351 | ทวิตเตอร์กับข้าพเจ้า
บล็อกตอนนี้ข้าพเจ้าจะเขียนด้วยความ “ล่ก”
เพราะวันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ยุ่งที่สุดในชีวิตการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนของข้าพเจ้า
แม้ข้าพเจ้าจะล่กขนาดไหน แต่ข้าพเจ้าก็ยังเสือกใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “ข้าพเจ้า”
ไม่รู้หรอกว่ามันให้ประโยชน์อะไร แต่รู้สึกว่าข้าพเจ้าดูเป็นคนจริงจังขึ้นมาหน่อย
ข้าพเจ้าเริ่มใช้งานทวิตเตอร์เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๑
ก็เริ่มไม่ด้เร็วกว่าชาวบ้านอะไร คงเพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มๆ มีกระแสในไทยละ
พอสมัครเข้าไปก็ตามๆ คน มั่วๆ ไปแบบที่เขามั่วกันนั่นแหละครับ
ทีแรกตั้งใจจะทวีตแค่เรื่องขี้เท่านั้น กะว่ากูนี่แนวหนักหนา (ที่ไหนได้ ใครๆ ก็ทำกัน)
แล้วก็เริ่มพบว่าเออ มันทำอะไรได้เยอะแยะเลยนี่หว่า มันไม่ใช่แค่โปรแกรมไว้คุยกันนะ
ก็เลยหัดเล่นไอ้นู่นมั่งไอ้นี่มั่ง จนมีเพื่อนกลุ่มใหม่ที่รู้จักกันทางนี้ก็เยอะอยู่
แต่ก็ยังไม่เคยมีโอกาสไปงานชุมนุมชาวทวิตพกับเขา (ข้าพเจ้าเขิน และไม่กล้าขอเมีย)
สถิติการทวีตของข้าพเจ้า ขอบันทึกไว้เป็นจดหมายเหตุซะหน่อย (ที่มา)
จะเห็นได้ว่าข้าพเจ้าทวีตตอนห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งเป็นหลัก
นั่นเพราะเป็นเวลาทำงาน เวลาที่หัวสมองแล่นที่สุดของแต่ละวัน
จนตอนนี้ (ก็เพิ่งมาเดือนนี้) ที่ข้าพเจ้าจะบังคับตัวเองให้เปลี่ยนเวลาตื่นและนอน
ตามปฏิญญากุมาพันธ์ที่ตั้งเอาไว้ท้่าทายตัวเองดังที่ได้เขียนไปแล้วนั้น แน
อุปกรณ์ที่ใช้เล่นทวิตเตอร์ของข้าพเจ้า แรกๆ จะใช้ TwitterFox (ตอนนี้คือ Echofon)
คงเพราะข้าพเจ้าเข็ดกับการคุกคามความสงบในการทำงานที่เกิดจาก MSN
จนเลิกเล่นไปพักใหญ่ หันมาคบ Google Talk ได้อีกพักก็รู้สึกว่ามันยังยุ่งอยู่
ก็เลยลองเล่นทวิตเตอร์ดู เออ มึงหลบอยู่มุมๆ นั่นแหละ สงบเสงี่ยมดี เราคบกันได้
แต่พอจำนวนผู้ร่วมปฎิสัมพันธ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงข้าพเจ้าเริ่มเสพติดมันแล้ว
แถมข้าพเจ้าดันไปซื้อโน้ตบุ๊กของแอปเปิ้ลมาอีกเครื่อง แล้วมันมีโปรแกรมที่สนุกกว่า
นั่นคือ Tweetie (ดังาพประกอบด้านล่างนู่น) และ Tweetdeck
ข้าพเจ้าจึงจมปลักเข้าไปใหญ่ ฉิบหายแล้วครับ
(ข้าพเจ้ายอมรับแต่โดยดีว่าเสพติดทวิตเตอร์ แม้จะไม่มากเท่าคนอื่น แต่นี่ก็ติดนะ)
จนวันหนึ่งเทคโนโลยี (และราคา) มันเอื้อต่อการเอามือถือไปนั่งทวีตที่ไหนต่อไหน
ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่าคอนดูเถอะ เดี๋ยวกู.. เอ๊ย ข้าพเจ้าคงต้องเป็นอีพวกเดินไปทวีตไปแน่ๆ
แต่โทรศัพท์ของข้าพเจ้าแม่งไม่สามารถทำอะไรแบบที่ไฮโซๆ เขาทำกัน
เพราะโนเกียรุ่นที่ใช้อยู่เนี่ย มันแก่มาก ดังนั้นมันเลยไม่รู้จัก EDGE
ไม่รู้จักการสัมผัสหน้าจอ ไม่รู้จัก SD Card หรือกระทั่ง USB Port ด้วยเอ้า
