249 | ช่วยฮิฮิกันเถอะฮิ
แปลกใจอยู่อย่าง
พอผมชอบอ่านนิตยสารอะไรขึ้นมาที มันต้องมีอันเจ๊งซะทุกรายไป
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมติด open งอมแงม
ไปไหนมาไหนต้องพกโอเพ่นไปอ่าน จนเปลี่ยนรูปเล่ม เพิ่มบรรณาธิการ
จนอุดมการณ์ของนิตยสารพาให้กลับสู่สามัญก็ยังคงอ่านอยู่ .. และแล้วก็ต้องปิดตัวไป
(ตอนนี้ก็ยังตามอ่านแบบออนไลน์ที่ onopen.com อยู่ครับ แต่ไม่ได้ซื้อเล่ม ๕๑ แล้ว)
พอเรียนจบมาจับทหารดันได้เป็นทหารอากาศ ไปอยู่ในกองร้อย เจอโลกที่แตกต่างสุดขั้ว
เรียกได้ว่าไม่มีอะไรทำเลยครับ เวลาผ่านไปเกือบสองเดือนโดยไม่ได้ใช้สมองเลย
วันๆ โดนสั่งแค่ซ้ายหันขวาหัน วิ่ง เดิน เลี้ยว ยิง กินข้าว นอน! โอ้ว.. ชีวิต
(น่าตั้งคำถามกับระบบการเกณฑ์ทหารเหมือนกันนะครับ มันมีอะไรบิดเบี้ยวอยู่หรือเปล่า?)
จนได้ข่าวจากนองรั้วกองบินว่ามีนิตยสารรายสัปดาห์ออกใหม่ชื่อ a dayweekly
เท่านั้นแหละครับ เลยฝากรุ่นพี่แวะซื้อทุกครั้งที่มีโอกาสออกนอกรั้วกองบิน
นิตยสารหนักๆ แต่อ่านสนุกนี้เลยเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมตัวเองกับนอกรั้วทหารนั่น
ผมก็เลยกลายเป็นแฟนเดนตายของนิตยสารฉบับนี้อย่างโงหัวไม่ขึ้นอีกราย
และแล้วมันก็เจ๊ง.. ทำให้ผมไม่ค่อยชอบคุณโหน่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (แต่เข้าใจเขานะ)
พอออกจากรั้วทหารก็มีนิตยสารอีกฉบับ คือ way ที่แตกหน่อมาจากเล่มข้างบน
อันนี้ตามอ่านครับ แต่ไม่ได้ซื้อทุกฉบับเหมือนที่ผ่านมา เพราะเริ่มไม่ค่อยว่างแล้ว
(way ก็สะดุดไปเล็กน้อยก่อนหน้านี้ นี่เล่มใหม่เพิ่งออก เลยซื้อมาด้วยราคาที่สูงกว่าเดิม)
และวันหนึ่ง ฟ้าก็ส่ง “ฮิฮิ” มา!
ฮิฮิ เป็นนิตยสารฮาๆ (ทีแรกจะชื่อ ฮิ เฉยๆ นะ) นำทีมโดยพี่เอ ธวัชชัย คิดอ่าน
ซึ่งเป็นนักเขียนที่ผมแอบตามเก็บหนังสือแนวเสียดสีของพี่แกมานาน
(แกทำเองทุกอย่างซะทุกเล่ม เลยค่อนข้างหาซื้อยากวักหน่อยด้วยเหตุผลเรื่องสายการผลิต)
ฮิฮิเจ๋งตรงที่ราคาถูกมาก แต่เล่นมุกมันซะทุกอวัยวะของเล่ม เฉลี่ยแล้วมุกละไม่ถึงบาท
ที่เจ๋งมากคือ ยิ่งจำนวนเล่มมากขึ้น ความขำยิ่งลงตัวและทวีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ตีบไม่ตันได้ไงวะ
คอลัมน์เด็ดที่ผมชอบมากๆ และชอบมากขึ้นเรื่อบๆ ก็คือ บอบู๋ และ มิสเตอร์เฟเดอริก
โดยเฉพาะมิสเตอร์เฟเดอริกนี่ ตอนไปเที่ยวปาย ไปรู้จักรุ่นพี่จุฬาฯ ที่อวดว่ากินเหล้ากันบ่้อย
แค่นี้ผมก็กรี๊ดแล้วครับ เหมือนเจอเพื่อนดาราที่ชาวบ้านไม่รู้จักน่ะ 
แต่ฮิฮิก็ต้องปิดตัวลงด้วยเหตุผลด้านธุรกิจ ไม่ต่างจากนิตยสารโปรดของผมเล่มที่ผ่านมา
สิริอายุรวม ๑๕ เล่ม .. จนบอกอต้องหันไปขายก๋วยเตี๋ยวแทน (อันนี้ไม่ได้มุก)
ผมได้แต่อ่านจดหมายข่าวการปิดตัว และทำได้แค่ตอบกลับไปให้กำลังใจแบบเศร้าๆ
และรอคอยอ่านความคืบหน้ากรณีฮิฮิต่อไป เช่นเดียวกับสาวกนักอ่านคนอื่นๆ
..เบื้องหลังชีวิตตลกมันก็เศร้ายังงี้แหละครับ
จนเมื่อกี้นี้ มีจดหมายมาอีกฉบับครับ จั่วหัวว่า การกลับมาของฮิฮิ!!
