู้ว่าสรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมดาตามธรรมชาติของมันแล้ว การไปฉุดรั้งไว้ ถือว่าเป็นการขัดต่อหลักอภิธรรมไหมครับ? ทำไมไม่กำหนดรู้ว่าสิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง และเมื่อรู้แล้วก็ให้ละวางเสียเล่า?

    คนที่จะทำลายพระพุทธศาสนาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพุทธบริษัททั้งสี่ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา นั่นแล … ไม่ต้องเอาอะไรมาก พวกคนหัวโล้นที่นุ่งห่มผ้าสีเหลืองสามผืน ที่ออกมาประท้วงปาวๆ นั้น พวกที่เรียกตัวเองว่า “พระ” พวกที่บอกว่าตัวเองมีศีลในพระวินัยถึง 227 ข้อนั้น แค่ศีล 5 ข้อ ได้ปฏิบัติครบทุกข้ออย่างหมดจด จนถึงระดับที่เรียกว่า “อริยกันตศีล” ไหมครับ?

    94% ของคนไทย นับถือศาสนาพุทธ แล้วยังไงครับ? เหมือนกับ 19 ล้านเสียงเลือกไทยรักไทยไหมครับ? … นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ (ธัมโม, สังโฆ) เม สะระณัง วะรัง แปลว่า พระพุทธ (พระธรรม, พระสงฆ์) คือสรณะ (ที่พึ่ง, ที่ยึดถือ) หนึ่งเดียวของข้าพเจ้า สรณะอื่นๆ ข้าพเจ้าไม่มี … แล้วที่พระเครื่องเต็มบ้านเต็มเมือง จตุคามรามเทพขายดีกว่าหนังสือธรรมะ บอกคุณภาพของ 94% ได้บ้างไหมครับ?

    เมื่อพระพุทธศาสนาถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ … ต่อไป กินเหล้า, เที่ยวซ่อง ติดคุกนะครับ เพราะขัดกับกฎหมายของศาสนาประจำชาติ คือ ศีล …. ต่อไป พระสงฆ์รูปไหนกินเหล้า เคล้านารี นอกจากจะถูกจับสึกแล้ว ก็ต้องไปเข้าิคุกต่อนะครับ เพราะว่าผิดกฎหมายขั้นร้ายแรงทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นอาบัติ ขั้น ปาราชิก

    ส่วนรายชื่อประเทศที่คุณยกมาว่าเขามีปัญหานั้น อันดับแรกต้องพิจารณาก่อนว่า “มีประเทศสหรัฐอเมริกาเข้าไปยุ่งเกี่ยวไหม? ไม่ว่ากรณีใดๆ” … เพราะปกติหากไม่มีอเมริกาไปวุ่นวาย ประเทศเหล่านั้นเขาก็อยู่กันอย่างสุขสงบสันติ ไม่เชื่อไปถามคุณนิติภูมิ เนาวรัตน์ดู … ส่วน 3 จังหวัดใต้ของไทย ก่อนหน้า 5 ปีนี้เป็นยังไง? สงบสุข สันติ ความคิดแบ่งแยกดินแดนมันตายไปแล้ว ผู้เฒ่ามุสลิมกลับหนักใจที่เยาวชนมุสลิมรุ่นใหม่หันมานุ่งยีนส์แทนผ้าปาเต๊ะ ดื่มโคคาโคล่า และร้องฮิพฮอพแทนการขับอาซาน … หากไม่เป็นเพราะข้าราชการและนักการเมืองเลวๆ ที่ในใบสูติบัตรเขียนว่านับถือ “พุทธ” เข้าไปกดขี่ข่มเหงรังแก ต้อนให้เขาเข้ามุมจนต้องหันหน้ามาต่อสู้เอาคืน

    ศาสนาเป็นเรื่องของความเชื่อความศรัทธา … กฏหมายคือการใช้อำนาจบังคับ … ความศรัทธาที่เกิดการจากบังคับ ย่อมอยู่ได้ไม่นาน หรืออาจจะไม่เคยมีเลยในโลกใบนี้ … การจะเชื่อหรือศรัทธาอะไรสักอย่างนั้น อย่างหนึ่งจะต้องมีตัวอย่างที่ประพฤติปฏิบัติดี พอที่จะยึดถือเป็นแบบอย่างได้สนิทใจ อย่างเช่น การที่ผมศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างสนิทใจนั้น เป็นเพราะว่ามีแบบอย่างเป็นพระสุปฏิปันโน อันได้แก่ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และท่านพระอาจารย์พุทธทาส เป็นต้น … แน่ใจหรือว่าการใช้อำนาจบังคับแล้วคนจะมีความศรัทธาต่อสิ่งนั้นๆ?

    พระพุทธองค์สอนให้ดูกาย ดูเวทนา ดูจิต ดูธรรม (สติปัฏฐาน 4) เมื่อประพฤติได้ดังนี้แล้วก็สมควรเรียกว่าปฏิบัติธรรม ซึ่งจะเป็นการยึดอายุพระพุทธศาสนาไปในตัวของมันเอง หาใช่การที่ออกมารวมตัวกัน สีเหลืองเต็มท้องถนนเพื่อเดินขบวนประท้วง เรียกร้องให้เอาศาสนาไปใส่ไว้ในกฎหมายไม่ … “ชาวพุทธ” พึงตระหนักให้ดี อย่าได้ยึดถือว่าก้อนเนื้อในน้ำนั้นเป็นของจริง เฉกเช่นสุนัขในนิทานสอนเด็กนั้นเลย …

  18. 40
    ปอนด์๖๖ GERMANY Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    โนคอมเมนต์เรื่องนี้นะคุณแอน

    แต่จะมาขอบคุณเรื่อง f0nt อะจ๊ะ
    แนบผลงานจาก f0nt คุณแอนมาด้วย
    ไม่แจ๋วมากเท่าไหร่ ขออภัย

