176 | ศาสนา การเมือง พระเครื่อง ฟุตบอล

ผมเพิ่งขี้เสร็จ พร้อมๆ กับการอ่าน “กระทบไหล่เขา” ของปราบดา หยุ่น (๒๕๔๗) จบ
ปกติผมจะซื้อหนังสือที่มีขื่อเขาอยู่ตรงตำแหน่งผู้เขียน ก็เฉพาะงานที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง
เพราะเข็ดแล้วกับการจ่ายเงินซื้องานศิลปะดีๆ สักเล่มที่ผู้เขียนบรรจงรังสรรค์ไว้
แต่มนุษย์อย่างผมดันอ่านแล้วไม่กระแทกสะเทือนใจตามหน้าที่ที่ศิลปะควรจะเป็นซะที
หนังสือกระทบไหล่เขาที่ยังกรุ่นกลิ่นไอจากห้องน้ำ (ตอนนี้เริ่มเจือจางลงแล้วครับ สบายใจได้)
เป็นหนังสือที่โปรยปกไว้ว่า “๑๙ จินตนาการผ่านบุคคลสำคัญ” (สำคัญของพี่คุ่นเขานะ)
เนื้อหาข้างในก็ไม่ธรรมดา เพราะเป็นเหมือนเรื่องสั้นที่อยู่ในมิติของบุคคลสำคัญท่านนั้น
บางทีพี่แกเป็นขี้ยา บางทีเป็นขโมย แต่การเป็นหลายๆ เป็นนี่เอง ทำให้ได้กระทบไหล่ “เขา”
บทที่ผมชอบกลับเป็นบทสุดท้ายครับ – พี่คุ่นกล่าวถึงพี่ชายตัวเองที่หายสาปสูญไป (มีด้วยเรอะ!)
มีประเด็นหนึ่งที่อ่านแล้วกระแทกตาดี (เออ มันต้องยังงี้แหละ ถึงเรียกศิลปะ!! — มันเป็นปรมัตถ์!!)
คือเรื่องที่เด็กชายคุ่นเล่าให้พี่ชายฟังว่า ครูที่โรงเรียนบอกว่าเขานับถือศาสนาพุทธ
ซึ่งก็น่าแปลกว่าครูจะไปรู้ได้ไงวะ ว่าเด็กจะนับถือศาสนาอะไร แต่ก็เท่ว่ะ แล้วพี่ล่ะ ศาสนาอะไร?
แต่คำตอบของพี่ชายอายุเจ็ดขวบ ดันทะลึ่งบอกว่า เขาเป็นเอทีเอียสท์ (พวกไม่มีศาสนา)
เอทีเอียสท์เหรอ..
โอ้โห.. ศัพท์คำนี้ผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกครับในชีวิตนี้ .. ให้พิมพ์อีกทีก็พิมพ์ไม่ได้แล้วเนี่ย
รู้แค่ว่ามันน่าจะหลุดมาจากปากของคนที่ทั้งแนวจริงและอยากแนวทั้งหลายมากกว่าเด็กเจ็ดขวบนะ
เนื้อเรื่องหลังจากนั้นเป็นยังไงผมคงไม่ต้องเล่าต่อนะ เดี๋ยวคุณปราบดาเขาด่าเอา
แต่รู้สึกได้เลยว่าเป็นเรื่องปิดเล่มที่เจ๋งมาก เลยรู้สึกดีกับหนังสือเล่มนี้ไปเลยแฮะ
ตรงที่ว่า ที่จริงแล้วตอนเป็นเด็ก เราก็ไม่มีศาสนาอยู่แล้วนี่หว่า
แล้วมาวันหนึ่งก็โดนผู้ใหญ่สวมหัวโขนเป็นเหมือนอนันดาในหนัง Me, Myself ซะงั้น
(ใครยังไม่ได้ดู ขอความกรุณาให้บึ่งไปดูซะครับ เรื่องนี้ดี เสียดาย.. ดั๊นใช้ชื่อพงษ์พัฒน์เป็นจุดขาย)
ทำให้ผมพาลนึกถึงหลายๆ ครั้งที่เคยคุยกับเพื่อนที่เป็นมุสลิม ศิษย์ธรรมกาย หรือเจ้าแม่กวนอิมก็ตาม
ก็ได้รับคำถามกลับมาบ่อยๆ ว่า เฮ้ย นาย (มึงนั่นแหละ) นับถือศาสนาพุทธจริงหรือเปล่าวะ ทำไมถึง~
ผม (กูนี่แหละ) ก็บอกมึงๆ เหล่านั้นว่า ก็จริงน่ะสิ แต่ต้องย้อนกลับมาดูก่อนว่าคำว่านับถือนี่คืออะไร
ใครจะว่าเป็นยังไงก็สิทธิ์ของคุณนะครับ แต่สำหรับสิทธิ์ของผม-ที่กรอกแบบฟอร์มช่องศาสนาว่า “พุทธ”
