256 | เมื่อแอปเปิ้ลปะทะมะนาว
เมื่อหลายวันก่อนนู้น ผมกลับบ้านที่เพชร
ก็ขนแมคบุ๊กกลับไปเผื่อออนไลน์ตามปกติ ทุกอย่างปกติดีเหมือนทุกครั้ง
จนกระทั่งขากลับ มีน้องฟา (ลูกสาวน้าดาว) และเพื่อนๆ ขอติดรถกลับมาด้วย
ก็เลยยัดข้าวยัดของไปไว้ท้ายรถจนแน่น และขับกลับมายังประเทศลาดพร้าว
พอส่งน้องๆ ลงกลางทางแถวๆ คาร์ฟูร์ลาดพร้าว โบว์ก็เดินมาจากท้ายรถ
แล้วบอกผมว่า ซันไลต์ทำมือ (ตอนเป็นทหารผมก็เคยเรียนทำ)ที่น้าดาวเอามาให้ฟา
มันหกทั้งแกลลอนเลย! ตายละหว่า!
พอรถมาจอดถึงบ้านก็ขนของออกมาจากท้ายรถ
พบว่าขวดน้ำยาล้างจานขนาดห้าลิตรนั้น มันหกเลอะเทอะเต็มกระโปรงหลังรถเลยง่ะ
(ถ้าอ่านแล้วนึกไม่ออก แนะนำให้วิ่งไปถือขวดน้ำยาล้างจานในครัวมาดมไปด้วยครับ)
พบว่าเอกสารเอย หนังสือเอย รวมถึงสมุดบันทึกที่เก็บไว้ตั้งแต่เด็กที่ขนมาจากบ้าน
ล้วนแล้วแต่เละเปียกชุ่มไปด้วยกลิ่นมะนาวเทียม 
จากนั้นเราก็ช่วยกันเช็ดล้างกันอย่างทุลักทุเล โดยมีไอ้บิ๊กกับเดือนที่มาสิงบ้านมาช่วย
นึกภาพว่าตอนห้าทุ่ม (ที่ชาวบ้านเขานอนกันหมดแล้ว) เราเอาไฟมาเสียบไว้หน้าบ้าน
แล้วเปิดน้ำฉีดล้างรถกันซู่ซ่า มีฟองซันไลต์ฟูฟ่องจนต้องกวาดเป็นร้อยๆ เที่ยว
มองไปทางไหนก็มีแต่ฟองท่วมซอยขนาดกว้างห้าเมตร จนเปียกโชกและนุ่มนิ่มน่ากลิ้ง
เพราะกวาดแล้วฉีดน้ำปั๊บ ฟองมันก็ฟอดขึ้นมาอีกเป็นทวีคูณ ฟังดูน่าสนุกแต่มันนรกชัดๆ
กว่าจะขัดกว่าจะออกหมดก็ดึกโขแล้วครับ เดินเข้ามานั่งทอดหุ่ยในบ้านสักพัก
ก็พบว่าสิ่งที่น่าตระหนกอีกอย่างก็คือ สายชาร์จของเครื่องแมคบุ๊กนั้นชุ่มไปด้วยซันไลต์!
โอ้ว เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วแทนที่จะรีีบเช็ดให้แห้ง (ไร้ประโยชน์) ผมกลับรีบวิ่งมาเปิดกูเกิ้ล
แล้วก็พบว่าไอ้ที่เปียกโชกนั่นน่ะ ถ้าต้องซื้อใหม่ เราจะต้องเสียตังค์ถึง ๔๐๐๐ บาท!
นี่คือสภาพปกติของมันครับ อะแด๊ปเตอร์เหลี่ยมๆ ที่ดีไซน์ออกมาเนี้ยบสุดๆ นี่แหละ
ที่ตอนนี้กลายเป็นเต้าหู้ตราแอปเปิ้ล แช่ในน้ำเชื่อมกลิ่นมะนาวไปแล้ว
เราพยายามแกะ แงะยังไงก็ไม่ออก คือผู้ผลิตเขาปิดรอยต่อได้ประณีตมากครับ
ไม่เหลือรูหรือรอยสลักสำหรับแกะซ่อมเลยแม้แต่น้อย
เลยต้องเช็ดแค่น้ำซันไลต์ที่ไหลออกมาเรื่อยๆ จากรอยต่อของมันโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ออนเอ็มถามป้าหน่อยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ (อย่างน้อยก็ใกล้ตัวที่สุด) ก็พบว่าไร้ทางออก
หลังจากสะบัดก็แล้ว เขย่าก็แล้ว เอียงทิ้งไว้ก็แล้ว ไหว้ก็แล้ว มันก็ยังไม่หยุดไหลซะที
เลยเลือกที่จะยอมแพ้ครับ เช็ดแค่เท่าที่เช็ดได้ แล้วก็ปล่อยไว้กะว่ามันต้องแห้งเข้าสักวัน
ระหว่างนี้ก็ใช้ที่ชาร์จของสนุ้กเกอร์ไปก่อน (ภาพประกอบด้านบนก็อันของไอ้ฟูเช่นกัน)
แล้วก็ให้นุกเก้อเอาปากกามาเขียนรูปหัวกระโหลกไขว้เอาไว้ชัดๆ คือถ้าเสียบไฟมึงตาย
วันเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้
แต่ไม่นานพอที่เราจะลืมกลิ่นซันไลต์ท่วมซอยในคืนนั้น
ผมเคยให้ปิงเอาสายไฟนรกนี้ไปชาร์จที่เชียงใหม่ (ถ้าตายจะได้ไม่มาตายที่นี่)
ปรากฏว่าชาร์จได้ แต่มันติดๆ ดับๆ คงเพราะสายไฟหรือวงจรข้างในเป็นสนิมหรือยังชื้นอยู่
แต่พอมาวันนึงมันชาร์จไม่ได้อีกต่อไป สังเกตตรงขั้วตลับก็พบว่าสนิมมันกัดกร่อนจนเละ
พอเห็นเช่นนั้นก็ตัดใจได้ (มึงควรจะได้ตั้งนานแล้ว) ก็เลยตัดสินใจทุบกระปุกเสียเลย
ว่าแล้วก็งัด แงะ แคะ ตัด จนเห็นข้างในมีสภาพเละ อาบไปด้วยสนิมทองแดง ดังนี้
เอาวะ ทีนี้เรามาดู Inside Macbook กัน! (กดที่ภาพเพื่อขยายให้เห็นความช้ำใจชัดๆ)
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า มะนาวแพงกว่าแอปเปิ้ลครับ
เข็ดแล้ว ซันไลต์ทำมือสูตรประหยัด 