  19. 39
    เด็กโง่ THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    ผมได้อ่านความเห็นและรายละเอียดของคุณแล้วคุณนั้นช่างไม่เข้าใจอะไรและหาเหตุผลเพื่อสนับสนุนการบัญญัติพุทธศาสนาเท่านั้นเอง เรื่อง”ปล่อยวางและไม่ยึดมั่นถือมั่น”ใช่ครับเรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่นท่านหมายถึงความไม่ยึดมั่นถือมั่นทางจิตใจให้รู้จักปล่อยวางทางจิตใจ ไม่ใช่ ปล่อยวางภายนอก แต่ทั้งสองสิ่งนั้นก็เป็นหนึ่งเดียวกันจิตใจเป็นเช่นไรก็แสดงออกมาภายนอกเช่นนั้นถ้าคุณบอกพระว่าพระไม่ควรยึดมั่นถือมั่น แล้วพระท่านไม่ยอมถือศีลเลยสัก
    ข้อโดยอ้างว่าท่านไม่ยึดมั่นถือมั่น คุณลองเดินแก้ผ้าในตลาดดูหน่อยไหม หรือว่าตามสี่แยกก็ได้ ถ้าตำรวจมาถามคุณค่อยบอกเขาว่าคุณไม่ยึดมั่นถือมั่น นี่เป็นความคิดต๊องๆ คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครเข้าใจในทางปัญญาอ่อนอย่างนั้น
    ถ้าให้คิดต๊องๆอย่างนี้ผมก็บอกคุณได้ว่า ความไม่ยึดมั่นถือมั่นทางจิตใจให้รู้จักปล่อยวางทางจิตใจ ไม่ใช่ ปล่อยวางภายนอก งั้นในใจคุณสงบปล่อยวาง แต่ภายนอกในโลกิยะคุณร้อนรน คาดหวังต้องเป็นอย่างงั้นอย่างงี้ไม่ได้อย่างที่คิดก็เป็นทุกข์ มันไช่แนวทางพุทธศาสนาหรือ จิตที่ยึดติดคือที่มาแห่งทุกข์ไม่ว่าจะเป็น”เรื่องดีหรือร้าย”พระพุทธเจ้าแสวงหาหนทางแห่งการ”ดับทุกข์และหลุดพ้น” ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาก็จะติดตามแนวทางคำสอนเองละครับในประเทศวัดมีกี่แห่งกัน ไม่ใช่มาเรียกร้องให้คนสนใจแบบนี้ต้องยังงู้นยังงี้มันอัตตาทั้งนั้นหละครับ พระแกนนำบางคนบอกจะไม่รับกิจนิมนคณะร่างบ้างละ ไม่ว่าจะหวังดีหรือไม่โลกนี้ไม่ว่าจะเลวร้ายลงหรือเจริญรุ่งเรืองมันก็ผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาไม่มีสิ่งใดตายตัว ผู้บรรลุธรรมจริงๆจะรู้ว่าทุกสิ่งทั้งหลายที่เกิดมาในโลกนี้เป็นดุจมายาดุจความฝันทั้งสิ้น การตื่นจากความฝันคือการเริ่มเดินบนเส้นทางพระพุทธเจ้านั่นเอง บรรพบุรุษในอดีตต่างพากันเสียเลือดเสียเนื้อในการรักษาแผ่นดินใว้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ใช่ครับ นั้นมันมีข้าศึกตัวเป็นๆมารุกรานนี่ครับ แต่นี่มันแค่นี้จริงๆไงคุณ โจรใต้ก่อเรื่องกันแย้วๆทำไมไม่ไปเสียเลือดเสียเนื้อรักษาแผ่นดินหละครับถ้าคิดจะยกเรื่องนี้มาอ้าง ทำเป็นยกเรื่องนี้มาอ้างประจานความโง่ตัวเองทำไมครับ และผมคิดว่าเหตุผล20ข้อนี้มันเป็นเรื่องที่คนทั่วไปรุ้กันอยู่แล้วและก็มีหนทางอื่น การคิดว่านำพุทธศาสนาเป็นศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติจะเริ่มตันแก้ปัญหาพวกนี้ได้มันเป็นความคิดที่แคบมากมองเห็นตันไม้แต่ไม่เห็นป่าทั้งป่า และดูมีบางข้อขัดกับแก่นแท้ของพุทธศาสนาด้วย และเชิดชูทำนุพุทธศาสนาจำเป็นต้องพึ่งรัฐธรรมนูญรึไงครับอยู่ที่ตัวคนกระทำครับกระทำหนะเรื่องแบบนี้คนเข้าถึงง่ายอยู่แล้ว(ในวัด โรงเรียน ครอบครัว)นอกจากคนจะไม่สนใจเองต่อให้บรรจุไว้ถ้าคนไม่สนใจก็ไม่สนใจอยู่ดี พุทธศาสนาสมบูณสำคัญและบริสุทธิ์อยูแล้วครับ ไม่ควรนำมาเกี่ยวในวัฎจักรการเรียกร้องการมีโทสะ การยึดติดแบบนี้ครับ แม้เจ้าหุ่นไล่กามิได้ตั้งใจพิทักษ์ไร่นาหรอก แต่มันก็มิได้ยืนอยู่กลางทุ่งนาอย่างไร้ความหมาย

  20. 38
    Dewar's THAILAND Windows XP Opera 9.20 Says:

    ประเทศนี้มีวันหยุดทางศาสนาอยู่ศาสนาเดียวเองนะครับพี่น้องเอ้ย

  21. 37
    ชาวพุทธ THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    พระพุทธศาสนาเป็นสถาบันคู่ชาติไทย

    นับแต่ประเทศไทยได้มีประวัติศาสตร์ที่มีต่อเนื่องชัดเจนเป็นของตนเอง ชนชาติไทยก็นับถือพระพุทธศาสนาสืบต่อกันมาโดยตลอด กิจการและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ มากมายในบ้านเมืองเป็นเรื่องราวของพระพุทธศาสนา เกี่ยวกับวัดวาอาราม หรือมิฉะนั้นก็ผสมผสานกับคติทางพระพุทธศาสนา กล่าวได้ว่า ประวัติศาสตร์ของชาติไทยเป็นประวัติศาสตร์ของชนชาติที่นับถือพระพุทธศาสนา จนมีคำขวัญที่ถือกันมาถึงยุคปัจจุบันว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อันเป็นความหมายที่แสดงโดยสีทั้งสามของธงไตรรงค์ซึ่งเป็นธงชาติของไทย และเป็นเครื่องยืนยันถึงการได้ถือว่า ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ทั้งสามนั้น เป็นสถาบันหลักของประเทศที่ดำรงอยู่คู่เคียงกันโดยเฉพาะศาสนานั้นย่อมหมายถึง พระพุทธศาสนา

    ดังหลักฐานจากบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงออกแบบธงไตรรงค์ ได้กำหนดไว้ให้สีธงแต่ละสี เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันทั้งสามว่า๑

    ขอร่ำรำพรรณบรรยาย
    ความคิดเครื่องหมาย
    แห่งสีทั้งสามงามถนัด
    ขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสคิ์
    หมายพระไตรรัตน์
    และธรรมคุ้มจิตไทย
    แดงคือโลหิตเราไซร้
    ซึ่งยอมสละได้
    เพื่อรักษะชาติศาสนา
    น้ำเงินคือสีโสภา
    อันจอมราชา
    ธ โปรดเป็นของส่วนองค์
    จัดริ้วเข้าเป็นไตรรงค์
    จึ่งเป็นสีธง
    ที่รักแห่งเราชาติไทย
    ทหารอวตารนำไป
    ยงยุทธ์วิชัยวิชิตก็ชูเกียรติสยาม ฯ

    จากกลอนที่พระองค์แต่งว่าขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสคิ์หมายพระไตรรัตน์และธรรมคุ้มจิตไทย สถาบันศาสนานี้จึงเป็นพุทธศาสนา การถือว่า พระพุทธศาสนาเป็นสถาบันคู่บ้านคู่เมืองนี้ ได้เป็นมาตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก พระองค์ทรงสร้างวัดและชักชวนชาวสุโขทัยให้นับถือพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก เมื่อพระภิกษุสงฆ์มีจำนวนมากขึ้น ชาวเมืองก็ร่วมใจกันสร้างวัดถวายเพื่อให้เป็นที่พำนักอาศัยของพระภิกษุสงฆ์ ชาวเมืองสุโขทัยล้วนเป็นคนใจบุญ เสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดในคำสอนของพระพุทธศาสนา ทำให้ชาวเมืองสุโขทัยอยู่ในกรอบขนบธรรมเนียมของบ้านเมือง ปกครองง่าย มีเหตุมีผล การสร้างวัดในสมัยสุโขทัยนอกจากจะเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์แล้ว ยังเป็นที่ประชุมนัดหมายของชาวบ้านในกิจการต่าง ๆ อีกด้วย เช่น การตัดสินคดีความของชาวบ้านที่มีกรณีพิพาทกัน พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเชื่อมั่นในหลักพุทธธรรมและทรงปฏิบัติคล้อยตามความต้องการของคนส่วนมาก เมื่อถึงฤดูการ เซ่น ไหว้ บวงสรวง เป็นต้น พระองค์ก็ทรงปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อผลทางจิตใจ ซึ่งทำให้การปกครองสมัยพระองค์ราบรื่นด้วยดี มีระเบียบเรียบร้อย มีความสมัครสมานสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เกิดเอกภาพ จนทำให้ประชาราษฏร์เรียกพระองค์ว่า “พ่อ” นอกจากนี้พระองค์ยังได้สร้างแท่นหินไว้เป็นที่ประทับนั่งและนำไปไว้ในท่ามกลางดงตาลมีชื่อว่า “พระแท่นมนังคศิลา” ในวันธรรมสวนะก็จะนิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาเทศนาสั่งสอนประชาชน เป็นการให้ประชาชนได้ซาบซึ้งในรสพระพุทธธรรมตั้งตนอยู่ในสัมมาปฏิบัติ ส่วนวันใดที่มิใช่เป็นวันธรรมสวนะ พระองค์จะทรงออกว่าราชการอบรมพลเมืองด้วยพระองค์เอง ทำให้ประชาชนได้อยู่ใกล้ชิดกับพระองค์เหมือนพ่อกับลูกฉะนั้น เราจึงมักจะพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า… “คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้าท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้หญิง ฝูงท่วยศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงศีลเมื่อเข้าพรรษาทุกคน …”

    และนอกจากนี้แล้วจะเห็นได้จากหลักฐานที่สำคัญยิ่งคือพระราชดำรัสขององค์พระมหากษัตริย์ไทยในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งจะขออัญเชิญมาพอสังเขป คือในคราวที่คณะฑูตพิเศษของพระเจ้ากรุงฝรั่งเศษเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา แจ้งการที่พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสอัญเชิญพระองค์ให้เข้ารีตเป็นคาทอลิก พระองค์ได้มีพระราชกระแสรับสั่งตอนหนึ่งว่า“พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ จะให้เราเข้ารีตดังนั้นหรือ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะในราชวงค์ของเราก็นับถือพระพุทธศาสนามาช้านานแล้ว จะให้เราเปลี่ยนศาสนาอย่างนี้เป็นการยากอยู่ และถ้าพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสร้างดินจะต้องการให้คนทั่วโลกได้นับถือศาสนาอันเดียวกันแล้ว พระเจ้ามิจัดการให้เป็นเช่นนั้นเสียแล้วหรือ”

    -
    ในศาลพระเจ้าตากสินมหาราช พระเจ้ากรุงธนบุรี ณ วัดอรุณราชวราราม มีคำจารึกว่า

    อันตัวพ่อชื่อว่าพระยาตาก
    ทนทุกข์ยากกู้ชาติพระศาสนา
    ถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา
    แด่พระศาสดาสมณะพระพุทธโคดม
    ให้ยืนยง คงถ้วนห้าพันปี
    สมณะพราหมณ์ชีปฏิบัติให้พอสม
    เจริญสมถะวิปัสสนาพ่อชื่นชม
    ถวายบังคมรอยบาทพระศาสดา
    คิดถึงพ่อพ่ออยู่คู่กับเจ้า
    ชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนา
    พุทธศาสนาอยู่ยงคู่องค์กษัตรา
    พระศาสดาฝากไว้ ให้คู่กัน

    เมื่อขึ้นต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ใน พ.ศ.๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงประกาศพระราชปณิธานในการเสด็จขึ้นครองราชย์ว่า๑

    ตั้งใจจะอุปถัมภก
    ยอยกพระพุทธศาสนา
    ป้องกันขอบขัณฑสีมา
    รักษาประชาชนและมนตรี

    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    พระปิยะมหาราช ก็ได้ทรงแสดงน้ำพระทัยของพระองค์ต่อพระพุทธศาสนา ดังปรากฏในพระราชหัตถเลขาถึง เซอร์ เอดวินอาร์โนลด์ ผู้แต่งหนังสือประทีปแห่งทวีปอาเชีย ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ความตอนหนึ่งว่า

