275 | มหกรรมหนอนแห่งชาติครั้งที่ ๑๓
ทีแรกไม่รู้จะเขียนรายงานไปทำไม
ว่าการได้ไปงานหนังสือแต่ละครั้งเนี่ย ต้องกลับมารายงานว่าซื้ออะไรมาบ้าง
แต่เปิดๆ ดูบล็อกของคนโน้นคนนี้ เออ ก็ดูน่ารักดีนี่หว่า ไม่เห็นจะเป็นไรเลย
แล้วกูจะอคติกับการรายงานความเสียหายของตัวเองไปทำไม ใช่มะๆ
เลยขอเล่าประสบการณ์เสีย(ตังค์ไม่ได้ตั้งตั)ว กะเขาบ้าง
งานหนังสือปีนี้อยู่ใในจังหวะที่ผมเองกำลังยุ่งๆ ทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัว
ไม่เหมือนปีที่แล้ว ที่ว่างจัดขนาดไปเดินถ่ายทำสารคดีร้อนยอยซะเล่นๆ
พอดีวันนี้ผมไปนั่งเรียนพิเศษที่เอสพละนาดครับ
เรียนเสร็จก็ชวนเพื่อนคนนึง กะจานก่อ (ถ่อมาจากเชียงใหม่เพื่อมาสอน) ไปเดินเล่น
ก็กะว่ายังไงเดี๋ยวคงได้มาอีกรอบอยู่แล้ว เพราะไปลงหุ้นซื้อบุฟเฟ่ต์อะบุ๊กไว้กะเพื่อนฝูง
ดังนั้นเลยมีตังค์ติดตัวอยู่หกร้อยกว่าบาท แล้วก็ไปถึงงานด้วยหมายจะเดินเล่นเฉยๆ…
แต่แล้วก็หมดตูดกลับบ้าน
จึงขอแนะนำหนังสือที่ซื้อมาบ้างนะครับ
๑.
ดีไซน์+คัลเจอร์
โดย ประชา สุวีรานนท์ / สำนักพิมพ์ ฟ้าเดียวกัน
ราคา ๒๔๐ บาท (ลดจาก ๓๐๐)
อ่านบทความของคุณประชามาตั้งแต่ที่เขียนลงมติชนสุดสัปดาห์แล้วครับ
ก่อนหน้านี้มติชนจะมีอะไรให้อ่านเยอะแยะไปหมด
แต่จะมีคอลัมน์ประจำแค่ไม่กี่คอลัมน์ที่ไม่อ่านไม่ได้ (หนึ่งในนั้นคือนิวัติ กองเพียร)
แต่ในที่สุดพอมีคอลัมน์นี้ปรากฏขึ้นมา ก็กลายเป็นแม่เหล็กของทุกฉบับไปเลย
เนื้อหาข้างในกล่าวถึงโลก ถึงประเทศ ถึงประวัติศาสตร์มนุษยชาติ!
จนถึงการกินนอนปี้ขี้ทุกเมื่อเชื่อวันนี่แหละ ในกรอบแว่นตาของการออกแบบ
เปล่า.. ไม่ได้น่าเบื่อ หรือไม่ได้เจาะจงว่าคนที่อ่านจะต้องเป็นนักออกแบบหรอกครับ
เพราะเนื้อหาแทบทุกครั้งที่ได้อ่าน(จากในมติชนนะ.. รวมเล่มนี่เพิ่งซื้อ) มันย่อยง่ายมาก
ดังนั้นจึงเป็นหนังสือที่คนที่รักการมองโลกอย่างสร้างสรรค์ ควรอ่านครับ!
//ตอนดูเล่มนี้ในบูท ปรากฏว่าเจอไอ้ตั๊ก(รุ่นน้องที่สนิทกัน) เป็นคนขาย.. อ้าว รับจ๊อบนี่
๒.
หน่อไม้
โดย ทรงกลด ทรงศีล และทรงกลม เอ๊ย นิ้วกลม / สำนักพิมพ์อะบุ๊ก
ราคา ๑๖๐ บาท (ลดจาก ๒๑๐ บาท)
สาราพตามจริงว่าหน้าปกเล่มนี้ไม่ต้องรสนิยมผมเลยครับ
(คำว่า “ไม่ต้อง” ในกรณีนี้ แปลว่า “ไม่โดน” นะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเจอคำนี้ เลยอนุรักษ์ไว้)
มันดูธรรมดาและเซฟไปหน่อย เลยไม่คิดว่าจะได้ซื้อหามาเป็นเจ้าของเข้าสักวัน
(แต่ปกที่ง่ายและงามขนาดนี้ อาจจะทำให้หลายๆ คนหลงรักก็ได้ เนอะ แล้วแต่คน)
แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้มีคนมาบ้าน ก็คุยกันเรื่องหนังสืออยู่ดีๆ (สังเกตว่าวงเล็บเยอะขึ้นเรื่อยๆ)
น้องแกดันโฆษณาสรรพคุณของหน่อไม้นี่ว่า มันเป็นหนังสือปลุกพลังดั่งถั่วคาริน!
