<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไอ้แอนนนนน.คอม &#187; health</title>
	<atom:link href="http://iannnnn.com/tag/health/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://iannnnn.com</link>
	<description>ความจริงมีสองด้าน คือจริงของมึง กับจริงของกู</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 May 2012 04:10:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>นอนห้าตื่นหกแมนถือกำเนิดแล้ว~</title>
		<link>http://iannnnn.com/2011/432</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2011/432#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Sep 2011 04:03:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[february agreements]]></category>
		<category><![CDATA[health]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iannnnn.com/?p=432</guid>
		<description><![CDATA[ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมนอนดึกและตื่นสายมาโดยตลอด เป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย เข้าใจว่าคนอื่นก็เป็นกัน แต่บางคนที่มีวินัยทางการนอนคงไม่เป็น พอดีพ่อผมชื่อวินัย (วินัยๆๆๆ) ก็เลยคิดว่าอย่างน้อยคงต้องทำอะไรกับชีวิตตัวเองบ้างแล้วล่ะ เพราะตัวเองมีนิสัยที่พออยู่ดีๆ เกิดตระหนักขึ้นมาก็จะเลิกแบบหักดิบทันที เป็นแบบนี้มานานละ ก่อนหน้านี้เคยมี &#8220;ปฏิญญากุมภาพันธ์&#8221; และเขียนสิ่งที่ต้องการหักดิบ พร้อมรายงานไว้ในบล็อกทุกวัน (แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีเวลาซ่อมบล็อกตอนเก่าที่เน่าไปเหมียนเดิม ไม่งั้นจะทำลิงก์กลับไปซะหน่อย) ล่าสุด พอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกินน้ำอัดลม และเฉาก๊วย​(!) มากไป ก็เลยลุกขึ้นมาเลิกแม่งซะเลย ง่ายๆ งี้แหละ น้ำอัดลมยังพอว่า คือไม่ได้ติด แต่เวลายกพวกไปกินข้าวเที่ยงเห็นสั่งกันทุกวัน เลยกลัวตัวเองจะติด เลิกซะ แต่อีเฉาก๊วยนี่สุดยอดครับ หน้าตึกจะมีเจ้านึง เอาเฉาก๊วยชากังราวมาใส่นมคาร์เนชั่น (แบบไม่ข้นนะ) โอ้โห โคตรอภิมหามหึมาอลังการอร่อยถล่มโลกเลยครับ ผมงี้กินวันละแก้วจนหน้าจะเป็นเฉาก๊วยอยู่แล้ว แถมยังไปซื้อเฉาก๊วยถุงกับนมคาร์เนชั่นในเซเว่นไว้รีฟิลเองยามอยากที่บ้านอีกด้วย อยู่ดีๆ นึกขึ้นมาได้เมื่อสิ้นเดือนที่แล้ว ก็เลยเลิกกินไปซะดื้อๆ กะว่าจะเลิกเดือนนึง ..ตอนนั้นถือว่าหินมาก แต่ตอนนี้เฉยละครับ พี่จะมาวางขายยั่วก็ขายไป นี่พอเลิกติดปั๊บ จะขยายขอบเขตเป็นเลิกกินตลอดไปก็ยังได้ละ (แต่ไม่เอาหรอก มันสุดโต่งเกินไป &#8211; ไอ้บ้า เรื่องกินเฉาก๊วยนมเนี่ยนะ) ทีนี้ประเด็นร้อนส่วนตัวขณะนี้ก็คือ ผมจะเลิกนอนดึกครับ จริงๆ ใครๆ [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://iannnnn.com/wordpress/wp-content/uploads/2011/09/11-to-6-man.png" alt="" title="11-to-6-man" width="640" height="480" class="alignnone size-full wp-image-433" /></p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมนอนดึกและตื่นสายมาโดยตลอด<br />
เป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย เข้าใจว่าคนอื่นก็เป็นกัน แต่บางคนที่มีวินัยทางการนอนคงไม่เป็น<br />
พอดีพ่อผมชื่อวินัย (วินัยๆๆๆ) ก็เลยคิดว่าอย่างน้อยคงต้องทำอะไรกับชีวิตตัวเองบ้างแล้วล่ะ<br />
เพราะตัวเองมีนิสัยที่พออยู่ดีๆ เกิดตระหนักขึ้นมาก็จะเลิกแบบหักดิบทันที เป็นแบบนี้มานานละ<br />
ก่อนหน้านี้เคยมี &#8220;ปฏิญญากุมภาพันธ์&#8221; และเขียนสิ่งที่ต้องการหักดิบ พร้อมรายงานไว้ในบล็อกทุกวัน<br />
(แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีเวลาซ่อมบล็อกตอนเก่าที่เน่าไปเหมียนเดิม ไม่งั้นจะทำลิงก์กลับไปซะหน่อย)</p>
<p>ล่าสุด พอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกินน้ำอัดลม และเฉาก๊วย​(!) มากไป ก็เลยลุกขึ้นมาเลิกแม่งซะเลย ง่ายๆ งี้แหละ<br />
น้ำอัดลมยังพอว่า คือไม่ได้ติด แต่เวลายกพวกไปกินข้าวเที่ยงเห็นสั่งกันทุกวัน เลยกลัวตัวเองจะติด เลิกซะ<br />
แต่อีเฉาก๊วยนี่สุดยอดครับ หน้าตึกจะมีเจ้านึง เอาเฉาก๊วยชากังราวมาใส่นมคาร์เนชั่น (แบบไม่ข้นนะ)<br />
โอ้โห โคตรอภิมหามหึมาอลังการอร่อยถล่มโลกเลยครับ ผมงี้กินวันละแก้วจนหน้าจะเป็นเฉาก๊วยอยู่แล้ว<br />
แถมยังไปซื้อเฉาก๊วยถุงกับนมคาร์เนชั่นในเซเว่นไว้รีฟิลเองยามอยากที่บ้านอีกด้วย</p>
<p>อยู่ดีๆ นึกขึ้นมาได้เมื่อสิ้นเดือนที่แล้ว ก็เลยเลิกกินไปซะดื้อๆ กะว่าจะเลิกเดือนนึง ..ตอนนั้นถือว่าหินมาก<br />
แต่ตอนนี้เฉยละครับ พี่จะมาวางขายยั่วก็ขายไป นี่พอเลิกติดปั๊บ จะขยายขอบเขตเป็นเลิกกินตลอดไปก็ยังได้ละ<br />
(แต่ไม่เอาหรอก มันสุดโต่งเกินไป &#8211; ไอ้บ้า เรื่องกินเฉาก๊วยนมเนี่ยนะ)</p>
<p>ทีนี้ประเด็นร้อนส่วนตัวขณะนี้ก็คือ</p>
<h3>ผมจะเลิกนอนดึกครับ</h3>
<p>จริงๆ ใครๆ ก็รู้ว่านอนดึกไม่ดี มันส่งผลลบต่อเข็มนาฬิกาธรรมชาติในร่างกายยังงั้นยังงี้<br />
แต่ตัวเองเสพติดความเงียบของกลางคืนมานาน นานเป็นสิบๆ ปีตั้งแต่สมัยเรียนมาแล้ว<br />
คนทำงานประเภทเดียวกันก็จะรู้ว่าเวลาทำงานกลางคืนๆ โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืนเนี่ยมันสุดยอดเลยนะ<br />
แถมถ้าเป็นเด็กๆ หน่อยก็จะเอามาอวดเพื่อนได้บ่อยๆ ว่าเมื่อคืนตัวเองนอนดึก (มันเท่มากใช่ไหม)</p>
<p>แถมยังมีข้อดีอย่างปฏิเสธไม่ได้คือ<br />
- ขโมยไม่เคยขึ้นบ้าน (เคยประสบเหตุตอนอยู่บ้านเดิม ขโมยขึ้นทุกหลังเว้นแต่บ้านเราที่นั่งทำงานอยู่)<br />
- ได้ฟังเดอะช็อก (ไม่ได้กลัวผีสักนิด แต่เปิดไว้เป็นเพื่อน บางเรื่องงมงายเกินไปก็ฟังแล้วฮาดี)<br />
- ได้ดูรายการที่เขาบอกว่าถ้าพลาดแล้วพรุ่งนี้จะคุยกะใครไม่รู้เรื่อง (ไอ้คนที่ดูนี่แหละที่คุยไม่รู้เรื่อง)<br />
- เน็ตเร็ว (โหลดบิตแม่ง)</p>
