318 | ร้อนในสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙
เรื่องของเรื่องคือ ผมกำลังเป็นโรคที่ว่าอยู่ครับ
แล้วก็พบว่ามันได้สร้างความทรมานต่างจากร้อนในสายพันธุ์เดิมๆ ที่เคยเป็นมา
จึงจะขอเล่าให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกับมันกันเถิดเอย
ชื่อโรค ร้อนใน ๒๐๐๙ (ปลายปีนี้อาจจะออก Service Pack 1)
ระดับความรุนแรง โอ๊ย โอ๊ย
สาเหตุ กัดปากตัวเอง ตรงตำแหน่งเขี้ยวบนขวาเวลาหุบปากพอดีเป๊ะ!
และหลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มรู้สึกได้ว่า งานเข้ากูแล้วไหมล่ะ.. เพราะมันเริ่มเจ็บขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ปกติแล้วร้อนในจะเกิดจากแผลในปากบ้าง หาสาเหตุไม่ได้บ้าง (สาเหตุน่ะมีแต่เราหาไม่เจอเอง)
แต่อันนี้เต็มๆ ครับ อยู่ตรงตำแหน่งของปากด้านในที่สัมผัสกับปลายเขี้ยวพอดี๊พอดี 
ดังนั้นนี่จึงเป็นอุปสรรคที่ทำให้การดำรงชีพของผมในระยะนี้เป็นไปด้วยความปั่นป่วนและเจ็บปวด
ด้วยเหตุว่าหลุมพิษนี้มันจรดอยู่ตรงปลายเขี้ยว ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็สะเทือนแผลไปหมดครับ
อาการและผลข้างเคียง
- กินร้อนๆ ไม่ได้ .. อันนี้ขัดนโยบายป้องกันหวัด(กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ) ของทางการเขา แต่ขอโทษเถอะ ชั่วโมงนี้แล้ว แค่กินน้ำไม่ร้อนยังลำบากเลยครับ
- กินยำไม่ได้ .. ขนาดกินร้อนยังไม่ได้ นี่มาเจอทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด จบเห่ไปเลยดีกว่าครับ (เมื่อคืนนี้กินยำมาม่าแล้วพริกมันหลุดไปโดนแผล ..ถึงกับไข้ขึ้นจริงๆ นะ
) - กินข้าวไม่ได้ .. ทั้งข้าว ทั้งน้ำ ทั้งกับครับ ของกินเต็มตู้เย็น บวกรรยาบ้าพลัง ที่กำลังเห่อหัดทำอาหารกินเองอย่างบ้าคลั่ง (จริงๆ!!) มาเจอผมทำหน้าดึ๋มดึ๋ยขณะกลืนข้าวทุกคราวคำไป เหงื่อไหลโทรมกายไป เพราะต้องคอยเลี่ยงไม่ให้เมล็ดข้าวมันไปตกร่องสีขาวที่เป็นสวิตช์เหงื่อนั่น .. อ่านดูแล้วออกจะตลกนะครับ แต่ของจริงไม่ตลกเลย มันไม่ฮาเลยนะ
- กินทุเรียนไม่ได้ .. ความซวยมันเริ่มตั้งแต่วันที่เริ่มกัดปากตัวเองครับ ผมซื้อหมอนทองมาจากตลาดโชคชัยสี่ กำลังเริ่มใกล้จะสุกพอดีกินละ แต่พอมาเจออีปั๊บโปะนรกเนี่ย เลยต้องบริจาคให้น้องนุ่งกินหมดเลย (กฎของทุเรียนคือถ้าใครไม่กินหรือไม่ได้กิน ทุเรียนมักจะเหม็น วิธีแก้เหม็นคือกินมันเข้าไปซะ!)
