<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไอ้แอนนนนน.คอม &#187; manga</title>
	<atom:link href="http://iannnnn.com/tag/manga/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://iannnnn.com</link>
	<description>ความจริงมีสองด้าน คือจริงของมึง กับจริงของกู</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 May 2012 04:10:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>การเคลื่อนไหวที่ไม่มีประโยชน์</title>
		<link>http://iannnnn.com/2012/716</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2012/716#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Apr 2012 15:08:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[life]]></category>
		<category><![CDATA[manga]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iannnnn.com/?p=716</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกนี้ตั้งใจจะเขียนสดุดีการ์ตูนเรื่อง Bambino! ของสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ครับ เป็นการ์ตูนที่เห็ฯหน้าปกแล้วก็ไม่ได้คิดจะอ่าน เพราะผมเฉยๆ กับการ์ตูนทำอาหาร แต่ทำไมใครๆ รอบกายก็ต่างยุให้อ่านให้ได้ และมัน &#8220;มีค่าพอจะซื้อเก็บสะสม&#8221; เลยล่ะ ก็เลยไปสอยมาจากงานหนังสือที่ผ่านมา (ขนาดคนขายที่บูทเองยังคิดว่าอยู่ค่ายอื่นเลยคิดดู) ที่จริง Bambino! (ใช้เป็นสแลง หมายถึงเด็กอ่อนหัด หรือกาก อะไรแบบนี้) เขียนมาแล้วสองภาค ภาคสองเพิ่งถึงเล่มสี่ และภาคหนึ่งก็มีคนเอาไปทำซีรี่ส์ออกทีวีเรียบร้อยแล้ว ใครไม่อ่านการ์ตูนก็หามาดูได้ ผมเพิ่งอ่านภาคแรกไปได้แค่หกเล่ม แต่ก็คิดว่าต้องเขียนแล้วล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวลืมประเด็นที่มันแว้บขึ้นมาฉิบ การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนแนวสู้เพื่อฝันครับ แต่ไม่ได้เฉิ่มๆ เหมือนหลายๆ เรื่องนะ คือเรื่องนี้ไร้ปาฏิหาริย์ใดๆ ไม่มีความแฟนตาซี พระเอกไม่มีพลังเหนือธรรมชาติ หรือมีพรสวรรค์แบบที่เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องเฉพาะ ไกลตัว แบบ Bakuman ที่พระเอกทั้งคู่ก็เก่ง หรือ BECK ที่พระเอกก็มีพวงสวรรค์อยู่ไม่น้อย ไอ้ความที่พระเอกมันไม่ได้เก่งกาจชาตินักรบมาจากไหนนี่แหละ เหมือนคนเขียนตั้งใจบอกว่า มึงน่ะก็ทำได้ ขอแค่ ขอแค่อะไรสักอย่าง ต้องไปอ่านเอาเองจากในการ์ตูน เดี๋ยวเล่าแล้วจะไม่หนุกฉิบ ถึงเนื้อหาจะว่าด้วยการเข้าไปทำงานในร้านอาหารอิตาลี ซึ่งโคตรจะไกลตัวเราเลย แต่จะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ย่อยง่ายมาก และอ่านสบายอยู่กึ่งกลางระหว่าง BECK กับ Bakuman [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://iannnnn.com/wordpress/wp-content/uploads/2012/04/bambino.jpg" alt="" title="bambino" width="350" height="500" class="alignnone size-full wp-image-717" /></p>
<p>บล็อกนี้ตั้งใจจะเขียนสดุดีการ์ตูนเรื่อง Bambino! ของสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ครับ<br />