เอาละเว้ย เอาละวา
ผมถามพี่เอ (ในเอ็ม .. งงไหม ถามพี่เอในเอ็ม) ว่าขอเอาจดหมายนั้นมาแปะในบล็อกได้ไหม
เมื่อได้รับไฟเขียวมา ก็เลยขอเอามาแปะเสียตรงนี้เลยครับ อยากทำประโยชน์อะไรสักอย่างนิ
สวัสดีครับพี่ตะพาบ
นับตั้งแต่วันที่ “ฮิฮิ” ปิดตัวชีวิตผมก็เปลี่ยนไป มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก จากที่มีทีท่าว่าจะดี จู่ๆฟ้าก็ผ่าลงมา ด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่ค่อนข้างร้ายแรงสำหรับการทำนิตยสาร นั่นก็คือ หนังสือมันไม่มีโฆษณา ทั้งที่ยอดขายมันก็พอไปได้ มีกลุ่มคนอ่านที่เหนียวแน่นประมาณหนึ่ง แต่เพียงยอดขายเท่านั้นมันยังไม่พอสำหรับโลกธุรกิจนี้ฮิฮิ จึงปิดตัวลงเพียงฉบับที่ 15
วันที่ 1 มีนาคม วันนั้นยังจำได้ อีก 4 วันก่อนที่เราจะปิดเล่ม ฮิฮิ ฉบับ 16 เจ้านายเรียกพวกเราเข้าไปเพื่อบอกข่าวร้าย เราเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อไม่มีงานให้ทำแล้วครั้นจะอยู่กินเงินเดือนเขาต่อไปก็กระไรอยู่ พวกเราทุกคนจึงจากมาอย่างเงียบๆน่าซึ้งใจนักที่หลังจากวันนั้นมีข้อมูลหลายกระแสที่เข้ามาถึงพวกเรา แสดงถึงความเสียดาย และเสียใจกับการปิดตัวของ ฮิฮิ ไม่อยากเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆเราจะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ ทุกวันนี้เวลาไปไหนยังแอบมีเพื่อนใหม่เข้ามาทักและถามไถ่ว่าจะเอายังไง จะทำนิตยสารต่อมั้ย แต่ผมก็ยังไม่รู้จะตอบยังไง ไอ้ทำก็ยังอยากทำอยู่ แต่ว่านิตยสารแบบ ฮิฮิ ได้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า เป็นนิตยสารที่หาโฆษณายากนัก เพราะภาพลักษณ์ที่ดูขี้เล่นเกินไปจนไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นตราบใดที่นิตยสารยังคงอยู่ได้ด้วยโฆษณา ฮิฮิ ก็คงจะเกิดใหม่ลำบาก
ต้นฉบับ ฮิฮิ เล่ม 16 ยังอยู่ในเครื่องคอมที่บ้านและยังคงค้างคาอยู่อย่างนั้นไม่มีที่ได้เผยแพร่ จนกระทั่งวันนีผ่านพ้นไปแล้วร่วม 2 เดือน วันหนึ่งความคิดที่น่ากลัวได้ผุดขึ้นมาในสมอง
ผม โอ๊ต แมน และ นพ กลับมาอยู่ที่ร้านกาแฟร้านเดิมที่เราเคยเถียงกันตอนจะเริ่มทำ ฮิฮิ ฉบับที่ 1 และความคิดที่น่ากลัวนั้นก็คือ เราจะทำ ฮิฮิ ออกมาเป็นรูปแบบ Pocket Book ….ดีมั้ย
ในเมื่อที่ผ่านมายอดขายของ ฮิฮิ ก็มีประมาณหนึ่ง ปัญหาติดอยู่ที่หน้าโฆษณา เมื่อต้องพิมพ์จำนวนมากต้นทุนก็สูงตามไปและนั้นมันจึงเสี่ยงกับการขาดทุน แต่หากเราทำเป็น Pocket Book ในจำนวนที่ไม่มากนัก เอาจำนวนประมาณเพื่อนๆที่รู้จักกัน เพื่อนที่ยังคิดถึง ฮิฮิ ยังอยากอ่าน ฮิฮิ ผมคิดว่ามันอาจจะพอมีความเป็นไปได้
เนื้อหาใน Pocket Book ที่พวกเราจะทำกันน่าจะเป็นบางส่วนจาก ฮิฮิ ฉบับที่ 16 ที่ยังไม่ได้รับการตีพิมพ์และค้างเติ่งอยู่ในเครื่องคอมฯที่บ้าน ประกอบกับอีกหลายๆเรื่องราวที่เราเพิ่มเติ่มเข้าไป โดยยังคงเอกลักษณ์ของ ฮิฮิ เอาไว้ พี่ตะพาบว่าจะพอมีคนสนใจมั้ยครับ