ข้าพเจ้าเลยพยายามจะทำมันหล่นบ่อยๆ โยนก็แล้วเขวี้ยงก็แล้ว เสือกทนอีก.. เวร
ข้าพเจ้ายังย้ำกับใครๆ ที่มาถามอยู่เสมอว่าข้าพเจ้าเป็นใคร ข้าพเจ้าไปเชี่ยวชาญอะไร
หรือข้าพเจ้าเป็นกูรู มึงรูอะไร ก็ได้แต่โบกไม้โบกมือปฏิเสธอยู่เสมอว่าเปล่าเลย
ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้ใช้ธรรมดา ไม่ได้โปรโมตตัวเองอะไร และไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรกว่าใคร
ยิ่งอีพวกกลยุทธ์การตลาด หรือกลยุทธ์สารพัดในวงการ Social Media ข้าพเจ้าก็ไม่รู้
และข้าพเจ้าก็ไม่รู้ว่าจะไปรู้มันมากทำไม มันทำลายอรรถรสในการ “เล่น” ไปเยอะเลยนะ
เหมือนกะคนทำเว็บที่ห่วงแต่ SEO หรือผู้หญิงที่ห่วงแต่จะต้องทำตัวเองให้สวยตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ไอ้การที่มัวแต่ทำโดยหวังผลแบบไม่ลืมหูลืมตาเนี่ย
มันทำลายเสน่ห์ “ตามธรรมชาติ” ที่ควรมีอย่างน่าเสียดาย
(แต่บางคนที่ธรรมชาติของเขาคือมาร์เก็ตติ้งจ๋า คนแบบนี้จะคุยกับข้าพเจ้าไม่รู้เรื่อง)
ก็ยังงงอยู่เลยว่าพี่ @iwhale เขาคิดยังไงถึงชวนข้าพเจ้าไปพูดในงาน #TWTCON วะ
ถึงกระนั้น เมื่อมีโอกาสเข้ามาถึงที่ ข้าพเจ้าเลยไปตามที่เขาอุตส่าห์ให้เกียรติเชิญมา
ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปทำงานเขาล่มหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ วันนันข้าพเจ้าสั่นฉิบหาย!
จบงานนั้น ข้าพเจ้าก็ยังรู้สึกว่าการขึ้นเวทีไม่ใช่สิ่งที่สนุกสำหรับตัวเองอยู่ดี
ข้าพเจ้าจะยินดีมากถ้าได้ไปนั่งฟังอะไรแบบนี้เงียบๆ (เพิ่งมาขยันเรียนตอนแก่นี่แหละ)
แต่ข้าพเจ้าจะรู้สึกขวยมากถ้าต้องไปโชว์ูมิ หรือทำตัวเหมือนกูนี่เก่งนักหนา
นี่ก็เขียนซ้ำกะเมื่อวานแหละ ไม่รู้จะย้ำอีกทำไม แต่ข้าพเจ้าไม่ชอบจริงๆ นะ
ก่อนที่จะวนไปวนมามากกว่านี้ ข้าพเจ้าจะต้องรีบสรุปจบเพื่อจะทำงานต่อไป
นี่ข้าพเจ้ายังอยู่ออฟฟิศอยู่เลย เขาปิดแอร์ตอนหกโมง ตอนนี้ข้าพเจ้าเลยร้อนโคตรๆ
อ้ะ งั้น.. เอางี้
เนื่องจากวันนี้เป็นวันดี นอกจากจะเป็นวันฉลองครบรอบห้าปีของฟอนต์.คอมแล้ว
ยังเป็นวันประกาศอะไรบางอย่างก็ไม่รู้ของข้าพเจ้าในทวิตเตอร์ด้วย
เพราะมีคนร่วมทำความรู้จักกับข้าพเจ้า ก้าวเข้าสู่หลักสามพันคนแล้ว
(ปากบอกว่าไม่ได้แคร์เรื่องตัวเลขคน Follow แต่เห็นแบบนี้มันก็ลำพองดีว่ะ)
ที่สำคัญคือข้าพเจ้านั่งและยืนสนทนาเป็นตัวอักษรผ่านนกสีฟ้าตัวนี้ถึงเจ็ดพันครั้งแล้ว
ข้าพเจ้าตกกะใจเหมือนกันว่านี่กู.. เอ๊ย ข้าพเจ้าบ้ารึเปล่า
ทั้งๆ ที่สมัยมีเพจก็ไม่ชอบส่ง หรือ SMS ในมือถือยิ่งไม่เคยไปข้องเกี่ยว
MSN (หรือจะ WLM ก็เหอะ) ข้าพเจ้าก็รังเกียตการคุกคามของมัน (หรือของคนใช้มัน)
แต่กับทวิตเตอร์แล้ว ข้าพเจ้าปล่อยตัวเผลอใจให้มันโดดเข้ามาในชีวิต
ให้มันชิงพื้นที่หน้ากระดาษของสมุดบันทึกแห่งชีวิตได้ถึงเจ็ดพันข้อความ
.
และสุดท้าย นี่คือข้อความในทวีตที่เจ็ดพันของข้าพเจ้าเอง (ที่มา)
(ข้าพเจ้าทนอั้นขี้เพื่อรีบเขียนบล็อกนี้ให้เสร็จเลยนะเนี่ย)





