264 | ฝันร้าย-ในฝัน

ตั้งแต่ได้ F วิชาแคลคูลัสมาประดับในใบเกรดเป็นครั้งที่สองตอนเรียนมหาลัย
(โดยที่แคลตัวแรกมีเพื่อนร่วม F ในรุ่นทั้งสิ้น ๓๘ คน จากในรุ่นที่มี ๗๓ คน!)
ผมก็เริ่มมีฝันร้ายประเทนึงโผล่เข้ามาในสมองหลายๆ ครั้งเมื่อหลับตานอน
มันคือฝันว่าตัวเองกำลังจะสอบ หรือกำลังสอบเลขอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ว่าไป
แต่ที่แน่ๆ คือข้อสอบตรงหน้าก็จะเป็นโจทย์ผีบ้าอะไรก็ไม่รู้
ยากนกแตกพอๆ กับการให้เด็กอนุบาลมาคำนวณทฤษฎีควอนตั้มเทเลวิชั่นส์
ครับ (ครับทำไม ใครถามมึง) ผมโง่วิชาเลขและการคำนวณทุกชนิดอย่างมาก
แต่สิ่งที่ได้ทดแทนจากการสูญเสียสมองซีกซ้ายที่ใช้ในการคำนวณ
นั่นก็คือ(รู้สึกว่า)ตัวเองสามารถจินตนาการาพในหัวได้ละเอียดกว่าชาวบ้าน
ถึงจะไม่ได้มากมายประหลาดล้ำเกินเพื่อนฝูง แต่มันก็ดีกว่าคิดเลขล่ะวะ
แต่ไอ้การที่ดันมีความสามารถในการจินตนาการได้สมจริงสมจังนี้เอง
ยิ่งทำให้แต่ละครั้งที่ผมนอนหลับแล้วฝันร้าย จึงร้ายแบบลงรายละเอียดใสกิ๊ก!
แล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา ผมก็ฝันว่าตัวเองกำลังเข้าสอบวิชาเลขอีกแล้วครับ
ที่ว่า “อีกแล้ว” เนี่ย ก็อย่างที่บอกว่าประสบการณ์หลอนที่เกิดจากการตกเลข
มันยังคงตามหลอนอยู่ในฝันบ่อยๆ ส่วนมากพอฝันทีนึงก็จะรู้สึกเหนื่อยใจซะทีนึง
ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศตอนมหาลัย ตอนมัธยม หรือตอนไหนๆ ที่มีข้อสอบเลขอยู่
แล้วพอตื่นมาก็จะโล่งโปร่งปลอดสมอง ว่าอีเมื่อกี้ที่กูแทบตายเนี่ยก็แค่ฝัน (เฮ้อ!)
แต่ความฝันของเมื่อคืนนี้ มันกลับไม่เป็นอย่างธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาว่ะครับ
คือเป็นความฝันเกี่ยวกับการสอบเลขนี่แหละ ในฝันรู้สึกจะเป็นตอนอยู่ ม.ปลาย
ผมพลิกอ่านโจทย์ที่ปรากฏด้วยความงงสุดขีด งงแบบกุมขมับอยู่นั่นแหละ
ว่าทำไมกูไม่รู้เรื่องอะไรในข้อสอบนี่เลยวะ แล้วทำไมเพื่อนมันทำกันได้วะ!
แต่โอ้ว นี่มันก็เหมือนทุกๆ ครั้งที่เคยฝันมานี่หว่า แล้วจะแปลกอะไร?
