258 | เมื่อผมบุก kapook.com! (ภาคแรก)
*คำเตือน เรื่องนี้ยาวนะครับ ยาวจนต้องแบ่งเป็น ๒ ตอน ไม่งั้นอ่านรวดเดียวไม่หมดแน่ๆ
เนื่องจากเป็นการจับประเด็นสดที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นปัจจุบัน จึงขอเขียนบรรยายโดยละเอียด
(จะได้เป็นข้ออ้างเวลาดองนานๆ ว่านี่ถือว่าเผื่ออาทิตย์หน้าไปเลยละกัน)
คุณเคยโดน “ขโมยผลงาน” เอาไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาตไหมครับ
ถ้าเคย หรือถ้าจินตนาการว่าคุณโดนอะไรแบบนี้ขึ้นมา คุณมีวิธีรับมือกับปัญหานี้อย่างไรครับ
ก. ร้องไห้ ต่อยตุ๊กตาหมี
ข. โพสต์ด่าในกระทู้เว็บบอร์ด เช่นพันทิป
ค. เขียนบล็อกด่า
ง. ถูกทุกข้อ (คือร้องไห้ ต่อยตุ๊กตาหมีและโพสต์บล็อกด่าไำปพร้อมๆ กัน)
ผม ในฐานะผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานโดย kapook.com
(ที่เขาแนะนำตัวเองว่า เป็นเว็บที่มีผู้เข้าชมเป็นอันดับสองของประเทศ
แต่ถ้านับเป็นกลุ่มผู้ชมระดับวัยรุ่นแล้ว kapook.com ถือว่าเป็นอันดับหนึ่ง)
ถ้าเป็นตอนนั้นที่ผมรู้ตัวว่าตัวเองถูกละเมิด ผมก็คงจะทำแบบเดียวกัน
กับที่คุณ Tick หรือคุณ Weerasak หรือคุณ Kitwora หรือคุณระจัน… ฯลฯ ทำ
แล้วพอทีมงาน kapook มาเจอ ก็จะตอบคอมเมนต์ขออภัย.. และเรื่องก็จบแฮปปี้?
โชคดีเหลือเกินที่ตอนนั้นผมไม่ว่างนัก เลยไม่ได้มาเขียนบล็อกและปิดคดีลงโดยง่าย
ได้แต่เก็บหลักฐานเอาไว้ รอให้ตัวเองมีสมาธิพอที่จะเขียนเรื่องนี้แล้วค่อยเขียน
ทำให้วันหนึ่ง คุณ Tick มาบ่นในบอร์ดฟ๐นต์ แล้วมีคนเอาเรื่องด้วย
เรื่องทั้งหมดจึงพลิกผัน กลายเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเพลของวันนี้!

มีตัวละครห้าตัวหลักๆ อยู่ในท้องเรื่อง
ทีมเยือน (จะว่าไปก็รวมตัวกันที่ฟ๐นต์.คอม) ประกอบด้วย
- กำนันแม้น: ไปในนามของผู้สนใจจะลงโฆษณา และคนขับรถ
- ผม: ไปในนามของผู้ถูกละเมิด
- โบว์: ไปในนามของแฟนผู้ถูกละเมิด
ทีมเหย้า จาก kapook.com ประกอบด้วย
- คุณเอกพงษ์ ธนสุริยสกุล: Business Development Manager
- คุณโชค วิศวโยธิน: Assistant Managing Director ของ kapook.com
ลุงกำนันแม้น เป็นเพื่อนอายุสี่สิบกว่าๆ คนหนึ่งที่โลดแล่นอยู่ในบอร์ดหลังฟ๐นต์.คอม
ปูพื้นไว้ก่อนเลยว่าโหงวเฮ้งแกคล้ายๆ พี่โต แฮงก์แมน บวกกัปตันแจ็ก สแปโรว์
คือออกแนวศิลปินๆ หน่อย และนักเลงในแบบที่ไม่มีทางได้เจอคนแบบนี้ในโลกทุนนิยม
พอดีแกจะไปลงโฆษณากับ kapook อีกทาง เลยต้องการข้อมูลเรื่องเรตโฆษณาด้วย
พอได้รู้ข่าว แกก็เลยจุดพลุขึ้นมาว่า “ไปบุกออฟฟิศกระปุกกันไหม”
รู้ตัวอีกที เรา (ผมกับโบว์) ก็ไปยืนอยู่กลางลานจอดรถเมเจอร์ รัชโยธินแล้วครับ
นัดกับกำนันแม้นไว้หลวมๆ ว่าก่อนเพลเรามาเจอกันที่นี่
เพราะจำได้ว่าเคยผ่านมาทางนี้แล้วเห็นป้ายเล็กๆ ที่แปะไว้ตรงปากซอยหลังเมเจอร์
บอกว่ามีบริษัท kapook อยู่ในซอยนี้นะ (ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าวันนึงจะมาุบุก)
พอขับรถเข้าไปในซอยแล้วก็วนหลงกันอยู่ตั้งนาน เลยได้รู้ว่าเขาย้ายออฟฟิศกันแล้ว!
