ทุกๆ ปีเวลามีเทศกาลเฉลิมฉลองอะไรบางอย่าง เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีใครสักคน
ส่วนมากจะเป็นผู้มีพระเดชพระคุณของสถานที่นั้นๆ เช่นญาติผู้ใหญ่หรือเจ้านาย
หรือแม้แต่จะเกิดจากการสุมหัวโหวตจากสมาชิกก็ตาม มักจะออกไอเดียสุดกิ๊บเก๋ว่า
“เตรียมจับของขวัญกันน้าเธอว์ คนละ ๒๑๐ บาท อะไรแบบนี้-อะไรแบบนี้
”

ประเด็นคือปกติผมก็เป็นมนุษย์จำพวกที่ไม่ได้ยี่หระต่องานเทศกงเทศกาลอะไรอยู่แล้วน่ะครับ
วันเกิดทีถ้าอย่างมากก็ทำบุญ (ที่ไม่ได้ทำกับพระกับวัดน่ะ เขาเรียกอะไรนะ ทำทานใช่มะ)
วันครบรอบแต่งงานก็นั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับภรรยา หรือวันปีใหม่ที่ผ่านมาเมื่อวานก็ไปรับน้องเมียที่สนามบิน
(มันเรียนจบนอกพอดีครับ หายไปแคนาดาซะสามปี กลับมาบ่นประเทศไทยงี้ร้อน โถ.. อีไทยเอ๊ย)
คือที่ไม่ได้อินกะเทศกาลนี่ไม่ได้ขวางโลกหรืออะไรหรอกครับ ผมก็เป็นอย่างที่ใครหลายๆ คนก็เป็น
ก็คือขี้เกียจไปแย่งกะชาวบ้านเขาหายใจน่ะครับ ปล่อยให้ตรงนั้นเป็นพื้นที่ของคนที่สนุกกับมันดีกว่า
ส่วนเราก็นั่งกดรีโมตเปลี่ยนช่องเล่น (แม่งนับถอยหลังกันทุกช่อง
)
กลับมาประเด็นเรื่องจับของขวัญ
ผมเป็นคนที่ไร้ซึ่งโดยสิ้นเชิงเลยนะ–ไร้ซึ่งทั้งดวงในการจับสลาก ไร้ซึ่งทั้งรสนิยมในการเลือกของขวัญใดๆ
ดังนั้นถ้าเป็นเพื่อนกันเก่าแก่มานานก็จะเข้าใจตรงนี้ดีคือถ้าคบกะไอ้นี่ ก็ไม่ต้องไปหวังรอของขวัญจากมัน
ยังจำได้เลยว่าตอนเรียนก็มีการจับฉลากนี่แหละ บรรยากาศจะซ้ำๆ กันทุกปี คือจงหาของมาตามราคาเท่านี้ๆ
แต่จะมีพิเศษหน่อยก็ตรงที่แต่ละปีจะมีการตั้งกติกาขึ้นมา และให้หาวิธีพรีเซนต์ของที่เตรียมมา เอาให้ฮา
เช่นเมื่อสักสองปีก่อนเพื่อนที่เรียนจบมาด้วยกันก็ไปฉลองวันเด็ก และมีประเพณีนี้เวียนมาอีกครั้ง
โดยคอนเซปต์คือ “หนู” — มึงไปหาอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกะหนู แล้วเวลาใครจับได้ต้องพรีเซนต์ด้วยนะว่าหนูยังไง
ของผมก็คิดไปคิดมาเลยมาจบที่ อีหนู หรืออะไรสักอย่าง ซึ่งไม่รู้ว่าแถไปกับรถขุดดินของเล่นได้ยังไง (ลืม)
แต่ที่ฮาที่สุดคือของก้อย เพื่อนสาวที่เอา “มะนาว” มาจับ (ตั้งงบคนละ ๑๔๕ บาท แต่นี่ดูยังไงก็ไม่เกิน ๓๐)
ไอ้เป้จับได้ของก้อย
ทุกคนฮาแถกแหลกลาญ.. ยกเว้นไอ้เป้คนเดียว มันถามว่า แล้วมัน “หนู” ยังไง
ลองทายสิครับ
..