- งับช้อนเวลากินไอติมก็ยังไม่ได้ .. ใครที่ผ่านมาเห็นคงรู้สึกทุเรศมากๆ เลยแหละ เพราะเวลางับช้อนเนี่ยผมต้องเผยอปากบนไว้ตลอด แล้วใช้ฟันเม้มแทนริมฝีปากบน ซึ่งเศษไคลไอติมที่รอดผ่านเงี่ยงฟันไปปรากฏตัวอยู่บนช้อนเนี่ย ไม่เอื้อต่อการให้คนอื่นมากินต่อด้วยประการทั้งปวง
- พูดคำว่า อ้ามมมมม ไม่ได้ .. (เพราะผมต้องเผยอปากไว้แบบนั้นกันเขี้ยวทิ่มหลุม) จริงๆ ก็ลองแล้วครับ มันจะเสียงเป็น อ้างงงงงงง
หรือไม่ก็จะเหมือนคนอมเหล็กดัดท่วมปากพยายามหุบปาก แล้วน้ำตาคลอไปด้วยแหละครับ อ้อ.. นี่รวมถึงการเม้มปากไม่ได้ด้วยนะ - ผิวปากไม่ได้ .. ทรมานมากครับสำหรับมนุษย์บ้าผิวปากอย่างผม ช่วงที่เป็นร้อนในบ้านี่ผมไม่สามารถผิวปากเรียกอีเหมียวได้เลย ต้องเรียกด้วยเสียง “เมี้ยวๆๆๆ” แทน (แล้วมันก็ไม่ค่อยมา)
- แปรงฟันเกือบไม่ได้ เพราะบ้วนปากไม่ได้!! .. เวลาตื่นมาตอนเช้า เดินเข้าห้องน้ำเห็นสาราพ (สารรูป!!) ตัวเองในกระจก ฮ่วย!! มาฆ่ากันเลยดีไหม ไอ้เหี้ยนั่นใคร ปากแม่งเจ่อบวม (ดังาพประกอบ) ตลอดเวลา แล้วพอเริ่มแปรงฟันปั๊บ ขนแปรงอันอ่อนนุ่มของเทคโนโลยีทันตกรรมประเทศไทนก็เอาผมไม่อยู่ครับ มันต้องมีน้ำยาสีฟันฟองนุ่มๆ ไหลย้อนไปโดนมั่งแหละ โคตรทรมานเลย!!!!!! แม่แจ้ว!!!!!!
อ้อ แล้วที่บอกว่าบ้วนปากไม่ได้นี่ พอดีปกติตื่นมาจะแปรงฟันแล้วก็บ้วนปากด้วย “คอลเกต พลักซ์” ครับ ซึ่งตอนนี้มันไม่พลักซ์แล้ว แม่ง “ฟักซ์ซ์ซ์” ชัดๆ
(คงไม่ต้องบรรยายความเผ็ดนรกให้ช้ำใจ) - โรคกระเพาะกำลังจะถามหา .. ผมตื่นมาในวันที่สามหรือสี่นี่แหละของอาการร้อนในนรก พร้อมกับอาการแน่นหน้าอกครับ แน่นไปทั้งวัน ไปว่ายน้ำกลับมาก็ยังแน่น ยิ่งกินยำมาม่า (ที่ปลายเส้นมาม่าติ๊ดเดียวตวัดไปโดนแผลแค่นี้ก็ซึ้งแล้ว) ก็ยิ่งแน่น ลองถามหมอกูเกิ้ลก็พอจะเดาตุตะได้ว่า เวลาไม่ได้กินอะไรนานๆ หรือไม่ได้กินเป็นเวลา แล้วมาเริ่มด้วยยำเลยเนี่ย มีโอกาสที่แก๊สในกระเพาะจะประท้วงครับ มันจะดันจนเต็มกระเพาะ สร้างความอึดอัดเป็นอย่างมาก ..นี่เพิ่งออกไปซื้อแอร์เอ็กซ์มากินเมื่อหัวค่ำ แต่ก็ยังแน่นๆ จุกๆ อยู่ แล้วกูจะตายไหมเนี่ย
วิธีการรักษา