แต่ผม(ในวัยรุ่นอย่างตอนนี้)คงไม่ใช่ชาวพุทธที่ต้องถือศีลแปดทุกวันพระ หรือจำพระไตรปิฏกได้ขึ้นใจ
หรือแม้แต่มาถกกันเรื่องชาตินี้ชาติหน้า เรื่องกรรมแบบเหนือธรรมชาติที่ไม่ใช่อุปมา ผมก็ดันไม่เชื่อด้วย
ยิ่งพุทธผสมพราหมณ์ผสมผีอย่างไปไหว้ศาลเจ้าพ่อที่บ้านผมนับถือนี่ ก็ไหว้แบบแกนๆ ไปกะเขาซะงั้นเอง
จริงๆ แล้วคือไม่ได้เอาดีด้านความเชื่อ/พิธีกรรมเลยครับ เห็นเพื่อนสวดมนต์กันผมยังงงเลยว่ามันจำได้ไง
วิธีนับถือศาสนาของผมก็เหมือนกับนับถือผู้ใหญ่ดีๆ ท่านนึง ที่มีอะไรในตัวให้น่านับถือ และศรัทธา
เราก็หยิบเอาส่วนดีส่วนนั้นมาชื่นชม และยึดถือเป็นคอนเซปต์ของตัวเองซะ ว่าเอ้อ นี่เข้าท่า งั้นตูนับถือ
แต่ก็ไม่เห็นจะต้องไปนั่งโขกหมากรุก บ้าการเมือง หรือฟังเพลงแนวเดียวกับลุงคนนั้นซะหน่อย
ดังนั้นหลายครั้งที่บทสนทนาพาให้ลุกลามไปสู่เรื่องศาสนาเปรียบเทียบทีไร
ผมก็จะโดนตั้งคำถามซ้ำๆ ซากๆ เหล่านี้บ่อยๆ ว่าตกลงมึง “นับถือ” ศาสนาพุทธจริงเหรอ
ดังนั้นคำว่านับถือที่ผมเป็นมาตลอดก็แบบนี้แหละมั้งครับ (ไม่ได้แนวอะไรหรอก คุณหลายๆ คนก็เป็น)
ผมคุยกับสมาชิกที่ฟ๐นต์ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนาบ่อยเหมือนกันนะครับ
ก็ได้รับความคิดที่แตกต่างมหาศาล ซึ่งไอ้ความแตกต่าง ความหลากหลายนี่แหละที่น่าสนใจ
มันทำให้มนุษย์ทุกเมล็ด ได้ยืนอยู่บนผิวโลกสนุกขึ้นเป็นกอง แบบที่ I, Robot ทำไม่ได้
เลยคิดถึงประเด็นเรื่องการหยิบยกศาสนา(อะไรสักอย่าง)เป็นประจำชาติแฮะ
ผมก็เหมือนหลายๆ คนที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่เห็นควรจะเป็นประเด็นตรงไหน
ประเทศเรามันเสรีาพ(แม้จะมีรถถังวิ่งทั่วกรุงนี่แหละ)เกินกว่าจะมากำหนดว่าผิดศีลห้าแล้วผิดกฎหมายนะ
ย้อนกลับไปใน “กระทบไหล่เขา” ของคุณปราบดาอีกครั้ง หลายๆ เรื่องในนั้นกล่าวถึงพระแนวๆ ของญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ผมก็สงสัยว่าทำไมวงการนักเขียนบ้านเรา อยู่ดีๆ หลายคนก็บอกว่าย้ายสโมสรไปลัทธิเซ็นซะแล้ว
แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วครับ – คงเพราะศาสนากับศรัทธาของคนไทยในชั่วโมงนี้ดูมั่วเกินไปละมั้ง
หันไปทางไหนตอนนี้ไม่ใช่พ้นแต่ต้นตาลนะ .. แต่ดันเจอจตุคามเต็มไปหมด
พระเท่ๆ อย่างท่านพุทธทาส หรือ ว.วชิรเมธี จึงทำให้ผมรู้สึกว่า ศาสนาพุทธนี่ยังเท่อยู่เว้ย
ไม่ได้มีาพติดตาของการสร้างซุ้มวัดราคาเป็นล้านๆ หรือพุทธพาณิชย์อย่างปัจจุบันไปปนเปื้อนด้วย
แต่เป็นาพที่ฝรั่งที่เบื่อพระเจ้าแล้ว หันมานับถือ “พุทธูมิปัญญาตะวันออก” มองไว้นี่เลย
พอหันกลับมาดูบ้านตัวเองที่เป็นแหล่งูมิปัญญาที่ว่านั่น.. ก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเซ็ง
ป.ล.