<p>ซึ่งข้อเสียที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือ<br />
- เมียบ่น</p>
<p>โอ้โห พอแล้วครับ ข้อเดียวพอเลย เลยมองย้อนไปว่าถ้าเรานอนไม่เกินเที่ยงคืนจะเสียอะไรไปบ้าง<br />
- ขโมยขึ้น? (ย้ายบ้านหนีซอยเก่ามาแล้ว มียามแล้ว มีแมวเฝ้าบ้าน คงยังไม่โดนยกเค้าล่ะนะ)<br />
- เดอะช็อก? (เดี๋ยวนี้โหลดย้อนหลังมาฟังที่ทำงานตลอดเลย กรอข้ามโฆษณาเว็บพนันบอลได้ด้วย)<br />
- อดดูรายการทีวีหลังละครจบ? (ช่างแม่ง เดี๋ยวนี้ยูทูบช่วยได้แล้ว)<br />
- เน็ตเร็วตอนดึก? (เพิ่งไปปรับแพ็กเกจ TOT มาเป็น 15 เม็ก วิ่งเต็มสูบเลย ขอคารวะครับ)</p>
<p>โอเค หมดข้ออ้าง แถมยังได้ข้อดีมากๆ อีกเรื่องคือ</p>
<p>1.ได้ดูสรยุทธ์!!!!!<br />
เป็นความใฝ่ฝันมานมนานเลยนะครับ คือเดี๋ยวนี้ไม่ได้ดูทีวีตอนเช้าๆ มานานแล้ว<br />
ตื่นมาก็แจ๋วพากิน แจ๋วพาเที่ยวตลอดเลย แถมรายการผู้หญิงๆ ก็หดหู่เกิน ผู้ชายแม่งจัญไรทั้งประเทศ<br />
เราจำเป็นจะต้องตื่นมาดูซะหน่อยว่าเสี่ยแกพูดอะไรบ้าง แล้วเอามาเป็นมุกไว้ตั้งชื่อเฟล <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/30.gif' alt=':30:' class='wp-smiley' /> </p>
<p>2.ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น<br />
ก่อนหน้านี้ก่อนจะทำงานบริษัท เคยตั้งโครงการออกวิ่งตอนเช้าทุกวัน<br />
ก็วิ่งได้ประมาณ 2 วันด้วยรองเท้าแตะ (ไม่มีรองเท้าวิ่ง) แล้วพบว่าพระอาทิตย์มันสวยสวดยวดจริงๆ<br />
เลยไปซื้อรองเท้าวิ่งมาซะดิบดี แต่แม่งกัดตีนเพราะสรีระตีนเราไม่เหมาะกับมัน อีห่า เสียดายตังค์<br />
หลังจากนั้นมีข้ออ้างนู่นนี่เลยไมไ่ด้วิ่งมาตลอด แต่ยังจำได้ว่าพระอาทิตย์ลาดปลาเค้ามันสวยฉิบหาย</p>
<p>3.สุขภาพดี<br />
จริงๆ อยากคาดหวังกับข้อนี้ ก็เพราะไอ้เรื่องนาฬิกาชีวภาพตามธรรมชาติของมนุษย์อะไรนี่แหละ<br />
ที่บอกว่าช่วงเที่ยงคืนร่างกายจะหลั่งอะไรสักอย่างให้เผาผลาญอะไรไม่รู้ จำมาไม่ได้ศัพท์สักอย่าง<br />
แต่หลายๆ ตำราพูดเข้าก็คงดีแหละ ยิ่งตอนนี้ &#8220;ไม่มีเวลาออกกำลังกายเลย&#8221; การนอนคงช่วยได้</p>
<p>4.เมียเลิกด่า<br />
ข้อนี้ฟินครับ ไม่มีอะไรประเสริฐกับชีวิตไปมากกว่านี้อีกแล้ว</p>
<p>จะว่าไปก่อนหน้านี้ผมก็เคยนอนหัวค่ำและตื่นเช้ามาก่อนเหมือนกัน คือตอนที่ตัวเองเป็นทหารเกณฑ์<br />
สมัยนั้นเขาบังคับนอนตอนสามทุ่ม และตื่นมาวิ่งตอนตีห้าทุกๆ วัน ช่วงนั้นรู้สึกสุขภาพดีโคตรๆ<br />
(ดีขนาดเคยคิดจะท้าต่อยกับพ่อบากิอยู่แล้ว แต่มันไม่ยอมมาไทย มันบอกกลัวจาพนม)<br />
แม้จะพ้นช่วงทหารใหม่ และต้องไปทำงานหน้าห้องเจ้านายที่ดอนเมืองอีกปีครึ่ง<br />
แต่ก็ต้องตื่นตีห้า ใส่เครื่องแบบทหารตึงเปรี๊ยะ (ขนาดตอนนั้นยังตึงนะ) แล้วเริ่มงานหกโมงเช้าทุกวัน<br />
โห เราผ่านช่วงชีวิตที่โคตรมีวินัย (วินัยๆๆๆ) แบบสุดๆ ขนาดนั้นมาได้ ..<strong>ตอนนี้ก็ต้องได้สิวะ</strong></p>
<h3>ปัญหาและอุปสรรค</h3>
<p>(ใครเป็นคนชอบยัดคำนี้ลงในรายงานวะ อ่านแล้วชิน โคตรผ่านตาเลย แต่พอมานึกดูมันก็เป็นคำสำคัญนะ)<br />
จนถึงวันนี้ผมทำงานบริษัท ตื่นแปดโมงปลายๆ แล้วแต่วันไหนขี้เซามากก็ปลายมาก ปลายสุดก็เก้าโมง<br />
เลิกงานทุ่มนึง(อันนั้นเป็นอุดมคติ แต่เลิกจริงก็ทุ่มกว่า สองทุ่ม สามทุ่ม) ถึงบ้านก็ดึกแล้ว<br />
นั่นทำให้การกินมื้อเย็นจะต้องเย็นกว่าชาวบ้าน นึ่นคือสามสี่ทุ่มเป็นปกติ แล้วก็เลยยังนอนไม่ได้ ไม่งั้นอ้วก<br />
ไหนจะมีงานอดิหลักอย่างเว็บนู่นนี่ที่นั่งเสพบ้างทำเองบ้าง อยู่หน้าคอมสักสองสามชั่วโมง เท่านี้ก็ดึกแล้วครับ<br />
นี่ขนาดไม่ได้ทำงานนะ ถ้าวันไหนมีงานด่วนจากออฟฟิศหรืองานส่วนตัว ก็ล่อไปตีสามตีสี่อยู่บ่อยๆ</p>
<p>นั่นแปลว่าถ้าจะนอนห้าทุ่ม ต่อจากนี้ไปผมจะต้องเลิกงานปั๊บ หาอะไรเล็กๆ กินแล้วกลับถึงบ้านนอนเลย<br />
คุณเมียที่กำลังท้องอ่อนๆ และเห็นด้วยกับโครงการนี้ก็บอกว่าโอเค ตอนเย็นจะหาอะไรกินเองละกัน<br />
แล้วย้ายภาระการงานทุกอย่างมาไว้ช่วงเช้า รวมถึงเพิ่มมื้อเช้าเบาๆ ทำให้เป็นนิสัยซะ<br />
ตอนนี้ตั้งเป้าไว้ว่าวันไหนได้กินน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋และดูสรยุทธ์ไปด้วยจะบรรลุมาก!</p>
<p>ยังจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำไหวไหม แต่ขอท้าตัวเองไว้ก่อนเหมือนเคยว่ากูต้องไหว<br />
ใครผ่านมาอ่านลองหาเรื่องท้าทายตัวเองสักเรื่องดูบ้างก็ได้นะครับ หนุกดี</p>
<p>อย่าลืมกดดอกจันเก้าๆๆๆๆๆ เพื่อโหวตให้มนุษย์นอนกลางคืนตื่นกลางวันด้วยนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2011/432/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมอขี้ตายเพราะขี้</title>
		<link>http://iannnnn.com/2011/345</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2011/345#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jul 2011 19:51:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[health]]></category>
		<category><![CDATA[toilet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iannnnn.com/?p=345</guid>
		<description><![CDATA[ปกติผมจะมีความสุขดีกับการขี้นะครับ (คำที่ทวีตบ่อยที่สุดก็คงเป็นเรื่องขี้นี่แหละมั้ง) คือขี้วันละ 1-3 ครั้งแล้วแต่โอกาสและร่างกายจะอำนวย แล้วก็รู้สึกยินดีกับการขี้ เพราะถือคติว่า &#8220;การขี้คือสิ่งเดียวที่มนุษย์จะทำคุณประโยชน์ให้กับโลกได้&#8221; ไม่เชื่อก็ลองนึกๆ ดูสิครับ แต่ละอย่างที่เราทำ แม้กระทั่งการลดโลกร้อน ก็ยังไม่เห็นว่าโลกจะได้อะไรเลย แต่เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากกลับจากไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ชาวฟอนต์ที่สวนผึ้ง ราชบุรี ซึ่งตอนนั้นซื้อเนื้ออะไรต่ออะไรมาปิ้งย่างกินกันสนุกสนานยันเกือบจะโต้รุ่ง กลับมาจากทริปนี้ ผมขี้แตกระเบิดระบมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยในชีวิตนี้ ปกติที่ทำงานผมจะสามารถทำงานที่บ้านได้ 1 วัน