เป็นการ์ตูนที่เห็ฯหน้าปกแล้วก็ไม่ได้คิดจะอ่าน เพราะผมเฉยๆ กับการ์ตูนทำอาหาร<br />
แต่ทำไมใครๆ รอบกายก็ต่างยุให้อ่านให้ได้ และมัน &#8220;มีค่าพอจะซื้อเก็บสะสม&#8221; เลยล่ะ<br />
ก็เลยไปสอยมาจากงานหนังสือที่ผ่านมา (ขนาดคนขายที่บูทเองยังคิดว่าอยู่ค่ายอื่นเลยคิดดู)</p>
<p>ที่จริง Bambino! (ใช้เป็นสแลง หมายถึงเด็กอ่อนหัด หรือกาก อะไรแบบนี้) เขียนมาแล้วสองภาค<br />
ภาคสองเพิ่งถึงเล่มสี่ และภาคหนึ่งก็มีคนเอาไปทำซีรี่ส์ออกทีวีเรียบร้อยแล้ว ใครไม่อ่านการ์ตูนก็หามาดูได้<br />
ผมเพิ่งอ่านภาคแรกไปได้แค่หกเล่ม แต่ก็คิดว่าต้องเขียนแล้วล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวลืมประเด็นที่มันแว้บขึ้นมาฉิบ</p>
<p>การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนแนวสู้เพื่อฝันครับ แต่ไม่ได้เฉิ่มๆ เหมือนหลายๆ เรื่องนะ คือเรื่องนี้ไร้ปาฏิหาริย์ใดๆ<br />
ไม่มีความแฟนตาซี พระเอกไม่มีพลังเหนือธรรมชาติ หรือมีพรสวรรค์แบบที่เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องเฉพาะ ไกลตัว<br />
แบบ Bakuman ที่พระเอกทั้งคู่ก็เก่ง หรือ BECK ที่พระเอกก็มีพวงสวรรค์อยู่ไม่น้อย</p>
<p>ไอ้ความที่พระเอกมันไม่ได้เก่งกาจชาตินักรบมาจากไหนนี่แหละ เหมือนคนเขียนตั้งใจบอกว่า มึงน่ะก็ทำได้<br />
ขอแค่ ขอแค่อะไรสักอย่าง ต้องไปอ่านเอาเองจากในการ์ตูน เดี๋ยวเล่าแล้วจะไม่หนุกฉิบ</p>
<p>ถึงเนื้อหาจะว่าด้วยการเข้าไปทำงานในร้านอาหารอิตาลี ซึ่งโคตรจะไกลตัวเราเลย<br />
แต่จะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ย่อยง่ายมาก และอ่านสบายอยู่กึ่งกลางระหว่าง BECK กับ Bakuman ครับ<br />
ดังนั้นถ้าใครรู้สึกว่าเฮ้ย ชีวิตกูหมดไฟ หรือใครเพิ่งเรียนจบ (พระเอกในเรื่องเริ่มต้นตอนอยู่มหาลัยปี 3)<br />
จงหามาอ่าน แล้วน่าจะจูนทิศทางชีวิตของตัวเองได้เลย</p>
<p>ผมนั้นนับถือการ์ตูนเสมอ ไม่ว่ามันจะไร้สาระหรือปัญญาอ่อนสักแค่ไหน ไม่เคยมองมันเป็นขยะเลย<br />
ตราบใดที่คนเขียนใส่ใจกับเนื้องาน มันดูออกนะ (คือในบ้านเรามันมีแนวๆ ตีหัวเข้าบ้านอยู่ก็ไม่น้อย)</p>
<p>.. อ้อมไปไกลตามเคย ลูกร้องแล้ว เข้าเรื่องได้</p>
<p>ในเล่มแรกๆ นั้นพระเอกต้องรับภาระเป็นผู้ช่วยพ่อครัวในการทำอาหารมือใหม่สุดๆ เลย<br />
แล้วอีพ่อครัวนี่แม่งทำงานเร็วมาก เซียนมาก เก๋ามาก แต่เหยียดหยามพระเอกฉิบหายเลย เพราะมันกากไง<br />
ถึงจะเจ็บใจ แต่ไอ้พระเอกมันก็อยากเก่งแบบนั้น อยากไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นมั่งไง แต่ทำไงก็ไวไม่เท่าสักที<br />
จนแม่ครัวสาวในร้านก็หันมาเตือนว่า &#8220;หร่อนน่ะเคลื่อนไหวแบบไร้ประโยชน์มากเกินไป&#8221;</p>
<p>ฉึก!</p>
<p>พระเอกหันไปดูอีพ่อครัวคนนั้น หันมาทีจับกระทะ หันไปหยอดเห็ดงี้ มันขยับตัวทุกอย่างแบบมีคุณค่าหมดเลย<br />
เลยเกิดปัญญาขึ้นมา และพยายามพัฒนาตัวเองตาม</p>
<p>&#8230;</p>
<p>แต่ประเด็นคือ ผมดันไปชอบประโยคที่บอกว่าเป็ฯการขยับตัวที่ไม่มีประโยชน์นั่นจังเลยครับ<br />