ผมใช้ยาป้ายปากหลอดสีชมพูๆ ขนาดเท่าๆ กะซีม่าครีมนั่นแหละครับ (หวังว่าคงไม่ได้หยิบผิดนะ)
เป็นรสราสเบอรี่หอมหวาน~ ป้ายลงที่หลุมแผลก่อนนอนและเมื่อปากว่างไม่มีอะไรทำ
ด้วยหวังว่ามันจะมาช่วยปิดแผลให้สมานได้เมื่อตื่นมาอีกวัน (คนเราชอบโยนาระให้เทวดา)
แต่เปล่าเลยครับ พอทาไปได้สักพัก หุบปาก อีเขี้ยวบ้ามหาเสน่ห์ของผมมันก็จะไปดันเนื้อครีม
ให้เล็ดทะลักออกมาตรงมุมปาก เวลาหลับตาพริ้มก็น่าจะดูเหมือนคนปัญญาอ่อนน้ำลายยืดสีขาวขุ่น
เป็นที่น่าอนาถใจยิ่งนัก (วันนี้พูดคำว่า “อนาถใจ” มาหลายครั้งแล้วนะเนี่ย)
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์จริงซึ่งกำลังสร้างความทรมานกับผมอย่างสยุดสยุดไปเลยครับ
(จริงทุกอย่างแหละยกเว้นชื่อโรค) คือจะเดินก็ลำบาก จะยืนก็ลำบาก จะกินจะนอนก็ลำบาก
เหมือนมันสอนให้มนุษย์ขี้เหม็นรู้ว่าชีวิตคนน่ะ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก
ถึงมึงจะหายร้อนในแล้ว แต่มึงก็ยังเหลือฟันคุดที่จะต้องผ่า..
อีกหนึ่งซี่!!
ป.ล.
แนะนำกระทู้พันทิปช่วงนี้ครับ หลัง “กระแส” ไข้หวัด ๒๐๐๙ เริ่มซา
แต่หมอแมวบอกว่า ผมยังไม่เบื่อ
ป.อ.
ใช้เวลาเขียนบล็อกนี้เป็นวันๆ เลยครับ
นั่งๆ อยู่ เดี๋ยวก็แน่นท้อง เดี๋ยวก็เจ็บปาก
เลยเอาวะ ใช้พลังเฮือกสุดท้ายก่อนตายเขียนให้เสร็จๆ ไป
ป.ฮ.
นอกจากมีโรคแล้ว ช่วงนี้ผมยังไม่มีลาด้วยนะครับ
เลยไม่รู้จะเอาอะไรไปประเสริฐดี เยี่ยมจริง!!


July 7th, 2009 at 1:28
โธ่
รูปประกอบอุบั๊สมาก
July 7th, 2009 at 1:40
ไม่เป็นไรนะพี่แอน
เดี๋ยวเดือนช่วยกินอาหารที่พี่โบว์ทำละกันนะ
July 7th, 2009 at 1:42
ประสบการณ์ตรง เคยเป็น
ผมสังหารด้วย เกลือ ครับ อาการนี้มันก็คือแผลในปาก แต่ในปากเรามี แบคทีเรียอยู่มาก ทำให้แผลไม่ค่อยหาย ยิ่งพวกนี้ ประมาณอาทิตย์กว่าๆ ถึงจะหาย
บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ จะ หายไว แต่ก็เจ็บโคตรๆ
แล้วก็กินน้ำเยอะๆ ขี้เยอะๆ ฉี่เยอะๆ ครับ Rotate ของเหลวในตัวออกไปให้เยอะที่สุด
ปล. หลังๆจะชินไปเอง
July 7th, 2009 at 2:06
นานๆเข้ามาดูที
ขอชื่นชมครับ..รูปอุบั๊สได้อารมณ์มาก
July 7th, 2009 at 6:47
