
อ่านชื่อเรื่องแล้วก็ขอบอกไว้ก่อนนะครับ
ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เคยเป็นกระทู้ดังในพันทิปเมื่อหลายปีก่อน
ที่เจ้าของกระทู้ไปเจอผีในห้องน้ำชายของโรงหนังดังย่านรัชโยธิน (ไม่รู้เลยนะ)
ซึ่งถึงแม้จะเป็นคนละห้องน้ำกันแน่ๆ
แต่เผอิญดันเป็นสถานที่เดียวกันกับที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้
ผมเพิ่งกลับจากดูหนังกับแฟนมาครับ ดูรอบสามทุ่มครึ่งที่โรงใกล้บ้าน
(กว่ามันจะฉายก็ล่อไปสี่ทุ่ม ไม่ทราบจะโฆษณาหาง้าวลากอะไรตั้งนาน)
เราไปถึงโรงหนังราวๆ ๒ ทุ่ม ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำอะไรต่อมิอะไร
ในขณะที่โบว์เลือกไปเดินช็อปปิ้งตะลุยทะเลมนุษย์ตรงแผงขายข้องข้างๆ โรงหนัง
ผมเลือกที่จะไปหาที่ขี้สงบๆ ที่ชั้นสองของศูนย์การค้าเปิดใหม่ข้างๆ ในเครือเดียวกัน
ครับ เป็นที่รู้กันว่าปกติผมไม่ใช่คนเรื่องมากเลยในชีวิต
คือผมเป็นพวกที่ใครจะอะไรยังไงก็ได้ เขาว่าดีก็ดีด้วย กินไอ้นั่นเที่ยวไอ้นี่ไม่มีปัญหา
แต่กับเรื่องการขี้นี่ผมขอไว้เรื่องนึงเลยครับ ใครอย่ามาแหยมเป็นอันขาดเลยนะ
เพราะตัวเองเป็นพวกซีเรียสกับสุนทรียรสในการเบ่งมาก ถ้าไม่วิเวกจริงกูเบ่งไม่ออก!
ซึ่งเวลาไปไหนต่อไหน การเข้าห้องน้ำที่มันพลุกพล่านเพื่อจะได้ขี้แบบส่งๆ แล้วก็ไปนั้น
ไม่ใช่วิสัยของแอนแน่นอน (เว้นแต่จะทนไม่ไหวจริงๆ อันนี้ยอมละทิ้งอุดมการณ์ได้)
สถานที่อย่างโรงหนังหรือห้างสรรพสินค้าที่จะเงียบพอสำหรับการทำธุรกรรมของผมนั้น
จากประสบการณ์พบว่าหาได้ยากเย็นยิ่งนัก คือถ้าเจอเงียบๆ ก็จะเงียบแบบไม่น่าคบหา
ถ้่าไม่สกปรกสุดๆ ก็เหม็นบุหรี่สุดๆ หรือไม่ก็เข้าไปแล้วโดนโปนจ้น (โจรปล้น!) แน่ๆ
แต่ไม่ใช่กับศูนย์การค้าแห่งนี้ครับ.. ชั้นสองนั่นแหละ ห้องน้ำใหม่ๆ สวยๆ สะอาดๆ..
ผมเดินตรงเข้าไปด้วยท่าทางร่าเริง ดุจกระต่ายน้อยสกิ๊ปลันล้าท่ามกลางทุ่งดอกไม้
กล่าวทักทายคุณกระรอกและคุณตำรวจที่ขี่จักรยานผ่านมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม (พอ!)
พอเข้าไปถึงในห้องน้ำ มีหนึ่งบุรุษที่พอจะเป็นอุปสรรคเล็กน้อย กำลังยืนเยี่ยวอยู่ตรงนั้น
ผมไม่ซีเรียส เดินเข้าไป ส่องหน้าส่องตาเสยผม ทำหล่อทั้งๆ ที่ไม่เคยในชีวิตประจำวัน
เรียกว่าท่าทางมีพิรุธสุดๆ ละครับ ใครๆ ก็รู้ว่ามาฟอร์มนี้มันต้องรอให้ปลอดคนค่อยขี้แหงๆ
และแล้วไอ้หมอนั่นก็ออกไป ทิ้งห้องน้ำสีนวลสะอาดเอี่ยมด้วยฝีมือแม่บ้านไว้เบื้องหน้า
(คนเราสามารถเรียกกันว่า “ไอ้” โดยไม่รู้จัก เพียงเพระาขัดผลประโยชน์นะครับหนูๆ)
ผมเดินไปส่องหาห้องเหมาะๆ สำหรับวางไข่ ก็พบว่าในห้องน้ำไม่มีสายฉีดตูดและทิชชู่
เลยแว้งกลับมาดูใกล้กระจก ก็พบทิชชู่ม้วนยาวข้างๆ อ่างล้างมือ จึงทำการเด็ดติดมา
เสร็จแล้วเดินเข้าไปบรรจงประทับกลีบตูดลงบนโถส้วม แล้วเริ่มทำธุรกรรมทันที
ความสุขดูเหมือนจะผ่านไปเร็วมาก
เร็วเกินไป..
