ปฏิญญากุมภาพันธ์: DAY25
(รีบเขียน จะได้รู้ว่ายุ่ง เดี๋ยวจะดูซิว่าเนียนไหม)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บักปิงชวนไปโรงเกลือ (อรัญประเทศ)
ผมก็เลยตกลง อยากไป อยากไปเห็นว่ามันเป็นยังไงกะเขาซะที
เพราะพี่โอ้เอ้เคยเล่าประสบการณ์เสียวตอนไปซื้อผ้ากับแม่ที่นั่นบ่อยๆ ว่า
- ใครไปที่นั่นจะโดนถามบ่อยมากว่าซื้อแว่นไหม เอาแว่นไหม จนมึงต้องซื้อจนได้
- พวกปลากรอบปลาเค็มต่างๆ นั้น เขาโกยที่กองจากพื้น พื้นดินที่เราเดินๆ กันนี่แหละ!
- พี่แกเดินเลือกของอยู่ดีๆ ก็เจอเด็กเขมรเดินมานั่งขี้ต่อหน้า! เฮ้ย เจ๋งโคตร!
ด้วยเหตุผลแค่สองข้อนั้นก็ทำให้ผมตกลงตามบักปิงไปเที่ยวที่โรงเกลืออย่างเต็มใจ
ประเด็นคือภรรยาผมไปด้วย และโบว์ก็เป็นคนที่ทนแดดทนฝนไม่ค่อยได้ (บ่นแน่ๆ)
ก็เลยต้องกบ่อมว่าเราจะไปดูเด็กเขมรขี้กลางถนนกันให้เห็นกับตา.. โบว์เลยยอมไป
แหกขี้ตาตื่นกันตอนตีห้า เพื่อขึ้นแท็กซี่ไปที่สวนลุมฯ แล้วโดดขึ้นรถทัวร์อีกที
เพิ่งรู้ว่ารถทัวร์ที่เก็บค่าเดินทางไปกลับเพียงคนละสองร้อยนี้ มันคือทัวร์ที่พาเราไปบ่อน!
บรรดาอาเจ๊อาม่าอากงเต็มคันรถที่เห็นล้งเล้งกันน่ารำคาญตลอดทาง ทุกคนเดินทางไปเล่นไพ่!
นั่งทนฟังไปตลอดทาง กว่าจะไปถึงที่นู่นก็สายโด่งแล้ว เมื่อยขบยังไม่ทรมานเท่ากับรำคาญ
คือมีทะเลาะกันทั้งเรื่องการยืมเงินเล่นไพ่แล้วไม่คืน และเรื่องมีป้าคนนึงขี้ในรถ แล้วมันเหม็น!
ใครที่โวยวายเรื่องหวยกันอยู่ มาช่วยกันดูทางนี้อีกทีเร้ว ผีพนันทำงานกันเป็นขบวนการเลย!
ความเห็นของผมคือไม่ว่าจะหวยอะไร ไม่ว่ามึงจะเล่นการพนันอะไร หยุดเถอะ!
รู้ว่ามันไม่มีใช่ไหม ก็หยุดสิวะ จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันแล้วอ้างโน่นอ้างนี่
อ้ะ กลับไปที่โรงเกลือกันต่อ
เรามาถึงแล้วครับ สังเกตว่าที่นี่จะมีซับไตเติ้ลสองภาษาตลอดเลย
ภาพที่ผมจินตนาการไว้มันฮาร์ดคอร์กว่านี้มากๆ
คือไปถึงคงเห็นอารมณ์แบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีเด็กมานั่งขี้อ้ะ..
