| อัปเดตผ่าน RSS

141 | พื้นที่เล็กๆ

19.08.2006 | 46 ความเห็น | โพสต์ในหมวด โถขี้

Spirited Away

อนิเมะเรื่องนี้ฉายตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ซึ่งผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว
ไม่รู้ผมไปอยู่ที่ไหนมาถึงเพิ่งได้มีโอกาสดู และก็เพิ่งมีโอกาสชอบ
จะว่าไป หนังของ Studio Ghibli ที่เขาว่าดีนักดีหนา แต่ผมไม่เชื่อเพราะไม่ได้ดู
ก็เพิ่งมีเรื่องนี้เรื่องแรกนี่แหละครับที่พอดูแล้วก็อุทานว่า ต๊กโก่!! ..มันทำดีจริงๆ นี่หว่า

ดังนั้นถ้าคิดว่าบล็อกวันนี้จะเป็นการรีวิวหนังที่เขาดูจนชอบ (หรือไม่ชอบก็เหอะ) มาห้าหกปีแล้วเนี่ย
มันก็ดูจะแปลกไปสักหน่อย ง้นเอาเป็นว่าใครที่ดูแล้ว หรือรู้สึกยังไงก็ช่างหัวคุณไปแล้ว ก็ช่างหัวคุณ (อ๊ะ)
เพราะนี่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังเรื่องที่ว่าสักเท่าไหร่

ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องดังกลาวถูกส่งผ่านสายโทรศัพท์แล้วแปลงเป็นสัญญาณเลเซอร์สีแดง
แล้วฉลุลงจานพลาสติกแผ่นกลมๆ มีรูตรงกลางไว้เอานิ้วแหย่เล่น - แน่นอนว่าผมโหลดเถื่อนมาดู
ถูกนำไปเสียบเข้าเครื่องขับแผ่นของคอมพิวเตอร์ที่หอไอ้เบียร์ (อย่าไปสนใจเลยว่ามันเป็นใคร)
แล้วความมหัศจรรย์ก็บังเกิด

ช่วงเวลาสองชั่วโมงนับจากนั้น โลกที่หายไปเมื่อครั้งยังเยาว์ก็ปรากฏต่อหน้าผม และคุณแฟน
แล้วก็น้องอัจ (อย่าไปสนใจเลยว่าน้องเค้าเป็นใคร ไม่งั้นไอ้เบียร์ตีหัวตายห่า)

20th Century Boys
ตอนเด็กๆ ผมชอบไปเล่นที่โคนต้นมะขามหวานหลังบ้าน (จนถึงตอนนี้ก็ยังมีอีกอีกต้นนึงอยู่หน้าบ้าน)
อีสองต้นนี้เป็นต้นมะขามแกร็นๆ ที่เกิดจากความตั้งใจจะให้มีต้นไม้อะไรสักอย่างเกิดขึ้น
จากเม็ดมะขามหวานคลุกน้ำตาลทรายที่แม่ซื้อมา เราพี่น้องก็กินแล้วพ่นเม็ดใส่มือไว้เยอะๆ
เอาไปโรยใส่หลุมตรงนั้น แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจมันอีก จนมารู้ตัวอีกทีก็ต้นเบ้อเร่อแล้ว

ทีนี้ล่ะสนุก กิ่งก้านสาขาของมันก็กลายเป็นที่ผูกเชือก หย่อนชิงช้าทำเองลงมาข้างล่าง
เอาเสื่อปู บางทีก็นอนอ่านการ์ตูนจนหลับ บางวันมีน้องสาวข้างๆ บ้านมานั่งเล่นขายของ
บางทีก็ไปสร้างฐานทัพลับไว้บนต้นไม้ (ไม่มีอะไรมากครับ แค่เอาอาวุธทรงพลังที่เป็นขยะไปรวมๆ ไว้เอง)
แล้วก็คอยฟังเสียงแม่ด่าแหวๆ มาจากในบ้านว่าเล่นกันตรงรกๆ งูจะมากัดเอา..

แฟนฉัน
เย็นๆ พอแดดร่มลมตก ก็พากันขี่จักรยานไปในไร่หลังบ้าน
ไร่ใครก็ไม่รู้ล่ะ แต่ที่รู้ๆ คือขี่ไปเรื่อยๆแล้วมันจะมีทางลัดเลาะ เลี้ยวลดไปจนจรดทางถนนใหญ่ที่เราเพิ่งขี่เข้ามา
นับเป็นการผจญภัย (ตอนเด็กๆ เราเรียกว่า “ผชนภัย” ไม่เชื่อลองพูดดู ง่ายกว่ากันเยอะ)
นึกถึงแก๊งจักรยานที่ประกอบด้วยเด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ๓-๔ คน กับเด็กผู้หญิงอีกสักคนสิครับ
ใครมีความสามารถพิเศษคือขี่ไปแล้วปล่อยแฮนด์ ตบมือได้มากครั้งเท่าไหร่ คนนั้นก็จะโคตรหล่อเลย
วันไหนอากาศร้อนๆ หน่อยก็ไปโดดน้ำกัน ตรงที่เดียวกะที่เห็นในหนังของไอ้แจ๊ค ไอ้เจี๊ยบนั่นแหละครับ
(ผมเลยสงสัยว่าหนังเรื่องนี้เขาสร้างมาให้ตูเลยหรือเปล่า แหม๊.. มันตรงกับชีวิตตูแม้กระทั่งสถานที่เกิดเหตุจริงๆ)