เพราะเพียงผมเริ่มการแสดงพลุชุดที่สองเท่านั้น
ก็ได้ยินเสียงที่ไม่น่าได้ยินที่สุดในการขี้ขึ้นมาทันทีครับ ให้ทายว่าเสียงอะไร ปิ๊บปุบๆๆ..
โอ้ว ถูกต้อง!! (ทายหรือยังวะ) มันคือเสียงกะเทยควาย ๑ โขลงใหญ่ นับได้ห้าเชือก!!
(เอ๊ะเมื่อกี้ทายว่างี้กันเหรอครับทั่นผู้อ่านครับ) ครับ ย้ำว่าเป็นกะเทยควายห้าเชือกถ้วน
โดยปกติผมไม่ใช่คนที่ตั้งแง่รังเกียจหรือเหยียดเพศแต่ประการใด รู้นะครับว่านั่นยามปกติ
แต่ไม่ใช่ยามขี้ ที่ผมใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวในวิทานเล็กๆ อันมีคอห่านเป็นที่พักพิงแห่งนี้!!
ลืมบอกไปอีกอย่างว่าทำไมผมถึงรู้ว่ามีผู้ล่าเดินเข้ามาถึงห้าคน
ก็เพราะพื้นห้องน้ำอันสะอาดเอี่ยมที่คุณแม่บ้านได้ทำความสะอาดเช็ดถูเป็นอย่างดีนั้น
มันดันเงาวับ!!!
จนแสงไฟดาวน์ไลต์ทั้งข้างนอกห้องและเหนือกบาลผมนั้น เป็นแหล่งกำเนิดแสงชั้นดี
และพื้นกระเบื้องมันปลาบนี้เองที่ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นอะไรต่อมิอะไร
ทั้งข้างในมองออกไปข้างนอก และข้างนอกมองเข้ามาข้างใน ฉิบหายแล้วพี่น้อง!!
ผมรู้สึกถึงยัันตรายที่ก่อตัวเป็นเมฆฝนทะมึน มีฟ้าแลบร้องคำรามเลียแปลบปลาบ
แต่แทนที่จะร้องดังครืนครืน มันดันร้องเป็นเสียงสิ่งมีชีวิตที่เข้าห้องน้ำชายเหมือนผม
ผมก้มลงมองไปที่พื้น บาเรียกั้นแต่ละห้องขี้นั้น ยกสูงจากพื้นราวๆ ๑ คืบ
ผมเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดข้างนอกเป็นเหมือนหนังตะลุงที่ฉายกลับหัว
นึกาพ: ตุ๊ด ๓-๔ คนกำลังฟ้อนอะไรอยู่ไม่ทราบ พร้อมบรรยายด้วยเสียงเล็กแหลม
เหตุการณ์หลายย่อหน้าที่ผ่านมานี้เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที แต่ผมว่าเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์
เพราะตอนนี้ซาวด์ประกอบหนังตะลุงจากด้านนอก เริ่มคุกคามเข้ามายังคูหาข้างๆ ผม
เสียงเปิดประตูห้องน้ำสองข้างพร้อมกัน พร้อมเงาสะท้อนจากพื้นฉายาพนักล่า ๒ คน
กำลังเปิดเข้ามา และ.. (ผมหลับตา หุบขา ตอนนี้ขี้หดหมดแล้ว) .. และยืนเยี่ยว!!!!!
ครับ กะเทยก็ยืนเยี่ยวได้นะ!
นี่เป็นความรู้ใหม่ที่ควรบรรจุลงสารานุกรมวิกิพีเดียให้ลูกหลานของมนุษยชาติได้รับรู้!!