แต่พอเห็นของจริง มันก็คือจตุจักรนี่หว่า หรือไม่ก็ตลาดนัดบ้านผมเอง(เพชรบุรี)
คือไม่ได้หนักหนามาก ออกจะน่าเบื่อและแห้งแล้งด้วยซ้ำ ไม่มีมุมชิวเลยพับผ่า
เราตัดสินใจไม่ยาก ที่จะเช่ารถกอล์ฟมาคันนึง ชั่วโมงละ ๑๒๐ บาท เพื่อตระเวนในนั้น
ทีนี้ค่อยยังชั่วหน่อยเพราะบริเวณเขากว้างจริงๆ ครับ
จริงๆ แล้วมีทั้งจักรยานและรถเครื่อง(คนกรุงเรียกมอไซค์) ที่ให้เช่าขี่ในบริเวณ
แต่เราเลือกรถกอล์ฟเพราะบักปิงอยากลองขับดู (แล้วก็สีกับฟุตบาทครืดใหญ่.. งั้นตูขับก็ได้)
ทีนี้ก็แวะกินข้าว เรายังเสียวกันอยู่ว่าอาหารมันจะสกปรกไหม
ก็เลยตัดสินใจไปนั่งที่ร้านศาลาไม้แปดเหลี่ยมที่ดูท่าทางจะเข้าท่าหน่อย
แล้วก็อร่อยจริงๆ 
นึกเสียดายเหมือนกันที่ตัวเองเป็นปลาแมน กินไอ้ที่เห็นในภาพนี่ไม่ได้เลย
พอกินเสร็จแล้วก็ขับทัวร์รอบบริเวณ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา(นอน — เดี๋ยวเช้าต้องออกไปทำงานก่อนเวลาอีก.. บ๊ะห์)
เรามาชมภาพกันแบบเผาๆ เลยดีกว่า ขอบคุณกล้อง Lumix ของปิงครับ ตัวเล็ก พกง่ายดี
ข้อสังเกตอย่างนึงคือ ที่นี่จะมีแฟชั่นสุดฮิตเป็นชุดทหารครับ มองไปทางไหนก็มีชุดทหาร
กี่ล็อกต่อกี่ล็อกก็มีชุดทหารขาย และมีจัดหมวดหมู่เป็นชุดทหารโดยเฉพาะ
บ่ายแล้วก็เบื่อ แดดงี้เปรี้ยงสุดๆ เลยครับ ใครที่เป็นมนุษย์ชิวนี่รับรองลงไปดิ้นแน่ๆ
ผมก็เหมือนกัน เพิ่งเสร็จงานดึกๆ ก็ดันแหกขี้ตาตื่นเช้ามาทรมานอยู่นี่แท้ๆ
พอบ่ายสามก็ได้เวลากลับครับ
เห็นเลยว่าตรงที่รอรถมีป้ายแบบนี้อยู่เต็มไปหมด
ตรงนี้ก็เช่นกัน หันไปไหนก็มีแต่คนขนบุหรี่กันเป็นแถวๆ (เขาเรียกลักษณะนามว่าอะไรอ้ะ)
เห็นแล้วก็อมยิ้มนะครับ สถานีตำรวจอยู่ห่างจากนี่สักสองร้อยเมตรได้
แต่ก็ปล่อย (และ/หรือยินดี?) ให้มีการทำผิดกฎหมายกันโจ๋งครึ่มแบบไม่ต้องเล่าซ้ำแล้ว
ชนิดที่ผมยังสงสัยเลย ว่าในโรงพักจะมีใครนะที่ติดคุก? คนขับรถที่ไม่ได้ต่อทะเบียนเหรอ?
หรือคนเขียนบล็อกด่าตำรวจ? (อู้ย..)
บ่ายสามเศษๆ.. ผีพนันทั้งหลายขึ้นรถมาเรียบร้อย เสียงล้งเล้งน่ารำคาญเหมือนเดิม
ไม่สิ ยิ่งกว่าเดิมอีก เพราะป้าแกเปิดหนังจีนแล้วภาพไม่ขึ้น มีด่าเหี้ยห่ากะทีวีด้วยเอ้า
กว่าจะถึงกรุงเทพฯ ก็พลบค่ำพอดีครับ
ผมกับโบว์ลงรถที่แถวๆ สุวรรณภูมิแบบงงๆ.. ทำไมกูต้องมาลงไกลขนาดนี้ด้วยวะ
แล้วก็เข้าไปซื้อไม้ถูพื้นในโลตัสสุวรรณภูมิเป็นของฝากให้พี่แอ๋ว แม่บ้านเอย
จบเหอะ!
