ฝากถึงคนที่อ่านบล็อกผมในตอนก่อน
เข้าใจครับว่ารีบ เลยไม่ได้กดเข้าไปดูรูปที่อุตส่าห์สแกนมาแปะไว้
ก็เลยแปลความหมายของเนื้อหาผมผิดหมดเลย 
เป็นบทเรียนสำหรับคนเขียนบล็อกนะครับ ว่าเราไปบังคับคนอ่านไม่ได้หรอก
(แต่พออ่านแบบไม่ได้กดเข้าไปดูรูปนี่ ความหมายมันเปลี่ยนจากหน้าตีนเป็นหลังตีนจริงๆ)
ป.อ.
มีโอกาสได้ดูหนังแสงศตวรรษของพี่เจ้ยเหมือนกัน
ยังสงสัยอยู่ว่า คณะกรรมการเซ็นเซ่อนี่เขาทนดูจนถึงฉากกุ๊กกู๋แข็งตัวได้ไง
ในเมื่อหนังมันเรื่อยเปื่อยขนาดนี้ – ผมเคารพศิลปะนะครับ แต่ศิลปะไม่เกรงใจผมเลย
ป.ฮ.
ขอความกรุณา อย่ามากัดกันในคอมเมนต์บล็อกผมอีกเลยนะครับ ไม่ชอบ

May 15th, 2007 at 13:44
ผมอ่านเหตุผลที่ ควรจะกำหนดพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ หลายตลบ
ยังไงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
แต่ก็มีขำ เพราะเหตุผลแบบพระๆ
(เปรียบเปรย ว่าประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตย ต้องเข้าข้างคนข้างมาก เพราะฉะนั้น คนไทยนับถือศาสนาพุทธมากที่สุด เลยต้องนับถือเป็นศาสนาประจำชาติ
)
เอาเหอะ คับ อยากทำก็ทำ แต่ไม่ต้องตามมาทะเลาะ หรือ “ก๊อป” เหตุผลบ้าบอ อะไรนั่นมาอ้าง
อ่านแล้ว ขนลุก++ (เพราะปวดขี้)
ผมขอยอมแพ้ครับ!!!
May 15th, 2007 at 15:41
ผมเคารพศิลปะนะครับ แต่ศิลปะไม่เกรงใจผมเลย
5555555+++
โดนค่ะ โดน^^
หลายครั้งดูหนังคุณเจ้ยแล้วคิดแบบนั้น 5555+
May 15th, 2007 at 15:44
ดูเครียดๆ นะ วันนี้
May 15th, 2007 at 16:03
น่าสนใจมากครับ มีความชัดเจนในความคิดดี
บางทีคนเราก็ตามกระแสจนลืมตัวเอง ลืมความจริงไปซะงั้น
May 15th, 2007 at 16:32
ไม่รู้จะเม้นท์อะไร.. เลยขออนุญาตแก้คำผิด
“แต่การเป็นหลายๆ เป็นนี่เอง ทำให้ได้กระทบ ไล่ “เขา”” –> ไหล่
May 15th, 2007 at 16:45
เป็นทางการดีนะคะ
May 15th, 2007 at 20:36
ช่วงนี้แอนบ้าศาสนาแหะ…
May 15th, 2007 at 23:24
พี่แอนสปอยล์ตอนจบเลย
May 16th, 2007 at 1:22
ผมเข้าไปดู Link ที่ F0NT ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นสมาชิก จึงแสดงความคิดเห็นไว้เช่นนั้นเอง
อยากให้ได้ลองอ่านหนังสือ “ไฟใต้ ใครบงการ” ไม่ต้องเชื่อก็ได้ (เพราะชาวพุทธพึงสังวรเรื่องหลักกาลามสูตร) แต่อยากให้รับรู้ข้อเท็จจริง ที่ไม่ใช่การบิดเบือนทางประวัติศาสตร์บางอย่างเท่านั้น :)
May 16th, 2007 at 2:03
สนุกออก..