คิวของผมคือวันจันทร์ ซึ่งปกติจะมีความสุขมาก เพราะได้นอนดึกและตื่นสายๆ มาทำงานกับห้องทำงานที่คุ้นเคยได้สะดวก แต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ผมโคตรทุกข์ทรมานเลยครับ เพราะนอกจากจะเป็นไข้(1) ผื่นขึ้นตูด(2) แล้ว (คือดูรวมๆ เราก็เรียกว่าไม่สบายนั่นแหละครับ แต่แจกแจงได้เป็นสามโรคที่แทบไม่เกี่ยวอะไรกันเลยด้วยซ้ำ) ผมยังใช้ชีวิตวนเวียนระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำเหมือนรับจ็อบทดสอบระบบสุขภัณฑ์อย่างหฤโหด ตื่นมาขี้ แล้วไปนอนซม (เป็นไข้ไง) นอนได้แป๊บๆ เอ้าขี้อีก แล้วไปนอน แล้วก็ลุกมาขี้อีก เดี๋ยวก็ไปนอนอีก แล้วก็ลุกมาขี้อีก วนลูปไปเรื่อยๆ จนจำไม่ได้ และเข็มนาฬิกาเริ่มเลือนลาง ขี้จนตูดเป็นเหน็บ จนเริ่มหาวิธี ท่านั่งแบบใหม่ๆ ก็เลยรู้ว่ามนุษย์เราพัฒนาปัญญาและฝึกการแก้ปัญหามาจากการขี้นี่เอง ขี้จนได้รู้จักตัวเอง ขี้จนมานั่งพูดคุยกับตัวเอง ถามตัวเองว่าชีวิตเราเกิดมาทำไม [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="yfrog.com - Image And Video Hosting" href="http://www.yfrog.com/kkw7bkj" target="_blank"><img src="http://a.yfrog.com/img740/8854/w7bk.jpg" alt="" border="0" /></a></p>
<p>ปกติผมจะมีความสุขดีกับการขี้นะครับ (คำที่ทวีตบ่อยที่สุดก็คงเป็นเรื่องขี้นี่แหละมั้ง)<br />
คือขี้วันละ 1-3 ครั้งแล้วแต่โอกาสและร่างกายจะอำนวย<br />
แล้วก็รู้สึกยินดีกับการขี้ เพราะถือคติว่า &#8220;การขี้คือสิ่งเดียวที่มนุษย์จะทำคุณประโยชน์ให้กับโลกได้&#8221;<br />
ไม่เชื่อก็ลองนึกๆ ดูสิครับ แต่ละอย่างที่เราทำ แม้กระทั่งการลดโลกร้อน ก็ยังไม่เห็นว่าโลกจะได้อะไรเลย</p>
<p>แต่เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา<br />
หลังจากกลับจากไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ชาวฟอนต์ที่สวนผึ้ง ราชบุรี<br />
ซึ่งตอนนั้นซื้อเนื้ออะไรต่ออะไรมาปิ้งย่างกินกันสนุกสนานยันเกือบจะโต้รุ่ง<br />
กลับมาจากทริปนี้ ผมขี้แตกระเบิดระบมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยในชีวิตนี้</p>
<p>ปกติที่ทำงานผมจะสามารถทำงานที่บ้านได้ 1 วัน คิวของผมคือวันจันทร์<br />
ซึ่งปกติจะมีความสุขมาก เพราะได้นอนดึกและตื่นสายๆ มาทำงานกับห้องทำงานที่คุ้นเคยได้สะดวก<br />
แต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ผมโคตรทุกข์ทรมานเลยครับ เพราะนอกจากจะเป็นไข้(1) ผื่นขึ้นตูด(2) แล้ว<br />
(คือดูรวมๆ เราก็เรียกว่าไม่สบายนั่นแหละครับ แต่แจกแจงได้เป็นสามโรคที่แทบไม่เกี่ยวอะไรกันเลยด้วยซ้ำ)<br />
ผมยังใช้ชีวิตวนเวียนระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำเหมือนรับจ็อบทดสอบระบบสุขภัณฑ์อย่างหฤโหด</p>
<p>ตื่นมาขี้ แล้วไปนอนซม (เป็นไข้ไง)<br />
นอนได้แป๊บๆ เอ้าขี้อีก<br />
แล้วไปนอน แล้วก็ลุกมาขี้อีก<br />
เดี๋ยวก็ไปนอนอีก แล้วก็ลุกมาขี้อีก<br />
วนลูปไปเรื่อยๆ จนจำไม่ได้ และเข็มนาฬิกาเริ่มเลือนลาง</p>
<p>ขี้จนตูดเป็นเหน็บ จนเริ่มหาวิธี ท่านั่งแบบใหม่ๆ<br />
ก็เลยรู้ว่ามนุษย์เราพัฒนาปัญญาและฝึกการแก้ปัญหามาจากการขี้นี่เอง<br />
ขี้จนได้รู้จักตัวเอง ขี้จนมานั่งพูดคุยกับตัวเอง ถามตัวเองว่าชีวิตเราเกิดมาทำไม<br />
คนเราต้องใส่เสื้อผ้ากันทำไมในเมื่อมันขัดขวางการมีชีวิตขนาดนี้<br />
และการออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ว่าจะเป็นระดับเมือง หรือระดับอาคารเนี่ย<br />
มันทำลายพฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์เกินไปหรือเปล่า<br />
คือเราควรจะมีเสรี ขี้ได้ทุกที่ที่ใจอยากไม่ใช่หรือ?<br />
ถ้านึกไม่ออกก็ลองเปลี่ยนเป็นคำว่ารักสิครับ มันไม่ควรมีกำแพง เราควรรักได้เท่าที่ใจต้องการมิใช่หรือ</p>
<p>ฯลฯลฯลฯ</p>
<p>ผมทรมานจนหลับไป และตื่นมาช่วงที่ไข้เริ่มทุเลา<br />
เปิดคอม เขียนอีเมลบอกพี่ที่ทำงานว่าขอลาป่วย<br />
(ไม่รู้จะมีกี่คนที่จดหมายลามีแต่คำว่าขี้ๆๆๆ เต็มไปหมดแบบนี้)</p>
<p>พอวันที่สองก็ยังขี้อยู่ แต่สภาพของขี้เปลี่ยนไป<br />
ใครที่เคยท้องเสียคงเข้าใจดีว่ามันมีระยะของอาการอยู่</p>
<p>ส่วนวันที่สามอาการใหม่ก็มาถึง คือตูดเปื่อยครับ<br />
รูตูดนี่แหละเปื่อยยุ่ยเพราะใช้งานหนักไป เวลาขี้จะแสบตูดและทรมานมาก<br />
มากจนสงสัยว่าเก้งกวางเขาทนกันได้ยังไง หรือทำไปบ่อยๆ แล้วมันก็โอ<br />
ที่สำคัญคือได้รู้ว่าการทำงานและเดินทางทั้งวันนั้นทรมานมาก แวะขี้ทุกป้าย<br />
ตั้งแต่บ้าน ห้องน้ำเอ็มโพเรียม (ถ่ายรูปไว้ข้างบน &#8211; ป้ายห้ามเสกของออกจากส้วม)<br />
ไปยันที่ทำงานก็เอาซะหน่อย แถมตอนกลับอาการกำเริบเพราะกินไส้อั่ว(กินทำไมวะ)<br />
เลยไปแวะห้องน้ำสถานีรถไฟใต้ดินพหลโยธิน ซึ่งโสโครกระดับห้าดาว แต่กูยอม</p>
<p>ความซวยบังเกิดก็อีตรงที่พี่มูส(พี่ที่ทำงานเก่า)และพรรคพวก ดันอยากกินเนื้อย่าง<br />
คือไม่ได้เจอหน้ากันนานไง ก็เลยยกพวกกันไปร้านบอยโพนยางเจ้าเก่ากัน<br />
แล้วก็คงนึกภาพออกว่าเกิดสงครามขึ้นทุกที ซัดเนื้อกันระเนระนาด<br />
โดยมีผมนั่งน้ำลายยืด ไม่กล้าแตะมาก (ปกติมาทีก็ยัดห่าเหมือนซูโม่หลังแข่งเสร็จทุกครั้งแท้ๆ)<br />
ที่สำคัญคือตลอดระยะการกินเนื้อย่างแบบนิดๆ นั่นเอง ผมแวะไปขี้ถึงสองครั้ง<br />
ทำให้เปลี่ยนทัศนคติต่อห้องน้ำร้านเนื้อย่างโพนยางคำ ..ว่าเออ ห้องน้ำเขาก็น่าขี้ดีนะ</p>
<p>จากวันนั้นจนวันนี้ นี่คือวันที่สี่<br />
ลำไส้ยังไม่ฟื้นตัวดี (อาการท้องเสียที่เขาว่าลำไส้อักเสบนั่นแหละ คือผนังมันเจ๊ง รอฟื้นตัว)<br />
รูตูดยังไม่โอเค แต่เลือดไม่ออกให้หลอนเล่นเวลาก้มลงไปตรวจผลงาน<br />
แต่ท้องยังแน่นมาก ระบบทางเดินอาหารมึงยังไม่แข็งแรงแต่เสือกอยากแดกเนื้อ สมควรตาย</p>
<p>ป.ล.<br />
ก่อนขี้แตก ผมกะจะเขียนบล็อกโหมดจริงจังเรื่องปัญหาการสื่อสารข้อมูลในการเลือกตั้ง<br />
ว่าที่จริงแล้ว ก.ก.ต.ควรหางบสักก้อนมาจ้างทีมนักออกแบบดีๆ ให้ช่วยสื่อสารอะไรต่ออะไรออกมา<br />
