คองรักคองข้า

13 / 03 / 2560 | 23:21 น.

ไปดูหนังกับแฟนมาครับ แน่นอนครับ โอกาสพิเศษแบบนี้ทั้งที เลยไปดูลิงยักษ์ถล่มโลกมา…

เรื่องรีวิวหนังไม่ใช่งานถนัดของผม เอาเป็นว่าดูแล้วก็เออ สนุกดีละกัน (ยังยึดมั่นตำราของ บ.ก.โชเน็นจั๊มป์เสมอ ที่บอกว่าการ์ตูนมันต้องสนุก — เท่านั้นแหละ เลยยึดถือเรื่อยมาเวลาใครถามว่าเรื่องนี้เป็นไง ดีไหม ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแฝงสัญญะแมวน้ำอะไรไหม เราก็จะเหลือปัญญามาตอบได้แค่สนุกหรือไม่สนุกเท่านั้นเอง จบ)

(อ้อ แต่ถ้าเป็นไปได้ อย่าดูหนังตัวอย่างเลยเหอะ หรือพวกสกู๊ปอะไรๆ ก่อนไปดูจริง โดยเฉพาะพวกรีวิวสัตว์ประหลาดสุดโหด 5 อันดับที่จะมาปรากฏตัวในหนัง มึงเล่าอย่างละเอียดเลยอีเว้ร การรู้อะไรแบบนี้มันคงมีคนที่ชอบอยู่หรอก แต่กับผมแล้วมันทำให้หนังจืดมากอะ พอดูจริงแล้วจะไม่ตื่นเต้นเท่ากับการรู้แค่คร่าวๆ หรือไม่รู้เลยยิ่งดี ความเซอร์ไพรส์มีมูลค่าของมันนะ จำไว้นะ Beauty and the Beast และ Wonder Woman … อ้อ Spider-man เวอร์ชันนู้นด้วย เบื่ออออ)

ทีนี้ พอดูจบเลยนึกถึงหนังแนวที่ตัวเองชอบ แล้วก็ลามเลียไปถึงยุคที่เคยเขียนบล็อกลง blogger.com (โอ้โห เก่าจนแทบจะบรรจุลง #เน็ตเมื่อวานซืน) ตอนนั้นหน้า bio เขาให้ระบุประเภทหนังที่ชอบ ก็นั่งนึกอยู่นานว่าชอบแนวไหน

จึงกรอกไปว่า หนังแมงมุมยักษ์ สัตว์ประหลาด จระเข้ยักษ์ อะไรแบบนี้

ลืมเขียนเรื่องมนุษย์ต่างดาวบุกโลกอีกอย่าง…

ด้วยความสัตย์จริง เออผมก็ชอบดูนี่หว่า ไอ้อะไรที่ว่าเนี่ย แม่งสนุก ยิ่งถ้าเป็นหนังที่มีฉากอยู่ในเมือง หรือมันพอจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับตัวเองด้วย และยิ่งพล็อตเรื่องเป็นประมาณว่า กูอยู่ของกูดีๆ แล้วโดนไอ้พวกอสุรกายถล่มโลกนี่มารังควานจนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน จับกลุ่มกับคนรอบข้างแล้วทุลักทุเลพากันหนี หนีอยู่ดีๆ ก็ทยอยตายกันทีละคน มีพระเอกลากนางเอกตึงๆ หน่อย พากันรอดไปจนจบเรื่องไรงี้ ยิ่งรู้สึกอินใหญ่ (มึงอินได้ยังไง)

นี่ถ้าให้นึกถึงหนังที่แว้บเข้ามาตอนพิมพ์บรรทัดนี้แล้วนึกได้ว่าชอบจัดๆ เลย ก็คงเป็น Cloverfield ครับ เรียกได้ว่ารวมฮิตเม็กกะแดนซ์ ครบทุกความกระสันที่ผมต้องการเลย นั่นจึงเป็นโคตรสุดยอดหนังสนุกในดวงใจที่ดูมาแล้วรอบเดียว (อ้าว) เออไว้เดี๋ยวจะหาโอกาสซ้ำอีกที

แล้ววันก่อนก็เพิ่งดูหนังเซอร์ไพรส์เรื่อง 10 Cloverfield Lane อันนี้ไม่บอกละกันว่ามันเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวยังไง เพราะแค่บอกก็ไม่สนุกแล้ว (ที่เพิ่งได้ดูก็เพราะตอนนั้นพลาดการดูในโรง แล้วดันไปอ่านนั่นนี่มาด้วยความที่หนังมันเก่งในด้านการขายแบบยุทธการไวรัสไง ให้เหล่าติ่งหยอดนั่นแปะนี่นิดๆ หน่อยๆ) (ขออีกวงเล็บละกัน ใครยังไม่ได้ดู อย่าดูหนังตัวอย่างเด็ดขาด!!!!!!! ไอ้สัส สปอยล์จนจบเรื่อง แบบเน้นๆ จะจะด้วยนะ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ดันไปอ่านสกู๊ปมาแล้วรู้ว่าคนทำหนังกับค่ายแม่งไม่ลงรอยกัน อีค่ายก็จะขาย คนทำหนังก็จะเก็บความลับ พอตัดตัวอย่างออกมาปั๊บ พัง เฉลยตอนจบในนั้น ฆ่าหนังได้ทั้งเรื่อง)

แต่ก็ต้องบอกว่า สนุกดีครับ

แล้วทั้งสองเรื่องก็เป็นเรื่องที่เมียผมไม่ชอบทั้งคู่ 55555555555555 อันแรกเพราะกล้องมันส่าย อันสองคือมันกดดัน 555555555

ตอนดู War of the World นั่นก็ชอบนะ ค่อนข้างลืมไปแล้วว่าตอนนั้นทำไมมีคนวิจารณ์ในทางลบเยอะอยู่ แต่แม่คุณเอ๋ย ฉากที่อีพระเอกหลบหูลู่ไม่ให้มนุษย์ต่างดาวทำร้ายนั่นแหละ คือฉากเดียวกับที่ผมฝันบ่อยๆ

ผมชอบฝันเรื่องหลบๆ หนีๆ ซ่อนๆ ไอ้พวกอสุรกายที่มันจะมาฆ่าเราแบบนี้ (คำว่า “ชอบ” นี่หมายถึงทั้ง like และ usualy)

เป็นความฝันที่ไม่รู้ต้องเตรียมสภาพร่างกายอยู่ในโหมดไหน ถึงจะได้นอนหลับและออกผจญภัยในจินตนาการได้ขนาดนั้น หลายครั้งพล็อตแม่งสนุกมากจนอยากตื่นมาเขียนการ์ตูนไว้กันลืม ยิ่งเป็นช่วงที่โตมาแล้วพานพบประสบการณ์ชีวิตที่มันซับซ้อนกว่าวัยเยาว์แล้วล่ะก็ ฝันแนวหนีตายแบบนี้ก็ดันยิ่งสนุก มีดราม่า มีการผูกเรื่อง

แต่ที่แน่ๆ ทุกครั้งที่ฝันจะมีจุดร่วมคล้ายๆ War of the World และ Cloverfield คือ กูอยู่ของกูดีๆ ก็ต้องมาหนีตาย

ตัดจบเท่านี้.