169 | ปล่อยเสือเข้าป๋า
ไปมาตั้งแต่วันที่ ๕ เมษายนที่ผ่านมาแล้วครับ สำหรับงานนี้ แต่เพิ่งว่างมาโพสต์
นิทรรศการศิลปนิพนธ์ของคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดที่ศิลปากร วังท่าพระ
ก็เป็นงานตีสิสของน้องๆ คณะข้างๆ ผมเอง ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบเดินดูมากกว่าคณะตัวเองอีกแน่ะ 
งานของเดคนี่ผมเดินดูทุกปีมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วครับ (ภาพเมื่อสองปีก่อน)
มันสนุกดี ไม่เหมือนงานถาปัดที่ออกจริงจังเกินไปสำหรับผม (แต่ก็จบมาได้แบบถูลู่ถูกัง)
เอาล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นเผาคณะตัวเองไปฉิบ เรามาดูรูปกันเลยดีกั่ว

ชื่อคณะที่สะกดยากที่สุดในมหาวิทยาลัย

คนขับรถ

งานปีนี้ออกแนวผู้ชายๆ หน่อยครับ ไม่เหมือนของปีก่อน ที่ดูแล้วผู้ญิ้ง~ผู้หญิง
ซึ่งโทนของงานก็อยู่ที่รสนิยมของนักศึกษาในรุ่นนั้นๆ ว่ามีกลิ่น-สไตล์ออกไปทางไหน

โซนที่ผมชอบดูคือโซนนิเทศศิลป์และประยุกต์ศิลป์ (เรียกภาษาให้ชาวบ้านเข้าใจครับ)
ส่วนเครื่องประดับนี่ดูไม่รู้เรื่องหรอกแต่ชอบที่ว่ามันจะมาไม้ไหนวะปีนี้

มีเครื่องประดับชิ้นนึงน่าสนใจมาก แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา (กล้องป๋องคนแป๋ง อย่าคาดหวังมากครับ)
ที่ว่าน่าสนใจคือ เจ้าของงานได้ทดลองเพาะเชื้อราหรือแบคทีเรียอะไรนี่แหละมาเป็นเครื่องประดับ!
มันจะได้ออกมาเป็นพังผืดสีเขียวๆ ให้ความรู้สึกสยดๆ ไงไม่รู้ แต่ดันสวยว่ะ ชอบ..มันบ้ามากที่กล้า

โพสต์อิตใบนี้ คนเอามาแปะชื่อน้องอะไร ไม่รู้ที่เป็นคนออกแบบตีมงานปีนี้
เห็นไกด์ (ไอ้เก้อ-รุ่นน้องที่สิงอยู่เดคจนจบมาสองปีแล้วแต่ก็ยังสิงอยู่) มันเชิดชูหนักหนาว่าเก่งนรกเช็ด
น่าจะโม้ตามไกด์ได้ว่า ในบรรดาคลื่นรุ่นเดียวกันเนี่ย หมอนี่น่าจะติดอยู่ ๑ ใน ๓ สุดยอดของประเทศ!
เก่งยังไงอยากให้ลองไปดูงานของน้องแกเองครับ มียักษ์มารเต็มกระดานไปหมดเลย (แต่ดันถ่ายไอ้นี่มา)

คนนี้น้องมล ตอนนี้ได้มีโอกาสทำงานด้วยกันครับ (แต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เห็นว่าวาดการ์ตูนสวยดี)

ในฐานะคนทำฟอนต์เล็กๆ คนนึง
การที่ได้เห็นตัวอักษรของตัวเองไปโลดแล่นอยู่ในงานออกแบบร่วมสมัยเต็มไปหมดนี่ โคตรปลื้มเลยครับ
เห็นเลยว่าในระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานี้ไม่ว่างานมหกรรมหนังสือหรืองานนักเรียนนักศึกษาสถาบันไหนก็ตาม
จะมีวิญญาณของเราไปสิงอยู่เสมอๆ - ให้รู้ไว้นะครับว่าผมดีใจ ..ดีใจมากๆ

เห็นน้องๆ มันตั้งใจทำแล้วก็นึกย้อนไปสมัยตัวเองเรียน
พอส่งตีสิสเสร็จ ตรวจงานเสร็จนี่ แทบจะไม่ได้ยุ่งกับนิทรรศการผลงานตัวเองเลยครับ
ตอนนั้นคิดแค่ตีมงาน (เป็นมาริโอ้ — แน่ะ ส่วนตัวสุดๆ) แล้วก็เปิดตูดออกมาทำงานบริษัทเลย
ยังนึกเสียดายที่ไม่ว่างไปช่วยเพื่อนเตรียมงาน หรือแม้แต่ไปดูตีสิสของตัวเองแม้สักครั้งเดียว

บอกแล้วว่างานปีนี้ออกจะดุดัน สมแล้วที่เป็นเสือ

และทุกปีก็จะมีโซนของงานที่มาแนวมัลติมีเดียไว้นั่งดูเพลินๆ ครับ

เอ๊ะ รู้สึกว่าปีนี้จะบรรยายจริงจังไปหรือเปล่าเนี่ยกู ทำยังกะคนแก่มาเดินดูแน่ะ

มาถึงโซนเซรามิกกันบ้างครับ ภาคนี้ก็จะมีอะไรกุ๊กกิ๊กๆ ให้ได้จั๊กจี้หัวใจขึ้นมาหน่อย

ภารกิจของปังคุงในวันนี้ก็คือ กลายเป็นหิน!

อ้าว แล้วเจมส์ล่ะ!? (พอ พอ)
จบแล้วครับ ไม่ค่อยได้อะไรจากรูปชุดนี้หรอกครับเพราะงานจริงๆ มันเยอะมากจนไม่รู้จะถ่ายอันไหนดี
(ผมไม่ได้ไปเดินดูโซนอินทีเรียนะครับ บอกตามตรงว่าดูแล้วได้อารมณ์เหมือนถาปัดไงไม่รู้ แหะๆ)

คนที่ขนาบโบว์อยู่ก็คือน้องกิ๊กและบักเก้อ น้องต่างคณะสถาบันเดียวกันที่มาสนิทกันในฟ๐นต์ซะงั้น

รูปหมดแล้ว ขอแจวลาจร
ทิ้งท้ายด้วยต้นกร่างหน้าคณะโบราณกำลังผลัดใบหนีร้อน
ป.ล.
งานนี้มีถึงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๐ นี้ครับ
จำไม่ได้ว่าเปิดวันไหนหยุดวันไหนมั่ง สงสัยอะไรก็โพสต์ถามที่ฟ๐นต์โลด
ป.อ.
อ่านๆ ดูแล้วเหมือนผมเผาคณะตัวเองยังไงไม่รู้
เฮ้ย ผมรักคณะตัวเองจะตาย ไม่งั้นไม่อยู่มาจนจบครบห้าปีหรอก
ป.ฮ.
ขอบคุณความเห็นทุกความเห็นในบล็อกครั้งที่แล้วนะครับ
โดยเฉพาะเรื่องเทคนิคพวกอายไลน์อะไรนั่น
ไม่รู้เรื่องเลย 
(บอกแล้วว่าถ่ายเล่นๆ ด้วยกล้องดิจิม่อนที่ราคาตอนนี้เหลือแค่สี่ห้าพันบาท.. ได้แค่นี้ก็บุญแล้วก๊าบ)