เพราะมันมีเรื่องที่ต้องสื่อสารเต็มไปหมดแต่คนก็ยังกาชูวิทย์ทั้งสองใบบ้าง กาที่ชื่อพรรคเพื่อไทยบ้าง<br />
หรือแม้แต่หยอดหีบผิดบัตร เฮ้ย หยอดบัตรผิดหีบบ้าง ฯลฯ<br />
มีประเด็นเยอะเลยเรื่องที่รัฐควรมาพึ่งนักออกแบบซะทีเนี่ย (ส่วนเรื่องนักออกแบบพึ่งรัฐนั่นไม่ต้องหวัง)<br />
แต่เขียนตอนนี้ก็หมดไฟละ งั้นเอามาย่อเหลือแค่ไม่กี่บรรทัดเท่านี้พอ เรื่องขี้แตกนี่แหละ เป็นปัจจุบันกว่า</p>
<p>ป.อ.<br />
ขอบคุณคุณเมีย ที่ชงเกลือแร่จากโรงพยาบาลมาให้<br />
ช่วยให้ไม่ตายระหว่างขี้ครับ ผมเป็นคนโชคดีที่กินอะไรก็ไม่รู้สึกว่าไม่อร่อย<br />
ก็เลยกินได้แทบทุกอย่างไม่มีบ่น แม้กระทั่งน้ำเกลือแร่ชนิดนี้ที่ใครๆ ก็บอกว่าไม่อร่อย<br />
(เอ๊ะ หรือไอ้การกินไม่เลือกนี่แหละที่เป็นเหตุแห่งท้องเสียครั้งนี้)</p>
<p>ป.ฮ.<br />
แต่ประโยคที่เมียพูดบ่อยๆ ตอนมาดูอาการ คือ &#8220;อย่าเพิ่งตายนะ ยังไม่ได้ทำประกัน&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2011/345/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>079 &#124; อย่างหนัก!</title>
		<link>http://iannnnn.com/2005/215</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2005/215#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Jul 2005 10:47:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[health]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost:8888/?p=215</guid>
		<description><![CDATA[ย้อนกลับไปดูสมุดบันทึกของผมเมื่อเดือนที่แล้ว ในนั้นลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๘ มีข้อความประมาณว่า ฉิบหายแล้ว นี่กูอ้วนขนาดนี้แล้วเหรอวะเนี่ย! บรรทัดหลังจากนั้นเล่าว่า น้ำหนักตัวผมเพิ่มขึ้นเป็น ๗๓ กิโลกรัม โดยมีข้ออ้างว่า แฟนต้องการให้อ้วนๆ จะได้นิ่มๆ เวลาซบไหล่ หนึ่งเดือนต่อไปนี้ (๑๓ มิ.ย.-๑๓ ก.ค.) กูจะ “ระงับ” ความอ้วนด้วยข้อบังคับดังนี้ ไม่กินข้าวเย็น (ยกเว้นวันไหนที่หิวจัดๆ หรือมีคนชวนไปกินในโอกาสพิเศษ) ไม่ดื่มน้ำอัดลม ถ้ากระหายให้แดกน้ำเปล่าซะ (ยกเว้นไม่มีน้ำจืดจะกินจริงๆ) ไม่ดื่มชาเขียว (ผมติดชาเขียวแบบขวดๆ อย่างหนัก จนมั่นใจว่ามันทำให้อ้วนแน่ๆ) ไม่กินขนมถุงจุกจิก หรือเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อการซื้อของกินแนวๆ นั้น ฯลฯ วันนี้วันที่ ๑๓ กรกฎาคมครับ ผ่านวันที่ผมประกาศสงครามคอร์รัปชั่นมา ๑ เดือนพอดี ชั่งน้ำหนักตัวได้ ๗๓ กิโลกรัม อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก&#8230;&#8230;. เท่ากับเดือนที่แล้วเลย เฮ้ยยยยย เป็นเหี้ยอะไรเนี่ยกู นี่ก็พยายามลดแล้วนะ ทำไมน้ำหนักไม่ลดเลยวะ พอมานั่งนึกดูอีกที ผมอยู่บนความหละหลวมของกติกาที่ตั้งขึ้นมาแบบช่างแม่งๆ นั่นทำให้ผมไม่รู้สึกว่านั่นเป็นวินัยประจำตัวที่พึงปฏิบัติ [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5206511300/" title="wc_weight by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4151/5206511300_efcce1c6c5_o.png" width="480" height="400" alt="wc_weight" /></a></p>
<p>ย้อนกลับไปดูสมุดบันทึกของผมเมื่อเดือนที่แล้ว<br />
ในนั้นลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๘ มีข้อความประมาณว่า<br />
ฉิบหายแล้ว นี่กูอ้วนขนาดนี้แล้วเหรอวะเนี่ย!</p>
<p>บรรทัดหลังจากนั้นเล่าว่า น้ำหนักตัวผมเพิ่มขึ้นเป็น ๗๓ กิโลกรัม<br />
โดยมีข้ออ้างว่า แฟนต้องการให้อ้วนๆ จะได้นิ่มๆ เวลาซบไหล่<br />
หนึ่งเดือนต่อไปนี้ (๑๓ มิ.ย.-๑๓ ก.ค.) กูจะ “ระงับ” ความอ้วนด้วยข้อบังคับดังนี้</p>
<ul>
<li>ไม่กินข้าวเย็น (ยกเว้นวันไหนที่หิวจัดๆ หรือมีคนชวนไปกินในโอกาสพิเศษ)</li>
<li>ไม่ดื่มน้ำอัดลม ถ้ากระหายให้แดกน้ำเปล่าซะ (ยกเว้นไม่มีน้ำจืดจะกินจริงๆ)</li>
<li>ไม่ดื่มชาเขียว (ผมติดชาเขียวแบบขวดๆ อย่างหนัก จนมั่นใจว่ามันทำให้อ้วนแน่ๆ)</li>
<li>ไม่กินขนมถุงจุกจิก หรือเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อการซื้อของกินแนวๆ นั้น</li>
<li>ฯลฯ</li>
</ul>
<p><span id="more-215"></span><br />
วันนี้วันที่ ๑๓ กรกฎาคมครับ ผ่านวันที่ผมประกาศสงครามคอร์รัปชั่นมา ๑ เดือนพอดี<br />
ชั่งน้ำหนักตัวได้ ๗๓ กิโลกรัม<br />
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก&#8230;&#8230;. เท่ากับเดือนที่แล้วเลย <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/05.gif' alt=':05:' class='wp-smiley' /><br />
เฮ้ยยยยย เป็นเหี้ยอะไรเนี่ยกู<br />
นี่ก็พยายามลดแล้วนะ ทำไมน้ำหนักไม่ลดเลยวะ<br />
พอมานั่งนึกดูอีกที ผมอยู่บนความหละหลวมของกติกาที่ตั้งขึ้นมาแบบช่างแม่งๆ<br />
นั่นทำให้ผมไม่รู้สึกว่านั่นเป็นวินัยประจำตัวที่พึงปฏิบัติ แต่กลับคิดว่า &#8220;ถ้าทำได้แล้วจะดี&#8221;</p>
<p>ดังนั้นเดือนที่ผ่านมา ผมจึงรักษากฎที่ว่าในบางวัน<br />
และวกเข้าข้อความในวงเล็บซะหลายบ่อย<br />
ยิ่งช่วงสัปดาห์สุดท้ายนี่เลวร้ายมากเลยครับ ผิดศีลบ่อยจนน่าตกใจกับตัวเอง<br />
แดกหมูกระทะเอย (พี่เจ้าของร้านพาไปเลี้ยง) กลับบ้านซัดข้าวอย่างหนักเอย<br />
กินข้าวกะแฟนแบบอิ่มจุกแทบจะทุกวันที่เจอกันเอย<br />
สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยสู่ความวิบัติของสรีระผมเองทั้งสิ้น!!</p>
<p>สังเกตได้ง่ายเลย ว่าช่วงก่อนตั้งใจระงับฯ นั้น ผมใส่ชุดเครื่องแบบอ่อนของทหารได้ทุเรศมาก<br />
นั่นคือตื่นมาแปรงฟันอาบน้ำ พอใส่เสื้อแล้วรูดซิป (กระดุมหลอก) แล้วรู้สึกว่ามันติดพุง<br />
แถมเวลารูปซิปกางเกงก็ดันฝืดในระยะ ๓ เซ็นต์สุดท้าย (คงไม่ได้มาจากไอ้นั่นผมใหญ่ขึ้นหรอกนะ)<br />
ดังนั้นผมจึงเป็นทหารที่มีพุงพลุ้ย หุ่นแม่งเหี้ยมากเลยครับ<br />
เหมือนโปลิศแก่ๆ ที่ไล่กวดคนร้ายไม่มีทางทันแบบในหนังในละครนั่นเลย<br />
ทั้งนี้อย่างที่บอกว่าผมปล่อยปละให้ร่างกายมันบวมขนาดนี้ได้ก็เพราะแฟนอยากให้อ้วน<br />