เห็นตัวเองเลยว่าก่อนหน้านี้หลายๆ ปี เราขยับตัวแบบไร้ประโยชน์มานานมากๆ<br />
เอาเวลาไปทำนั่นนี่ที่ เออ ทำไปทำไมวะ ทำแล้วได้อะไรวะ มัน &#8220;ได้อะไรกลับมาบ้าง&#8221; วะ</p>
<p>ที่จริงก็ไม่ได้แปลกอะไรเพราะวัยรุ่นที่ไหนก็ทำกัน เวลาว่างเหลือมากมาย ตังค์ถึงมีน้อยหน่อยแต่ก็ไม่ได้รีบ<br />
เพราะพ่อแม่ก็มีให้เกาะแดก คือชีวิตไม่ได้ต้องต่อสู้อะไรนักไง ยังไมได้ข้ามมาสู่โลกของผู้ใหญ่เต็มๆ ตัว<br />
แล้วก็นึกย้อนไปถึงเรื่องบันไดสามขั้น (อีกแล้ว) .. เรียนจบ / แต่งงาน / มีลูก นี่ผมมาถึงขั้นที่สามแล้ว<br />
ทำให้พบคำตอบที่เมื่อก่อนสงสัยมานาน หลายๆ เรื่อง ที่วัยรุ่นไม่เคยเข้าใจ พอมาถึงตรงนี้แล้วมันเก็ตเองนะ</p>
<p>สิ่งเหล่านั้นผมเรียกเหมาๆ รวมๆ (อาจจะไม่ครอบคลุมแต่นึกได้ตอนนี้) ว่ามันคือผลประโยชน์<br />
มันคือโลกของความเห็นแก่ตัว การทำอะไรแล้วจะต้องไม่สูญเปล่า หรืออย่างน้อยก็ต้องหวังอะไรกลับมา<br />
ขนาดเป็นงานฟรี งานขำๆ สนุกๆ แต่ในหัวมันก็จะคิดแล้วว่าเสร็จงานนี้จะมีอะไร &#8220;คืนมา&#8221; สู่เราบ้าง<br />
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก่อนหน้านี้เราไม่เคยมี ไม่เคยเป็นมาก่อน</p>
<p>อย่างเช่นถ้าจะทำฟอนต์เล่นๆ ขึ้นมาอีกหลายๆ ตัว คือเราอยากมากเลยนะ เป็นความอยากที่อัดอั้นมากๆ<br />
แต่ข้ออ้างก็มีมากมาย เช่นถ้ามีอะไรที่ทำแล้วได้ตังค์ (หรือได้หน้าตา) กว่า เราก็พร้อมจะทิ้งสิ่งที่รักนี้ไป<br />
โดนกระบี่กลืนกินจิตวิญญาณไปเรื่อยๆ..</p>
<p>แต่ก็รู้ตัวนะ และไม่ได้ขึงขังว่าจะต้องฝืนต่อต้านหรือโอนอ่อน<br />
ตราบใดที่เราก็ยังเป็นเราอยู่อย่างนี้ มันจะมีเส้นบางๆ ที่เราตั้งใจไว้ว่าเราจะไม่เป็นคนที่เหี้ยไง<br />
เพราะเราเคยเจอผู้ใหญ่ที่เหี้ยมากๆ มา แล้วเราคันมาก คันตีนมากๆ และตั้งใจว่ากูจะไม่เป็นอย่างมึงเด็ดขาด</p>
<p>แต่ทั้งนี้เราก็ยังนึกประคับประคองการเคลื่อนไหวของตัวเอง<br />
ให้ไม่มีประโยชน์เสียบ้าง &#8212;- จะพูดให้ชัดว่านั้นก็คือ จะเคลื่อนไหวแบบไม่มีผลประโยชน์เสียบ้าง</p>
<p>เขียนปักหมุดไว้เพื่อคุยกับตัวเอง ผมให้เวลากับตัวเองไว้ระยะหนึ่ง ตอนนี้ความอึดอัดนั้นยังแค่ปริ่มๆ<br />
ตั้งใจว่าถ้ามันเกินเส้นขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมจะกลับมาเคลื่อนไหวแบบไร้ผลประโยชน์ ..แต่โคตรมีความสุขอีกครั้ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2012/716/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชายผู้วิ่งตามหาความฝัน ด้วยลำแข้งของตนเอง</title>
		<link>http://iannnnn.com/2011/423</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2011/423#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Sep 2011 17:39:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การ์ตีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอนดู]]></category>
		<category><![CDATA[manga]]></category>