ลองหาซื้อยาชา xylocaine viscous มาทาจะช่วยบรรเทาอาการปวด จะได้กินข้าวได้ครับ เพราะยิ่งไม่ค่อยกินอะไรจะยิ่งหายได้ช้า
July 7th, 2009 at 9:35
พี่ลองดื่มน้ำเยอะๆ แล้วก็อย่านอนดึกร่วมกับทายาไปด้วยสิครับ
ผมมีเพื่อนที่เป็นร้อนในบ่อยๆแบบพี่เนี่ย ก็เเพราะไม่ชอบกินนำกะนอนตอนสว่างนี่แหละ
ขอให้หายไวๆนะครับ
July 7th, 2009 at 10:40
มี SP1 ด้วย
July 7th, 2009 at 13:53
=v=”"”
หัวเราะดีหรือว่าไม่หัวเราะดีเนี่ย
July 7th, 2009 at 16:34
ร้อนในมีหลากหลายอาการ เช่น แผลร้อนใน ลิ้นเป็นแผลหรือลิ้นแตก เจ็บคอ เหงือกบวม มีขี้ตามากหรือตาแฉะ ครั่นเนื้อตัว เป็นไข้ และอื่นๆ
อ่านรายละเอียดและวิธีรักษา รวมถึงข้อควรปฏิบัติได้ใน
http://www.brand-a.com
http://www.brand-a.com/02Products/02antipyretic.html
July 7th, 2009 at 16:50
าพได้ใจมาก
July 7th, 2009 at 23:13
หายามาพ่นนะครับ รู้สึกจะชื่อ “คามิลโลซาน” มั้ง ไม่แน่ใจ (ผมใช้ได้ผลดี)
และประการสำคัญ … อย่าไปนึกถึงมันมาก เผลอๆมันหายไปแบบไม่รู้ตัวก็มี
July 8th, 2009 at 2:41
แนะนำให้ใช้ยาสีฟันสมุนไพร จะยี่ห้อไหนก็ได้ ป้ายไว้ จะเฉพาะตอนแปรงฟันหรือเวลาว่างก็ได้ (ผมทำเฉพาะตอนแปรงฟัน สองวันครั้ง ผมเป็นคนไม่ค่อยแปรงฟัน ปากนี่โคตรอุบาทว์เลย
สองสามวันก็หายแล้วครับ)
July 8th, 2009 at 9:59
ป้วนปากและแปลงฟันบ่อยๆครับจะหายเร็วขึ้น ฆ่าเชื้อ
ด้วยความทรมาน
July 8th, 2009 at 10:56
น่าฉงฉาน
July 8th, 2009 at 13:37
น่าจะไปทำหนังสั้นแบบนี้ http://tinyurl.com/m255o4
July 8th, 2009 at 20:25
ยาชา xylocaine viscous หรือ gel ก็ได้ครับ + บ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ
+ นอนเร็วตื่นเช้า (จะทำได้มั้ยเนี่ย)
ไม่น่าเกิน 3 วันนะครับ
July 8th, 2009 at 22:44
เคยเป็นเหมือนกัน มันปวดจี๊ดดดดด
July 9th, 2009 at 10:16
ลองอมลิสเตอรีนดูครับ หายแน่ๆ
July 9th, 2009 at 11:40
ผมเป็นโรคประจำตัวเลยครับโรคนี้
มันจะมียา เป็น แบบพ่น ด้วยครับ ผมจำชื่อไม่ได้
ลองไปหาดูนะครับ ได้ผลดีที่เดี่ยว
July 11th, 2009 at 2:07
ตอนแปรงฟันแนะนำให้เอาอีกมือนึงที่ว่างๆ ปิดแผลไว้ครับ
ไม่โดน ไม่แสบ ไม่เจ็บแน่นอน !