เสียวฉี่กระทบเป้าในคอห่านส้วมสองคูหาข้างๆ ดังและหยุดแทบจะพร้อมกัน
แทรกไปด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดวี้ดว้ายตลอดเวลา(ย้ำ) ทั้งข้างหน้าและข้างๆ ห้อง
โดยมีผมนั่งเจ่าจุก งอก่องอขิงอยู่ตรงกลาง พยายามกลั้นหายใจไม่ให้สองคนนั้นเห็นตัว
ไม่แน่ใจว่าสติตัวเองจะดับวูบลงไปประเดี๋ยวหนึ่งหรือเปล่า
แต่รู้สึกได้ว่าไม่กี่วินาทีต่อมา (ความรู้สึกเหมือนไม่กี่ชาติต่อมา) ผมเริ่มรู้สึกตัว
แล้วมองไปที่พื้นตรงเงาสะท้อน(มันปลาบ) เห็นแก๊งกะเทยยังฟ้อนรำกันอยู่ข้างหน้า
โอ นี่เราไม่ได้ฝันไป.. แต่เริ่มได้สติแล้ว ลองเพ่งดูว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก
อ๋อ… เจ๊ๆ ทั้งหลายกำลังแต่งหน้าทาปาก เสริมสวยกันอยู่ครับ!
ให้นึกว่าตลอดทุกวินาทีที่ผ่านมานั้นผมได้ยินเสียงวี้ดว้ายดังมาจากคนกลุ่มนี้ตลอดเวลา
คือจริงๆ ผมก็มีเพื่อนและคนรู้จักเป็นทั้งตุ๊ด ทั้งเกย์ ทั้งแอบ ทั้งแต๋วแตกตั้งหลายคน
ตัวเองก็ไม่เคยและไม่ได้รู้สึกสักนิดว่ามันคือความประหลาดหรือความผิดปกติอะไร
แต่บางครั้งพอพวกเขาอยู่ด้วยกันก็จะเริ่มเซ้ว และคิดว่าการกรี๊ดกร๊าดวี้ดว้ายนี้มันดีแล้ว
การแสดงออกให้เป็นที่สนใจของคนรอบๆ ข้าง ให้ตัวเองโดดเด่นนั้น มันดีแล้ว
จะเอาทฤษฎีปมด้อยปอยเด่นหรืออะไรมาอ้างอิงผมก็จะไม่ว่าเลย จะไม่ว่าเลย…
ถ้าไม่ใช่ตอนที่ผมกำลังรวมรวมสมาธิและดื่มด่ำกับการขี้แบบนี้!
ผมนั่งนิ่งๆ อยู่นาน (จริงๆ ก็คงไม่นานหรอกครับ แต่ผมคิดว่านานไปเองแหละ)
รอจนแก๊งที่ว่า ค่อยๆ ฉุยฉายเยื้องย่างออกไปพร้อมกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก เหม็นกว่าขี้อีก!
โดยปกติผมก็เกลียดน้ำหอมที่เหม็นฉุนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ให้ดมขี้คงดีกว่า เอ้าจริงๆ นะ
ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินก่อนที่ทั้งห้าคนจะเดินออกไป คือ
“อีมิ้มนี่มันฉี่ห้องน้ำหญิง แต่แต่งหน้าห้องน้ำชายวุ้ยยยยยยย” ก.๑ กล่าว
“กรี๊ดดดดด วุ้ย ฮิๆๆๆ แหะๆๆๆ ฮ่ะๆๆๆ อุคิอุคิ” ก.๒-ก.๕ รับพร้อมๆ กันอย่างเอร็ดอร่อบ
เหมือนดูหนังผี หลังจากพระเอกตะบี้ตะบันโดนหลอกมาพักใหญ่
แสงแดดยามเช้าเริ่มรำไร ลอดประตูห้องน้ำเข้ามา ผมมีความหวัง เป็นพลังให้ขี้ต่อไป ♪
“ขี้ต่อไป เฮ่อะห์ๆๆๆ” เสียงโฆษณานั้นแว่วเข้ามา (จริงๆ ก็ไม่แว่วหรอก พอดีนึกได้)
สักพักพอผมเริ่มการแสดงพลุชุดที่ ๒-๕ เสร็จ ก็พบว่าตัวเองถึงจุดสุดยอด(ขี้)แล้ว
ก็เลยทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วกดน้ำ (โครกกกก) เปิดประตูออกมา (แอ๊ดดด)
ห้องน้ำโล่งสนิท มีกลิ่นน้ำหอมจากกะเทยแว้นกลุ่มนั้นเจือจางอยู่ในอากาศ
ผมเดินไปที่อ่างล้างมือ ล้างมือแล้วมองหน้าตัวเองในกระจก
าพในกระจกสะท้อนเห็นผมยืนอยู่ตรงนั้น
และแม่บ้าน(ดีเด่นและเป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง)เดินเปิดประตูเข้ามา…