ฮ่วย!! 
กำนันแม้นบอกว่าเหมือนเราเป็นหน่วยทิ้งระเบิด แต่บินมาแล้วก็ไม่รู้ว่ารังของข้าศึกอยู่ไหน
ก่อนที่จะฮากันไปกว่านี้ ผมเลยโทรถาม โดยดูเบอร์โทรศัพท์จากปึกเอกสารที่พรินต์มา
(มีที่ไหนกัน จะไปถล่มออฟฟิศเขาแล้ว แต่ดันโทรถามทางข้าศึก)
เลยได้รู้ว่าเขาย้ายสำนักงานจากซอยพหลโยธิน ๓๓ ไปฝั่งตรงข้ามแยกรัชวิภาซะแล้ว
เอ้า ตามๆ เอาไงเอากัน
แผล็บเดียวเราก็เข้าไปถึงสำนักงานกระปุกเรียบร้อย มากันแบบห่ามๆ นี่แหละจ้ะ
พอเปิดประตูเข้าไป ลุงกำนันซึ่งเป็นกองหน้าตัวยิงก็เจรจากับทางโต๊ะประชาสัมพันธ์สาว
ว่าวันนี้เราจะมาคุย ๒ เรื่อง คือเรื่อง “ขอติดต่อลงโฆษณา” และ “เรื่องเว็บ”
สำนักงานกระปุกที่รัชวิภา เป็นสำนักงานชั่วคราวที่รอเตรียมย้ายไปออฟฟิศจริงในไม่ช้า
ตัวออฟฟิศก็คือบ้านธรรมดาหลังนึงที่เผอิญข้างในมีคนอยู่กันเยอะมากๆ
และมีคอมคนละเครื่อง(เป็นอย่างน้อยมั้ง) อารมณ์เหมือนเป็นร้านเน็ตเลยละครับ
บรรยากาศของออฟฟิศนั้นเรียบง่ายมาก คือใส่รองเท้าแตะมาทำงานได้
และดูไม่มีพิธีรีตรองอะไรให้อึดอัด คงเพราะ “หน้าร้าน” จริงๆ คือรูปแบบออนไลน์กระมัง
ดังนั้น การที่อยู่ดีๆ ก็มีคนเดินดุ่มๆ เข้ามาติดต่อธุรกิจในออฟฟิศ จึงเป็นเรื่องพิลึกสุดๆ
(จับสีหน้าของเขาได้ว่า มีแบบนี้ด้วยเหรอวะ ติดต่อลงโฆษณาด้วยการวอล์กอินเข้ามา?)
รอสักพัก คุณเอกพงษ์ก็เดินลงมาต้อนรับและพาเดินขึ้นไปชั้นสอง (ชั้นล่างเลี้ยงหมาด้วย)
พอเปิดแอร์ ปิดหน้าต่าง มีแม่บ้านยกน้ำมาเสิร์ฟ เราก็เริ่มคุยกันแบบที่เราไม่งง แต่เขางง
เพราะกำนันแม้นเป็นคนพูดเปิดประเด็นครับ ส่วนผมเป็นคนจดบันทึก และโบว์นั่งพยักหน้า
สำหรับตอนต่อไปเดี๋ยวจะพยายามจับประเด็นสาระจากการสนทนามาให้อ่านกัน
ว่า(นอกจากเรื่องการลงโฆษณาของกำนันแล้ว) เราเรียกร้องอะไร แล้วกระปุกตอบว่าอะไร
ขอพิมพ์ต่อแป๊บนึงจ้ะ
.
