เรื่องของเรื่องคือ ผมกำลังเป็นโรคที่ว่าอยู่ครับ
แล้วก็พบว่ามันได้สร้างความทรมานต่างจากร้อนในสายพันธุ์เดิมๆ ที่เคยเป็นมา
จึงจะขอเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกับมันกันเถิดเอย
ชื่อโรค ร้อนใน ๒๐๐๙ (ปลายปีนี้อาจจะออก Service Pack 1)
ระดับความรุนแรง โอ๊ย โอ๊ย
สาเหตุ กัดปากตัวเอง ตรงตำแหน่งเขี้ยวบนขวาเวลาหุบปากพอดีเป๊ะ!
และหลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มรู้สึกได้ว่า งานเข้ากูแล้วไหมล่ะ.. เพราะมันเริ่มเจ็บขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ปกติแล้วร้อนในจะเกิดจากแผลในปากบ้าง หาสาเหตุไม่ได้บ้าง (สาเหตุน่ะมีแต่เราหาไม่เจอเอง)
แต่อันนี้เต็มๆ ครับ อยู่ตรงตำแหน่งของปากด้านในที่สัมผัสกับปลายเขี้ยวพอดี๊พอดี 
ดังนั้นนี่จึงเป็นอุปสรรคที่ทำให้การดำรงชีพของผมในระยะนี้เป็นไปด้วยความปั่นป่วนและเจ็บปวด
ด้วยเหตุว่าหลุมพิษนี้มันจรดอยู่ตรงปลายเขี้ยว ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็สะเทือนแผลไปหมดครับ
อาการและผลข้างเคียง
- กินร้อนๆ ไม่ได้ .. อันนี้ขัดนโยบายป้องกันหวัด(กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ) ของทางการเขา แต่ขอโทษเถอะ ชั่วโมงนี้แล้ว แค่กินน้ำไม่ร้อนยังลำบากเลยครับ
- กินยำไม่ได้ .. ขนาดกินร้อนยังไม่ได้ นี่มาเจอทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด จบเห่ไปเลยดีกว่าครับ (เมื่อคืนนี้กินยำมาม่าแล้วพริกมันหลุดไปโดนแผล ..ถึงกับไข้ขึ้นจริงๆ นะ
) - กินข้าวไม่ได้ .. ทั้งข้าว ทั้งน้ำ ทั้งกับครับ ของกินเต็มตู้เย็น บวกภรรยาบ้าพลัง ที่กำลังเห่อหัดทำอาหารกินเองอย่างบ้าคลั่ง (จริงๆ!!) มาเจอผมทำหน้าดึ๋มดึ๋ยขณะกลืนข้าวทุกคราวคำไป เหงื่อไหลโทรมกายไป เพราะต้องคอยเลี่ยงไม่ให้เมล็ดข้าวมันไปตกร่องสีขาวที่เป็นสวิตช์เหงื่อนั่น .. อ่านดูแล้วออกจะตลกนะครับ แต่ของจริงไม่ตลกเลย มันไม่ฮาเลยนะ
- กินทุเรียนไม่ได้ .. ความซวยมันเริ่มตั้งแต่วันที่เริ่มกัดปากตัวเองครับ ผมซื้อหมอนทองมาจากตลาดโชคชัยสี่ กำลังเริ่มใกล้จะสุกพอดีกินละ แต่พอมาเจออีปั๊บโปะนรกเนี่ย เลยต้องบริจาคให้น้องนุ่งกินหมดเลย (กฎของทุเรียนคือถ้าใครไม่กินหรือไม่ได้กิน ทุเรียนมักจะเหม็น วิธีแก้เหม็นคือกินมันเข้าไปซะ!)
- งับช้อนเวลากินไอติมก็ยังไม่ได้ .. ใครที่ผ่านมาเห็นคงรู้สึกทุเรศมากๆ เลยแหละ เพราะเวลางับช้อนเนี่ยผมต้องเผยอปากบนไว้ตลอด แล้วใช้ฟันเม้มแทนริมฝีปากบน ซึ่งเศษไคลไอติมที่รอดผ่านเงี่ยงฟันไปปรากฏตัวอยู่บนช้อนเนี่ย ไม่เอื้อต่อการให้คนอื่นมากินต่อด้วยประการทั้งปวง
- พูดคำว่า อ้ามมมมม ไม่ได้ .. (เพราะผมต้องเผยอปากไว้แบบนั้นกันเขี้ยวทิ่มหลุม) จริงๆ ก็ลองแล้วครับ มันจะเสียงเป็น อ้างงงงงงง
หรือไม่ก็จะเหมือนคนอมเหล็กดัดท่วมปากพยายามหุบปาก แล้วน้ำตาคลอไปด้วยแหละครับ อ้อ.. นี่รวมถึงการเม้มปากไม่ได้ด้วยนะ - ผิวปากไม่ได้ .. ทรมานมากครับสำหรับมนุษย์บ้าผิวปากอย่างผม ช่วงที่เป็นร้อนในบ้านี่ผมไม่สามารถผิวปากเรียกอีเหมียวได้เลย ต้องเรียกด้วยเสียง “เมี้ยวๆๆๆ” แทน (แล้วมันก็ไม่ค่อยมา)
- แปรงฟันเกือบไม่ได้ เพราะบ้วนปากไม่ได้!! .. เวลาตื่นมาตอนเช้า เดินเข้าห้องน้ำเห็นสารภาพ (สารรูป!!) ตัวเองในกระจก ฮ่วย!! มาฆ่ากันเลยดีไหม ไอ้เหี้ยนั่นใคร ปากแม่งเจ่อบวม (ดังภาพประกอบ) ตลอดเวลา แล้วพอเริ่มแปรงฟันปั๊บ ขนแปรงอันอ่อนนุ่มของเทคโนโลยีทันตกรรมประเทศไทนก็เอาผมไม่อยู่ครับ มันต้องมีน้ำยาสีฟันฟองนุ่มๆ ไหลย้อนไปโดนมั่งแหละ โคตรทรมานเลย!!!!!! แม่แจ้ว!!!!!!