แต่ที่เหนือจากนั้น (เหนือจากการควบคุมน้ำหนักของแฟน) ก็คือ<br />
ที่กองทัพ ห้องทำงานของผมมีข้าวกินฟรีวันละสองมื้อ &#8212; เช้าและสาย &#8212; เป็นอาหารอย่างดี<br />
ก็เพราะผมทำงานอยู่หน้าห้องผู้บังคับบัญชาระดับสูง<br />
ดังนั้นท่านๆ กินอะไร ลูกจ๊อกอย่างผมก็กินด้วย โดยสั่งมาจากร้านอาหารในกองทัพนั่นแหละ<br />
ไม่ว่าจะหิวหรือไม่หิว คำสั่งที่ผมได้รับก็คือ &#8220;กินซะ&#8221;<br />
แถมถ้าวันไหนท่านๆ ไม่ทาน ผมก็ต้องกวาดกับข้าวกับปลาที่เหลือให้เหี้ยนก่อนกลับบ้าน<br />
ดังนั้นน้ำหนักและหุ่นที่ยังดีๆ อยู่ตอนที่ยังเป็นทหารใหม่ ฝึกอยู่กองร้อย ก็เลยกลายพันธุ์อย่างแร็ง<br />
จาก ๖๒-๖๓ กิโล พุ่งพรวดพราดขึ้นมาอีกสิบโล ในระยะเวลาแค่ครึ่งค่อนปี</p>
<p>อะไรก็ไม่เดือดร้อนเท่าแฟนผมที่วันนึงก็บอกว่า &#8220;ตัวเองอ้วนเกินไปแล้วนะ&#8221;<br />
ฉิบหายละสิ .. คนที่พยายามผลักดันให้ผมอ้วนมาตลอด ดันมาหักหลังเอาในโค้งนี้ซะงั้น<br />
ก็เลยได้เวลาพิสูจน์ความ(เคย)น้ำหนักขึ้นเร็วลงเร็วของผมอีกครั้งซะที</p>
<p>ตัดฉากกลับมาช่วง ๑ เดือนที่ผ่านมา<br />
พอผมเริ่มระงับคงามอ้วน (ไม่ได้ใช้คำว่าลด) ในช่วงอาทิตย์แรก<br />
ผมรู้สึกได้เลยจริงๆ ว่าน้ำหนักลดลง รู้สึกว่าชุดทหารไม่อึดอัดเหมือนก่อน<br />
เฮ้ย เจ๋งว่ะ ทำไมกูรู้สึกชนะยังงี้วะ &#8230; เดี๋ยวเย็นๆ กูฉลองดีกว่า .. แดกข้าวผัดเขียวหวานไก่ไข่ดาวซะ<br />
ความหละหลวมครั้งนั้นครั้งแรก ทำให้มีครั้งถัดๆ มาอีกมากมาย<br />
มากมายจนผมเริ่มละเหี่ยใจ เลิกเขียนผลการประเมินงานไว้ที่สมุดบันทึก</p>
<p>จนกระทั่งวันวัดผล&#8230;<br />
ตัวเลข ๗๓ ที่ปรากฏบนหน้าปัดตาชั่ง จึงเป็นการประกาศความพ่ายแพ้ของไอ้แอนนนนน</p>
<p>มึงแพ้ มึงแพ้ มึงแพ้~<br />
แพ้อย่างหมดรูป.. จนต้องมาคิดปรับกระบวนใหม่ ..ด้วย ครม.ใหม่<br />
ตั้งกติกาใหม่ขึ้นมาว่า กูจะไม่ได้แค่ &#8220;ระงับความอ้วน&#8221; เหมือนที่เคยทำและไม่ได้ผล<br />
แต่จะเป็นการ &#8220;ลดความอ้วน&#8221; เลยดีกว่า<br />
โดยตั้งเป้าไว้ว่า กลับบ้านครั้งหน้า กูต้องหนักไม่เกิน ๖๘ กิโลให้ได้<br />
โดยวิธีการในระยะแรกคือ งดอาหารเย็นโดยเด็ดขาด (อนุญาตให้มาม่าได้ในกรณีที่หิวจริงๆ)<br />
(เฮ้ย บรรทัดข้างบนนี่มีวงเล็บมาได้ไงวะ &#8230;กลัวใจตัวเองว่ะ)<br />
และเริ่มวิ่งออกกำลังกายตอนเย็นหลังจากกลับมาจากที่ทำงาน<br />
โดยเริ่มในวันพรุ่งนี้.. ทีละน้อยๆ ก่อน</p>
<p>และถ้าเห็นว่าไม่มีอะไรให้อาย ก็จะค่อยๆ ปรับตัว เพิ่มปริมาณไปวันละนิด<br />
จนใส่ชุดทหารได้ไม่หลวม และเป้าไม่โตอย่างทุกวันนี้..ก็พอ.</p>
<p><strong>เรื่องนี้ยังไม่จบแน่ๆ ..โปรดติดตาม!</strong></p>
<p>ป.ล.<br />
ทดลองเล่าเรื่องแบบสับไปสับมาเหมือนหนังฝรั่งดู.. เขียนเองก็งงเองว่ะ</p>
<p>ป.อ.<br />
เขาว่า 85% ของผู้ชายที่ลดน้ำหนัก.. ให้สงสัยว่าเป็นเกย์!</p>
<p>ป.ฮ.<br />
เย็นวันนี้พอจะทดลองวิ่งออกกำลังกายดู ฝนดันตกฉิบ.. เริ่มเห็นลาง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2005/215/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>062 &#124; สิว</title>
		<link>http://iannnnn.com/2005/174</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2005/174#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 May 2005 17:20:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[health]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost:8888/?p=174</guid>
		<description><![CDATA[ผมเป็นสิวว่ะ เป็นตั้งแต่อายุ 14-15 ที่ฮอร์โมนเพศเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งเป็นระยะเดียวกะอีตอนที่ส่วนสูงพุ่งขึ้นจาก 155 มาเป็น 175 (บ้าคลั่งไหมล่ะ พอตูสอบตก ร.ด. แล้วก็เพิ่งจะมาสูง) มาถึงวันนี้ก็ผ่านช่วงเวลานั้นมา 7 ปีแล้ว ส่วนสูงก็หยุดไว้แค่เท่านั้น ..แต่ไอ้สิวหนุ่มนี่สิ มันยังคงตามหลอกหลอนและผัดเปลี่ยนเวรกันผุดตามรูยังกะเกมตีตุ่น แม่ง&#8230; น่าเบื่อ ผมรู้ตัวดี ว่าตัวเองไม่ค่อยสนใจจะดูแลหน้าตา มันเป็นเพราะผมออกสตาร์ทด้วยการไม่หล่อ และเตี้ยมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงมีปมอะโวะจะมะในจิตใจ ..ไม่ถูกชะตากะไอ้พวกหล่อๆ เท่ๆ เรียกได้ว่าเห็นใครหล่อเกินหน้า สาวกรี๊ด ก็จะพยายามป่าวว่ามันขี้เก๊ก (ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ ใครหล่อก็โดนเหมาว่าเป็นเกย์หมด) &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..เมื่อรู้ตัวว่าทำยังไงก็ไม่หล่อ ผมก็เลยหาทางออกให้ตัวเองด้วยการทำตัวปัญญาอ่อนไปเลย เฮ้ย.. กลับมาเรื่องสิวต่อ!! (วันนี้ว่าจะเขียนสั้นๆ ซะหน่อย) ไอ้สิวเมื่อวัยรุ่นตอนต้นนี่แสนจะทรมานเลยแหละ เพราะเวลามันมาทีนึง ก็จะขึ้นเป็นตุ่มยักษ์อักเสบกลางจมูกหรือหน้าผาก มีขนาดใหญ่พอๆ กะนอแรด และบวมเป่ง สีแดงเถือก บางทีก็ไม่ยอมสุก ไอ้ที่ว่าเป่งนั่นคือ เป่งคล้ายจะพยายามจะแหวกหนังหน้าออกมาให้ได้ ดังนั้นใครอย่าเผลอเอาอวัยวะใดๆ มาสัมผัสสวิตช์นี้เชียวนะ เพราะมันจะสร้างความเจ็บปวดชอกช้ำล้ำลึกให้กับแอนนี่ยิ่งนัก ถ้าสังเกตดีๆ มันจะเหมือนสวิตช์ปิดเปิดการทำงานของสติเลยก็ว่าไป แล้วไม่รู้เป็นอะไรนะ พอไอ้คิงออฟเดอะสิวนี่ขึ้นมาทีนึง [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5188915613/" title="สิว by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4144/5188915613_56d41d7010_o.png" width="400" height="375" alt="สิว" /></a></p>
<p>ผมเป็นสิวว่ะ</p>
<p>เป็นตั้งแต่อายุ 14-15 ที่ฮอร์โมนเพศเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง<br />
ซึ่งเป็นระยะเดียวกะอีตอนที่ส่วนสูงพุ่งขึ้นจาก 155 มาเป็น 175<br />
(บ้าคลั่งไหมล่ะ พอตูสอบตก ร.ด. แล้วก็เพิ่งจะมาสูง)</p>
<p>มาถึงวันนี้ก็ผ่านช่วงเวลานั้นมา 7 ปีแล้ว<br />