ป.ล. สำหรับทีมงาน kapook.com:
ขอบคุณไว้ก่อนเลยนะครับ สำหรับการเปิดโอกาสให้เราบุกเข้าไปคุยถึงออฟฟิศในวันนี้
และขอบคุณสำหรับคำอนุญาตในการนำเรื่องที่ได้คุยกันในวันนี้มาเผยแพร่ต่อ
เจตนาบริสุทธิ์ในครั้งนี้ ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรนอกเหนือจากข้อความที่ปรากฏ
ที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมด ก็ปรากฏชัดเจนในบอร์ดฟ๐นต์ดังที่เห็นนั่นแล
ป.อ. สำหรับผู้อ่านทุกคน:
เนื้อหาในบล็อกสดครั้งนี้ ผมต้องการจุดประกายอะไรบางอย่างให้มันเกิดขึ้นกับพวกเรา
ที่ผ่านมาเราได้แต่โทษดินฟ้าอากาศ เทพเทวา และรัฐบาล
ว่าทำไมไอ้นี่ไม่เป็นแบบนั้น ไอ้นั่นไม่เป็นแบบนี้ (ไอ้นั่น?)
ถ้าใครดู Wanted ก็ให้นึกถึงฉากจบวินาทีสุดท้ายของหนัง ว่าเขาพูดอะไรกับคนดู
นั่นแหละครับ นั่นแหละครับ (อย่าสปอยล์นะ)
ป.ฮ.
ข้าวราดแกงข้างๆ ออฟฟิศกระปุกอร่อยมากครับ! เอ๊ะหรือเพราะหิวก็ไม่รู้
September 21st, 2008 at 0:28
อืมมม
August 18th, 2008 at 1:54
[...] How to เกรียน (เลย์อิจิ เดอะการ์ตูน) - เมื่อผมบุก kapook.com! ภาค 1 / 2 / จบ (iannnnn.com) - [...]
August 4th, 2008 at 15:44
[...] | Tags: ทำงาน | ได้อ่านบล็อกของ iannnnn เรื่องเมื่อผมบุก kapook.com! แล้วก็คิดว่า “เนี้ยแหละ [...]
July 31st, 2008 at 11:04
ไอ้แอนนนนน.com » เมื่อผมบุก kapook.com! (ภาคแรก)…
อ่านแล้วมันส์ดี อยากรู้ว่า Office เว็บไซต์อันดับสองของเมืองไทยเป็นอย่างไรต้องลองอ่านดู…
July 30th, 2008 at 22:50
ของเค้ายาวจริง
July 30th, 2008 at 18:06
ขออนุญาตติดตามอย่างใจจดใจจ่อ
July 30th, 2008 at 17:19
blackhat ตัวจริง
July 30th, 2008 at 16:47
แค่เกิ่นก็มันส์ซ่ะแล้ว รอตอนต่อไป
July 29th, 2008 at 21:57
July 19th, 2008 at 15:43
เผอิญเพิ่งได้เห็นประโยคนึงที่อาจจะตรงกับสถานการณ์นี้
“แจ้งครั้งเดียว ดีกว่าบ่นร้อยครั้ง” จำได้ไม่ตรงตัว น่าจะประมาณนี้
ป้ายนี้ตั้งอยู่กลางสี่แยกบนถนนใน ตจว. แห่งหนึ่ง
คือถ้าเราเห็นอะไรที่ผิด ไม่ชอบ ฯลฯ แทนที่จะบ่นๆๆๆๆๆ แล้วก็ไม่ทำอะไร
สู้โทรแจ้งหน่วยงานที่ดูแลไปเลย เขาจะได้จัดการกับปัญหา
จะได้ไม่ต้องมาบ่นกันอีก
แค่นึกได้ หุหุ
July 13th, 2008 at 2:07
คุณแอนเห็น blog ใหม่ของ http://www.kapook.com รึยังครับ
เหมือนเค้าเขียนถึงเรื่องลิขสิทธิ์รูปด้วยครับ ที่ blog ใหม่ http://glittermaster.kapook.com
July 12th, 2008 at 7:48
ตามมาอ่านจากมุงบล็อกครับ
เป็นกำลังใจให้นะครับ แน่มากไปลุยถึงถิ่น (Y)
July 10th, 2008 at 11:59
ติดตามตอนต่อไปฮะ
July 10th, 2008 at 1:05
July 10th, 2008 at 1:02
fighter