อ้อ แล้วที่บอกว่าบ้วนปากไม่ได้นี่ พอดีปกติตื่นมาจะแปรงฟันแล้วก็บ้วนปากด้วย “คอลเกต พลักซ์” ครับ ซึ่งตอนนี้มันไม่พลักซ์แล้ว แม่ง “ฟักซ์ซ์ซ์” ชัดๆ
(คงไม่ต้องบรรยายความเผ็ดนรกให้ช้ำใจ) - โรคกระเพาะกำลังจะถามหา .. ผมตื่นมาในวันที่สามหรือสี่นี่แหละของอาการร้อนในนรก พร้อมกับอาการแน่นหน้าอกครับ แน่นไปทั้งวัน ไปว่ายน้ำกลับมาก็ยังแน่น ยิ่งกินยำมาม่า (ที่ปลายเส้นมาม่าติ๊ดเดียวตวัดไปโดนแผลแค่นี้ก็ซึ้งแล้ว) ก็ยิ่งแน่น ลองถามหมอกูเกิ้ลก็พอจะเดาตุตะได้ว่า เวลาไม่ได้กินอะไรนานๆ หรือไม่ได้กินเป็นเวลา แล้วมาเริ่มด้วยยำเลยเนี่ย มีโอกาสที่แก๊สในกระเพาะจะประท้วงครับ มันจะดันจนเต็มกระเพาะ สร้างความอึดอัดเป็นอย่างมาก ..นี่เพิ่งออกไปซื้อแอร์เอ็กซ์มากินเมื่อหัวค่ำ แต่ก็ยังแน่นๆ จุกๆ อยู่ แล้วกูจะตายไหมเนี่ย
วิธีการรักษา
ผมใช้ยาป้ายปากหลอดสีชมพูๆ ขนาดเท่าๆ กะซีม่าครีมนั่นแหละครับ (หวังว่าคงไม่ได้หยิบผิดนะ)
เป็นรสราสเบอรี่หอมหวาน~ ป้ายลงที่หลุมแผลก่อนนอนและเมื่อปากว่างไม่มีอะไรทำ
ด้วยหวังว่ามันจะมาช่วยปิดแผลให้สมานได้เมื่อตื่นมาอีกวัน (คนเราชอบโยนภาระให้เทวดา)
แต่เปล่าเลยครับ พอทาไปได้สักพัก หุบปาก อีเขี้ยวบ้ามหาเสน่ห์ของผมมันก็จะไปดันเนื้อครีม
ให้เล็ดทะลักออกมาตรงมุมปาก เวลาหลับตาพริ้มก็น่าจะดูเหมือนคนปัญญาอ่อนน้ำลายยืดสีขาวขุ่น
เป็นที่น่าอนาถใจยิ่งนัก (วันนี้พูดคำว่า “อนาถใจ” มาหลายครั้งแล้วนะเนี่ย)
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์จริงซึ่งกำลังสร้างความทรมานกับผมอย่างสยุดสยุดไปเลยครับ
(จริงทุกอย่างแหละยกเว้นชื่อโรค) คือจะเดินก็ลำบาก จะยืนก็ลำบาก จะกินจะนอนก็ลำบาก
เหมือนมันสอนให้มนุษย์ขี้เหม็นรู้ว่าชีวิตคนน่ะ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก
ถึงมึงจะหายร้อนในแล้ว แต่มึงก็ยังเหลือฟันคุดที่จะต้องผ่า..
อีกหนึ่งซี่!!
ป.ล.
แนะนำกระทู้พันทิปช่วงนี้ครับ หลัง “กระแส” ไข้หวัด ๒๐๐๙ เริ่มซา
แต่หมอแมวบอกว่า ผมยังไม่เบื่อ
ป.อ.
ใช้เวลาเขียนบล็อกนี้เป็นวันๆ เลยครับ
นั่งๆ อยู่ เดี๋ยวก็แน่นท้อง เดี๋ยวก็เจ็บปาก
เลยเอาวะ ใช้พลังเฮือกสุดท้ายก่อนตายเขียนให้เสร็จๆ ไป
ป.ฮ.
นอกจากมีโรคแล้ว ช่วงนี้ผมยังไม่มีลาภด้วยนะครับ
เลยไม่รู้จะเอาอะไรไปประเสริฐดี เยี่ยมจริง!!