เชื่อผมเถอะ ผมทำประจำ 55 (เป็นร้อนในบ่อยมากกก)
ปล. กินน้ำเยอะๆ แล้วก็ให้แผลสัมผัสน้ำบ่อยๆด้วยก็ดีนะ
July 11th, 2009 at 14:40
เป็นเหมือนกัน ตอนนี้เป็นอยู่ เป็นสองรู ปากล่าง กัดปากตัวเอง กัดซำ้ๆ แม่วเอ้ยยยยยยย
ทุกอย่างที่กล่าวมาใช่ทั้งหมด หาคนเป็นเหมือนกัน meeting ปากเจ่อกันเถอะ!
July 11th, 2009 at 23:57
ลองใช้ยาพ่นอย่างที่คุณ tama บอกซิคะ ชื่อ “คามิลโลซาน-เอ็ม” ได้ผลชะงัดนัก
รสชาติอร่อยๆ เหมือนยาแก้ไอ ใช้พ่นสำหรับแผลในปาก แก้เจ็บคอได้ด้วย
ขวดเล็กๆ กล่องจะมีรูปดอกไม้ใหญ่อยู่ตรงกลาง ประมาณ 30-40 บาท คะ
เรามีติดตู้เย็นตลอด “”อร่อยดี”" หะหะ
July 17th, 2009 at 0:26
ล่าสุดผมได้สูตรเด็ด… ได้ผลชะงัก
ราคาถูก
นั่นคือ…. ไปหาซื้อ โอโดรเจน เปอร์อ๊อกไซด์ มีขายในร้านขายยาทั่วไป
ขวดเล็ก ไม่กี่บาท (ไม่ถึงสิบบาท)
เป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่เค้าเอาไว้ใส่แผลพวกแผลแห้ง แผลเป็นหนองอ่ะครับ
เวลาราดแผลจะเป็นฟองฟู่ๆสีขาวอ่ะ…. (เหมือนน้ำยาล้างห้องน้ำยังไงยังงั้น)
แต่ไม่ต้องกลัวครับ…. มันสามารถเอามาบ้วนปากเราได้!!!~
จริงๆนะ ไม่เชื่ออ่านฉลากยาข้างๆได้ มีเขียนไว้ สามารถใช้อมบ้วนปากแก้ร้อนในได้
วิธีนี้ลองมาแล้ว….. ฆ่าเชื้อในปากได้ดีมาก…. ร้อนในนี่ถ้าแผลไม่เหวอใหญ่ ก็หายได้เร็วเลย
ถ้ากลิ่นมันไม่ชวนบ้วนปากก็ผสมน้ำส้มเล็กน้อย แก้เลี่ยน…แต่ห้ามกลืนนะครับ
ลองไปใช้กันดูครับ
July 20th, 2009 at 13:11
มีเรื่องมาสาราพอ่ะ
พอดีว่า วันก่อนเข้ามาอ่าน เพราะติดเว็บนี้อยู่แล้ว
อ่านไปขำไป
วันรุ่งขึ้น…เป็นเอง (เหมือนเวรกรรมตามทัน) T^T
แล้วเป็นตรงโคนลิ้น ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี T^T
ซ้าทุ ช่วยหายเร็วๆ
ไม่น่ามาขำเล้ยยยยย
อย่างกับโรคติดต่อ ของเค้าแรงดีจริงๆ
July 21st, 2009 at 17:02
ผมเพิ่งหาย เป็นมาอาทิตย์นึง
เริ่มจากกระพุ้งแก้มด้านซ้ายล่าง
เราก็เริ่มรักษาเลย โดยกินยา+นอน
เป็นอยู่ 2 วัน แล้วมันดันออกลูกหลาน
เป็นที่มุมกรามด้านซ้ายบนต่อ
จากนั้น อีก 2 วันมันก็ลามปามมา
ที่ด้านหลังริมฝีปากด้านหน้าซ้ายบน
เข้าใจลึกซึ้งว่ามันทรมานยังไงครับ
January 17th, 2010 at 21:29
[...] [...]
January 24th, 2010 at 16:56
TT:
เหมือนกันทุกประการเลยค่ะ*
ตอนนี้ก้เปนร้อนในที่ฟันอยุ่ =[]=''
เห้อออ*