Archive for Tag ‘มิโนริ‘

125 | แด่เธอ.. มิโนริที่รัก (๒)

เมื่อ ตอนที่แล้ว ผมยังไม่ได้เปิดตัวนางเอก
ก็เลยมานั่งอ่านดู เลยรู้ว่าตัวเองปูเรื่องไว้ไกลลิบจริงๆ :08:
ดังนั้นใครที่เดาๆ เอาไว้ตั้งกะคราวก่อน ถ้าเดาถูกนี่โคตรเก่งเลยนะ
แต่ช่างเหอะ มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งแสวงหาคำตอบอะไรกันนักหนา
เพราะผมกำลังจะเฉลยในไม่กี่บรรทัดถัดจากนี้แล้วแน~

.

หลังจากแปลงร่างเป็นนักผจญเพลิงจำเป็นได้ราวๆ ๑ อาทิตย์
ผมรู้สึกคันข้อเท้าขวาด้านใน (เหนือตาตุ่มขึ้นมาหน่อย) อย่างน่าแปลก
คือมันเป็นเรื่องปกตินะครับ ที่การใช้ชีวิตในกองร้อยจะต้องคลุกฝุ่น หรืออยู่ฝั่งตรงข้ามกับสุขอนามัยที่ดี
ดังนั้นการเป็นโรคผิวหนังสุดฮิต อย่าง กลาก เกลื้อน หิด สังคัง อะไรนี่ จึงเป็นเรื่องธรรมดาเอามากๆ
ผมก็คิดยังงั้น เลยไม่พยายามไปเกาให้มันอักเสบหรือเกิดแผล และพยายามตัดเล็บให้สั้นกุดจุ๊ดจู๋
(ตอนเข้ากอง เขาจะแจกเสบียงมาให้ ซึ่งในนั้นมีกรรไกรตัดเล็บอันเล็กๆ ลายเนโกะน้อยน่ารัก :15: )

ผ่านไปอีกพักนึง เฮ้ย มันคันมากเลยว่ะ คันแบบแสบจากข้างในน่ะ ไม่ได้คันจากตรงผิวหนัง
ถ้าคุณนึกไม่ออกลองนึกถึงเวลาคันฝ่าตีนน่ะ ลองเกายังไงก็ไม่ถูกที่คันซะที.. ทรมานมากใช่ไหมครับ
ผมอดใจไม่ไหว เอาวะ วันนี้ขออนุญาตเจ้าป่าเจ้าเขา เกาแม่งให้เลือดซิบเลย
ว่าแล้วก็เกาๆๆๆๆ
เกาจนสังเกตได้ว่า ลักษณะของตุ่มคันเนี่ย ไม่ได้เป็นเนินเล็กๆ แบบโบรคแบ็คเมาเท่นแฮะ
แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีสันเขาแบบเทือกเขาตะนาวศรี เป็นเส้น ยาวและขดกันเหมือนห่านฟ้ากินยุง
ขนาดของขดนั้นตีก็ราวๆ เหรียญบาท ถ้าคลี่ออกมาจะได้ความยาวของเส้นรอบวงเท่ากับสองพายอาร์
พอเอาปลายเล็บ (สั้นจุ๊ดจู๋) กดเข้าไปตรงตามแนวสันเขา ก็รู้สึกว่า นี่ล่ะ ถูกจุดแล้ววุ้ย
ดังนั้นวันนั้นทั้งวัน พอมีเวลาว่าง ผมก็จะนั่งถอดคอมแบตออก ถลกถุงเท้า แล้วกดจุดอยู่เงียบๆ

คืนนั้นผมนอนไม่หลับด้วยความทรมาน
อาการมันเจ็บจี๊ดซึมลึกเข้าไปข้างในตรงรอยปริศนานั่น เหมือนมีใครเอาเข็มเย็บผ้าร้อยด้ายมาแทง
ขุดจึ๊ก จึ๊ก จึ๊กๆๆๆ.. เหมือนเครื่องขุดเจาะถนน (แต่นี่มันตีนกูนะครับ.. ไม่ใช่ถนน)
ในใจก็เริ่มจะคิอ่อแระ ว่าไอ้ตัวที่มาก่อม็อบอยู่เนี่ยควรจะเป็นปรสิตอะไรสักอย่างที่เลื้อยได้!!

พยาธิ!!!!!!!!!
เย็ดโด้ กูเป็นพยาธิโว้ย!!!!!!!!!

