| อัปเดตผ่าน RSS

258 | เมื่อผมบุก kapook.com! (ภาคแรก)

07.07.2008 | 56 ความเห็น | โพสต์ในหมวด โถขี้

*คำเตือน เรื่องนี้ยาวนะครับ ยาวจนต้องแบ่งเป็น ๒ ตอน ไม่งั้นอ่านรวดเดียวไม่หมดแน่ๆ
เนื่องจากเป็นการจับประเด็นสดที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นปัจจุบัน จึงขอเขียนบรรยายโดยละเอียด
(จะได้เป็นข้ออ้างเวลาดองนานๆ ว่านี่ถือว่าเผื่ออาทิตย์หน้าไปเลยละกัน)

คุณเคยโดน “ขโมยผลงาน” เอาไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาตไหมครับ
ถ้าเคย หรือถ้าจินตนาการว่าคุณโดนอะไรแบบนี้ขึ้นมา คุณมีวิธีรับมือกับปัญหานี้อย่างไรครับ
ก. ร้องไห้ ต่อยตุ๊กตาหมี
ข. โพสต์ด่าในกระทู้เว็บบอร์ด เช่นพันทิป
ค. เขียนบล็อกด่า
ง. ถูกทุกข้อ (คือร้องไห้ ต่อยตุ๊กตาหมีและโพสต์บล็อกด่าไำปพร้อมๆ กัน)

ผม ในฐานะผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานโดย kapook.com
(ที่เขาแนะนำตัวเองว่า เป็นเว็บที่มีผู้เข้าชมเป็นอันดับสองของประเทศ
แต่ถ้านับเป็นกลุ่มผู้ชมระดับวัยรุ่นแล้ว kapook.com ถือว่าเป็นอันดับหนึ่ง)
ถ้าเป็นตอนนั้นที่ผมรู้ตัวว่าตัวเองถูกละเมิด ผมก็คงจะทำแบบเดียวกัน
กับที่คุณ Tick หรือคุณ Weerasak หรือคุณ Kitwora หรือคุณระจัน… ฯลฯ ทำ
แล้วพอทีมงาน kapook มาเจอ ก็จะตอบคอมเมนต์ขออภัย.. และเรื่องก็จบแฮปปี้?

โชคดีเหลือเกินที่ตอนนั้นผมไม่ว่างนัก เลยไม่ได้มาเขียนบล็อกและปิดคดีลงโดยง่าย
ได้แต่เก็บหลักฐานเอาไว้ รอให้ตัวเองมีสมาธิพอที่จะเขียนเรื่องนี้แล้วค่อยเขียน
ทำให้วันหนึ่ง คุณ Tick มาบ่นในบอร์ดฟ๐นต์ แล้วมีคนเอาเรื่องด้วย
เรื่องทั้งหมดจึงพลิกผัน กลายเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเพลของวันนี้!

สำนักงาน kapook.com (ชั่วคราว)

มีตัวละครห้าตัวหลักๆ อยู่ในท้องเรื่อง
ทีมเยือน (จะว่าไปก็รวมตัวกันที่ฟ๐นต์.คอม) ประกอบด้วย
- กำนันแม้น: ไปในนามของผู้สนใจจะลงโฆษณา และคนขับรถ
- ผม: ไปในนามของผู้ถูกละเมิด
- โบว์: ไปในนามของแฟนผู้ถูกละเมิด
ทีมเหย้า จาก kapook.com ประกอบด้วย
- คุณเอกพงษ์ ธนสุริยสกุล: Business Development Manager
- คุณโชค วิศวโยธิน: Assistant Managing Director ของ kapook.com

ลุงกำนันแม้น เป็นเพื่อนอายุสี่สิบกว่าๆ คนหนึ่งที่โลดแล่นอยู่ในบอร์ดหลังฟ๐นต์.คอม
ปูพื้นไว้ก่อนเลยว่าโหงวเฮ้งแกคล้ายๆ พี่โต แฮงก์แมน บวกกัปตันแจ็ก สแปโรว์
คือออกแนวศิลปินๆ หน่อย และนักเลงในแบบที่ไม่มีทางได้เจอคนแบบนี้ในโลกทุนนิยม
พอดีแกจะไปลงโฆษณากับ kapook อีกทาง เลยต้องการข้อมูลเรื่องเรตโฆษณาด้วย
พอได้รู้ข่าว แกก็เลยจุดพลุขึ้นมาว่า “ไปบุกออฟฟิศกระปุกกันไหม”
รู้ตัวอีกที เรา (ผมกับโบว์) ก็ไปยืนอยู่กลางลานจอดรถเมเจอร์ รัชโยธินแล้วครับ
นัดกับกำนันแม้นไว้หลวมๆ ว่าก่อนเพลเรามาเจอกันที่นี่
เพราะจำได้ว่าเคยผ่านมาทางนี้แล้วเห็นป้ายเล็กๆ ที่แปะไว้ตรงปากซอยหลังเมเจอร์
บอกว่ามีบริษัท kapook อยู่ในซอยนี้นะ (ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าวันนึงจะมาุบุก)
พอขับรถเข้าไปในซอยแล้วก็วนหลงกันอยู่ตั้งนาน เลยได้รู้ว่าเขาย้ายออฟฟิศกันแล้ว!