May 16th, 2007 at 2:22
ผมอยากถามผู้ที่โยงเรื่องการกำหนดให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติลงในรัฐธรรมนูญ กับปัญหาไฟใต้ว่า
ถ้ากำหนดแล้ว จะทำอย่างไรต่อกับปัญหาไฟใต้?
ก. ใช้อำนาจกฎหมายบังคับให้ผู้ที่นับถือศาสนาอื่นมานับถือศาสนาพุทธ
ข. ใช้อำนาจทางทหารสังหารผู้ที่นับถืออิสลามให้หมด
ค. ขาย 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้มาเลเซีย
ง. ไม่ต้องทำอะไร ปัญหามันจะหายไปอย่างเหลือเชื่อ
ปล.
ถ้าไล่ให้ไปอ่าน “ไฟใต้ ใครบงการ” แล้วผมบังเอิญผมเป็นคนเชื่ออะไรง่ายๆ คงต้องตอบข้อ ข. แน่นอน
May 16th, 2007 at 10:02
ทำไมต้องบัญญัติ เหมือนกับเป็นการบังคับว่าอยู่เมืองไทยต้องนับถือศาสนาพุทธ ถ้าศาสนาอื่นไม่ใช่คนไทย(หรอ)
แต่เรียนมาตั้งแต่เด็กก็ถูกสอนว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติอยู่แล้วนิ
May 16th, 2007 at 16:05
อ่า อยู่เมืองนอกอ่ะ เอาแบบจะๆ “ไฟใต้ ใครบงการ” เค้าหมายถึงใครหรือคะ
ที่ว่าบิดเบือนประวัติศาสตร์คือไรคะ แนะนำลิงก์ก็ได้คะ รบกวนด้วย ขอบคุณมากคะ
May 16th, 2007 at 17:27
ชอบอันนี้มากเลย
พระเท่ๆ อย่างท่านพุทธทาส หรือ ว.วชิรเมธี จึงทำให้ผมรู้สึกว่า ศาสนาพุทธนี่ยังเท่อยู่เว้ย
ไม่ได้มีาพติดตาของการสร้างซุ้มวัดราคาเป็นล้านๆ หรือพุทธพาณิชย์อย่างปัจจุบันไปปนเปื้อนด้วย
แต่เป็นาพที่ฝรั่งที่เบื่อพระเจ้าแล้ว หันมานับถือ “พุทธูมิปัญญาตะวันออก” มองไว้นี่เลย
May 16th, 2007 at 17:41
แนะนำอีกเล่มละกัน ฝนตกขึ้นฟ้า ของพี่วินทร์
May 16th, 2007 at 19:42
ชอบอ่านหนังสือตอนอึเหมือนกันเลยแฮะ
May 16th, 2007 at 21:27
คุณ monology ไม่มีทางเลือกอย่างที่คุณว่าหรอก :)
“ไฟใต้ ใครบงการ” เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดยผู้ที่ไปทำงานอยู่ในพื้นที่ ในช่วงที่กำลังมีปัญหาอย่างเข้มข้น และผู้เขียนเป็นผู้ที่รับรู้ปัญหานี้มาตั้งแต่เมื่อประมาณปี ๒๕๑๘ แล้วครับ
และผมไม่ได้ไล่ให้ใครไปอ่านหนังสือเล่มนั้นนะ แค่แนะนำให้หาข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น :) ที่สำคัญ ผู้เขียนก็ไม่ได้เสนอทางออกที่รุนแรงอะไรเลยสักอย่างเดียว ;)
ผมอ่านแล้วค่อนข้างเฉยๆ นะ แต่เห็นว่ามีข้อมูลบางอย่างที่มีประโยชน์ดี จึงแนะนำ
May 18th, 2007 at 1:41
5555 เขียนได้โดนใจมากจริงๆ เพราะคิดไม่ต่างกับผมเท่าไหร่เลย
แล้วก็คิดว่า หลายคนก็เป็นแบบนี้
May 18th, 2007 at 21:34