ส่วนสูงก็หยุดไว้แค่เท่านั้น ..แต่ไอ้สิวหนุ่มนี่สิ<br />
มันยังคงตามหลอกหลอนและผัดเปลี่ยนเวรกันผุดตามรูยังกะเกมตีตุ่น</p>
<p>แม่ง&#8230; น่าเบื่อ <span id="more-174"></span></p>
<p>ผมรู้ตัวดี ว่าตัวเองไม่ค่อยสนใจจะดูแลหน้าตา <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/58.png' alt=':58:' class='wp-smiley' /><br />
มันเป็นเพราะผมออกสตาร์ทด้วยการไม่หล่อ และเตี้ยมาตั้งแต่เด็ก<br />
ดังนั้นจึงมีปมอะโวะจะมะในจิตใจ ..ไม่ถูกชะตากะไอ้พวกหล่อๆ เท่ๆ<br />
เรียกได้ว่าเห็นใครหล่อเกินหน้า สาวกรี๊ด ก็จะพยายามป่าวว่ามันขี้เก๊ก</p>
<p>(ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้ ใครหล่อก็โดนเหมาว่าเป็นเกย์หมด)</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..เมื่อรู้ตัวว่าทำยังไงก็ไม่หล่อ<br />
ผมก็เลยหาทางออกให้ตัวเองด้วยการทำตัวปัญญาอ่อนไปเลย <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/30.gif' alt=':30:' class='wp-smiley' /><br />
เฮ้ย.. กลับมาเรื่องสิวต่อ!! (วันนี้ว่าจะเขียนสั้นๆ ซะหน่อย)</p>
<p>ไอ้สิวเมื่อวัยรุ่นตอนต้นนี่แสนจะทรมานเลยแหละ<br />
เพราะเวลามันมาทีนึง ก็จะขึ้นเป็นตุ่มยักษ์อักเสบกลางจมูกหรือหน้าผาก<br />
มีขนาดใหญ่พอๆ กะนอแรด และบวมเป่ง สีแดงเถือก บางทีก็ไม่ยอมสุก</p>
<p>ไอ้ที่ว่าเป่งนั่นคือ เป่งคล้ายจะพยายามจะแหวกหนังหน้าออกมาให้ได้<br />
ดังนั้นใครอย่าเผลอเอาอวัยวะใดๆ มาสัมผัสสวิตช์นี้เชียวนะ<br />
เพราะมันจะสร้างความเจ็บปวดชอกช้ำล้ำลึกให้กับแอนนี่ยิ่งนัก<br />
ถ้าสังเกตดีๆ มันจะเหมือนสวิตช์ปิดเปิดการทำงานของสติเลยก็ว่าไป</p>
<p>แล้วไม่รู้เป็นอะไรนะ พอไอ้คิงออฟเดอะสิวนี่ขึ้นมาทีนึง แล้วยุบไป (บีบ)<br />
วันดีคืนดีนึกครึ้มๆ มันก็จะหวนกลับมาขึ้นตรงเดิมอีก<br />
ประมาณว่ากูเซ้งรูขุมขนนี้ไว้แล้ว และเซ็นสัญญาอีกสิบปี ห้ามใครล้ำเขต<br />
ดังนั้นเมื่อตอนปีสองปีสาม ผมก็เลยแปลงร่างเป็นตั๊กสิณ จัดการมาเฟียรายนี้ซะ<br />
ด้วยการบีบให้มันระเบิด (โคตรเจ็บ <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/05.gif' alt=':05:' class='wp-smiley' /> ) แล้วบีบต่อไป</p>
<p>เค้นเลือด หนอง น้ำเลือง เศษกระดูก ไข่มุกที่อยู่ข้างในออกมาให้หมด<br />
แล้วรีด รีด รีดรอบรอยโปนให้มันยุบเรียบเนียนสวย (แต่เลือดงี้เปรอะเลย)<br />
หลังจากปลายจมูกเป็นแผลไปอีกสามวันเพราะการหักดิบครั้งนั้น<br />
ผมก็ไม่เคยเจอสิวที่ไหนมากล้าขึ้นซ้ำตรงที่ว่าอีกเลย</p>
<p>ทุกวันนี้ ปริมาณสิวของผมจะขึ้นอยู่กับตัวแปรไม่กี่อย่าง อาทิ<br />
- ลมฟ้าอากาศ..วันไหนฝนตกหรือแดดออกจนไคลย้อย ก็มั่นใจได้ว่า..เห็ดขึ้นแน่<br />
- ฝุ่น ควัน มลภาวะ ..ขึ้นรถเมล์ครีมแดงทีไรสิวบานเบอะเลย (กรุงเทพฯ แกล้งผม)<br />
- น้ำ..ตอนไปเชียงใหม่เล่นสงกรานต์ โดดคูเมือง กลับมาถึงบ้านก็เพาะสิวขายเลย<br />
- อาหาร..อันนี้ไม่เคยพิสูจน์แฮะ เพราะมีอะไรมาผมก็กินแหลกโดยไม่ลำเอียงนี่</p>
<p>มาถึงวินาทีนี้ ถึงแม้วัยจะล่วงเลยจะเข้าอายุครบสองรอบแล้ว<br />
แต่กองทัพสิวมันก็ยังไม่หมดซะที (แสดงว่ามีพลังทางเพศดั่งม้าศึกใช่มะ <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/04.gif' alt=':04:' class='wp-smiley' /> )<br />
แต่อาณาบริเวณที่มันครอบครองก็ลดลงมาเหลือแค่พวงแก้มทั้งสองข้างแทน</p>
<p>บรรดาผลิตภัณฑ์ชุ่ยๆ ที่หาซื้อจากเซเว่นเพื่อเอาไว้ล้างหน้ากันความมันก็เหอะ<br />
ผมลองมาหลายยี่ห้อแล้ว บางยี่ห้อใช้นานหน่อยเพราะรู้สึกแตกต่างจากเจ้าอื่น<br />
แต่พอใช้ๆ ไป ปริมาณกับระเบิดบนหน้าก็ยังคงมีพอๆ กันกะตอนใช้แบบถูกๆ<br />
เอ้า.. แล้วกูจะเสียตังค์ซื้อแพงไปทำหมาอะไรละครับ</p>
<p>ยัยโบว์ก็อีกคน<br />
เวลาเจอกันทีนึง เจ๊แกก็มักพกครีมหลายๆ สูตรมาให้ผมเป็นหนูทดลอง<br />
ก่อนจะเอาไปขาย แล้วตอบคำถามลูกค้า (โดยผมยืนแอบๆ อยู่หลังร้าน)<br />
มีทั้งสบู่มะละกอ ครีมมังคุด ครีมแตงกวา ฯลฯ (จำไม่หมดว่ะ ผู้หญิงเขาจำไดไงวะ)<br />
แต่ก็ไม่ได้ผลอยู่ดี จนสรุปว่า หน้าผมมีอะไรสักอย่างผิดปกติกว่ามนุษย์ทั่วไป</p>
<p>จนอาทิตย์ที่แล้ว เราได้มีโอกาสไปฟิวเจอร์กันตามปกติ ..แต่ไม่รู้นึกยังไง<br />
ก่อนกลับเลยลองเดินเข้าร้าน&#8221;โครงการส่วนพระองค์&#8221; ที่ชั้นล่างสุด<br />
(เป็นการมาเที่ยวอีกครั้งหลัง จากคราวนั้นมาซื้อใบชาเขียวไปชงต้มเอง)<br />
พอเลือกๆ ของและจ่ายตังค์แล้วก็จะเดินออกมา ปรากฏว่าพี่ รปภ.คว้าแขนผมเอาไว้</p>
<p>แล้วชี้ให้ดูผลิตภัณ์บำรุงโฉมบนแผงใกล้ๆ</p>
<p>ผมยืนหน้าไปมองและลองจับๆ ดูอันที่พี่ รปภ. (แกแนะนำอย่างเอาเป็นเอาตาย)<br />
อ่านได้ความว่า เป็นสบู่ &#8220;สครับผิว&#8221; แบบที่ใช้กันในสปา<br />
ทำจากขมิ้นชัน มะขามเปียก แล้วก็&#8230; (ลืม)<br />
ผมเห็นราคา 39 บาท&#8230; ไม่แพงนี่หว่า ลองดูสักตั้งเว้ย<br />
ก็เลยซื้อมาไว้โปะหน้าหลังอาบน้ำ (5 นาทีแล้วล้างออก)<br />
ตอนนี้ &#8220;สบู่ยาม&#8221; ก็กำลังอยู่ในช่วงทดลองใช้อยู่<br />
ถ้าหน้าผมพังหรือลิ้นจุกปากชักน้ำลายฟูมไป ก็ฝากร่ำลาไว้ที่นี่เลยครับ</p>
<p>ป.ล.<br />
อยากเขียนสั้นๆ มั่ง</p>
<p>ป.อ.<br />
โทรหาน้องวีมา &#8230; เสียงจานวีเกินอายุจริงๆ</p>
<p>ป.ฮ.<br />
ไชโย!! ได้โอกาสกลับบ้านแล้วโว้ยยยยยย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2005/174/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>018 &#124; ปัวะ-ฮวัล (ภาค 2)</title>
		<link>http://iannnnn.com/2005/55</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2005/55#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Mar 2005 10:30:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[dental]]></category>
