เคยไปดูคอนเสิร์ตกันไหมครับ

ผมไม่เคยหรอก
แต่พอจะนึกาพออก ว่าไม่ว่าจะมีระบบการจัดการอย่างมืออาชีพขนาดไหน
ก็ต้องเจอกับปัญหาของผู้เข้าชมงาน ที่ต่างก็พกความเอาแต่ใจตัวเองมาเต็มที่จนได้
ก็ร้อยพ่อพันแม่นี่ครับ และทุกคนก็ต้องการมาสำเริงสำรวยกันอยู่แล้วใช่ไหม

แต่นี่คงเป็นงานแรกและงานเดียวที่ทุกๆ คนเป็นคนดีครับ
คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก เพราะที่งานนิทรรศการฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
ที่จัดโดยรัฐบาลไทยที่อิมแพค เมืองทองธานีนั้น
ทุกๆ สื่อก็ต่างพร้อมใจกันประชาสัมพันธ์กันอยู่แล้ว คงไม่ต้องพูดเพิ่มอีก

ผมไปเดินมาเมื่อวานนี้ครับเมื่อตอนบ่ายๆ
แม้เวลาจะจำกัด ทำให้เดินได้เพียงครึ่งค่อนงาน ยังไม่ได้ไปดูโซนพระราชประวัติ :05:
(ว่ากันว่าต้องเตรียมเวลาไปครึ่งวันถ้าจะดูให้ครบ)
พบว่าในงานนี้ทุกๆ คนเป็นคนดีจริงๆ
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่เมื่ออยู่ในงาน ผมเห็นแววตาทุกคนเป็นประกาย
และเดินหยุดตรงนี้ ชี้ตรงนั้น ด้วยความชื่นชมทั้งทีมงานและพระบารมี

อาจเรียกได้ว่าเป็นนิทรรศการที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่มีมาในประเทศเราก็ได้ครับ

ดูาพดีกว่า ขนาดบอกจะไม่พูดซ้ำแล้วนะเนี่ย


าพแรกจากซุ้มซีพี ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนใหญ่ของงานรายนึงครับ
บรรยากาศโซนนี้ก็เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการเกษตรตามแนวพระราชดำริ


ตรงนี้มีเลี้ยงไก่กุ๊กๆ ไข่ปุ๊บไหลลงรางไปคัดแยกได้เลย
แม้จะมีกลิ่นขี้ไก่ปะปนมาในแอร์ แต่เด็กๆ ตอมกันเพียบเลยครับ


ห้องนี้เป็นห้องแสดงาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์
เดินเข้าไปข้างในก็พบห้องมืดขนาดใหญ่ นั่งชมาพถ่ายจนจบแล้วเขาก็จะ….
ไม่สปอยล์ดีกว่าครับ เพราะตอนผมเห็นตอนจบแล้วตื่นเต้นมาก – ไปดูกันเอาเอง


เดินมาถึงตรงนี้ก็อาจจะคิดว่าเป็นงานมอเตอร์เอ็กซ์โป – แต่ไม่ใช่ครับ


เป็นเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เจ้าหน้าที่ที่โพกหัวในาพเท่มากครับ


อ๊ะ ปลา :01:


มีการแสดงประกอบดนตรีด้วย ผมไม่เคยดูละครเพลงเลยตื่นตาตื่นใจกว่าใครเขา


เป็นงานที่ใช้เครื่องฉายาพเปลืองมาก
(ยัยวาวเพื่อนผมบอกว่าเหมือนเป็นงานรวมมัลติมีเดียแห่งประเทศไทยเลย)

ที่ผ่านไปทั้งหมดข้างบนนั่นเป็นส่วนของพระราชกรณียกิจครับ
ซึ่งจองพื้นที่โซนอาคารอิมแพคทั้งหมด (แต่ก็เดินดูได้ไม่เบียดใคร – นี่หมายถึงวันราชการนะ)
ตัวงานนี้แบ่งเป็นสามส่วน อีกส่วนนึงเป็นมหานาฏกรรมเฉลิมพระเกียรติเรื่องพระมหาชนก
ซึ่งใครจะดูฟรีก็ให้ไปจองก่อนเวลาเปิดแจกตั๋วสักครึ่งชั่วโมงครับ จะได้มีที่นั่งกะเขา
เสียดายที่ถ่ายรูปมาไม่ได้เพราะเขาให้ฝากกล้องไว้
ใครที่อยากถ่ายาพการแสดง ขอให้พกกล้องคอมแพคไปครับ ส่วนกล้องมือโปร – อด!
(จริงๆ ฟูจิของผมก็กล้องปัญญาอ่อนนี่แหละ แต่หน้าตามันเหมือน SLR เขาเลยไม่ให้เข้า :18: )

การแสดงเริ่มตอนทุ่มนึง ดูจบก็ราวๆ สองทุ่มครึ่ง งานก็ใกล้ปิดพอดีครับ
เลยไม่ได้ดูส่วนที่เหลือในอาคารชาเลนเจอร์ ..ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้ว่าจะไปดูอีกรอบ แล้วจะเอามาแปะเพิ่ม


นี่เป็นหนึ่งในของที่ระลึกที่วางขายตรงหน้าชาเลนเจอร์
เป็นริสต์แบนด์เหมือนกับที่เราเห็นใส่กันทุกหัวระแหงในตอนนี้แหละครับ เพียงแต่เป็นทองคำฝังเพชร
ผลิตมาให้จองกันในงานเพียง ๙ ชิ้น ราคาก็ไม่แพงครับ แค่ ๙๙,๙๙๙ บาทเอง


กลับแล้ว เดี๋ยวมาใหม่

.

.

ป.ล.
ไม่ต้องบอกใช่ไหมครับว่าผมรักในหลวงขนาดไหน

Pages: 1 2 Next