๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ - ตำนานสมเด็จพระเจ้าตองเจ

แม้จะมั่นใจตัวเองว่าเป็นคนที่ดูหนังบ่อยมากๆ หนังธรรมดาที่เราๆ ท่านๆ ดูนี่แหละครับ
คือผมดูหนังแนวๆ ไม่เป็น เพราะมันไม่ได้ทำมาให้ผมดู แล้วก็ตั้งใจที่จะไม่เขียนวิจารณ์หนัง
เพราะบอกตามตรงว่าตัวเองไปอ่านคนอื่นเขาวิจารณ์แล้วเบื่อมาก แม่งเขียน๕อะไรก็ไม่รู้
(เลิกซื้อเนชั่นสุดสัปดาห์มาอ่านก็เพราะหงุดหงิดกับบทวิจารณ์ที่ขัดใจผมนี่แหละ
)
แต่พอกลับมาจากดูหนังไทยเรื่องยักษ์ - ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคสอง
ท่ามกลางกระแสด้านลบหรืออคติต่อหนังท่านมุ้ยที่ผ่านมามามากกว่าคำชม
(ที่เฉลิมไทยนี่บอกตามตรงว่าบางทีเข้าไปอ่านแล้วรำคาญชะมัด เกรียนใส่หน้ากากเยอะจัง)
เฮ้ย โคตรสนุกเลยครับ
เอาใหม่ กลัวจะไม่รู้ว่าเน้น..
เฮ้ย โคตรสนุกเลยครับ
ตอนไปดูภาคแรก ก่อนเดินเข้าโรงยังกลัวๆ อยู่เลย ว่านี่จะเป็นการยัดเยียดประวัติศาสตร์
แบบที่จุกจิกๆ เกินไปอีกหรือเปล่า (เข้าใจว่าท่านศึกษามาเยอะมากๆ แต่นี่ผมจะดูหนังขอรับ!)
เพราะจากที่เคยดูสุริโยไท ทำให้สรุปได้ตั้งแต่ก่อนที่นเรศวรจะเข้าโรงแล้ว
ว่าหนังเรื่องนี้ใครที่ทนดูสุริโยไทไม่ได้ก็ไม่ต้องไปดู แต่ถ้าทนดูได้ เรื่องนี้ก็น่าจะสนุกกว่า
(เราไม่น่าจะเอามาตรฐานวิธีการดูหนังตามสูตรหนังฝรั่งมาใช้กับหนังท่านมุ้ยใช่ไหมครับ)
เมื่อทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเข้าไปดู ดูให้สมกับที่เขาอุตส่าห์ทำมาให้ดู แม้อาจจะห่วย
แต่เชื่อว่าโดยชื่อของหนังที่มีคำว่า “ตำนาน” ก็คือมีการเสริมแต่งเรื่องราวให้มีสีสันน่าดูขึ้น
บวกกับทีมงานค้นคว้าระดับเทพเจ้าของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ไม่น่าจะทำให้ผมผิดหวัง
แล้วนเรศวรภาคหนึ่งรอบที่ผมไปดูมา (ไม่ได้เป็นรอบแรกๆ แน่ๆ) ก็บรรจุคนไว้เต็มโรง!
น่าดีใจครับ เพราะหนังทำออกมาดีกว่าที่คิดไว้หลายวาศอก - นี่เป็นเพราะไม่ได้คาดหวังกับมัน
แล้วก็เสียดายแทนหลายคนที่เวลามีหนัง(ไทย! - ผมไม่ได้รักชาติเว่อร์อะไรหรอกนะ)ดีๆ นี่
แล้วก็ปล่อยให้มันลาโรงไปอย่างเหงาหงอย เห็นอาการเศร้าซึมของคนทำหนังที่เพิ่งเจ๊งคาจอ
แล้วก็ไม่มีผลงานเรื่องหน้าที่ดีๆ ออกมาให้ดูอีก ปล่อยให้มีแต่ผีกระเทยตลกห่วยๆเต็มโรง
อุ๊ย.. พิมพ์คำว่าแล้วก็ ต่อกัน ๓ บรรทัดเลยแฮะ
สรุปว่าหนังไตรภาค (หนังยาวเรื่องเดียวแต่ยาว ๙ ชั่วโมง เลยต้องแบ่งเป็นสามองก์) เรื่องนี้
ภาคแรกที่ฉายไปเมื่อเดือนก่อน ทำออกมาได้ดีครับ ผมซึ่งอ่อนสังคมตอน ม.ต้น ก็เลยได้รู้ว่า
- พระเจ้าบุเรงนอง คือลุงที่เท่มากๆ ลืมภาพพม่าคือตัวโกงจากที่เรียนมาตลอดไปได้เลย
- พระสุพรรณกัลยาเป็นผู้หญิงฉลาด ฉลาดจนไม่น่าเชื่อว่าในทางปฏิบัติจะมีอยู่จริง
- สรพงศ์ ชาตรี คือสุดยอดของสุดยอดนักแสดงจริงๆ แค่มองกล้องก็เหมือนพูดสักย่อหน้าได้มั้ง
- น้องมณีจันทร์น่ารักสุดยอด