    “พระราชบิดาของฉัน ได้ทรงสละเวลาเป็นส่วนใหญ่ในการศึกษาและคุ้มครองศาสนาของชาติ ส่วนฉันได้ขึ้นครองราชย์ในขณะอายุยังน้อย จึงไม่มีเวลาที่จะเป็นนักศึกษาอย่างพ่อฉันเองมีความสนใจในการศึกษาหนังสือหลักธรรมต่าง ๆ สนใจที่จะคุ้มครองศาสนาของเราและต้องการให้มหาชนทั่วไปมีความเข้าใจถูกต้อง”

    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๖ ได้มีพระราชดำรัสมากมายเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ดังตัวอย่างที่ปรากฏในพระบรมราโชวาทเรื่องเทศนาเสือป่าตอนหนึ่งว่า

    “พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาสำหรับชาติเรา….. ศาสนาในสมัยนี้เป็นของที่แยกจากชาติไม่ได้… เป็นความจำเป็นที่เราทั้งหลายผู้เป็นไทย จะต้องมั่นอยู่ในศาสนา พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาสำหรับชาติเรา” เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของเราทั้งหลายที่จะช่วยกันบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา อย่าให้เสื่อมสูญไป การที่บำรุงพระพุทธศาสนาเราต้องรู้สึกก่อนว่า หลักของพระพุทธศาสนาคืออะไร”

    “เราจะถือว่า เราเป็นไทยด้วยกันหมด เราจะต้องรักษาความเป็นไทยของเราให้ยั่งยืน เราจะต้องรักษาพระพุทธศาสนาให้ถาวรวีวัฒนาการ อย่างที่เป็นมาแล้วหลายชั่วโคตรของเราทั้งหลาย”

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลปัจจุบัน ก็ได้ทรงมีพระราชดำรัสในโอกาสเสด็จออกทรงผนวช เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ว่า๑ “โดยที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของเรา ทั้งตามความศรัทธาเชื่อมั่นของข้าพเจ้าเองก็เห็นเป็นศาสนาที่ดีศาสนาหนึ่ง เนื่องในบรรดาสัจจธรรมคำสั่งสอนอันชอบด้วยเหตุผล จึงเคยคิดอยู่ว่าถ้ามีโอกาสอำนวย ข้าพเจ้าควรจะได้บวชสักเวลาหนึ่งตามราชประเพณี ซึ่งจัดเป็นทางสนองพระเดชพระคุณพระราชบุพการีตามคตินิยมด้วย และนับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้ครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อจากสมเด็จพระเชษฐาธิราช ก็ล่วงมากว่าสิบปีแล้ว เห็นว่าน่าจะถึงเวลาที่ควรจะทำตามความตั้งใจไว้นั้นแล้วประการหนึ่ง…. จึงได้ตกลงใจที่จะบรรพชาอุปสมบทในวันที่ ๒๒ เดือนนี้”

    พระราชดำรัสทั้งหลายที่ได้อัญเชิญมานี้ เป็นพระราชดำรัสของพระมหากษัตริย์ที่ทรงความสำคัญยิ่ง หลายพระองค์หลายยุคหลายสมัยได้ตรัสไว้ในทำนองเดียวกัน จึงเป็นหลักฐานยืนยันที่ชัดเจนว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่บรรพบุรุษของเราได้ยอมรับนับถือเป็นศาสนาประจำชาติและเป็นสถาบันหลักของชาติสืบเ นื่องติดต่อกันมา พระมหากษัตริย์ไทยมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา จนทำให้ศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นที่พึ่งทางใจของคนไทยมาโดยตลอด สามารถที่จะแบ่งเป็นสมัยต่าง ๆ เพื่อให้เห็นความสำคัญที่ชัดเจนได้ดังนี้

    เมื่อกลองรัว ธงสบัด เลือดพิทักษ์ฉีด อดเสียไม่ได้ที่ต้องหวนรำลึกถึงบรรพชนที่เห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนายิ่งกว่าสิ่งใด