วันนี้เลยไปยืนจิ้มๆ ดูที่อะบุ๊ก (ผมไปตอนหกโมงเย็น คนโล่งดีครับ ไม่ต้องเบียดใคร)
ปรากฏว่ามีน้องตาล (อ่านชื่อจากป้ายห้อยคอ) ตะโกนเรียกชื่อพี่แอนๆ มาจากในร้าน
อ้าว ถามไถ่ไปมา ก็เลยได้ทราบว่าเป็นน้องอักษรที่รู้จักผมจากค่ายสะกดจิตเด็กมัธยม
(ตอนผมเป็นนายกสโม ไว้ผมยาว และผอม! แปลงร่างขนาดนี้ น้องมันจำยังได้ โอ้ว!)
ก็เลยซื้อมาหนึ่งเล่มแบบเขินๆ ครับ คือก็อยากได้อยู่นะ แต่เจอโจทย์ยังคับเลยซื้อเลย
๓.
ล้อมวงคุย
โดย ชาติ กอบจิตติ / สำนักพิมพ์หอน
ราคา ๘๘ บาท (ลดจาก ๑๖๐ บาท)
อ้าว ตอนซื้อเห็นว่าเป็นพิมพ์ครั้งที่ ๑ แต่เลือกไปเลือกมาเอาเล่มที่ไม่ยับแล้วจ่ายตังค์
กลับมาบ้านมันเป็นพิมพ์ครั้งที่ ๒ ได้ไงอ้ะ จ๊ากกกกกกกกกกก!!! (ดูความยึดติดสิ)
๔.
เราหลงลืมอะไรบางอย่าง
โดย วัชระ สัจจะสารสิน / สำนักพิมพ์นาคร
ราคา ๑๒๘ บาท (ลดจาก ๑๖๐ บาท)
รู้แต่ว่าเล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นที่พูดถึงเหตุบ้านการณ์เมืองปัจจุบัน
ด้วยมุมมองของผู้เขียนที่(มีหนังสือเขียนชมว่า)เฉียบคม ..จะคมแค่ไหนไม่รู้
แต่ยืนอ่านตอนขึ้นรถไฟฟ้ากลับมาแวบเดียวก็หมดไปหลายมิลลิเมตรแล้วครับ
ป.ล.
เดี๋ยวจะไปอีกทีครับ ถ้าไม่มีอะไรติดขัดจริงๆ
ว่าจะซื้อการ์ตูนสามก๊กเล่มสีส้มๆ ๑๕ เล่มจบ ของสำนักพิมพ์นานมีครับ
เห็นว่ามีขายในเซเว่น ก็เลยคาดหวังว่าในงานหนังสือน่าจะมีรวมห่อขายแล้วลดราคา
แต่วันนี้ไม่ได้แวะไปนานมีจริงๆ ครับ (ปกติก็ไม่ค่อยได้ไปโซนนั้นอยู่แล้ว กลัวเด็ก)
ใครที่เผอิญผ่านมาอ่านแล้วมีโอกาสเดินโฉบแถวนั้น รบกวนดูราคาให้ด้วยนะก๊าบ
ป.อ.
ผมไม่ค่อยซื้อหนังสือใหม่ครับ เพราะซื้อของสดมาตุนไว้ก็ไม่มีเวลาอ่าน จนมันแห้ง
เลยเลือกซื้อให้เชยกว่าชาวบ้านซะหนึ่งเทอม เวลาใครถามจะได้รู้สึกว่าไม่รีบดี
ป.ฮ.
ปีนี้ผิดหวังกะโอเพ่นอ้ะ ทำไมไม่ค่อยมีอะไรขายเลย หรือของยังไม่มาก็ไม่รู้ 
ส่วนที่ซีเอ็ด เจอเอิ้น พิยะดา กับป๊อป แคลอรี่ บลา บลา ยืนแจกลายเซ็นครับ
ไอ้เราก็ไม่ได้ซื้อหนังสือเขา เลยอาศัยช่วงกรรมการกำลังมึนๆ
กระโดดเข้าไปขอถ่ายาพระยะประชิด (พี่ป๊อปบอก โอ้ว เลนส์ตาปลาก็อ้วนสิ!)