ซื้อมาเหมือนกัน “กระทบไหล่เขา” ซื้อเพราะ อ่านไอตอนสุดท้ายนี่แหละ พี่เค้าโคตรเท่เรย(มิน่าปราบดาจึงแนวๆ อย่างนี้) แต่พออ่านตอนอื่นๆ ก็เฉยๆ นะ
May 21st, 2007 at 16:30
ชอบหมาไม่ย่างอะ น่ารักดีฮาบ
แต่ศาสนาพุทธ ผมว่าก้ เห็นๆกันบนธงชาติแล้วนี่นา สีขาวนะสีขาว
May 22nd, 2007 at 21:43
คุยกันเรื่องศาสนา ก็มีเถียงกันบานเบิก
เมื่อยังละอ่อน เห็นพระ ชี เดินว่อนในตลาด แวะเข้ามาในร้าน ขอบิณฑบาตร่มบ้าง หมอนบ้าง หลายครั้งก็ขอเงิน พ่อไม่ให้ ให้บ่อยแล้ว เห็นแล้วเสื่อม
ไปเรียนคริสตังเสียสองปี เฮ้ยยย นี่มันวิทยาศาสตร์นี่หว่า ทุกอย่างมีเหตุมีผล ชอบๆ ปวารณารับศีลมันเสียเลย
20 กว่าปีแล้วที่รับศีล ไม่เคยล้างบาปซักที เพราะพ่อคนสอน บอกว่าบาปไม่มี เหตุที่ต้องล้างบาป ก็แค่ประโลมจิตใจและเพื่อสนับสนุนให้ผู้คนไม่เบียดเบียน เค้าเรียกกุศโลบาย เหมือนทางพุทธไง แต่คนสอนพุทธเวลานั้น ให้ท่องมนต์ยันเต กูเบื่อ ไม่เข้าใจ
ทุกวันนี้ ไม่ถือว่าตัวมีศาสนาแล้ว แต่ไอ้บัตรที่ต้องแสดงตนตอนไปเบิกเงินที่ธนาคาร มันบังคับให้ใส่ศาสนา เลยต้องเลือกซักอัน ห่วยยย บังคับขืนใจกูจริงๆ
ทุกศาสนาดีหมด มีเหตุผล แต่โปรโมทต่างกัน สงสัยต้องส่งตัวแทนศาสนาไปเรียนวิชาประชาสัมพันธ์เสียหน่อย
เรียนมาเพื่อโปรโมทความดีของศาสนานะ ไม่ใช่โปรโมทเครื่องลาง อันนี้กูก็เบื่อ เห็นคนห้อยเต็มหน้าอก แล้วอยากยกปืนเล็งกบาลให้ดิ้นตายไปเลย เซ็งงงงงงง
May 23rd, 2007 at 23:28
อ่านเพลินๆจนลืมไปว่า หัวข้อมี “ฟุตบอล” ด้วยนิ ตรงไหนหว่า หยั่งกะ โฟโต้ฮันท์เลย
ปล. คงไม่ใช่หัวของคุรพี่คุ่นเค้านา
May 24th, 2007 at 23:25
เท่าที่อ่านดู ดูเหมือนว่าคุณกำลังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เล็กน้อยน่ะครับ ยังไง
ลองอ่าน พุทธธรรม, ชีวิตพระ ชีวิตชาวพุทธ ของ พระพรหมคุณารณ์
คำสอนในพระพุทธศาสนา – พระพรหมมังคลาจารย์
คำสอนในพระพุทธศาสนา – พุทธทาสิกขุ
เพื่อให้เข้าใจถึงแก่นธรรม ที่แท้จริง
อ้อ ขอแนะนำ หนังสือวิธีดูพระ ของท่านพุทธทาสด้วยครับ ดีมากๆ
อีกเล่มที่แนะนำก็ พระพุทธเจ้าสอนอะไร ของท่านพุทธทาส มีสองาษาในเล่มเดียว Work มากครับ
June 28th, 2007 at 12:22
อ่าน กระทบไหล่เขา แล้วชอบเรื่องสุดท้ายเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าไอ้แอนนน เคยอ่านเรื่อง ชิทแตก หรือยัง
เป็นเรื่องแต่งของพี่คุ่นที่อ่านง่ายและสนุกนะครับ
July 4th, 2007 at 15:40
ผม ไม่ นับถือ อะไร เลย ครับ
ธรรมชาติ ๆ ๆ