    ข้อดีของการบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
    ๑. ได้ยืนยันความจริงทางประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีมายาวนาน
    ๒. ได้รักษาสถาบันทั้งสามอย่างเท่าเทียมกันโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ
    ๓. ได้ให้ความสำคัญกับศรัทธาของประชาชนคนในชาติที่มั่นคงอยู่ในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
    ๔. ได้แสดงออกซึ่งการยอมรับความจริงแบบประชาธิปไตยว่าเสียงของคนส่วนมากยอมรับ สถาบันชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ เท่าเทียมกัน
    ๕. ได้ยืนยันความเป็นคนไทยที่นิยมอิสระ เสรีภาพ โดยมีหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นแกนกลางสร้างความสามัคคี
    ๖. ได้สร้างและยอมรับความสอดคล้องกับมติของประชาคมโลกที่ให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนาและประเทศไทย
    ๗. ได้ส่งเสริมความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นระหว่างประชาชนคนในชาติ
    ๘. ได้ยืนยันภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่เป็นดินแดนพระพุทธศาสนา ที่คนทุกคนในประเทศนี้มีเสรีภาพในการนับถือศาสนาที่ตนศรัทธาได้โดยไม่ขัด แย้งกัน
    ๙. ได้แสดงออกซึ่งความที่พระพุทธศาสนาเป็นนวัตกรรมทางความคิดของพระสัมมา สัมพุทธเจ้าที่อยู่คู่กับคนไทย ชาติไทย พระมหากษัตริย์ไทย ในสุวรรณภูมินี้มานานมากกว่าสองพันปี
    ๑๐. ได้ยกย่องพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่พระมหากษัตริย์ไทยทุกราชวงศ์ตั้งแต่ เริ่มต้นเผ่าไทยมาถึงปัจจุบัน และประชาชนคนไทยปัจจุบันเกินกว่า ๙๔ % ยอม
    รับนับถือ เพราะมั่นใจว่าพระพุทธศาสนามีคุณูปการต่อชนชาติไทย
    ๑๑. ได้ส่งเสริมสนับสนุนมติชาวโลกที่ยกย่องให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาของโลก
    ๑๒. ได้หลักประกันทางกฎหมายว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยโดยถูกต้องชอบ ธรรมและชอบด้วยกฎหมายบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
    ๑๓. ได้เครื่องมือปลูกจิตสำนึกร่วมกันของคนในชาติที่จะร่วมใจกันยกย่องสถาบันสูงสุดเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
    ๑๔. ได้เครื่องมือส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติธรรมนำสู่หลักแห่งประชาธิปไตยที่ ยึดความถูกต้อง ชอบธรรม มีภราดรภาพ มิตรภาพตามหลักธรรมคำสั่งสอนที่มีมาในพระพุทธศาสนา
    ๑๕. ได้หลักในการอบรมสั่งสอนลูกหลานไทยได้เกิดความภาคภูมิใจว่าตนมีศาสนาประจำ ชาติ ที่จะต้องตระหนักในการนำศาสนาสู่การปฏิบัติมากยิ่งขึ้น
    ๑๖. ได้หลักการกลางในการสร้างความสามัคคีระหว่างคน ในชาติ เพราะเมื่อพระพุทธศาสนาแข็งแกร่ง คนในชาติซึ่งนับถือศาสนาต่างกันก็จะอยู่อย่างสงบสุขทั่วถึงกัน
    เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่พุทธศาสนิกชนจะไปรังแกคนที่นับถือศาสนาอื่นจากที่ ตนนับถือ ไม่เคยมีมาในอดีต ยังไม่มีในปัจจุบัน และ จักไม่มีในอนาคต ที่พุทธศาสนิกชนจะไปรังแก
    รบราฆ่าฟัน ขับไล่ไสส่งศาสนิกอื่น มีแต่ชาวพุทธเท่านั้นที่ถูกรังแกถูกทำลายมาตลอดทุกยุคที่ผ่านมา
    ๑๗. การบัญญัติข้อความข้างต้นนั้นไว้ในรัฐธรรมนูญ จะเป็นกุญแจสำคัญให้พระพุทธศาสนายิ่งมั่นคงขึ้น คือเป็นประเด็นให้ได้ออกกฎหมายคุ้มครอง ส่งเสริมให้เหมาะสมได้ในโอกาสต่อไป
    ๑๘. ประชาชนคนไทยในยุคต่อไปจะได้ตระหนักยิ่งขึ้นว่า ชาติ พระพุทธ- ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันสำคัญของชนชาติไทยที่จะต้องเทิดทูนไว้เหนือความขัดแย้งใด ๆและเหนือชีวิต
    ๑๙. การมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ มิได้หมายความว่า คนไทยที่นับถือศาสนาอื่นจะอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ เช่นเดียวกับการบัญญัติว่าที่นี่ประเทศไทย
    แต่คนจากประเทศไหน ๆ ก็สามารถมาอยู่ในประเทศไทยได้อย่างปกติสุข ภายใต้กฎหมายไทยที่ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาอยู่แล้ว
    ๒๐. การบัญญัติข้อความข้างต้นนั้นไว้ในรัฐธรรมนูญ จะได้รัฐธรรมนูญที่ถูกต้องที่สุดในบริบทสังคมไทย จะไม่เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากความชอบ ความชัง ความหลง ความกลัว
    คือจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ปราศจากอคติหรือความลำเอียงทั้งสี่ประการ เป็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่คนไทยเกินกว่า ๙๐ % ยอมรับแน่นอน

    ‘พ่อคูณ’ หนุนศาสนาพุทธประจำชาติ [15 เม.ย. 50 - 04:16]

    เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา กลุ่มตัวแทน 40 องค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย พระเทพวิสุทธิกวี วัดราชาธิวาส ในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผอ.ส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พล.ต.ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบและสักการะพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เพื่อทำพิธีเจิมและเคาะโปสเตอร์และสติกเกอร์ข้อความว่า “พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ” จำนวน 5,000 แผ่น ทั้งนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลและจะนำไปใช้รณรงค์ในการชุมนุมเรียกร้องให้มีการบัญญัติคำว่า “ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ” ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

    จากนั้นพระเทพวิทยาคมได้ทำพิธีเจิมและเคาะโปสเตอร์และสติกเกอร์ประมาณ 5 นาที และกล่าวว่า “ศาสนาพุทธอยู่คู่กับประเทศไทยมาตั้งแต่โบราณ ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า คนไทยทุกคนที่เกิดมาบนแผ่นดินนี้เป็นชาวพุทธอยู่แล้ว การที่พระสงฆ์จะออกมาชุมนุมก็เป็นเรื่องที่ดีทำไปเถอะ” หลังเสร็จพิธี พระเทพวิทยาคมยังได้มอบเงินจำนวน 1 หมื่นบาท ให้กับตัวแทน 40 องค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้วย

    นัดชาวพุทธชุมนุมหน้าสภา

    พระเทพวิสุทธิกวีกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 16-19 เม.ย. พระสงฆ์จากทั่วประเทศ จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้มีการบัญญัติคำว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในขั้นตอนการแปรญัตติ

    “มหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดไฟเขียวเต็มที่ เพราะเห็นภัยมานานแล้ว แต่ที่ยังไม่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะคิดว่าผู้ที่มีความรู้ทั้งหลายจะมีสติ การชุมนุมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.นี้ โดยคณะสงฆ์ได้จัดตั้งองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทยขึ้นมาเป็นองค์กรนำมีพระธรรมกิตติเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม วัดสัมพันธวงศ์ เป็นประธานและจะมีพระธรรมสุธี เจ้าคณะ กทม. เป็นกำลังหลักในการระดมวัดต่างๆ กว่า 500 แห่งใน กทม. มาชุมนุมยืนพื้น เพื่อรอให้พระสงฆ์ต่างจังหวัดทยอยกันเข้ามาสมทบ หวังว่าในขั้นตอนแปรญัตติจะมีการเปลี่ยนแปลง ตามที่คณะสงฆ์เรียกร้อง โดยอาจจะบัญญัติไว้ในมาตรา 2 ที่แต่เดิมบัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพุทธมามกะและเป็นอัครศาสนูปถัมภก” เป็น “ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพุทธมามกะและเป็นอัครศาสนูปถัมภก” ก็ได้” พระเทพวิสุทธิกวีกล่าวและว่า สำหรับในวันที่ 17 เม.ย. เวลา 10.00 น. พระธรรมกิตติเมธีกรรมการมหาเถรฯ จะอ่านแถลงการณ์เรียกร้องและยื่นหนังสือถึง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญด้วย