ก้อยบอกว่า ก็มันเปรี้ยว “จี๊ด” ไง
เหมือนเดิมครับ สภาพการณ์ไม่เปลี่ยน ทุกคนฮา ยกเว้นไอ้เป้ ที่รู้สึกมันจะไปลงทุนซื้ออะไรมาสักอย่างแพงๆ
แล้วเสือกจับได้มะนาวถุงนึง เข้าใจว่าปีถัดมามันเลยไม่เอาอะไรมาจับ (และประเพณีนี้ก็เลยฝ่อๆ แผ่วๆ ลงไป)
ส่วนเทศกาลก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ที่ออฟฟิศผมก็มีจับของขวัญกะเขาเช่นกัน
โดยแบ่งระดับราคาตามหน้าที่การงาน เรียกได้ว่าใครใหญ่ก็จ่ายเยอะ ว่างั้น
แต่เอาตามตรงคือผมไม่ค่อยได้อินกะมัน เพราะด้วยตัวเองก็ไม่ค่อยนิยมการเอาของขวัญไปจับอยู่แล้วด้วย
และก็ไร้ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกของวัญดีๆ ที่คนรับประทับใจนั่นก็อีก
ขอเล่าแทรกนิดนึงว่า ภรรยาผมซึ่งอยู่ออฟฟิศเดียวกันเนี่ย ก็เลยส่งเมลเวียนไปถามสมาชิกคนอื่นๆ ว่า
ระหว่างได้ของขวัญเป็นไอ้นั่นไอ้นี่ กับได้เป็นเงิน จะเอาอะไร.. ไม่แปลกใจใช่ไหมว่ามติเอกฉันท์คือเงิน!
เรื่องของเรื่องคือผมไปอ่านอะไรบ้าบอมาจากไหนก็ไม่รู้ ที่ฝรั่งเขาเขียนผลวิจัยเอาไว้ (ว้ายๆ ดมตูดฝรั่ง)
ว่าอีประเพณีการมอบของขวัญเนี่ยครับ คนที่ได้รับมักจะประเมินค่าของของขวัญนั้นต่ำกว่าราคาจริงของมันเสมอ
ไม่รู้ว่าสาเหตุจะมาจากธุรกิจการโขกราคาของร้านกิ๊ฟต์ช็อปหรือว่าคนรับลืมบวกค่าหีบห่อก็เหอะ
แต่นี่เป็นตลกร้ายที่ไม่ค่อยจะมีใครคำนึงกัน ว่าเฮ้ย จริงๆ แล้วเราเปลี่ยนแนวกันมั่งสักปีดีไหม
เปลี่ยนเป็นเอาตังค์ไปทำอย่างอื่นที่มันได้ความบันเทิงแต่คุ้มค่ามากกว่านี้กันเถอะ
เช่นออกตังค์กันมาเป็นค่ากินเลยดีไหม สั่งของกินเมพๆ มา ราคาเท่านั้นได้ของกินมากมาย เป็นอาทิ
นี่เป็นตัวอย่างที่ยกมาลอยๆ ไม่ได้ใคร่ครวญอะไร ถ้าเกิดเอาไปทำจริงก็คงช่วยๆ กันคิด
(และก็จะได้ผลสรุปคือจับสลากเหมือนเดิม!
