290 | ปายไม่กลับ

รายงานข่าวอย่างด่วนมื่อสายๆ ที่ผ่านมา บอกว่าตอนนี้เกิดโกลาหลที่แม่ฮ่องสอน
ผู้สื่อข่าวบอกว่าปีนี้มีคนไปเที่ยวที่นั่นเยอะที่สุดเป็นประวัติการณ์ครับ
เยอะจนน้ำมันหมดปาย ขนาดที่ว่าสำรองไว้ตั้งห้าหมื่นลิตรแล้วก็ยังไม่พอใช้
จนรถติดเป็นตังค์แม้ว ยาวเหยียดและหมดหวังจะได้กลับมาทำงานทันวันมะรืน
เหตุการณ์นักท่องเที่ยวถล่มปาย ถล่มแม่ฮ่องสอนในช่วงปีใหม่นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
เพราะก็แค่เป็นการทำลายสถิติปีที่แล้ว ที่ผมไปมาแล้วก็พบประสบเหตุที่ว่าเช่นกัน
อาจจะต่างกันนิดหน่อยที่ปีก่อนผมไปเห็นาพบรรดารีสอร์ตต่างๆ กำลังเหวอ
เหวอเพราะขยายตัวเองไม่ทัน รองรับนักท่องเที่ยวไม่หวาดไม่ไหว
ทำให้หลายคนอุตส่าห์ถ่อไปถึงที่แล้วก็ต้องกางเต็นท์นอนกัน (หนาวโคตรๆ เลยนะ)
และเห็นาพในอนาคตอันใกล้ ก็คือเริ่มมีสิ่งปลูกสร้างแปลกปลอมจำนวนมหาศาล
ต่างแย่งกันผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดมาริโอ้
จำได้ว่าปีก่อน มีร้านกาแฟยี่ห้อฝรั่งเจ้านึงกำลังจะเปิดตรงสี่แยก
บรรดานักท่องเที่ยว(ที่มาจากกรุงเทพฯ เหมือนกันนี่แหละ) ต่างมองด้วยสายตาแปลกๆ
จริงๆ ก็พอสรุปเหตุผลกันได้ไม่ยากว่าเรามองมันเป็น “สิ่งแปลกปลอมของปาย”
อ้าว แล้วปายที่ดีจะต้องเป็นยังไงเหรอครับ?
ปายที่ดีจะต้องมีร้านโปสการ์ดเก๋ๆ?
ร้านกาแฟสวยๆ เหมือนมิวสิกวิดีโอ?
หรือมีรีสอร์ทเก๋าๆ อารมณ์ดิบๆ หน่อย ซ่อนตัวอยู่กลางม่านหมอก?
คือจะต้องได้อารมณ์เท้เท่ กรุงเท้พกรุงเทพฯ น่าร้ากน่ารักเหรอครับ?
หรือว่าทั้งหมดนี่แหละคือความแปลกปลอมที่ไปปรากฏอยู่ที่ปาย?????
(มึงจะใส่เครื่องหมาย ? เยอะๆ ไปทำไม????????)
จำได้ว่าเมื่อตอนนั้นที่ไปเที่ยวหัวหิน
ผมเดิน(ครับ เดินไปเพราะไม่มีรถ)ไปถึงหน้าหาด
ไอ้ตรงจุดที่น่าจะเรียกว่าเป็นหัว-หิน ก็คือเป็นหินก้อนใหญ่ๆ ที่ล้ำเข้าไปในหาดน่ะครับ
พลันสายตาก็เหลือบไปเห็น(ใช้คำได้ทุเรศทุรังมาก ไม่เชื่อลองอ่านดูอีกรอบสิ)
..เห็นบ้านชาวประมงครับพี่น้องครับ มาพร้อมกะเรือหาปลาที่เหมือนอยู่ผิดที่ผิดทาง
เพราะรอบๆ บ้านและเรือหลังและลำนั้น มันคือโรงแรมและอะไรๆ ที่เป็นฝรั่งทั้งสิ้น
นึกออกเลยว่าการที่หัวหินมันโตขึ้นปรี๊ดทีเดียวทะลุพิกัด
และกลายเป็นอาณานิคมของทุนแบบนี้ ชีวิตชาวบ้านจริงๆ เลยกลายเป็นของแปลกไป
พอเห็นแล้วก็.. ก็แค่เห็นครับ ผมไปเปลี่ยนอะไรเขาไม่ได้
เช่นเดียวกับปาย
เชื่อสิว่าใครก็ตามที่เคยไปปายเมื่อปีที่แล้ว สองปี สามสี่ห้าปีที่แล้วหรือสิบปีที่แล้ว
ทุกคนก็จะพูดแบบเดียวกันว่า ปายน่ะ นับวันมันยิ่งเปลี่ยน ยิ่งแปลกไป
เจ้าของรีสอร์ตที่ผมเคยไปพักก็บ่นๆ ให้ฟังในลักษณะเดียวกันนี้แหละ
เพราะแกก็เป็นคนหนึ่งที่เคยหลงรักปายเมื่อหลายสิบปีก่อน จนไปลงหลักปักฐานที่นั่น
แกเล่าให้ฟังถึงกระบวนการที่แผ่อิทธิพลระดับท้องถิ่น บีบให้ชวบ้านเดิมๆ อยู่ไม่ได้
คนต่างถิ่นที่เข้าไปหากินที่นั่นต่างถือเงินเข้าไป แล้วเนรมิตพื้นที่ที่กว้านซื้อได้
ให้กลายเป็นของเขา จะกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างกิ๊บๆ ฮิปๆ หรือจะหรูหราฝรั่งจ๋าก็เหอะ
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ปายอย่างที่มันน่าจะเป็น ..ไม่ใช่ปายอย่างที่มันเป็น
ผมไปปายมาเพียงหนึ่งรอบ (ในขณะที่น้องคนที่พาไปนั้นปีเดียวไปสามรอบ!)
แล้วก็ตกอยู่ในวัฏจักร “เสียดายปาย” แบบที่ใครๆ เขาก็เป็นกัน
เชื่อว่าถ้าคุณเคยไปปาย ก็คงจะบ่นแบบที่ผมหรือใครๆ เป็นกันครับ
อ้อ ไม่ใช่แค่ปาย มันอาจจะเป็นหัวหินสอง ปายสาม เกาะช้างสี่ ฯลฯ ก็ได้
ตราบใดที่เราเอาตัวเองไปรู้สึกว่าสถานที่นี้มัน “ดี” ยังไง
แล้วเอาอัตลักษณ์ไปสวมให้มัน จนมันลืมไปว่าที่จริงแล้วกูน่าจะเป็นอะไรกันแน่????
ป.ล.
ผมเพิ่งไปจันทบุรีมาเมื่อไม่นานมานี้เองครับ
เส้นทางที่ขับผ่านไปเอย ตลาดท่าใหม่เอย บ้านญาติๆ ของรรยาเอย
แหม มันสวยสะเด็ดแบบดิบๆ สดๆ และเป็นอย่างที่มันเป็นจริงๆ
ไม่ใช่ดูแล้วปรุงแต๊งปรุงแต่ง อย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่คนกรุงไปกำหนดมัน
ป.อ.
ปีใหม่นี้ผมอยู่บ้านครับ ไม่ได้อยู่มาหลายปีเหมือนกัน เลยลองอยู่ดูซะหน่อย
ก็พบว่าสบายดี และกรุงเทพฯ ช่วงวันหยุดเป็นวันหยุดที่น่ารักจริงๆ
ป.ฮ.
ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ก็ขอสวัสดีปีใหม่ทุกคนครับ