และเนื่องจากการจัดทำในครั้งนี้ เรายังไม่มีผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ อาจจะทำให้ราคาขายต้องมากกว่าเดิม (55 บาท) ประมาณหนึ่ง แต่คิดว่าไม่น่าจะมากเกินกำลัง อาจจะอยู่ที่ประมาณร้อยกว่าบาท ตอนนี้คิดเล่นๆที่ราคา 155 บาท (อยากให้มันยังลงที่เลข 55 เหมือนเดิม) เรื่องนี้พวกเรากังวลกันมาก เพราะเพื่อนเราหลายคนที่อยู่ในวัยเรียน ยังไม่มีรายได้ เรากลัวว่าเพื่อนเราจะคิดว่าเรากำลังหากำไรเกินควร แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเราเองก็จะพยายามทำทุกอย่างให้มันดูคุ้มค่าที่สุดสำหรับเงินที่ทุกคนต้องเสียไป
ในใจไม่อยากพูดเรื่องเงินเท่าไหร่นัก เพราะมันดูเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ และยิ่งในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ด้วยแล้ว ผมทราบดีว่าเพื่อนๆหลายคนก็อยู่ในช่วงที่ยากลำบากเช่นกัน ดังนั้นการที่ผมแจ้งให้ทราบไว้ก่อนในที่นี้ เพื่อที่อยากทราบกระแสตอบรับว่าจะเป็นอย่างไร หากราคาที่ตั้งไว้นั้นสูงไป และคิดว่าไม่อยากเสียเงินเพื่อได้มา ทางเราก็จะพยายามหาทางลดราคาลงมาให้ได้ แต่หากมันเป็นเรื่องที่ยากเกินความสามารถแล้ว เราคงต้องตัดสินใจกันอีกทีว่าจะทำมันออกมาดีมั้ย หรือหากใครมีทางออกที่ดีกว่านั้น อาทิเช่นช่วยหาผู้สนับสนุนให้เรา เพื่อเป็นการลดต้นทุน และดึงราคาให้ต่ำลงมาได้ ทางเราก็ยินดียิ่งนัก
สุดท้ายนี้ผมยังคงยืนยันในเจตนาว่าพวกเราเป็นแค่คนอยากทำหนังสือ และไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจเท่าไหร่นัก ส่วนนี้ที่คิดจะทำเกือบ 80% เป็นการสนองความต้องการส่วนตัว และหากการสนองความต้องการส่วนตัวตรงนี้ มีคนให้ความสนใจ นั้นก็ถือว่าทุกอย่างได้ทำหน้าที่ของตัวมันเองแล้ว ฝากบอกต่อกันด้วยนะครับ
เอ ธวัชชัย คิดอ่านถึงคุณเอ
คุณตกงาน ผมก็ตกงานด้วยเหมือนกัน สำหรับสิ่งที่คุณถามว่าจะทำมันดีมั้ย ผมอยากบอกว่า ทำเหอะ ได้โปรด อย่างน้อยก็ช่วยให้ผมได้หลุดพ้นจากสภาพคนว่างงานซักทีพี่จก
เพื่อนๆ คิดยังไงกันบ้าง ช่วยบอกกันด้วยนะครับ ผมกับทีมงานทุกคนยังอยู่กันแถวๆนี้ รอฟังคำตอบอยู่ ซึ่งที่สุดแล้วหากหนังสือเล่มนี้มันจะไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ พวกเราก็คงจะเก็บมันไว้อ่านกันเอง นั่นคงเป็นทางออกสุดท้ายจริงๆ
เพื่ออย่างน้อยก็จะได้ล้างอาถรรพณ์ที่ว่า ผมชอบอ่านนิตยสารอะไรก็มักเจ๊ง
ใครที่เคยอ่านฮิฮิ ไม่ว่าจะเคยซื้อหรือเคยยืมอ่านก็ดี
มาชวยกันส่งความคิดเห็นไปที่ hehe_returns@hotmail.com นะครับ
ย้ำว่า แค่นิดหน่อยก็ช่วยกันส่งไปแนะนำติชมหรือด่าก็ยังดี ช่วยกันหน่อยนะครับ
จ๋าขอ.. 
.
ป.ล.
๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖ คือวันที่ผมเข้าสู่กรมกองเป็นวันแรก
โอ้ว ผ่านมานานแล้วเหมือนกันนะ
ป.อ.
ผมว่าวง Klear จะต้องมีนักร้องนำอยู่ระยองแน่ๆ เพราะเธอร้องท่อนฮุกว่า
“หา~ ฮิ .. มันเหงาจนแทบจะทน ไม่ หวา~ ฮิ” (ใครไม่รู้จักก็งงอะเด๊)
ป.ฮ.
เมื่อวานเขียนเรื่องอินเทอร์เฟสทันสมัย ทำไปทำมาวันนี้ดั๊นได้ดู Iron Man
เทคโนโลยีในหนังดันทันสมัยกว่า Minority Report เยอะเลย :30: เชยเลยกู