ยังครับ ไอ้นั่นมันแค่อารัมบท
เพราะพอผมพลิกกระดาษคำถามไปดูหัวกระดาษหน้าแรก (ผมทำแบบนี้บ่อยๆ)
ก็พบว่านี่มันไม่ใช่ข้อสอบเลขแล้ว!! แต่โจทย์คำถามทุกอย่างยังคล้ายของเดิม
เพียงแค่มันเปลี่ยนจากการหาคำตอบทางคณิตศาสตร์
กลายเป็นให้อธิบาย เขียนตีความ เหมือนวิชาอะไรสักอย่างที่ให้ตอบแบบบรรยาย
จำได้ข้อนึงถามประมาณว่า จะต้องขนย้ายคนข้ามแม่น้ำจำนวนมากอย่างเร่งด่วน
โดยติดขัดปัญหาบางประการที่ทำให้ขนคนทีละหน่อย อะไรแบบนี้ จำไม่ได้ละ
ดูแล้วมันก็โจทย์คณิตศาสตร์ชัดๆ ใช่ไหมครับ แต่ที่มันโป๊ะเชะขึ้นมาเนี่ยก็คือ
ให้นักเรียนตีความว่า อ้าวแล้วจะขนคนไปทำไม! ฝั่งนี้มีเหตุบ้านการเมืองอะไร
หรือควรจะมีการประณีประนอมหรือแก้ปัญหาในทางอื่น ที่ทำให้ไม่ต้องขนคนไหม
เอ้า ก็สนุกสิครับทีนี้ ผมก็นั่งเขียนนั่งหาวิธีไปเรื่อย.. นี่มันข้อสอบเข้าถาปัดชัดๆ
เสร็จแล้วก็เดินเอากระดาษคำตอบไปส่งอาจารย์ด้วยความมั่นใจสุดๆ
คือมันจะสะใจมากไงครับถ้าเราทำข้อสอบได้ ทำเร็ว แล้วเพื่อนยังไม่เสร็จกัน
เวลาเดินตัวปลิวออกไป จะชอบหันไปดูเพื่อนๆ ที่มองกลับมาด้วยความเคียดแค้น
อุวะ! ขอให้เป็นการปิดตำนานแห่งการฝันเรื่องเลขบ้านี่ซะที!!
เรื่องราวต่อจากนั้นก็เป็นฝันเลื่อนเปื้อนแหละครับ
มีตั้งแต่เดินโล่งออกไปนอกห้องสอบก็พบแม่น้ำใหญ่ขวางอยู่
ถึงน้ำจะไหลเชี่ยวกราก แต่วิวสวย น้ำใส น่าโดดเล่นมากๆ
ก็เลยโดดลงไป แล้วก็เริ่มเดินบนน้ำ… (ในฝันให้เหตุผลว่าแรงตึงผิวมันเยอะ)
ไม่นานนัก เพื่อนคนอื่นๆ ก็ทำข้อสอบเสร็จ แล้วก็ออกมาโดดน้ำกันเป็นที่หนุกหนาน
โอ้ว อยากไปเที่ยว ไปโดดน้ำเขื่อนจังโว้ย!
ป.ล.
ลืมบอกไป
วิชาแคลคูลัสที่ผมบอกว่าตอนปีหนึ่งมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันแล้ว F ซะครึ่งชั้นปี
ตอนสอบครั้งแรกผมได้ ๘ เต็ม ๑๐๐ และอีกครั้งคือ ๑๕ เต็ม ๑๐๐ (เก่งขึ้นนะ!)
โดยในกระดาษคำตอบครั้งแรก ผมเขียนเพลงต่างๆ ที่พี่ๆ เขาสอนให้ร้องลงไป
ส่วนครั้งที่สองนั้นผมแต่งโคลงกระทู้โอดครวญเกี่ยวกับความหินของวิชาเรียนลงไป
แล้วก็ลอกโจทย์จากกระดาษคำถามมาเขียนวนไปวนมาอีกสักพัก แล้วก็นอน
เห็นชาวบ้านชาวช่องเขาส่งโพยกันรอบตัว ไม่เอาอ้ะ ศักดิ์ศรีค้ำคอ 
ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็นครับ มีหมาจิ้งจอกมาประดับไว้ให้พ่อแม่ชื่นชมสองตัว
ป.อ.
น้องเดือนแปะลิงก์กระทู้ในพันทิปให้อ่าน (โดนลบไปแล้ว)
เป็นเรื่องของนักศึกษาบรรลุนิติาวะแล้วนี่แหละ อุตส่าห์ไปต่อถึงเมืองนอกเมืองนา
แล้วก็มาโพสต์กระทู้ ถามหาคนรับจ้างทำรายงานให้ 
คุณอาจจะเห็นด้วยหรือไม่กับเหตุผลอันน่าสงสารต่างๆ นานาของเธอก็เชิญ
แต่ผมไม่ใช่คนแบบนั้น และพิสูจน์แล้วด้วยตัวเอง ว่ากูยอม F เพื่อเรียนใหม่ปีหน้า
ดีกว่าจบมาแล้วได้กระดาษบ้าอะไรไม่รู้ใบนึง เอาไว้สมัครงานแล้วแนะนำตัวเอง
ว่าฉันจบปริญญาโท!