แล้ว.. แล้วมันมาได้ยังไง ตั้งกะเมื่อไหร่ จะน่ากลัวขนาดไหน กูจะตายไหม
หลากหลายคำถามผุดวนเวียนขึ้นมาในสมอง ท่ามกลางความเจ็บปวดในข้อตีน
นึกถึงาพการ์ตูน ปรสิตเดรัจฉาน ที่มีสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวปล่อยไข่ลอยมาในอากาศ ตกลงบนโลก
แล้วมามุดเข้าทางแขนของพระเอก กลายเป็นอวัยวะที่เปลี่ยนรูปร่างได้ดั่งใจของมัน
เจี๊ยก!! นี่แสดงว่าขาตูกำลังจะกลายเป็นมีดที่ฟันได้ไกลตั้งสามเมตรเลยเรอะ!!!
ท่ามกลางมรสุมคิดวนไปวนมาในหัว ผมลุกขึ้นหยิบยาหม่องมาทาตรงเทือกเขานั่น
ทาถู ทาถู เอาให้ร้อนแสบแย่แสบแย่แช่ไว้แช่ไว้.. กะว่าถ้ามันร้อนมันคงสำออยตายห่าไปเอง
ได้ผลครับ ความแสบร้อนวูบวาบสะใจจากยาหม่อง ช่วยทุเลาอาการเจ็บปวดของผมจนหลับได้ลง

เช้าวันต่อมา เทือกเขาตะนาวศรีนั่นเพิ่มมูลค่าจากเหรียญบาท เป็นเหรียญสิบ..
คือมันขยายวงกว้างขึ้น และคลี่วงออกมาแล้วเริ่มเดินขบวนออกจากสนามหลวงเพื่อมุ่งสู่ทำเนียบ..
ใช่แล้วครับ ทิศทางมุ่งสู่กระแป๋งผมเอง !!

ตอนนั้นเอง ที่ผมตั้งชื่อเจ้าพยาธิตัวนี้ว่า มิโนริ
ตามชื่อของมิโนริ อาโออิ ดาราญี่ปุ่นคนนึงที่ผมชอบผลงานการแสดงของเธอจริงๆ
พอนึกย้อนกลับไปถึงวันที่ไปลุยไฟลุยโคลนดับเพลิงคราวนั้น ก็เลยเข้าใจถึงโอกาสเสี่ยงที่ได้มันมา
เพราะว่าพื้นที่รอบๆ บริเวณนั้นมีแต่คอกวัว ที่เลี้ยงไก่ และการปศุสัตว์อื่นๆ ของทางกองบิน
และจากปัจจัยหลายๆ ประการทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่ามันต้องเข้ามาสิงผมตั้งกะตอนนั้นแหงๆ
พอรู้แล้วว่ามันคืออะไร ก็ได้แต่นั่งชี้ให้เพื่อนๆ กับรุ่นพี่แล้วก็ครูฝึกที่กองร้อยมาดูร่องรอยการขุดของมัน
พร้อมแนะนำให้ รู้จักกันด้วยว่า ไอ้พยาธิตัวนี้มันชื่อมิโนริ เป็นสัตว์เลี้ยงกูเอง ได้มาตอนไปดับเพลิงว่ะ
หลังจากนั้นผมก็แจ้งเกิดในกองร้อย เพราะบรรดาจ่าสุดโหดได้ยินข่าวเรื่องพยาธิเข้ามาไชขาของทหาร
แกก็เลยเรียกไปให้ผมถลกตีนให้ดู (ซึ่งสามารถโชว์เก๋าได้ว่า อ๋อ..จ่าหมูเหรอ เจอตีนกูมาแล้วโว้ย)
ลองนึกาพทหารใหม่ที่เพิ่งอยู่ในกองร้อยมาไม่นานนะครับ เดินผ่านจ่าหรือครูฝึกทีนึงก็เกร็งจนตูดแข็งแล้ว
แต่ไอ้หมอนี่กลับสามารถนั่งถกตีนให้จ่าๆ ดู แล้วก็ลามไปถึงเรื่องคุยสัพเพเหระอื่นๆ ได้อีกแหนะ
นี่จึงนับว่าเป็นข้อดีอย่างมากในการรู้จักกับเธอ.. มิโนริจ๋า..