		<category><![CDATA[ลาดปลาเค้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://iannnnn.com/?p=423</guid>
		<description><![CDATA[ทีแรกจะเขียนอธิบายเกริ่นอะไรยาวๆ ซะหน่อย แต่ดึกแล้ว ต้องนอน เลยสแกนแปะมันทั้งแบบนี้แหละ (ขนาดจะ resize ภาพให้มันพอดีๆ กันยังขี้เกียจ) มนุษย์เงินเดือนนี่นะ ไม่ชิวเลย จบ. ป.ล. ตั้งชื่อหมวดเป็น &#8220;การ์ตีน&#8221; ครับ.. คือวาดได้แต่แบบส้นตีนๆ ยังงี้แหละ เดี๋ยวไว้ว่างๆ จะเพิ่มเมนูข้างล่างหน่อย จะได้ขุดของเก่ามาอ่านง่ายๆ นี่ขนาดตัวเองยังหาเองไม่เจอเลย น้อยเกิ๊น<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทีแรกจะเขียนอธิบายเกริ่นอะไรยาวๆ ซะหน่อย<br />
แต่ดึกแล้ว ต้องนอน เลยสแกนแปะมันทั้งแบบนี้แหละ<br />
(ขนาดจะ resize ภาพให้มันพอดีๆ กันยังขี้เกียจ)</p>
<p>มนุษย์เงินเดือนนี่นะ ไม่ชิวเลย</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/6127884224/" title="ScanImage003 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm7.static.flickr.com/6082/6127884224_5e85d20f80_o.jpg" width="480" height="657" alt="ScanImage003"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/6127336275/" title="ScanImage004 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm7.static.flickr.com/6185/6127336275_26e4486a3d_o.jpg" width="477" height="710" alt="ScanImage004"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/6127884472/" title="ScanImage005 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm7.static.flickr.com/6192/6127884472_b9bbd9d032_o.jpg" width="482" height="718" alt="ScanImage005"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/6127884612/" title="ScanImage006 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm7.static.flickr.com/6079/6127884612_015f9bcfee_o.jpg" width="483" height="721" alt="ScanImage006"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/6127336769/" title="ScanImage007 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm7.static.flickr.com/6076/6127336769_7844712f13_o.jpg" width="477" height="710" alt="ScanImage007"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/6127885100/" title="ScanImage008 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm7.static.flickr.com/6079/6127885100_710e0dcff2_o.jpg" width="497" height="732" alt="ScanImage008"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/6127885300/" title="ScanImage009 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm7.static.flickr.com/6201/6127885300_470618f4d0_o.jpg" width="497" height="705" alt="ScanImage009"></a></p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/6127885506/" title="ScanImage010 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm7.static.flickr.com/6084/6127885506_69f883462f_o.jpg" width="497" height="705" alt="ScanImage010"></a></p>