)
แถมก่อนนอน
กล่องของขวัญเบอร์ห้ากลางภาพที่เห็นนั่นเป็นของผมเองแหละครับ
อุตส่าห์เลี่ยงไม่ซื้อตุ๊กตา(ซึ่งเป็นของขวัญจับสลากสุดฮิตที่ดูแล้วสมราคาที่สุด)กับหนังสือ(นี่ก็ฮิต)
โดยไปนึกออกว่าเฮ้ย ถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรสักอย่าง – เช่นเครื่อง MP3 ที่พะยี่ห้อจีนแดงละก็
ราคาจะถูกมาก แต่ประสิทธิภาพเมพสวนทางกับราคามาก เหมาะกับการเอามาจับของขวัญเสียจริง!
ก็เลยถ่อไปซื้อวิทยุเมพนี้จากเซียร์ครับ ราคา ๕๕๐ บาท (นี่เกินงบที่เขาตั้งไว้ตั้งร้อยนึงแน่ะ)
เอามาห้อกระดาษ A4 พรินต์ลาย 2010 เอาเอง (ได้ไอเดียมาจากนิตยสาร computer arts)
แล้วห่อเปลือกนอกอีกชั้นด้วยกระดาษกาวใสๆ ที่ขายตามตลาดแว้นแฟร์ ม้วนละ ๑๙ บาทนั่นน่ะ
เท่านี้ก็ได้กล่องของขวัญกิ๊บเก๋ (แต่แกะยากฉิบหาย) แล้วครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้นปรากฏว่าคนที่จับของขวัญชิ้นนี้ได้กลับเป็นน้องเซลล์ที่ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่
และท่าทางจะไม่อินกะวิทยุอย่างเมพอันนี้ซะด้วย เสียดายจัง..
น้องครับ มันเสียบ USB ได้ด้วยนะ มันทรานซิสเตอร์มากเลยนะ
มันชาร์จด้วยที่ชาร์จโนเกียได้ด้วยนะ และมันฮามากๆ เลยนะ
ก็บอกแล้วว่าผมไม่มีดวงด้านนี้
.
ป.ล.
ส่วนไอ้ที่ผมจับได้ก็เป็นตุ๊กตามนุษย์หิมะครับ ซึ่งผมเองก็ไม่อินกะมัน 
แต่ก็ยังดีกว่าน้องอีกคนที่จับได้ไข่เค็มของอาร์ตได อันนี้ฮากันกริบเลยครับ
ป.อ.
ทำไมเอามาใส่ ป.อ.ก็ไม่รู้ สงสัยง่วงแล้ว คือจะบอกว่า ปีก่อนผมไปจับสลากที่บ้านญาติของเพื่อน
ทั้งบ้านมีวัยรุ่นเกือบทุกคนยกเว้นคุณป้าคุณยายเจ้าของบ้าน ผมเลยเอาแฟลชไดรฟ์ไปจับ กะว่าโดน
และผลออกมาก็โดนจริงๆ ครับ คนที่จับแฟลชไดรฟ์ของผมได้คือคุณยายท่านนั้นเอง
ยายคงนึกว่าแล้วกูจะเอาไปทำอะไรวะ.. แสดงออกทางสีหน้าชัดด้วย
ป.ฮ.
แคมเปญปฏิญญากุมภาพันธ์(อะเกน) วันแรกผ่านไปด้วยดี
ผมตื่นหกโมงเช้าไปทำบุญปีใหม่กับบ้านภรรยาที่ปทุมฯ งดกินน้ำอัดลมและขนมกรุบกรอบ
(ข้อที่ว่างดกินขนมนี่ลืมเขียน จริงๆ ก็จะงดด้วย เพราะที่ผ่านมากินขนมถุงเยอะมากๆ)
และตลอดวันก็มีการพาไปกินไอ้นั่นไอ้นี่ (ร้อยวันพันปีไม่เคยกินกัน) ผมก็ซัดได้อย่างมากแค่ปลา 
นี่กลับมาถึงบ้านของตัวเองแล้ว อีก ๔ ชั่วโมงจะตื่นมาวิ่งออกกำลังกายครับ ไหวไหมเนี่ยกู!