    http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics&content=43662
    ข้อเรียกร้องความเป็นเมืองพุทธบนหลักฐานแห่งชาติครั้งแรก
    นี่หรือคนที่ประกาศว่าเป็นชาวพุทธในแผ่นดินที่มีคนถึง ๙๕ เปอร์เซนต์ในแผ่นดินของพ่อตากสิน การที่จะสำนึกในประกาศประเทศนี้เป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีบ้างไหม น่าอายประเทศ ลาว เขมร มีบัญญัติในรัฐธรรมนูญของเขา ฝรั่งมังค่า ต่างเข้าใจว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธเป็นศูนย์การอารยธรรมตะวันออกด้านปัญญาทางพระพุทธศาสนาของโลก
    การที่จะมีบัญญัติเพื่อประกาศความสูงสุดแห่งปัญญาในแผ่นดินนี้ว่าแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินธรรม แผ่นดินที่มีพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ในอดีตจนปัจจุบัน ได้ให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
    ดังนั้นจะใส่ไปก็ไม่เสียหาย และไม่ทำให้เกิดความแตกแยก แต่กลับทำให้ทุกคนเข้าใจถูกว่า ทุกคนต้องร่วมกันพัฒนาแผ่นดินนี้ให้เป็นแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง
    ตัวอย่างที่นำพิจารณา ประเทศอิสลามเช่นมาเลเซียประกาศเป็นรัฐอิสลามในรัฐธรรมนูญมีจำนวนมุสลิมเพียงไม่ถึง30% แล้วเราจะประกาศเป็นเมืองพุทธเพื่อให้โลกได้หันนำธรรมะมาเพื่อสันติแก้ปัญหาสังคมและโลกไม่ได้หรือ มองแต่จะเห็นว่าแตกแยก แต่มองแบบเป็นมองตรงข้ามกลับเป็นผลดีกับคนไทย ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ว่า
    ถ้าเมืองไทยมีการบัญญัติ ว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ จะได้ให้รัฐนำธรรมสู่ประชาชนและโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ เรามาร่วมกันนำธรรมสู่โลกเสียก่อน โลกจะร้อนด้วยอธรรม และทิฐิวิบัติ
    การเรียกร้องไม่ใช่กิจของใครทั้งนั้นแต่เป็นของทุกคนในแผ่นดินนี้ที่มีฐานะเป็นพุทธบริษัททุกท่าน ฉะนั้นจึงขอให้ทุกร่วมกันใช้สิทธิที่ชอบธรรมนี้จารึกไว้ในฐานะพุทธบริษัท ไม่ได้แต่ประกาศว่าพุทธในใจ

  22. 36
    ชาวพุทธ THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    ทำไมต้องบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็ศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ
    ผู้เขียน:พุทธสาวก

    ทำไมต้องบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็ศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ ประกาศชาวพุทธทั้งหลายโปรดทราบทั้งฝ่ายพระมหานิกายและพระธรรมยุต พระวัดบ้าน พระวัดป่า ตลอดถึงญาติโยม พ่อค้า ประชาชน
    ข้าราชการ นิสิต นักศึกษาที่เป็นชาวพุทธ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะนี้ สสร. กำลังร่างรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างการถกเถียงกันว่าจะให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติหรือไม่
    ถ้าชาวพุทธต่างคนต่างปล่อยวาง ถือว่าไม่ใช่ธุระ ไม่ใช่หน้าที่ พระก็ปล่อยวาง โยมก็ปล่อยวาง เจ้าหน้าที่ข้าราชการที่เกี่ยวข้องทุกคนก็นิ่งเฉย
    ศาสนาพุทธคงเสื่อมลงและหมดลงไปในไม่ช้าเพราะภัยอันตรายจากผู้ไม่หวังดี ตั้งใจบิดเบือนคอยทำลายศาสนาพุทธ ประเทศไทยเราถือได้ว่า
    เป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา เป็นแบบอย่างที่ดี ต่อการประพฤติปฏิบัติ เราชาวพุทธขอเรียกร้องสิทธิให้ สสร.โปรด
    บัญญัติกฏหมายรัฐธรรมนูญดังนี้ ๑. พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
    ๒. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภ์ภก เหตุผลที่ต้องระบุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ
    ๑. ชาวไทยไม่น้อยกว่า๙๐% เป็นชาวพุทธ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำใจของคน ส่วนใหญ่ในชาติ
    ประเทศไทยจึงสมควรให้พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ
    ๒. จำเป็นต้องระบุให้เป็นศาสนาประจำชาติ ถ้าไม่มีการระบุในครั้งนี้จะเป็นการมองที่แคบและสั้นเกินไป
    เนื่องจากการส่งเสริมสนับสนุนจะเป็นไปด้วยความยากลำบากในอนาคต หากเกรงกลัวจะถูกมองว่าไม่เป็นธรรมต่อศาสนาอื่นๆ
    และไม่สร้างความสมานฉันท์นั้น เป็นความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้อง เพราะประเทศไทยให้เสรีภาพบริบูรณ์ เคารพสิทธิ ของประชาชน
    ทุกคนในการเลือกนับถือศาสนาตามที่ตนเชื่อและศรัทธา
    ๓. ถ้าไม่ใส่ใจในการที่จะระบุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติแล้ว พุทธศาสนิกชน บุคลากรในพระพุทธศาสนา พระ เณร