<p>จบ.</p>
<p>ป.ล.<br />
ตั้งชื่อหมวดเป็น &#8220;การ์ตีน&#8221; ครับ.. คือวาดได้แต่แบบส้นตีนๆ ยังงี้แหละ<br />
เดี๋ยวไว้ว่างๆ จะเพิ่มเมนูข้างล่างหน่อย จะได้ขุดของเก่ามาอ่านง่ายๆ<br />
นี่ขนาดตัวเองยังหาเองไม่เจอเลย น้อยเกิ๊น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2011/423/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>070 &#124; เยี่ยวข้ามโลก</title>
		<link>http://iannnnn.com/2005/195</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2005/195#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2005 10:14:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[art]]></category>
		<category><![CDATA[manga]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost:8888/?p=195</guid>
		<description><![CDATA[(ภาพประกอบ : ทาบจากวิกิพีเดีย) . ผมลุกจากโต๊ะคอมที่ร้านไปเข้าห้องน้ำ ขณะยืนเยี่ยวอยู่นั่นเอง อยู่ดีๆ ก็แวบประโยคนี้ขึ้นมาในหัว &#8220;จินตนาการสำคัญกว่าความรู้&#8221; มันเป็นคำพูดของตาลุงแก่ๆ คนนึงที่ชื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แม้ว่าปัจจุบันนี้ประโยคดังกล่าวจะโดนยืมมาพูดเพื่อเสริมความเท่ให้กับผู้กล่าวก็เหอะ แต่ขณะที่บังคับวิถีกระสุนอยู่นั้น ผมก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา&#8230; มันคือเรื่องความแตกต่างระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออกครับ เมื่อตอนที่ผมนึกภาพช็อตที่ตาลุงหัวฟูแกพูดยังงั้นขึ้นมา ก็นึกถึงนิตยสารสารคดีฉบับสดุดี ๑๐๐ ปีไอน์สไตน์ที่ซื้อมาเตรียมอ่านตรงที่นอน (เป็นโรคชอบซื้อหนังสือมาดองไว้ครับ กว่าจะได้อ่านก็ตอนมันเริ่มเปรี้ยวแล้วล่ะ) อืม.. หน้าตาแกก็ฝรั๊งฝรั่ง (ฝรั่งแบบยิวๆ) ..แต่ไหงพูดอะไรไท้ยไทยวะ ผมลองแทนความหมายของคำว่าจินตนาการ เข้ากับ &#8220;โลกตะวันออก&#8221; และคำว่าความรู้เข้ากับ &#8220;โลกตะวันตก&#8221; ..มันมีความสัมพันธ์กันอย่างน่าประหลาดนะ ในขณะที่โลกฝั่งนึงมองทุกอย่างด้วย &#8220;ฟิสิกส์&#8221; (แปลตามพจนานุกรรมว่า กายภาพ) นั่นคือ มองอะไรต่ออะไรด้วยสายตาแบบจริงจัง จริงๆ จังๆ และจริงๆ จังๆ -_-&#8217; นั่นเพราะทางเขาเป็นผู้เริ่มคิดระบบการศึกษา &#8220;แบบมาตรฐานสากล&#8221; อย่างที่เราไปลอกโมเดลเขามาทั้งดุ้น (และไม่รู้จะปฏิรูปกันยังไงดีมากี่สิบปีแล้ว) แต่ในวินาทีเดียวกัน เราได้เห็นโลกอีกฟากนึงมองอะไรเป็นความฝันไปซะหมด ไอ้ที่ว่าใันนี่ไม่ใช่เพ้อฝันนะครับ แต่หมายถึงการแตกยอดของคำว่า &#8220;จินตนาการ&#8221; ดังนั้น วัฒนธรรมที่สืบต่อกันมากี่พันปีก็ไม่รู้.. มันเลยสร้างสันดานของคนให้ต่างไป [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5206476068/" title="Einstein by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm6.static.flickr.com/5008/5206476068_756e228267_o.png" width="450" height="450" alt="Einstein" /></a><br />