แต่พอผ่านไปอีก ๒-๓ วัน อาการเจ็บปวดจากการขุดอุโมงค์ของยัยนี่ก็เริ่มแสดงให้เห็นชัด
คือมันจะขุดเป็นจังหวะ จึ๊ก จึ๊ก จึ๊กๆๆๆ แล้วหยุดไปพักนึง
แล้วนานๆ เวลาผมนั่งเหงาๆ มันก็จะเริ่มขุดต่ออีกที จึ๊ก จึ๊ก จึ๊กๆๆๆ
มันเจ็บจี๊ด.. จนอยากจะเอาคัตเตอร์มากรีดแล้วแหวะแผลแล้วคีบตัวมันออกมา
แล้วเอามาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ซอยจนป่นละเอียด เอาไปโปรยใส่บ่อลูกครอกปลาช่อนหลังกองร้อยจริงๆ
แต่ผมดันเป็นคนกลัวมีดเลยไม่กล้า (รู้ไว้เลยครับ ผมกลัวมาก ยิ่งมีดโกนนี่สุดยอดแห่งความกลัวเลย)
จนวันต่อมา เส้นสันเขาที่เห็นก็เริ่มเดินทางไปเรื่อยๆ ค่อนข้างเป็นเส้นตรง ยาวราวๆ ๕ ซม.
โดยรอยเก่าที่ขดเป็นวงไว้ตั้งแต่ทีแรก เริ่มกลายเป็นสะเก็ดแผล นั่นแสดงว่าตัวมันไม่ยาวเท่าไหร่
แต่ทุกสัมผัสของมันไม่ว่าจะตอนฝึก ตอนกิน ตอนนอน หรือนั่งดูทีวี มันสร้างความรำคาญให้ผมอย่างหนัก
จนผมเอาเล็บจิกตามขวางลงบนรอยนูนนั่น กะจะขยี้มันให้ขาดครึ่งตายอนาถ.. แต่ก็ไร้ผล
เช้าอีกวันนึงตื่นมาดู ก็เจอรอยมันเลี้ยวกลับ! เหมือนว่ามันขุดมาเจออุปสรรคตรงนี้แล้ว กูไปเส้นอื่นก็ด้ะวะ
ผมเลยรู้สึกว่าเฮ้ย .. เริ่มแย่แล้วว่ะ มันคันคะเยอมากๆ.. ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำอะไรสักอย่างกับมัน

ผมถือคัตเตอร์ส่วนตัว (แอบพกเข้ามาในกองร้อย) ไปให้พี่แว่น–ทหารรุ่นพี่ที่สนิทกัน–ให้ช่วยกรีดแผลให้
พี่แกก็บรรจงกรีดตามรอบสันเขาที่เห็นเลยครับ (ผมเกลียดมีด เลยไม่อยากบรรยายช่วงนี้ ..ขอข้ามไปนะ)
เอาเป็นว่าพอกรีดจนเลือดซิบๆ แล้วแกก็เลยแหวะแผลดูแบบตื้นๆ
ปรากฏว่า ไม่เจอตัวมันเลยแฮะ .. มิโนริหายไปไหน :06:

ตราบใดที่ยังจับตัวผู้ก่อความไม่สงบไม่ได้ เจ้าของร่างกายอย่างผมก็ยังไม่สามารถไว้ใจใครได้ครับ
นอกจากจะค้นไม่เจอผู้ต้องหาแล้ว อาการแสบจากแผลก็ดันเข้ามาช่วยแจมกับความคัน ยิ่งแย่เข้าไปอีก
เลยตัดสินใจขออนุญาตเดินไปโรงพยาบาลของกองบิน (เป็นเหมือนสถานีอนามัยเล็กๆ ไม่ไกลนัก)
ไปครั้งแรก หมอไม่อยู่ ไปครั้งที่สองเลยชวนทหารรุ่นพี่ไปด้วย ก็เจอคุณหมอแนว ตีปิงปองเหงื่อโชกอยู่
เห็นแล้วเข้าใจครับ มาประจำอยู่โรงพยาบาลที่นานๆ ทีจะมีคนไข้เข้ามาก็ยังงี้แหละ
คุณหมอแกดูร่องรอยของมิโนริด้วยสายตาเป็นประกายเหมือนเด็กเปิดซองขนมเจอการ์ดทองที่หายากๆ
ก็เลยเรียกเพื่อนหมอที่ตีปิงปองอยู่ด้วยกัน (เหงื่อโชกอีกคน) มารุมชี้ตีนผมกันอย่างสนุกสนาน
แกบอกว่าเคสแบบนี้เรียกว่า อะโวะจะมะสไปรูไลน่าเทอราปี้ ซึ่งเคยเห็นแต่ในตำรา
แต่นี่ของจริงเลยเว้ย.. เจ๋งมากน้อง (ถ้าเจ๋งเดี๋ยวผมจะไปงมมาฝากหมอคนละตัวเอาไหมครับ)
แล้วสรุปว่าเป็น “พยาธิตัวตืด” ชนิดที่หมาหรือแมวเท่านั้นที่มีสิทธิ์เป็น :08:

โอเค.. มิโนริของผมคือพยาธิตืดหมาตืดแมว..