ป.ฮ.
ขอบคุณทุกความเห็นในบล็อกตอนที่แล้วครับ ขอบคุณมากๆ

August 22nd, 2008 at 5:32
ตอนเรียน เพื่อนๆเรียก เทพ Calculus
ปล. แต่สงสัยมันต้องแลกกับสมองซีกทีเหลือ คือวาดรูปได้ห่วยมาก
August 22nd, 2008 at 6:37
^
:05:
ดีกว่าครึ่งๆ กลางๆ นะฮะ
แคลคูลัสก็งั้นๆ วาดรูปก็งั้นๆ
กลางสุดๆ
แต่เคยนะ
เคยหลายทีแล้วที่ไม่ได้เมมสูตรเหมือนเพื่อนเค้า
พอจำสูตรไม่ได้ก็สูตรเตี๋ยวแทน
ได้แมวติดเอดส์มางี้ แมวมางี้ หมาติดเอดส์มางี้
มันถึงเกาะขอบทุนแบบฉิวๆ ไงล่ะ
August 22nd, 2008 at 6:45
ดีนะที่คณะเราไม่มีแคล ไม่งั้นโดนไทร์ไปนานแระ โง่เลขเหมือนกัน มหาลัยเราเด็กโดนไทร์เพราะติด f แคลเยอะมากกกก
August 22nd, 2008 at 8:45
ได้ FF หรอครับ ก็เป็นหมาย่างไง ( FireFox )
(ผมก็เหมือนกัน)
August 22nd, 2008 at 11:31
โอ…นึกถึงอ.กมลทันที
พี่ตกเหมือนกัน..รุ่น 27..รุ่นต้นกฤษณะ
มันทำให้เพื่อนพี่จบ 7 ปีเกือบยกแก๊ง
อ่านมานานแต่ไม่ค่อยเมนต์
ยินดีด้วยที่จะมีครอบครัวค่า..แต่งงานวันเดียวกันเลย
August 22nd, 2008 at 11:54
ดีนะที่อักษรไม่มีแคล
August 22nd, 2008 at 13:18
แคลได้ A ด้วยล่ะ
เห็นมั้ย ตอนนี้เลยวาดรูปไม่เป็นเลย แคลก็ลืมหมดแล้ว
August 22nd, 2008 at 14:55
ชื่นชมมากเลยครับตอนท้ายอ่ะคับ
ไม่ลอกข้อสอบเป็นอะไรที่น่าชื่นชมมากๆ
เด๋วนี้อะไรก็จะลอกกันอย่างเดียว
พอโตมาก็เป็นอย่างที่พวกผู้ใหญ่เป็นกันอยู่ตอนนี้
ส่วนเลขผมก็อ่อนเหมือนกันครับ (แต่ผมไม่มีแคลเป็นแค่จีแมต)
แต่ด้วยความที่โชคดี บางครั้งเขียนสูตร + ลอกโจทย์ลงไป
มันก็ผ่านพอดี แล้วส่วนใหญ่อิงกลุ่มด้วย ฮ่าๆๆๆ
August 22nd, 2008 at 21:34
พี่เชื่อปะ
เรียนทันตะยังต้องเรียนแคลเลย
(ยังหาคำตอบไม่ได้เลยพี่ ว่าเรียนทันตะมันใช้แคลตรงไหน)
แล้วเซ็งมาก ว่ารุ่นฝ้ายเป็นรุ่นสุดท้ายที่เรียนแคล
(สงสัยเขาคงหาคำตอบได้แล้ว ว่าเรียนไปก็ไม่ได้ใช้ทำไร)
ส่วนฝ้ายก็ได้หมาบวกมาตัว -*-
แต่วาดรูปก็ไม่ได้เก่งมากเลยนะ
สรุป ชั้นมันมีดีอะรายยยย
August 22nd, 2008 at 23:09
คณิตศาตร์ บ่เข้าหัว เข้าหู กูเฮย
แคลคูลัส กูบ่เคย รับรู้
ทั้งสเตรงค์ สตรัคเจอร์ ถาโถม รุมยำ
หกปีแล้วไซร้ แค่นั้น ช่างมัน
