รสธรรมชาติ: ร้านกาแฟกระต่ายน่ารักที่ราชบุรี

28 / 08 / 2560 | 00:00 น.

เข้าเรื่องเลย ดึกแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ทันตื่นไปส่งลูก

คืองี้ครับ ผมไปเที่ยวเพชรบุรีมา ทีนี้ระหว่างทางก็แวะไปทับแก้ว (นครปฐม) ก่อน ซึ่งเป็นเส้นทางคนละเส้นกับคนที่มุ่งหน้าจะลงเพชรบุรีหัวหินโดยปกติ (เราไปเพชรเกษมเส้นเดิม ส่วนชาวบ้านเขาไปพระรามสอง)

ด้วยนิสัยผมเป็นคนใช้ Google Maps บ่อยมากกกก (เปิดแอปนี้บ่อยกว่าเฟซบุ๊กละกัน) ชอบปักหมุดสถานที่ที่เคยไปจนรึ่มไปหมด ส่วนที่คิดอยากไปมากแต่ยังไม่สบโอกาสก็จะปักไว้อีกสี (Want to go สีเขียวๆ) และรอโอกาสที่จะได้ไปเยือนอีสีเขียวๆ นี่เข้าสักวัน

การผ่านเส้นทางที่ไม่ปกติคราวนี้จึงทำให้ได้เก็บแต้มหมุดเขียวอีกหนึ่งร้าน เป็นร้านเดียวกับที่เคยอ่านกระทู้พันทิปชื่อ “เปลี่ยนสวนหลังบ้านให้เป็นร้านกาแฟในฝันของตัวเอง” (คือตามอ่านหมวดรีโนเวตบ้านอยู่แล้วเจอ 555555) แล้วปักไว้

ตัวกระทู้ว่าด้วยการสร้างสร้านกาแฟในฝันด้วยงบประมาณอันจำกัดมากๆ คอมเมนต์ไม่ค่อยเยอะครับ แต่จุดชี้เป็นชี้ตายคือแฟนเจ้าของกระทู้น่ารักมากบรรยากาศและสถานที่ดูมีเสน่ห์มาก

คือเจ้าของกระทู้ (ต่อไปนี้จะเรียกเจ้าของร้านเลยละกัน) เป็นมนุษย์เงินเดือนน้อย แต่มีฝันไง คือบ้านพ่อแม่แฟนอยู่ที่ราชบุรีอยู่แล้ว มีที่ดินอยู่แปลงนึงที่เอาไว้เลี้ยงวัว ทำการเกษตร ถึงจะไม่ใหญ่มาก และทำเลอยูลึกสักหน่อย แต่พอใจมันรัก คิดหน้าหลังดีแล้ว จึงรื้อถางคอกวัว และถมที่ สร้างเพิง ปลูกหญ้า กลายเป็นร้านกาแฟด้วยงบประมาณไม่แพงเลย (กดอ่านกระทู้ข้างบนได้ครับ คนตอบไม่เยอะนะ แต่เราชอบบีฟอร์และอาฟเตอร์มากจนอยากไปเยือนเข้าสักที)

สิบเอ็ดโมง ท้องฟ้าแจ่มใส บ้านแบนเดินทางไปถึงพอดีตามพิกัดแผนที่ จอดรถปั๊บ เห็นป้ายชวนให้ไปเล่นกระต่าย ก็เลยเดินผ่านเคาน์เตอร์ขายกาแฟเข้าไป (อ้าว) (คือเราไม่กินกาแฟ เมียเราต่างหากที่เสพติด)

เคาน์เตอร์ขายกาแฟที่ทำง่ายๆ ใช้แผ่นเมทัลชีต มีโครงสร้างเป็นเหล็ก แปะภาพถ่ายจากฝีมือเจ้าของร้าน (เป็นตากล้องด้วย) ทั้งหมดนี้ไม่มีแอร์ ถามมาแล้วค่าใช้จ่ายมีแค่ค่าน้ำ 50 บาทต่อเดือน


คุณบุญแต่ง (เจ้าของร้าน) มาต้อนรับด้วยตัวเอง ชวนให้เด็กๆ เข้าไปเล่นกระต่ายในสวน


นี่แหละครับ ลานร่มไผ่ จัดวางในสวน สะอาดและร่มรื่นมาก ยังกะเป็นวัดป่าที่ตอนเช้าเณรและเด็กวัดมากวาดให้เรียบร้อยแล้ว

ข้างในมีครอบครัวกระต่ายอยู่หลายตัว น่ารัก เชื่องด้วย เด็กอย่างฟิน

หญ้าที่ใช้เลี้ยงกระต่ายนั้นก็ตัดมาจากข้างหลังนี่แหละครับ ดังนั้นจึงเรียกได้ว่ามีไม่อั้นจริงๆ ถึงว่าสิ กระต่ายเลยดูแฮปปี้มาก ผมถามเจ้าของร้านว่ากลางคืนกระต่ายนอนในนี้เลยหรือเปล่า น้องแกบอกว่ามีคอนโดกระต่ายไว้นอนครับ ดังนั้นสบายใจได้ เจ้าของเขาเลี้ยงและรักกระต่ายอยู่แล้ว นี่มาเปิดร้านกาแฟเลยเอามาเลี้ยงด้วยไรงี้

 

