Monthly archive for February 2007

๒๒ กุมาพันธ์ ๒๕๕๐ – รับสบู่ตราคุ้มค่าไหมคะ

Day22

เอ๊า เพิ่งนึกได้ว่าต้องรายงานความประพฤติรายวันนี่หว่า
กว่าจะนึกได้ก็เกือบเช้าแน่ะครับ ดังนั้นไม่ขอแก้ตัวอะไรทั้งนั้น
แล้วจะเขียนเรื่องอะไรดีวะ.. เอาเรื่องโลตัสละกัน ใกล้ตัวดี

คือชีวิตยามเย็นของผมมักไปเตร็ดเตร่แถวๆ โลตัสครับ
เนื่องจากผมเป็นพวกเสียดายร้านโชว์ห่วย แต่ก็ทำได้แค่ปาก
เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าการไปเดินโลตัสมันสบายใจกว่าเยอะ
เพราะนอกจากข้าวของเครื่องใช้ในนั้นจะถูกแล้ว ยังสามารถเลือกหยิบได้ด้วยตัวเองอีก
ติดใจอยู่อย่างหนึ่งคือเวลาเดินออกมาจ่ายตังค์ที่แคชเชียร์นี่แหละ
พอเราชำระหนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว พนักงานสาว (บ้างไม่สาวบ้าง) ก็จะไหว้!
ไหว้จริงๆ นะครับ ถึงแม้จะเป็นการพนมมือตามหน้าที่ด้วยความเร็วเหนือเสียงก็เหอะ
แต่เฮ้ย เขาไหว้ว่ะ .. เข้าใจว่าเป็นระเบียบของบริษัทที่ไม่ทำก็ไม่ได้ แต่เขาไหว้ว่ะ!

ลองสังเกตดูหลายครั้งแล้ว พนักงานจะมีอาการไม่ค่อยจะเต็มใจเวลามีลูกค้าอายุน้อยกว่า
ก็เพราะกติกาของบริษัทนี้เองที่ดูแล้วขัดกับระบบระเบียบแบบแผนวัฒนธรรมจริงของเรา
(ผมไม่ใช้คำว่าวัฒนธรรมไทยนะครับ ..นึกถึงหนังเรื่องต้มยำกุ้งดู อันนั้นคือไทยยัดเยียด)
แล้วมันพาลจะทำให้ครั้งต่อๆ ไป พนักงานคนนี้ก็จะเกิดอาการชินชากับอารมณ์ดังกล่าว
ยิ่งหันไปมองเคาท์เตอร์ข้างๆ ที่ไม่ได้ใส่ใจกับการไหว้เท่าไหร่ แค่ทำตามที่ลริษัทสั่งมา
ก็ทำให้การไหว้นี้ดูชืด เย็นชาเอามากๆ เลยครับ

ผมแปลกใจกับกฎระเบียบประหลาดๆ แบบนี้
ถึงแม้ในทางทฤษฎี ที่บริษัทจะมองลูกค้าเป็นผู้มีพระคุณหรืออะไรก็แล้วแต่
แต่พอมันออกมาในาคปฏิบัติ การถูกบังคับให้แสดงอาการเคารพโดยไม่เต็มใจนี่
มันเลยทำให้พฤติกรรมของพนักงานดูจะขัดตาแบบแปลกๆ

เมื่อเทียบกับในร้านเซเว่น (ฮั่นแน่ ช่วงนี้พูดถึงสิ่งต้องห้ามบ่อยจริงนะ)
พนักงานเซเว่นไม่ยักกะไหว้แฮะ แต่คำว่าสวัสดีค่ะ ถึงแม้จพทำไปแบบแกนๆ ตามหน้าที่
แต่รู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ยากหรือขัดกับจริตของมนุษย์ที่ต้องหาเช้ากินค่ำอย่างเขาเหล่านั้น
ดูแล้วเป็นธรรมชาติกว่ากันเยอะเลยครับ

และยิ่งจะเปรียบเทียบให้สนุกและขมวดปมมาจบที่ประเด็นเปิดเรื่องตามสูตรการเขียนของผม
ก็ต้องกล่าวถึงความดีของร้านโชว์ห่วยด้วยใช่ไหม ประมาณว่าถ้าไปซื้อที่ร้านอาม่าเนี่ย
ก็จะได้รับมิตราพและไมตรีจิตกลับมามากกว่าอะไรงี้ใช่ม้า.. เป็นสูตร เป็นสูตร

แต่ไม่ใช่เลยครับ
โลกแห่งความจริงมันโหดร้ายกว่านั้นตรงที่พอมีโลตัสเกิดขึ้นมาเนี่ย
ผมหาร้านอาม่าในละแวกบ้านไม่ได้เลยจริงๆ
แถมลูกหลานอาม่าก็ไปยืนไหว้อยู่ในห้างที่ว่านั่นอีก
เอวัง

ป.ล.
จากพระสุพรรณกัลยา มาถึงจตุคามรามเทพที่กำลังไต่ชาร์ตอย่างรวดเร็วและมาเป็นที่ ๑ ในขณะนี้
มันทำให้ผมขำอยู่ในลำคอ (ขำดังไม่ได้เดี๋ยวโดนด่า เพราะเด็กไม่ควรดูถูกผู้ใหญ่)
เห็นงานพระราชทานเพลิงศพของขุนพันธ์ฯ ที่มีเงินหมุนเวียนรอบวัดเป็นร้อยล้านบาท
โดยรายได้นี้ก็เป็นของชาวบ้านที่เอาาพถ่ายติดวิญญาณ หรือเครื่องรางของขลังมาขายที่นั่น
แล้วก็ที่มีการจลาจลย่อมๆ เพียงเพื่อแย่งวัตถุมงคลรุ่นพิเศษที่เขาทำมาแจกคนมาร่วมงานศพนี้
รู้สึกถึงความปัญญาอ่อนจนแทบจะเรอออกมาเป็นาษาลิเบียเลยครับ

ป.อ.
จาก ป.ล. บรรทัดที่สอง
ขอย้ำว่าผมยังเด็ก

ป.ฮ.
ฟังคุณวิศาลอ่านข่าวช่องสามเมื่อกี้ เล่าถึงคุณงามความดีของขุนพันธ์ฯ
ไม่มีวรรคไหนเลยครับที่บอกว่าท่านเป็นคนเล่นของเพื่อให้ตัวเองเจ๋ง
ใครที่กำลังบ้าพระ บ้าเหรียญอยู่ ถามจริงๆ ว่ารู้กันหรือเปล่าว่าทำยังไงให้ตัวเองมีพลังมหานิยม?
ถ้าไม่รู้จริงๆ ก็ไปหาหนังสือชีวประวัติของขุนพันธ์ฯ ดูเอาเองครับ
ไม่ใช่ครอบครองแต่วัตถุที่เป็นมงคลแต่ดันทำตัวอัปมงคล ..
อุ๊ย ขอโทษครับ เผลอ “เรอ” ออกมาแล้ว


Pages: Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 ...25 26 27 Next