ผมเคยเป็นปี6 เพราะตกสตรัคเจอร์ ตกซ้ำตกซาก รวมๆแล้ว ตลอด6ปีในคณะ ผมเรียนวิชาคำนวณ ไป 8-9ครั้ง (ตามหลักสูตรมี 6ตัว) ไม่เคยมีปิดเทอมเลย ยกเว้นปี5เทอมสุดท้าย
มาคิดตอนนี้แล้วกลายเป็นอดีตขำๆ ใช้ก็ไม่ได้ใช้ สอบ ใบประกอบวิชาชีพ วิชานี้ก็โคตรหมู ตกลงที่เรียนๆมานี่เอาไปทำอะไรวะนี่ ทำงานก็ไม่ได้ใช้
August 23rd, 2008 at 0:12
เป็นแบบแอนเหมือนกันนะ ไม่ชอบลอก ไม่ชอบโกงข้อสอบ ไม่ชอบ Copy Paste ใน Assignments ชอบทำเองมากกว่า ศักดิ์ศรีค้ำจนคอแข็งเหมือนกัน.. จะว่ากระแดะก็ได้… แบบว่าเลือดเปาบุ้นจิ้นมันไหลพล่าน 555.. ตั้งแต่เด็กๆมาก็คิดว่า ข้อสอบมันมีไว้วัดความรู้ของตัวเองนี่หว่า แล้วจะไปโกง ไปโหมให้สักแต่ว่าได้คะแนนเยอะๆๆๆเข้าว่ากันทำไม… แต่คนอื่นๆเค้าไม่คิดแบบนี้กันแฮะ จากข้อสอบที่ควรมีไว้เพื่อเป็นมาตรวัดขีดความรู้ความสามารถที่เราเรียนมา ก็กลับกลายเป็นสิ่งที่ต้องได้คะแนนเยอะๆๆๆๆเท่านั้น ถึงจะพอใจกัน
August 23rd, 2008 at 8:48
อะไร อะไร แคลคูลัส??
รู้จักแต่ แลคโตบาซิลัส แทนกันได้มั้ย?
—–
เกศเอนท์เลข ได้ 18 เต็ม 100 (เลขสองด้วยเห๊อะ)
เป็นความอัปยศของเด็กเตรียมอุดมมากๆ
เพื่อนๆแม่ง ได้เต็มร้อยกันค่อนห้อง
อีหอยเน่ได้ 18
August 23rd, 2008 at 12:36
ว้า! เพิ่งรู้ว่าอยู่ชมรมเดียวกัน
August 23rd, 2008 at 21:36
ฮ่าๆๆ ตอนเรียนผมก็รอดมาได้หวุดหวิดเหมือนกันแหละพี่แอน
cal1 ได้ C+ Cal2 ได้ D+ ดีนะาคผมเรียนสองตัวไม่งั้นตายแหงแก๋
โชคดีที่ไม่ได้เอฟมา แต่ก็ต้องยอมแลกกับความสามารถในการวาดรูปฮ่าๆๆ
ปล. พี่แอนก็ฝันดีบ่อยๆดี จะได้เป็นฝันดีแบบ High-Definition ฮ่าๆๆ
August 23rd, 2008 at 22:03
โชคดีนะคะ ที่เกรดต่ำสุดคือ D
ไม่อยากนั้นไม่อยากนึกาพเหมือนกันว่าจะออกมาแนวไหน
August 23rd, 2008 at 23:52
:02:ปิดตำนานฝันร้ายได้แจ่มมาก
ผมเองชอบฝันร้าย..(จริงๆก็ไม่ได้ชอบครับ แต่มันมักจะฝันแนวนี้) ว่า อยู่ดีๆก็ถึงวันเดินทางไกล แต่ทว่า ในฝันผมดันลืมเอากระเป๋าเป้และต่างๆนาๆมาขณะที่เพื่อนๆมีกันครบและรถบัสของโรงเรียนก็กำลังจะขับออกไปแล้ว!! T__T
August 24th, 2008 at 0:12
Calculous A , Drawing A
… (kidding
Anaway, impressive for having self-esteem too
August 24th, 2008 at 0:33
ผมละสงสารพี่แอนมากเลยครับ..