- ฉลอง ๓๐๐ ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย (ในนั้นมีของผมกับแฟนด้วย ๒๐๐ บาท)
ส่วนภาคสองนี้ เนื่องจากเพิ่งไปดูมาสดๆ อุ่นๆ ก็เลยไม่ค่อยอยากสรุปเท่าไหร่
เพราะมันดีเกินกว่าที่ตั้งความหวังไว้มากๆ โดยเฉพาะฉากสงครามที่เพลงประกอบสวยงามมากๆ
เรียกว่าเดือนนี้นอกจากไฟนอลสกอร์แล้ว ก็มีเรื่องนี้แหละครับที่รู้สึกว่าดูแล้วเทใจให้จริงๆ!!!
(ส่วนแสบสนิทที่เพิ่งดูวีซีดีไปเมื่อวานซืน ตูจะบ้า .. กะแล้วว่าหนังพยายามตลกมันต้องไม่ตลก)
ป.ล.
วันนี้ไม่ได้วิ่งครับ แล้วก็พรุ่งนี้อาจจะไม่ได้วิ่งอีก
เนื่องด้วยว่าไปช่วยน้องรหัสทำตีสิสส่งในมะเรื่องมะรืนที่จะถึงนี้
ป.อ.
เมื่อเช้าได้ยินเสียงน้าพร (ข้างบ้าน) โหวกเหวกพร้อมกับเสียงเห่าของไอ้กาก้า
โบว์เดินออกไปดูแล้วก็วิ่งกลับมาบอกให้ผมไปช่วยมัน
ปรากฏว่ามันซน กระโดดเข้าไปมุดในเก้าอี้ครับ (นึกภาพไม่ออกใช่ไหม ดูภาพข้างล่างสิ)
ไม่ใช่ว่ากลัวจะไม่แนว แต่มันจะโดดเข้าไปหาของกินที่น้าพรทั้งที่เขาเอาเก้าอี้ขวางไว้

ก็เลยออกมาเป็นดังสภาพที่เห็นนี่แล
ปกติมันจะซนมากและเหม็นมาก แค่เดินเข้าไปใกล้ๆ มันจะกระโดดใส่ทุกที
แต่คราวนี้มันร้องโวยวาย ลงไปดิ้นพราดๆ ให้ผมแกะออกมาแต่โดยง่าย .. เอากะมันสิ
ป.ฮ.
ลองค้นกูเกิ้ลด้วยคำว่า “ทักษิณ” ดูสิครับ
ผมก็เพิ่งเข้าใจว่าทำไมถึงมีคนเข้ามาคอมเมนต์ด่าผมอยู่เรื่อยๆ
ทั้งๆ ที่บล็อกตอนนั้นเขียนทิ้งไว้ได้จะร้อยปีอยู่แล้ว ..
สุดยอดจริงๆ มันไม่ดูวันที่กันเลย 