		<category><![CDATA[health]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost:8888/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[(ใครเพิ่งมาอ่านก็ไปอ่านภาคหนึ่งก่อนเน่อ) เขียนตอนสองทุ่มของวันเดียวกัน เมื่อเย็นโบว์พาไปคลีนิคทันตกรรมแถวๆ เมืองเอกละครับ เป้าหมายหลักคือไปอุดฟัน แต่พอถึงคลินิก หมอพาเข้าห้อง ฉายฟันดูแล้วก็บอกว่า &#8220;ยังงี้มันฟันคุดนะคะน้อง&#8221; หือ&#8230;มังคุด??? (โอย ..ตลกจัง ฟันคุด = mangosteeth เอาวะ คุดก็คุด หมอบอกให้ไปเข้าห้องเอ็กซเรย์เพื่อฉายรังสีดูว่ามันคุดแค่ไหน ผลปรากฏออกมาดังภาพ ภาพจากฟิล์มเอ็กซเรย์ (๑๒๐ บาท) // edit: ภาพหายไปแล้ว ผมเห็นดังนั้นก็ถามวิธีการรักษาจากหมอ (ลืมบอกไปว่าหมอน่ารักมาก) หมอแกก็อธิบายเป็นฉากๆ เห็นเลือด เห็นแผล เห็นความเจ็บปวดครบถ้วน ผมยิ่งปวดฟัน และบอกให้หมอทำเลยละกันครับ เสียเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อความเจ็บปวดยังดีกว่าทรมานไปตลอดชีวิต แต่พอหมอบอกราคาว่า ซี่ละ ๓๐๐๐ ค่ะน้อง เท่านั้นแหละ.. อาการหายเป็นปลิดทิ้ง เรื่องนี้ยังไม่จบครับ คงมีต่ออีกหลายภาค เอาเป็นว่า จบด้วยเพลงที่แต่งเมื่อตอนนั่งรถกลับจากฐานทัพอากาศละกัน *-* (ทำนองเพลง ใคร ของบอยสเกาต์ เอ๊ย บอยโกสิยพงษ์) แมง คนหล่อเหลาคนหนึ่ง นั้นมีแมงกินฟันข้างใน ไม่ได้ช่วยทำหมัน แต่ช่วยกินฟันใกล้ๆ [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>(ใครเพิ่งมาอ่านก็ไปอ่านภาคหนึ่งก่อนเน่อ)</p>
<p><a title="wc_dental by @iannnnn, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5061593857/"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4147/5061593857_ed0da5c77d_o.jpg" alt="wc_dental" width="375" height="500" /></a></p>
<p>เขียนตอนสองทุ่มของวันเดียวกัน<br />
เมื่อเย็นโบว์พาไปคลีนิคทันตกรรมแถวๆ เมืองเอกละครับ<br />
เป้าหมายหลักคือไปอุดฟัน<br />
แต่พอถึงคลินิก หมอพาเข้าห้อง ฉายฟันดูแล้วก็บอกว่า &#8220;ยังงี้มันฟันคุดนะคะน้อง&#8221;</p>
<p>หือ&#8230;มังคุด??? (โอย ..ตลกจัง<br />
<span id="more-55"></span><br />
ฟันคุด = mangosteeth</p>
<p>เอาวะ คุดก็คุด<br />
หมอบอกให้ไปเข้าห้องเอ็กซเรย์เพื่อฉายรังสีดูว่ามันคุดแค่ไหน<br />
ผลปรากฏออกมาดังภาพ</p>
<p><span style="font-size: 13px; line-height: 19px;">ภาพจากฟิล์มเอ็กซเรย์ (๑๒๐ บาท) // edit: ภาพหายไปแล้ว</span></p>
<p>ผมเห็นดังนั้นก็ถามวิธีการรักษาจากหมอ (ลืมบอกไปว่าหมอน่ารักมาก)<br />
หมอแกก็อธิบายเป็นฉากๆ เห็นเลือด เห็นแผล เห็นความเจ็บปวดครบถ้วน <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/41.gif' alt=':41:' class='wp-smiley' /> ผมยิ่งปวดฟัน และบอกให้หมอทำเลยละกันครับ<br />
เสียเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อความเจ็บปวดยังดีกว่าทรมานไปตลอดชีวิต<br />
แต่พอหมอบอกราคาว่า ซี่ละ ๓๐๐๐ ค่ะน้อง<br />
เท่านั้นแหละ.. อาการหายเป็นปลิดทิ้ง</p>
<p>เรื่องนี้ยังไม่จบครับ คงมีต่ออีกหลายภาค<br />
เอาเป็นว่า จบด้วยเพลงที่แต่งเมื่อตอนนั่งรถกลับจากฐานทัพอากาศละกัน *-*<br />
(ทำนองเพลง ใคร ของบอยสเกาต์ เอ๊ย บอยโกสิยพงษ์)</p>
<p><span style="color: #990000;">แมง</span><br />
คนหล่อเหลาคนหนึ่ง<br />
นั้นมีแมงกินฟันข้างใน<br />
ไม่ได้ช่วยทำหมัน<br />
แต่ช่วยกินฟันใกล้ๆ</p>
<p>เศษอาหารวันศุกร์<br />
ใช้แปรงแปรงแรงแรงไม่ไป<br />
มันดันติดหมักหมม<br />
จนเกิดอาจมใช่ไหม .. ฮืมมมมม</p>
<p>*แมง.. กัดและกินอาหารที่รูใหญ่<br />
จนทะลุไปข้างใต้<br />
ฉันคงได้แต่มอง..อยู่ตรงนี้<br />
ใครสักคนได้โปรดมาช่วยอุดฟัน<br />
ใครได้โปรดมานวดเหงือกฉัน<br />
ใครคือคนนั้นช่วยมาบอกฉันที<br />
ฆ่าแมง..ที่กำแหงให้หมดฟันทุกซี่<br />
ก็รู้ว่าถ้าทำมันจะเจ็บ..ยังกะหมี<br />
แต่แมงกินฟันตัวนี้ ฆ่าแม่งทีได้ไหม</p>
<p>&#8212;-ดนตรี&#8212;</p>
<p>เศษอาหารเก่าเก่า<br />
ของเราที่เคยกินเข้าไป<br />
ตกไปอยู่ในหลุม<br />
มึงซุ่มหลบกูใช่ไหม&#8230; ฮืมมมมม</p>
<p>(ซ้ำท่อนฮุกจนหายปวดค่อยเลิกร้อง)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2005/55/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>017 &#124; ปัวะ ฮวัล (ภาค 1)</title>
		<link>http://iannnnn.com/2005/53</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2005/53#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Mar 2005 09:08:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[dental]]></category>
		<category><![CDATA[health]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost:8888/?p=53</guid>
		<description><![CDATA[โอยยย อูยยยยยยยยยยย ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วยังงี้ เมื่อคืนนี้อยู่ดีๆ ก็เกิดปวดฟันกรามขวาซี่ในสุดขึ้นมาอย่างแร็ง ปวดขนาดที่ว่าครั้นจะข่มตาหลับ (เมื่อคืนเฝ้าร้านถึงตีสอง) ก็ยังแสนจะลำบาก คือ&#8230; อูยยยย&#8230;. อูยยยยย กูจะเขียนยังไงให้คนอื่นเข้าใจดีวะ อูย&#8230;. คิมูจิ๊ ความรู้สึกแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต ในสมัยเด็กๆ นั้นผมเป็นเด็กที่เหี้ยอยู่หน่อยในเรื่องการกินข้าวแล้วลืมเคี้ยว แม่จะตีอยู่บ่อยๆ พร้อมต่อว่าผมว่ามึงจะอมไปทำไม ข้าวน่ะ ไอ้นิสัยเสียที่เป็นตอนเด็กๆ นั่น มันทำให้ผมกลายเป็นเด็กที่ฟันหน้าผุสิ้นดี ผุจนทุกครั้งที่ถ่ายรูป ผมจะหุบปากทำหน้าตาแปลกๆ เพราะไม่อยากให้ใครเห็นฟันผุๆ เน่าๆ แต่พอโตขึ้นมา ฟันเวอร์ชั่นทดลองหลุดออกไป และฟันแท้งอกขึ้นมาแทนที่ ผมก็เลิกนิสัยชอบอมข้าว หันมาอม&#8230;&#8230; แทน อมยิ้มครับอมยิ้ม แต่ผลกรรมที่ทำไว้ตั้งแต่เด็กก็ยังติดตรึงเป็นตราบาปมาตลอด จนกระทุ่งวันหนึ่งในช่วงมัธยม ผมรู้สึกปวดฟันมาก พอไปยืนส่องกระจกแหกปากดูตัวเองก็พบสิ่งที่น่าตกใจ (หน้าทุกคนไม่ว่าจะหล่อจะสวยขนาดไหน ลงมายืนแหกปากส่องกระจกก็อุบาทว์พอกัน) &#8220;เฮ้ย.. ฟันกราม (ฟันแท้) กูผุนี่หว่า&#8221; เมื่อเห็นฉะนั้นแล้ว ผมเลยเดินทางไปโรงพยาบาลทันที กะว่าจะขอคำแนะนำจากหมอ (เช่น มันผุนะน้อง ต้องอุด หรือ &#8230;หรือ &#8230;ฯลฯ) แต่ไม่รู้ทำไม ผมบอกหมอให้ถอนแม่งไปเลย [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/4897544806/" title="ปวดฟัน by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4123/4897544806_b310162382_o.gif" width="500" height="350" alt="ปวดฟัน" /></a></p>