    ศาสนสถานในประเทศไทยจำนวนมาก รวมทั้งทรัพย์สินของวัด ที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฏหมาย มิฉะนั้นในอนาคตศาสนาพุทธ
    จะเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องได้รับการดูแลและส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเหมาะสม
    ๔. เราได้รับประโยชน์จากพระพุทธศาสนา จากพระธรรมคำสั่งสอน เราพูดเสมอว่า พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่เคารพสูงสุด
    ดังนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเรา ทั้งพระ ทั้งฆราวาสที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ในขณะนี้ได้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
    เพื่อประกาศใช้ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการสนับสนุนให้มีการระบุ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแม่บท
    กฏหมายให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง เกื้อกูลแก่การรักษาพระพุทธศาสนา หากพุทธบริษัท (ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา) ไม่ช่วยกันรักษา
    พุทธศาสนาแล้ว จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของใคร
    ๕. การละเลยที่จะไม่บัญญัติ เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น จะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เหมือนกับการถอด
    วิชาพระพุทธศาสนาออกจากบทเรียนพบปัญหามากมายเกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะลูกหลานของเราขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับศาสนาพุทธ
    ๖. ตั้งข้อสังเกตว่าในบางพื้นที่ของประเทศไทยเรา ที่มีประชาชนนับถือศาสนาพุทธจำนวนน้อย มักมีปัญหาทางสังคม มีการฆ่ากันรายวัน บางประเทศ
    เช่น อิรัก , อิหร่าน, อิสราอิล, ตารีบัน มีสงครามศาสนา สงครามกลางเมือง มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพราะไม่มีพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ สำหรับคนรุ่นใหม่บางคนที่ไม่มีความเข้าใจในพระพุทธศาสนา หลงใหลในวัตถุเงินทองเป็นที่ตั้งเป็นที่ยึดถือ มีความเห็นว่าไม่ต้องเอาศาสนาพุทธ
    เป็นศาสนาประจำชาติก็ได้ เพราะเราก็ทำความดีอยู่แล้ว ขอชี้แจงทำความเข้าใจให้ทราบว่า ประเทศหนึ่งๆจะต้องประกอบด้วยประชาชน ผู้ใหญ่บ้านกำนัน
    นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายทหารตลอดจนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำเป็นต้องมีกฏกติกา, กฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่ชัดเจน มิฉะนั้นประเทศ
    ก็จะล่มสลาย ถ้าคิดว่าทุกสิ่งมันอยู่ที่ใจ มันจะเป็นประเทศชาติ เป็นศาสนา พระมหากษัตริย์ ไปได้ยังไร ถึงเป็นได้ก็คงอยู่ได้ไม่นาน ถ้าเราเข้าใจไม่ถูกต้องสมบูรณ์
    ก็จะเกิดความเสียหายแก่บุตรหลานของเราในอนาคตข้างหน้าอย่างแน่นอน บรรพบุรุษของเราปกป้องประเทศชาติ บำรุงรักษาพระพุทธศาสนามามากกว่าพันปี
    ในครั้งนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะช่วยกันรักษาสืบทอดพระพุทธศาสนาให้อยู่คงสภาพ คู่ชาติไทยตลอดกาลสืบไป
    ขอให้พวกเราชาวพุทธทั้งหลายช่วยกันจับตามอง ให้สังเกตว่ามีนักการเมืองคนใดทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศที่นับถือพุทธศาสนา แต่ไม่สนับสนุน
    ให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้น ให้ถือว่าเป็นคนใช้ไม่ได้ ไม่มีคุณธรรม ไม่มีศีล ไม่มีธรรม ให้ถือว่าเป็นตัวเสนียดจัญไร ถือว่าเป็นคนทำลายสถาบันชาติ
    ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ลงสมัครการเมือง เพื่อหวังความร่ำรวย หวังลาภยศสรรเสริญเพียงอย่างเดียว ขอให้พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย โปรดอย่าได้หลงกลเลือก
    คนเหล่านี้มาเป็นตัวแทนของเราอีกต่อไป
    ถึงเวลาแล้วที่ชาวพุทธทุกท่านต้องเตรียมพร้อมรวมพลังกันใช้สิทธิเรียกร้องขอให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติเพราะเราคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ
    มากกว่า ๕๐ ล้านคนที่นับถือพระพุทธศาสนา พระภิกษุ สามเณร ไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ รูป ตลอดจนมีวัด และสำนักสงฆ์ไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ แห่ง
    ขอให้ชาวพุทธทุกๆท่านร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อสนับสนุนให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