“แล้วมันจะอยู่ในขาผมอีกนานไหมครับหมอ” ผมถามพลางชี้ให้ดูและเล่าบันทึกการเดินทางอันน่าตื่นเต้น
“วงจรชีวิตของมันไม่นานนักหรอก สักอาทิตย์นึงเดี๋ยวมันก็ตายแล้วเพราะร่างกายเราไม่มีอาหารให้มันกิน”
“แสดงว่าผมต้องปล่อยให้มันขุดเจาะขาผมอยู่ยังงี้ไปเรื่อยๆ จนมันตายไปเองใช่ไหมครับ”
“อือ ก็อย่าไปกรีดมันอีกละกัน กรีดไปก็ไม่เจอตัวหรอก ตัวมันเล็กมากๆ แล้วก็อยู่ลึกใต้ชั้นผิวหนังลงไป”
ผมเออออตามหมอแนว แล้วก็รับยาแก้อักเสบกับถุงยางอนามัยเป็นของฝากอีกกำนึง

ทีนี้กิจวัตรประจำวันของผมเวลาว่างๆ ก็คือการเฝ้าดูการเดินทางของยัยมิโนริ
มีสมุดบันทึกขนาดควายอยู่เล่มนึง ก็นั่งเขียนว่าวันนี้มันเดินถึงไหนแล้ว
บางวันเหนื่อย มันหยุดเดิน รอยนูนตรงนั้นก็จะเป็นก้อนขมวดกลมเหมือนขี้หมาสุขาพดี
บางวันมันโลเล ก็เดินวนไปวนมา แต่ก็ยังไม่ทิ้งเป้าหมายในการเดินทาง.. คือไข่ของผม
พออยู่ด้วยกันนานๆ มันก็เกิดความผูกพันครับ ใครไปใครมาก็มาขอดูตีนเหมือนเป็นของดีเมืองเพชร
พอชินแล้ว ผมเลิกเกา แต่ใช้วิธีเอาขวดน้ำอัดลมเย็นๆ ไปประคบให้มันชาๆ จะได้ไม่เป็นแผลเป็น

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ผมตื่นมามองมันด้วยความเอ็นดู
อาทิตย์นึงแล้วนะอีมิ .. มึงรีบๆ ตายไปตามอายุขัยของมึงได้แล้ว

ทว่า..หนึ่งเดือนผ่านไป มันยังไม่ตาย.. :08:
มันเดินทางมาถึงกลางขาท่อนล่างแล้วครับ
ผมไปถามหมอแนวอีกที หมอแกก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมอายุมันยืนจังเลย (ตูจะไปรู้เรอะ)
แล้วผมก็กลับมางงพร้อมกับยาแก้อักเสบในมือ (และถุงยางอนามันเป็นของฝาก)

สองเดือนผ่านไป มันเดินทางมาถึงกึ่งกลางของขาท่อนล่าง ตรงเรียวน่องพอดีครับ
และนั่นก็เป็นจุดสุดท้ายที่ผมได้รู้สึกคันจี๊ดดังจึ้กๆๆๆๆ ที่เป็นมายาวนานแสนนาน
เจ้ามิโนริจากผมไปด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตกตายบวกกับความคุ้มกันบกพร่อง
เหลือไว้เพียงรอยแผล(เกือบ)เป็น รูปยึกยือตรงข้อเท้าด้านใน ลากยาวมาเป็นคืบๆ
และตำนานแห่งการเดินทางที่เป็นความประทับใจส่วนตัว
ว่าครั้งนึง ผมเคยมีสัตว์เลี้ยงเป็นพยาธิตืดหมาตืดแมวกะเขาด้วยเว้ยเฮ้ย~

..อ่านจบแล้วเศร้าไหมครับ :05:


Pages: 1 2 Next