ถ้าคิดจะตีหวยจากความฝัน คงจะลำบากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว
(ก็เป็นคนจำรายละเอียดความฝันได้แม่นเป๊ะซะขนาดนั้นเนี่ยอะนะ)
August 24th, 2008 at 21:27
เหมือนผมเลย สอบเสร็จก็เล่นน้ำเขื่อน
ตั้งแต่จบมา สิ่งนั้นก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว
อยากเล่นน้ำๆๆๆๆ
August 25th, 2008 at 14:03
เพิ่งฝันจบไปเมื่อคืนก่อน
ฝันว่าพรุ่งนี้จะสอบ แต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือ !
แถมตอนไปสอบ หาห้องสอบไม่เจออีก!
ในฝันวิ่งหาห้องสอบแบบว่าเหนื่อยมากๆ
สะดุ้งตื่นขึ้นมา ยังเหนื่อยไม่หายเลย
* แต่ฝันว่าเดินบนน้ำนี่ยังไม่เคยนะ
August 25th, 2008 at 20:50
ฝันร้ายที่สุดของผมคือ ฝันถึงตอนสอบนี้หละ
August 25th, 2008 at 21:05
ผมก็ได้ F ตอนสอบ calculus เหมือนกัน แต่ดันเจออาจารย์แบบ bio น่ะ
แกถามประมาณว่า มีนกฮูกในป่า มีการตัดไม้ทำลายป่า เท่านั้นเท่านี้
นกฮูกจะสูญพันธ์เมื่อไหร่ (หากเราไม่ช่วยกันรักษาป่า… :08:)
เพื่อนสนิทผมได้ 1 เต็ม100 (ผมเองได้ 13 มั้ง)
จบมาเป็นหมอแล้วยังไม่เห็นต้องคิดแคลคูลัสตอนให้น้ำเกลือเลย
August 25th, 2008 at 23:34
คุณหมอเยอะจังแฮะ 55+
August 25th, 2008 at 23:40
เกลียดเลขมาก
โดยเฉพาะแคลเลยแหละ
ได้โพยมาก็ไม่ได้ช่วยอะไรเล้ยยยย
อุตส่าห์แต่งกลอน
สงสัยอาจารย์ชอบมั้งพี่
เลยได้คะแนนเพิ่มมา
August 26th, 2008 at 11:32
แคลได้หมามาแหละ
August 27th, 2008 at 10:18
ไม่เคยได้ F
(เพราะที่ม.เรียก E
E บานเลย :06:)
August 28th, 2008 at 21:01
Minefield/3.1a2pre
September 1st, 2008 at 10:14
มะวานกกลับจากหัวหิน …เหมือนเจอพี่แอนกะพี่โบว์(พี่โบว์ใส่เสื้อสีแดง)หน้าจิฟฟี่ปั๊มเจท(ซึ่งเปลี่ยนเป็น ปตท.) แอบกรี๊ดกร๊าด อยากเข้าไปทักแต่ที่บ้านเค้าหนีขึ้นรถไปแระ หึหึ
September 1st, 2008 at 11:05
ว้าย โลกกลมจริงๆ!
เมื่อวานผมกลับจากบ้านที่เพชรบุรีครับ ไปยืนถ่ายรูปที่ปั๊มนั้นตั้งนาน
เห็นว่ามันเท่ดี คือช่างที่ปีนขึ้นไปเปลี่ยนป้ายก็ยิ้มให้ถ่ายด้วยล่ะ
ขอบคุณครับที่จำกันได้ เจอกันคราวหน้าทักด้วยนะ
September 2nd, 2008 at 2:37
เคยมาอ่าน Blog ของคุณแอนสามปีก่อน ตอนนั้นก็เขียนกับเขาด้วยเหมือนกัน
ชื่นชอบในผลงานคุณแอนมาก จนทำให้เราเกือบได้รู้จักกัน
พอดีเจอมรสุมชีวิต ทำให้หยุดเขียน ออกจากวงการ Blog ไป เพิ่งกลับเข้ามา
ประหลาดใจ แปลกใจ ระอาใจ และอีกสารพัดคำ(ที่จะใส่คำว่าใจต่อท้ายไปได้)
ขอบคุณที่ยังอยู่ เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน แม้ว่าจะเป็นงานที่ไม่สร้างสรรค์(ล้อเล่นนะ)
ยินดีต้อนรับตัวเองกลับมา จริงจริง ว่ะ (อาไรฟระต้อนรับตัวเองก็ได้วุ้ย)