    จากชาวพุทธผู้ประสานงานให้ชาวพุทธทั่วไปรับทราบ
    วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
    ******************************************* ข้อดีของการบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
    ๑. ได้ยืนยันความจริงทางประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีมายาวนาน
    ๒. ได้รักษาสถาบันทั้งสามอย่างเท่าเทียมกันโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ
    ๓. ได้ให้ความสำคัญกับศรัทธาของประชาชนคนในชาติที่มั่นคงอยู่ในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
    ๔. ได้แสดงออกซึ่งการยอมรับความจริงแบบประชาธิปไตยว่าเสียงของคนส่วนมากยอมรับ สถาบันชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ เท่าเทียมกัน
    ๕. ได้ยืนยันความเป็นคนไทยที่นิยมอิสระ เสรีภาพ โดยมีหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นแกนกลางสร้างความสามัคคี
    ๖. ได้สร้างและยอมรับความสอดคล้องกับมติของประชาคมโลกที่ให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนาและประเทศไทย
    ๗. ได้ส่งเสริมความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นระหว่างประชาชนคนในชาติ
    ๘. ได้ยืนยันภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่เป็นดินแดนพระพุทธศาสนา ที่คนทุกคนในประเทศนี้มีเสรีภาพในการนับถือศาสนาที่ตนศรัทธาได้โดยไม่ขัด แย้งกัน
    ๙. ได้แสดงออกซึ่งความที่พระพุทธศาสนาเป็นนวัตกรรมทางความคิดของพระสัมมา สัมพุทธเจ้าที่อยู่คู่กับคนไทย ชาติไทย พระมหากษัตริย์ไทย ในสุวรรณภูมินี้มานานมากกว่าสองพันปี
    ๑๐. ได้ยกย่องพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่พระมหากษัตริย์ไทยทุกราชวงศ์ตั้งแต่ เริ่มต้นเผ่าไทยมาถึงปัจจุบัน และประชาชนคนไทยปัจจุบันเกินกว่า ๙๔ % ยอม
    รับนับถือ เพราะมั่นใจว่าพระพุทธศาสนามีคุณูปการต่อชนชาติไทย
    ๑๑. ได้ส่งเสริมสนับสนุนมติชาวโลกที่ยกย่องให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาของโลก
    ๑๒. ได้หลักประกันทางกฎหมายว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยโดยถูกต้องชอบ ธรรมและชอบด้วยกฎหมายบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
    ๑๓. ได้เครื่องมือปลูกจิตสำนึกร่วมกันของคนในชาติที่จะร่วมใจกันยกย่องสถาบันสูงสุดเป็นเอกลักษณ์ของชาติ
    ๑๔. ได้เครื่องมือส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติธรรมนำสู่หลักแห่งประชาธิปไตยที่ ยึดความถูกต้อง ชอบธรรม มีภราดรภาพ มิตรภาพตามหลักธรรมคำสั่งสอนที่มีมาในพระพุทธศาสนา
    ๑๕. ได้หลักในการอบรมสั่งสอนลูกหลานไทยได้เกิดความภาคภูมิใจว่าตนมีศาสนาประจำ ชาติ ที่จะต้องตระหนักในการนำศาสนาสู่การปฏิบัติมากยิ่งขึ้น
    ๑๖. ได้หลักการกลางในการสร้างความสามัคคีระหว่างคน ในชาติ เพราะเมื่อพระพุทธศาสนาแข็งแกร่ง คนในชาติซึ่งนับถือศาสนาต่างกันก็จะอยู่อย่างสงบสุขทั่วถึงกัน
    เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่พุทธศาสนิกชนจะไปรังแกคนที่นับถือศาสนาอื่นจากที่ ตนนับถือ ไม่เคยมีมาในอดีต ยังไม่มีในปัจจุบัน และ จักไม่มีในอนาคต ที่พุทธศาสนิกชนจะไปรังแก
    รบราฆ่าฟัน ขับไล่ไสส่งศาสนิกอื่น มีแต่ชาวพุทธเท่านั้นที่ถูกรังแกถูกทำลายมาตลอดทุกยุคที่ผ่านมา
    ๑๗. การบัญญัติข้อความข้างต้นนั้นไว้ในรัฐธรรมนูญ จะเป็นกุญแจสำคัญให้พระพุทธศาสนายิ่งมั่นคงขึ้น คือเป็นประเด็นให้ได้ออกกฎหมายคุ้มครอง ส่งเสริมให้เหมาะสมได้ในโอกาสต่อไป
    ๑๘. ประชาชนคนไทยในยุคต่อไปจะได้ตระหนักยิ่งขึ้นว่า ชาติ พระพุทธ- ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันสำคัญของชนชาติไทยที่จะต้องเทิดทูนไว้เหนือความขัดแย้งใด ๆและเหนือชีวิต
    ๑๙. การมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ มิได้หมายความว่า คนไทยที่นับถือศาสนาอื่นจะอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ เช่นเดียวกับการบัญญัติว่าที่นี่ประเทศไทย
    แต่คนจากประเทศไหน ๆ ก็สามารถมาอยู่ในประเทศไทยได้อย่างปกติสุข ภายใต้กฎหมายไทยที่ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาอยู่แล้ว
    ๒๐. การบัญญัติข้อความข้างต้นนั้นไว้ในรัฐธรรมนูญ จะได้รัฐธรรมนูญที่ถูกต้องที่สุดในบริบทสังคมไทย จะไม่เป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากความชอบ ความชัง ความหลง ความกลัว
    คือจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ปราศจากอคติหรือความลำเอียงทั้งสี่ประการ เป็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่คนไทยเกินกว่า ๙๐ % ยอมรับแน่นอน ************************************
    ตอบข้อข้องใจของพวก “ปล่อยวางและไม่ยึดมั่นถือมั่น”
    ขอทำความเข้าใจกับบรรดาพวกไม่ยึดมั่นถือมั่นนิดหนึ่งนะครับ อันที่จริงพระพุทธศาสนาของพวกเรานั้น
    ไม่ได้สอนให้เราโง่ขนาดนั้น เรื่องความไม่ยึดมั่นถือมั่นท่านหมายถึงความไม่ยึดมั่นถือมั่นทางจิตใจให้รู้จักปล่อยวางทางจิตใจ
    ไม่ใช่ ปล่อยวางภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เป็นพระวินัยหรือกฏหมายของพระจะต้องยึดถือไว้เป็นหลักใน
    การปฏิบัติไม่ใช่ปล่อยวาง ถ้าคุณบอกพระว่าพระไม่ควรยึดมั่นถือมั่น แล้วพระท่านไม่ยอมถือศีลเลยสัก
    ข้อโดยอ้างว่าท่านไม่ยึดมั่นถือมั่น ผมบอกให้คุณไปกราบพระพวกนั้นคุณจะไปใหม ? ตัวคุณเองถ้าไม่ยึดมั่นถือมั่น
    คุณลองเดินแก้ผ้าในตลาดดูหน่อยไหม หรือว่าตามสี่แยกก็ได้ ถ้าตำรวจมาถามคุณค่อยบอกเขาว่าคุณไม่ยึดมั่นถือมั่น
    เรื่องความไม่ยึดมั่นเป็นคุณธรรมของผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่รู้จริงก็ไม่ต้องเอาความโง่มาประจานเขา
    เรื่องการบัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้นเป็นความสำคัญยิ่งของพวกเราชาวพุทธ
    ให้พากันเสียสละเวลาช่วยกันสนับสนุนให้ สสร . บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี2550ให้ได้
    บรรพบุรุษในอดีตต่างพากันเสียเลือดเสียเนื้อในการรักษาแผ่นดินใว้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เราอนุชนรุ่นหลังทำไม
    จะเสียสละสนับสนุนเรื่องแค่นี้ไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ใช่คนแล้ว แผ่นดินผืนนี้พระเจ้าตากสินมหาราชได้ถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว
    ไม่ควรจะลืมบุญคุณแผ่นดิน สำนึกพระคุณแผ่นดินช่วยกันสนับสนุนให้สสร.บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
    ส่วนพระที่ท่านออกไปเป็นตัวแทนชาวพุทธในการเรียกร้องให้ สสร. บัญญัติพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้น
    ต้องขออนุโมนาบุญกุศลกับท่านด้วยเพราะท่านได้ทำในสิ่งที่ประเสริฐแล้ว เป็นตัวอย่างที่ดีของชาวพุทธที่แสดงออกถึงการเสียสละ
    ความอดทนต่อแสงแดด ความร้อน ความดูถูกดูแคลน ความตั้งใจจริงในการดำรงอยู่ซึ่งพระพุทธศาสนา ขอท่านเหล่านั้นจงมีกำลังใจในการต่อสู้
    ข้ามพ้นอัธพาลคนไม่ถึงศาสนาได้เร็วไว ความตั้งใจของทุกท่านจงประสบความสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จด้วยเทอญ

  23. 35
    bud THAILAND Windows XP Internet Explorer 6.0 Says:

    ” วิสาขบูชา ๒๕๕๐ ” ร่วมบูชาเวียนเทียนพระบรมสาริกธาตุ ณ. มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันศุกร์ที่ ๒๕-วันพฤหัสบดี ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
    ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