ฮ่วย!!
กำนันแม้นบอกว่าเหมือนเราเป็นหน่วยทิ้งระเบิด แต่บินมาแล้วก็ไม่รู้ว่ารังของข้าศึกอยู่ไหน
ก่อนที่จะฮากันไปกว่านี้ ผมเลยโทรถาม โดยดูเบอร์โทรศัพท์จากปึกเอกสารที่พรินต์มา
(มีที่ไหนกัน จะไปถล่มออฟฟิศเขาแล้ว แต่ดันโทรถามทางข้าศึก)
เลยได้รู้ว่าเขาย้ายสำนักงานจากซอยพหลโยธิน ๓๓ ไปฝั่งตรงข้ามแยกรัชวิภาซะแล้ว

เอ้า ตามๆ เอาไงเอากัน
แผล็บเดียวเราก็เข้าไปถึงสำนักงานกระปุกเรียบร้อย มากันแบบห่ามๆ นี่แหละจ้ะ
พอเปิดประตูเข้าไป ลุงกำนันซึ่งเป็นกองหน้าตัวยิงก็เจรจากับทางโต๊ะประชาสัมพันธ์สาว
ว่าวันนี้เราจะมาคุย ๒ เรื่อง คือเรื่อง “ขอติดต่อลงโฆษณา” และ “เรื่องเว็บ”

สำนักงานกระปุกที่รัชวิภา เป็นสำนักงานชั่วคราวที่รอเตรียมย้ายไปออฟฟิศจริงในไม่ช้า
ตัวออฟฟิศก็คือบ้านธรรมดาหลังนึงที่เผอิญข้างในมีคนอยู่กันเยอะมากๆ
และมีคอมคนละเครื่อง(เป็นอย่างน้อยมั้ง) อารมณ์เหมือนเป็นร้านเน็ตเลยละครับ
บรรยากาศของออฟฟิศนั้นเรียบง่ายมาก คือใส่รองเท้าแตะมาทำงานได้
และดูไม่มีพิธีรีตรองอะไรให้อึดอัด คงเพราะ “หน้าร้าน” จริงๆ คือรูปแบบออนไลน์กระมัง
ดังนั้น การที่อยู่ดีๆ ก็มีคนเดินดุ่มๆ เข้ามาติดต่อธุรกิจในออฟฟิศ จึงเป็นเรื่องพิลึกสุดๆ
(จับสีหน้าของเขาได้ว่า มีแบบนี้ด้วยเหรอวะ ติดต่อลงโฆษณาด้วยการวอล์กอินเข้ามา?)

รอสักพัก คุณเอกพงษ์ก็เดินลงมาต้อนรับและพาเดินขึ้นไปชั้นสอง (ชั้นล่างเลี้ยงหมาด้วย)
พอเปิดแอร์ ปิดหน้าต่าง มีแม่บ้านยกน้ำมาเสิร์ฟ เราก็เริ่มคุยกันแบบที่เราไม่งง แต่เขางง
เพราะกำนันแม้นเป็นคนพูดเปิดประเด็นครับ ส่วนผมเป็นคนจดบันทึก และโบว์นั่งพยักหน้า

สำหรับตอนต่อไปเดี๋ยวจะพยายามจับประเด็นสาระจากการสนทนามาให้อ่านกัน
ว่า(นอกจากเรื่องการลงโฆษณาของกำนันแล้ว) เราเรียกร้องอะไร แล้วกระปุกตอบว่าอะไร
ขอพิมพ์ต่อแป๊บนึงจ้ะ

.

ป.ล. สำหรับทีมงาน kapook.com:
ขอบคุณไว้ก่อนเลยนะครับ สำหรับการเปิดโอกาสให้เราบุกเข้าไปคุยถึงออฟฟิศในวันนี้
และขอบคุณสำหรับคำอนุญาตในการนำเรื่องที่ได้คุยกันในวันนี้มาเผยแพร่ต่อ
เจตนาบริสุทธิ์ในครั้งนี้ ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรนอกเหนือจากข้อความที่ปรากฏ
ที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมด ก็ปรากฏชัดเจนในบอร์ดฟ๐นต์ดังที่เห็นนั่นแล

ป.อ. สำหรับผู้อ่านทุกคน:
เนื้อหาในบล็อกสดครั้งนี้ ผมต้องการจุดประกายอะไรบางอย่างให้มันเกิดขึ้นกับพวกเรา
ที่ผ่านมาเราได้แต่โทษดินฟ้าอากาศ เทพเทวา และรัฐบาล
ว่าทำไมไอ้นี่ไม่เป็นแบบนั้น ไอ้นั่นไม่เป็นแบบนี้ (ไอ้นั่น?)
ถ้าใครดู Wanted ก็ให้นึกถึงฉากจบวินาทีสุดท้ายของหนัง ว่าเขาพูดอะไรกับคนดู
นั่นแหละครับ นั่นแหละครับ (อย่าสปอยล์นะ)

ป.ฮ.
ข้าวราดแกงข้างๆ ออฟฟิศกระปุกอร่อยมากครับ! เอ๊ะหรือเพราะหิวก็ไม่รู้

Tags: , ,
Pages: Prev 1 2 3 4 Next