บรรยากาศบริเวณรอบๆ ร่มรื่นมากกก

เจ้าของร้านเขามีหัวในการออกแบบดีมากเลยนะ ดูอย่างห้องน้ำนี้สิ เดินข้ามสนามหญ้าจากฝั่งตะกี้มาก็เจอ วางหลบมุมอยู่เงียบๆ แต่ชอบมาก ชอบประตูไม้บานใหญ่มากเต็มผนัง ชอบหลังคาใส ชอบโถฉี่ ที่ล้างมือที่แปะไว้รอบๆ ผนัง ชอบต้นไม้ที่รายล้อม ชอบกว่าเพิงขายกาแฟข้างหน้าอีก 5555555

เออใช่ ที่ร้านจะมีมุมวาดภาพระบายสีสำหรับน้องๆ มีภาพพรินต์ใส่กระดาษมาให้วาดกันที่โต๊ะสวนไผ่ ส่วนสาวในภาพคือพรีเซนเตอร์ประจำร้าน คนเดียวกับที่ยืนลุยทุ่งปอเทืองในกระทู้นั่นแล

ช่วงเก็บตก

  • ปอเทืองจะมาตอนปลายฝนต้นหนาว เป็นฤดูของมัน
  • ผมและครอบครัวใช้เวลาอยู่ในร้านนี้นานมากๆ เล่นกระต่ายจนฟิน (ขึ้นรถหลับทันทีละกัน)
  • ภาพวาดระบายสีที่ให้เด็กเล่นนั้นไม่ได้โหลดเถื่อนมาจากเน็ต แต่ให้เพื่อนที่เรียนมาด้วยกันวาดให้ เฮ้ยอันนี้ดี ชอบในความแคร์
  • เมียบอกว่ากาแฟอร่อย ของผมเป็นโก้โก้เย็น อร่อยเหมือนกัน ส่วนของทอดเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กก็ธรรมดาทั่วไป และทั้งหมดที่ว่ามานี้ จ่ายไป 165 บาท! ถูกมาก!
  • ในกระทู้บอกว่าตั้งราคาให้ไม่แพงเพราะว่าต้องการให้ชาวบ้านแถวนี้ผ่านมาก็แวะซื้อได้สะดวกใจ
  • คือข้อเสียก็มี เช่นไม่ค่อยมีเมนูอาหารหรือของว่างอื่นๆ ให้กิน (พูดตรงๆ คือให้เสียตังค์ เราอยากเสียเงินให้คุณกว่านี้อีก แต่ไม่รู้จะซื้ออะไรดี เอาไปหยอดตู้หน้าคอกกระต่ายแทนละกัน)
  • ที่เซอร์ไพรส์คือกล้วยตาก ซื้อเพิ่มมาอีก 30 บาท แล้วดันโคตรอร่อย ไว้ไปซ้ำใหม่นะ
  • มีคนแนะนำให้ทำผัดกะเพรา อาหารตามสั่ง ฯลฯ ขาย เอออันนี้ก็แอบเชียร์อยู่เหมือนกัน หาอะไรมาขายเพิ่มเถอะๆ
  • ร้านเปิดเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าของร้านไปโพสต์กระทู้พันทิป ได้กระแสเข้ามานิดหน่อยพออยู่ได้ แต่ที่ดีจริงๆ คือสื่อท้องถิ่น (ใครอยู่ต่างจังหวัดจะเห็นสื่อแบบนี้เยอะ พวกพากินพาเที่ยวในจังหวัด มีทั้งฟรีก๊อปปี้ เว็บ เพจ กรุ๊ป ไรงี้) พอลงทีนึงคนมากันร้านแตกเลย หลังจากนั้นก็เรื่อยๆ
  • อย่างวันนี้ตอนเรากำลังร่ำลาจะกลับ ก็มีอีกครอบครัวนึงจอดรถพอดี มีพ่อ แม่ ลูกสาวที่ถือกรงกระต่ายส่วนตัวเข้ามาด้วย
  • ไหนๆ ก็ไหนๆ พอคุยติดลมแล้วก็เลยแลกเปลี่ยนกันเรื่องรายได้ พบว่ากำไรสุทธิของร้านไม่สูงเลย แต่ก็นั่นแหละ จ่ายน้อย (ค่าเช่าไม่เสีย มีจ่ายแค่อาหารเม็ดกระต่าย ค่าวัตถุดิบ และค่าน้ำ 50 บาท จบ) พอจ่ายน้อยก็เหลือเยอะ

ย้ำว่าทั้งหมดนี่ทำกันสองคนนะ เนื่องจากทุนสร้างมีจำกัดเลยทำกันแบบง่ายๆ เล็กๆ แต่ดูมีความสุขกันมาก …ที่จริงอันนี้แหละคือความพอเพียงแบบที่เราเห็นกันในโฆษณาก่อนหนังฉาย

เออแปลก พอพูดถึงโฆษณาที่ว่านี้แล้ว คนรอบตัวผมมีแต่ยี้แฮะ บอกว่ามันช่างเฟกจังเล้ย แต่เฮ้ย มันมีคนรู้จักที่ทำแบบที่ว่าจริงๆ นะ เพียงแค่เขาไม่มามัวโฆษณาตัวเองว่าพอยังงั้นเพียงยังงี้ (หรืออาจจะไม่โดนห้างร้านองค์กรเอาไปทำเป็นพรีเซนเตอร์) คือเขาทำเลย ใช้ชีวิตเป็นปกติเลย ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แถมยังแฮปปี้มากๆ ด้วย

เป็นความแฮปปี้แบบเดียวกับที่ผมเห็นจากร้านรสธรรมชาตินี่แหละ