<p>โอยยย<br />
อูยยยยยยยยยยย<br />
ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วยังงี้</p>
<p>เมื่อคืนนี้อยู่ดีๆ ก็เกิดปวดฟันกรามขวาซี่ในสุดขึ้นมาอย่างแร็ง<br />
ปวดขนาดที่ว่าครั้นจะข่มตาหลับ (เมื่อคืนเฝ้าร้านถึงตีสอง) ก็ยังแสนจะลำบาก<br />
คือ&#8230; อูยยยย&#8230;. อูยยยยย<br />
กูจะเขียนยังไงให้คนอื่นเข้าใจดีวะ</p>
<p>อูย&#8230;. คิมูจิ๊ <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/05.gif' alt=':05:' class='wp-smiley' /> <span id="more-53"></span><br />
ความรู้สึกแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต<br />
ในสมัยเด็กๆ นั้นผมเป็นเด็กที่เหี้ยอยู่หน่อยในเรื่องการกินข้าวแล้วลืมเคี้ยว<br />
แม่จะตีอยู่บ่อยๆ พร้อมต่อว่าผมว่ามึงจะอมไปทำไม ข้าวน่ะ</p>
<p>ไอ้นิสัยเสียที่เป็นตอนเด็กๆ นั่น มันทำให้ผมกลายเป็นเด็กที่ฟันหน้าผุสิ้นดี<br />
ผุจนทุกครั้งที่ถ่ายรูป ผมจะหุบปากทำหน้าตาแปลกๆ เพราะไม่อยากให้ใครเห็นฟันผุๆ เน่าๆ<br />
แต่พอโตขึ้นมา ฟันเวอร์ชั่นทดลองหลุดออกไป และฟันแท้งอกขึ้นมาแทนที่<br />
ผมก็เลิกนิสัยชอบอมข้าว หันมาอม&#8230;&#8230; แทน</p>
<p>อมยิ้มครับอมยิ้ม <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/07.gif' alt=':07:' class='wp-smiley' /><br />
แต่ผลกรรมที่ทำไว้ตั้งแต่เด็กก็ยังติดตรึงเป็นตราบาปมาตลอด<br />
จนกระทุ่งวันหนึ่งในช่วงมัธยม ผมรู้สึกปวดฟันมาก<br />
พอไปยืนส่องกระจกแหกปากดูตัวเองก็พบสิ่งที่น่าตกใจ<br />
(หน้าทุกคนไม่ว่าจะหล่อจะสวยขนาดไหน ลงมายืนแหกปากส่องกระจกก็อุบาทว์พอกัน)</p>
<p>&#8220;เฮ้ย.. ฟันกราม (ฟันแท้) กูผุนี่หว่า&#8221;  <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/58.png' alt=':58:' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เมื่อเห็นฉะนั้นแล้ว ผมเลยเดินทางไปโรงพยาบาลทันที<br />
กะว่าจะขอคำแนะนำจากหมอ (เช่น มันผุนะน้อง ต้องอุด หรือ &#8230;หรือ &#8230;ฯลฯ)<br />
แต่ไม่รู้ทำไม ผมบอกหมอให้ถอนแม่งไปเลย &#8230;.สามซี่ซ้อน</p>
<p>เด็กธรรมดาที่ไม่รู้ว่าตัวเองเสือก &#8220;แนว&#8221; ขึ้นมาซะงั้นด้วยการประกาศถอนฟัน<br />
มานั่งอยู่หน้าห้องทันตะเพื่อรอเรียกไปขึ้นเขียงพร้อมด้วยใจสำนึกผิดชอบชั่วดี<br />
กูทำถูกไหมวะ ..เฮ้ย กูจะถอนแม่งสามซี่เลยเหรอวะ&#8230;เฮ้ย</p>
<p>&#8220;น้องปรัชญาครับ.. เข้ามาได้แล้ว&#8221;</p>
<p>ผมตื่นจากภวังค์ และเดินเข้าไปตามเสียงเพรียกแห่งยมฑูต ต้อย ต้อย ต้อยยยย</p>
<p>ง่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก<br />
กร่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก<br />
อว่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก</p>
<p>&#8230;<br />
..<br />
.</p>
<p>แฮก..แฮก&#8230;<br />
ตั้งกะวันนั้น ฟันผมเลยหลอไปเลยสามซี่<br />
แบ่งเป็นกรามขวาด้านบนสองซี่<br />
และกรมซ้ายด้านบนหนึ่งซี่<br />
เรียกได้ว่าช่วงนั้นผมแม่งลืมพฤติกรรมการเคี้ยวของมนุษย์ไปเลย</p>
<p>กางคืนก็ได้ยินเสียงของพระเจ้า (ดังแบบเอคโค่ๆ) บอกว่า<br />
&#8220;ไงๆๆ ล่ะๆๆๆ มึงๆๆๆ&#8221; (พระเจ้าพูด &#8220;มึง&#8221; !!)<br />
&#8220;บอกๆๆ แล้วๆๆ ว่าๆๆ อย่าๆๆ อมๆๆ ข้าวๆๆ&#8221;<br />
&#8220;โตๆๆ &#8211;ขี้เกียจเอ็คโค่แล้ว อ่านยาก&#8211; ตขึ้นไปก็สอนลูกสอนหลานด้วยว่าอย่าเสือกอม&#8221;</p>
<p>ครับผม<br />
ครับผม<br />
ครับโผมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม์ม์ม์ม์ม์</p>
<p>ตัดฉากกลับมายุคปัจจุบัน ผมนอนหลับเมื่อคืนด้วยความทุรนทุราย<br />
ตื่นมากยังปวดหน่วงๆ อยู่ เวลาแปรงฟันก็จะเน้นไปตรงจุดที่ปวดด้วยความสะใจ<br />
แต่นอกจากความสะใจที่โดนยาสีฟันเย็นๆ มากระแทกตรงบริเวณร่องแล้ว<br />
การกระทำดังกล่าวก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก นอกจากฟองที่เยอะขึ้นและไหลย้อยออกมานอกปาก</p>
<p>ซี่ฟันที่ปวดของผมนั้นมันเป็นเพราะว่าเวลาฟันงอก มันดันมางอกเอาแบบเอียงๆ<br />
เหมือนกับปลูกหอเอนเมืองปิ๊ซ่าให้วางเบียดๆ กับตึกระฟ้าอื่นๆ<br />
รอยแยกตรงที่มันเอียงนั่นเองเป็นแหล่งซ่องสุมของกองโจรพูโล<br />
มันค่อยๆ สะสมอาวุธที่หน้าตาเหมือนเศษอาหาร คราบขี้ฟัน<br />
และอะโวะจะมะอีกมากมาย ที่อุบาทว์และสร้างภาพลบให้กัผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง<br />
แต่ไม่เป็นไร เพื่อการศึกษา เรายอมขายตัวเอง (เสียสละจริงๆ)</p>
<p>(อูย ตอนพิมพ์นี่ก็ปวดอีกแล้ว ปวดตามจังหวะการเต้นของหัวใจ &#8230; งื้ออออออ)</p>
<p>พอมันสะสมกำลังพลได้มากเข้า<br />
ก็เลยปล่อยไพร่พลทหารราบทุกเหล่าทัพ ระดมตีชุมนุมต่างต๊าง จนพังพินาศ<br />
ผมไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่ามันมาซ่องสุมกันเมื่อไหร่<br />
รู้แต่ว่าเวลากินข้าวมักมีเศษกับ เศษหมู ถั่วป่นมาหลงอยู่แถวเหวนี่<br />
เวลาหิวๆ ก็ซด&#8230;. (ซีดซซซซ).. มาเคี้ยวกลืนต่อ อร่อยและแก้เซ็งดี</p>
<p>ไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลายเป็นม้าโทรจันไปได้</p>
<p>(อูยย..เอาอีกแล้ว ปวดอีกแล้ว)<br />
เย็นนี้จะไปหาหมอฟันซะหน่อย ให้หมออุดไปเลยดีกว่า สบายใจดี<br />
แต่คงไม่ทะลึ่งไปสั่งถอนแล้ว<br />
เดี๋ยวแก่ๆ จะลำบากกว่านี้</p>
<p>อูย&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2005/53/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

