| อัปเดตผ่าน RSS

074 | สวัสดีน้านนาน

22.06.2005 | 39 ความเห็น | โพสต์ในหมวด โถขี้

เมื่อเช้าตื่นนอนขึ้นมา

ตอนพับผ้าห่ม ดันไปสะบัดเอาโทรศัพท์กระเด็นตกพื้นอย่างแร็ง

เสียงมันกระทบพื้นแตกเปรื่อง (คำว่าเปรื่องนี่เป็นศัพท์โบราณ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็น)

ถึงจะไม่ได้ตกทีนึงก็แตกแหกเป็นชิ้นๆ แบบโนเกีย ที่เปลี่ยนหน้ากากได้เพื่ออำพรางแผล

แต่อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้สร้างแผลสดครับ .. ดันเป็นอาการช้ำในภายในตัวเครื่อง

อาการของมันในตอนนี้ก็เลย กลายเป็นมือถือที่ใช้พูดโทรได้อย่างเดียว แต่ไม่ได้ยินเสียง!

พูดง่ายๆ ก็คือ มันหูหนวกซะแล้วครับ!! (โธ่.. กู)

โชคดีที่ค่านิยมในการมองอุปกรณ์ชนิดนี้ของผมก็คือ “โทรศัพท์ มีไว้โทรศัพท์”

ดังนั้นเมื่อเกือบปีที่ผ่านมา พลทหารแอนที่มีเงินเก็บส่วนหนึ่งจากกองร้อย (ธุรกิจมืดครับ)

ซึ่งเดินทางเข้ากรุงเพราะครบกำหนดหกเดือนแรกที่ฝึกเสร็จแล้ว

จึงได้ไปซื้อมือถือเครื่องหนึ่ง ยี่ห้อ i-mobile ที่รู้อย่างเดียวว่ามันโคตรถูก .. และโทรได้ (จบ)

ดังนั้นไอ้ฟังก์ชั่นประมาณว่า EMS MMS SML SME XXX อะไรนั่น.. จึงไม่รู้จักชัวร์ๆ

เพราะวันหนึ่งๆ ผมก็ใช้งานมันแค่ โทรเข้า โทรออก ส่งข้อความนานๆ ครั้ง

และที่สำคัญที่สุดคือ ตั้งปลุกครับ! (ซื้อรุ่นนี้เพราะกะจะใช้ปลุกตอนเช้าเป็นสำคัญเลยนะนี่)

ฉะนั้นวันนี้ทั้งวัน วิธีการใช้โทรศัพท์ (หูหนวก) ของผมก็คือ เปิด Speaker (ลำโพง)

แล้วก็ยืนจับคุยเหมือนใช้วิทยุสื่อสารประมาณนั้น

(กลับมาที่ร้านเลยลองต่อสมอลทอล์คดู ปรากฏว่าใช้ได้แฮะ.. แปลว่าลำโพงขาดจุดเดียว)

ไม่คิดว่าวันนี้ต้องมาพูดเรื่องโทรศัพท์อีกที

แต่ไหนๆ ก็นำเรื่องมาแล้ว ก็เอาต่ออีกหน่อยละกัน

ปกติแล้วผมไม่ใช่คนที่ชอบชีวิตอยู่ในเครือข่ายสัญญาณนะครับ

คงเป็นเพราะเสพสื่อที่มันบอกถึงความเลวร้ายของโทรศัพท์ (และธุรกิจโทรศัพท์) อยู่บ่อยๆ

ก็เลยไม่ได้มีนิสัยที่จะต้องไปพึ่งพาไอ้ดุ้นไฟฟ้าที่ว่านี่เท่าไหร่

แถมยังรำคาญอยู่หน่อยๆ เวลาไปไหนมาไหนแล้วมักเห็นแต่คนคุยมือถือกัน

รู้สึกเลยว่าตัวเองเป็นสุนทรภู่ตอนไปเที่ยวเพชรบุรี

ที่ลุงแกบรรยายว่า “มองไปไม่พ้นแต่ต้นตาล” นั่นเลยครับ

แต่นี่มองไปไม่พ้นแค่คนคุยโทรศัพท์….

ห้ามนะครับ!.. ห้ามคิดว่า มันจะไปโทรอะไรกันนักกันหนา (หรือคิดอะไรแนวๆ นี้)

เพราะคุณต้องยอมรับว่าต่อไปนี้ นี่คือวิถีชีวิตของเราๆ ท่านๆ ไปแล้ว

ใครที่ยังทำใจรับไม่ได้ก็ให้นึกถึงสมัยที่เรามีโทรทัศน์ขาวดำดูเป็นครั้งแรกสิครับ

บ่งมุมมองของคนยุคนั้นก็คงหนีไม่พ้นความคิดประมาณว่า

“เปนอะไรของเองวะ อีบัวเผื่อน.. เอาแต่มัวนั่งจ้องอ้ายกล่องนั่น ไม่เปนอันทำงานเลย”

เห็นไหม .. ต่อมา โทรทัศน์ก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาแสนจะธรรมดาที่อยู่ข้างเรามาตลอด

ดังนั้นโทรศัพท์ และนวัตกรรมที่กำลังทยอยคลอดตามมาในวันนี้พรุ่งนี้

ก็จะตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับไอ้กล่องที่คุณบัวเผื่อนนั่งดูอยู่นั่นแล

ป.ล.

ผมใช้มือถือของน้องส้ม พอเปลี่ยนโปรฯ เลยจ่ายน้อยลงเหลือเดือนละ 300 บาท

แต่ว่าเปลี่ยนจากนาทีละ 3 บาทมาเป็นนาทีละ 25 สตางค์

ดังนั้นลองคำนวณชุ่ยๆ ดู กลายเป็นว่าตอนนี้ผมโทรได้มากกว่าเดิมถึง 8 เท่าแน่ะ

ป.อ.

เลยกลายเป็นว่า ไอ้โทรศัพท์นี่ก็ดันมาวางอำนาจเหนือพฤติกรรมการใช้ชีวิตผมซะแล้ว

เพราะวันๆ ก็ต้องมานั่งเอาหูแนบ โทรๆๆๆๆๆ ให้มันคุ้มกับที่โปรแม่งเหลือบานทะเร่อ

ไม่รู้ว่าดีหรือเปล่าที่ทุกค่ายต่างก็พยายามลดราคามาชนกันยังงี้

แต่เมื่อราคามันถูก และยุให้ผู้ใช้ต้องโทรนานๆ ถึงจะคุ้ม

มันก็เลยกลายเป็นปัญหาด้านการจราจรติดขัดที่เจอมันทุกๆ บ่ายเย็น … เฮ้อ…

(เห็นว่าโปรใหม่ของออเร้นจ์ เริ่มแพงขึ้นแล้วครับ สงสัยเป็นผลกระทบจากสงครามราคา)

ป.ฮ.

ถ้าสงสัยว่ามือถือรุ่นที่ผมใช้นี่ หน้าตาเป็นไงวะ.. ขอเชิญดูที่ภาพประกอบครับ

Pages: Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next