Spirited Away
เสียดายที่หนังสือสวนเด็กที่ผมซื้อสะสมมาตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ ตั้งแต่สมัยเล่มใหญ่ๆ น่ะ
ข้างในมันมีนิยายภาพโดยคุณเตรียม ชาชุมพร ที่วาดลงสีน้ำ ฝีมือสุดประณีตเอาไว้เล่มละเรื่อง
เนื้อหาส่วนใหญ่จะเล่นอยู่กับเรื่องความกตัญญู ความผูกพันของคนสองวัย หรือความสนุกสนานตามประสาเด็ก
ที่่แน่ๆ คือเกือบทั้งหมดจะเป็นเรื่องของเด็กที่ไม่ได้มั่งมีเงินทองอะไร หรือกำพร้าพ่อแม่ อยู่กันแบบวงเวียนชีวิต
บางเรื่องอ่านๆ ไปก็ทำหนังสือเปียกด้วยน้ำตาที่หยดแหมะลงบนกลางหน้ากระดาษซะยังงั้น
(เสียดายมากๆ ที่คุณเตรียมแกเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ .. ใครไม่ไม่รู้จักก็ช่าง แต่ผมเสียใจเอามากๆ)
ที่ยังจำได้ดีอยู่เรื่องนึงคือเรื่องของกลุ่มเด็กแบบมานีมานะ เล่นซน ไล่กวดกันไป
จนเด็กชายคนนึงวิ่งไปสะดุดซุ้มประตูวัด .. ฉับพลัน บรรยากาศรอบๆ ก็กลายเป็นภาพสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
แถมอยู่ในช่วงสงครามซะด้วย เหมือนเดินผ่านประตูสารพัดนึกของโดราเอมอนบวกไทม์แมชชีน ระบบทูอินวัน
เรื่องราวจะเป็นยังไง รายละเอียดผมลืมไปแล้ว แต่รู้อยู่ว่ามันเป็นจินตนาการที่หอมหวานเอามากๆ
จนบางทีก็นอนฝันว่านาฬิกาเรือนนั้นที่แม่้ซื้อให้มา พอกดๆ เล่นกลับมีเกมแสนสนุกซ่อนอยู่
หรือประตูสนิมเกาะตรงรั้วบ้าน พอเปิดไปก็ทะลุโผล่ตรงชายหาดพอดี .. ก็โดดน้ำเล่นเฉยเลย

พอตื่นมาก็นึกเสียดายว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้นเอง ..
อุตส่าห์พยายามข่มตานอนให้มันหลับอีกรอบ กะว่าจะฝันต่อ แต่ก็ดันไม่ฝันว่ะ

..

ที่ผมเขียนมายืดยาวนี่ไม่ได้หวังจะให้อ่านแล้วเข้าใจกันทุกคนหรอกนะครับ
เพราะเชื่อว่าแต่ละคนผ่านเรื่องราว ประสบการณ์ชีวิตมาต่างๆ กัน
อนิเมะเรื่องดังกล่าวที่สื่อสารได้กว้างขวางมากๆ จนเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะจริงๆ เพราะมันทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีมากๆ
ก็แล้วแต่ว่าใครจะสามารถรับสารที่เขาสื่อมาได้ระดับไหน จะลึกจัดหรือดูเอาสนุกก็ว่ากันไป หรือไม่ชอบเลยก็ไม่ผิด!
(นี่เป็นความจริงที่ผมพบหลังจากดู Spirited Away จบ แล้วแฟนบ่นว่า “ไม่เห็นหนุกเลย” )

ป.ล.
ไม่ต้องพยายามอธิบายหรอกครับว่าอนิเมะค่ายนี้ดียังไง - ผมเข้าใจดีครับ
เพราะสมัยเรียนมหาลัย ผมก็ขลุกอยู่กับสังคมที่คุยกันเรื่องนี้มาพอแล้ว
โดยเฉพาะสุสานหิ่งห้อยนี่ ได้ยินจนเอียนกว่าสุสานยี้ห้อยอีก
ที่เหลือก็แค่ไปนั่งดู พิสูจน์ด้วยตา หู และใจตัวเองเท่านั้นแหละว่ามันดีอย่างที่เขาว่ากัน (ทุกคน) หรือเปล่า

ป.อ.
ใครอยากอ่านรีวิวแบบที่ควรจะเป็นของหนังเรื่องนี้.. เชิญครับ

ป.ฮ.
อารมณ์โหยหาอดีตนี่ นานๆ ทีนั่งยิ้มอยู่กับมันก็ดีเหมือนกันนะ
แต่เป็นนานๆ บ่อยๆ เข้า วิญญาณก็จะถูกกลืนไปกับความฝันจนได้
พอๆ กับที่เรานั่งบ่นๆ กันว่าช่วงนี้เอาแต่ทำงานจนวิญญาณแห้งเหี่ยวนั่นแหละ!!

Pages: Prev 1 2 3 4 Next