ไม่ต้องห่วงครับคุณนักสู้
ตอนที่ถ่ายนี่ผมยกกล้องถ่ายให้เห็นกันจะจะไปเลย ไม่ได้แอบครับ
ตอนคุยกันชั่วโมงกว่าๆ ก็มีกล้องวางไว้บนโต๊ะเป้งๆ เลยตัวนึง
เครื่องบันทึกเสียงอีกตัวนึง ไม่ได้แอบซ่อนอะไรครับ
แต่เรื่องการบุกเข้าไปแบบห่ามๆ นี่เห็นด้วยครับว่าใช้ไม่ได้กับทุกที่
และไม่แนะนำถ้าคิดจะทำเหมือนกัน (คงต้องขึ้นเตือนเป็นตัวสีแดงๆ ไว้ด้วยมั้งนี่)
ขอบคุณครับสำหรับข้อสังเกต
July 10th, 2008 at 0:49
ระวังเรื่องรูปประกอบ ของออฟฟิศ Kapook.com นะครับ
เดี๋ยวโดนฟ้องเอาได้ เพราะ รูปที่โชว์ มันเหมือนแอบถ่ายมายังไงชอบกล
ตัวผมเองก็มีประสบการณ์เคยติดต่อเข้าไปที่เว็บใหญ่ๆแบบนี้เหมือนกันครับ ปกติจะนัดวันกันเข้าไปก่อน ตามมารยาท เพื่อให้มีการเตรียมข้อมูลเพื่อพูดคุยกัน เพราะ ก่อนหน้านี้เคยเดินดุ่มๆเข้าไปติดต่อเหมือนกัน
สรุปแล้ว แห้วครับ ไม่ได้อะไรเลย เพราะ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้นัดเข้ามาก่อน เหตุผลก็ง่ายๆ เจ้าหน้าที่ติดประชุม อะไรเงี้ย!!
ต้องชมเชย ว่าแน่ๆจริงๆครับ บุกเข้าไปถึงถิ่นเค้าเลยเนี่ย สุดยอดจริงๆ
เป็นผมคงไม่กล้าขนาดนี้ เพราะถ้าออฟฟิตนี้เค้าดี เรื่องก็คงจบลง Happy Ending
แต่ในทางกลับกัน ถ้าออฟฟิตนี้เกิดไม่ดีขึ้นมา สงสัยต้องได้แจ้งความกันล่ะทีนี้
ก่อนไปก็สอดแนมก่อนนิดนึงนะครับ ว่าแต่ละออฟฟิตเป็นยังไง (เป็นห่วงครับ เดี๋ยวเราไม่มีฟอนต์ใหญ่ๆมาใช้กัน) อิอิ
July 9th, 2008 at 17:27
ประโยคนี้
“เลยได้รู้ว่าเขาย้ายสำนักงานจากซอยลาดพร้าว ๓๓ ไปฝั่งตรงข้ามแยกรัชวิภาซะแล้ว”
พี่แอนหมายถึงซอยพหลโยธิน ๓๓ หรือเปล่านะ
July 9th, 2008 at 14:04
รออ่านต่อ…
July 9th, 2008 at 12:09
ผมเข้าอกเข้าใจเหมือนกันครับ…แต่จะว่าไปคนที่copy ไปคงไม่ได้คิดอารายละมั้งอีกอย่างรูปที่หาเจอ ตาม Internet และไม่มีข้อความว่าห้าม copy หรือ ลิขสิทธิ์ เค้าก็อาจ copy ไปได้น๊านแหล่ะ..ผมมองว่าเรื่องเล็กทำเป็นเรื่องหย่ายไปได้ ..เฮ้าคนเรา..
July 9th, 2008 at 11:41
ขออนุญาติเอาเรื่องนี้ไปลงในกระทู้หน่อยนะคะ
เป็นอุทาหรให้กับเพื่อนๆคะ
July 9th, 2008 at 11:28
July 9th, 2008 at 0:06
รออ่าน ภาค 3
July 8th, 2008 at 16:59
พี่แอนเดินหน้า รักษาประชาธิปไตย
July 8th, 2008 at 16:00
เมื่อคืนเขียนเพิ่มแต่รู้สึกว่ามีประเด็นที่แตกหน่อยืดเยื้อไปหน่อยก็เลบยนั่งสรุปใหม่
ทำไปทำมาเหมือนจะต้องเขียนใหม่ทั้งดุ้นเลย
ขออภัยที่ช้าครับ เดี๋ยวเย็นๆ ค่ำๆ นี้มาเกลาต่อให้เสร็จละกันนะ
July 8th, 2008 at 15:50
จะติิดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน
July 8th, 2008 at 14:31
มาลงชื่อนั่งรออ่านตอนต่อไป อิอิ