(ภาพประกอบ : ทาบจาก<a target="_blank" href="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/62/Albert_Einstein.jpg">วิกิพีเดีย</a>)</p>
<p>.</p>
<p>ผมลุกจากโต๊ะคอมที่ร้านไปเข้าห้องน้ำ<br />
ขณะยืนเยี่ยวอยู่นั่นเอง อยู่ดีๆ ก็แวบประโยคนี้ขึ้นมาในหัว</p>
<p><strong>&#8220;จินตนาการสำคัญกว่าความรู้&#8221;</strong></p>
<p>มันเป็นคำพูดของตาลุงแก่ๆ คนนึงที่ชื่อ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95_%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C">อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์</a><br />
แม้ว่าปัจจุบันนี้ประโยคดังกล่าวจะโดนยืมมาพูดเพื่อเสริมความเท่ให้กับผู้กล่าวก็เหอะ<br />
แต่ขณะที่บังคับวิถีกระสุนอยู่นั้น ผมก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา&#8230; <span id="more-195"></span></p>
<p>มันคือเรื่องความแตกต่างระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออกครับ</p>
<p>เมื่อตอนที่ผมนึกภาพช็อตที่ตาลุงหัวฟูแกพูดยังงั้นขึ้นมา<br />
ก็นึกถึงนิตยสารสารคดีฉบับสดุดี ๑๐๐ ปีไอน์สไตน์ที่ซื้อมาเตรียมอ่านตรงที่นอน<br />
(เป็นโรคชอบซื้อหนังสือมาดองไว้ครับ กว่าจะได้อ่านก็ตอนมันเริ่มเปรี้ยวแล้วล่ะ)<br />
อืม..</p>
<p>หน้าตาแกก็ฝรั๊งฝรั่ง (ฝรั่งแบบยิวๆ) ..แต่ไหงพูดอะไรไท้ยไทยวะ<br />
ผมลองแทนความหมายของคำว่าจินตนาการ เข้ากับ &#8220;โลกตะวันออก&#8221;<br />
และคำว่าความรู้เข้ากับ &#8220;โลกตะวันตก&#8221;<br />
..มันมีความสัมพันธ์กันอย่างน่าประหลาดนะ</p>
<p>ในขณะที่โลกฝั่งนึงมองทุกอย่างด้วย &#8220;ฟิสิกส์&#8221; (แปลตามพจนานุกรรมว่า กายภาพ)<br />
นั่นคือ มองอะไรต่ออะไรด้วยสายตาแบบจริงจัง จริงๆ จังๆ และจริงๆ จังๆ -_-&#8217;<br />
นั่นเพราะทางเขาเป็นผู้เริ่มคิดระบบการศึกษา &#8220;แบบมาตรฐานสากล&#8221;<br />
อย่างที่เราไปลอกโมเดลเขามาทั้งดุ้น (และไม่รู้จะปฏิรูปกันยังไงดีมากี่สิบปีแล้ว)<br />
แต่ในวินาทีเดียวกัน เราได้เห็นโลกอีกฟากนึงมองอะไรเป็นความฝันไปซะหมด<br />
ไอ้ที่ว่าใันนี่ไม่ใช่เพ้อฝันนะครับ แต่หมายถึงการแตกยอดของคำว่า &#8220;จินตนาการ&#8221;<br />
ดังนั้น วัฒนธรรมที่สืบต่อกันมากี่พันปีก็ไม่รู้.. มันเลยสร้างสันดานของคนให้ต่างไป</p>
<p>ในขณะที่ชาวตะวันตกเป็นผู้ครองโลกตั้งแต่ก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมนู่นแหละ<br />
ดังนั้นลูกเล็กเด็กแดงที่นั่นจึงโตมาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี<br />
พอเป็นผู้ใหญ่ที่จะสอนลูกสอนหลานให้สืบพงศ์พันธุ์ของตัวเอง เขาก็ฉลาดเหลือเกิ๊น<br />
แต่ดันกลับเหี่ยวแห้งเหลือเกินในเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องหัวใจ ..ที่ไม่ใช่เรื่องสมอง<br />
ดังนั้นพอวันนึง โลกประกาศตัวเองว่า ต่อไปนี้กูไร้พรมแดนแล้วนะ<br />
เราจึงได้เห็นปรากฏการณ์ความตื่นเต้นในสิ่งเหล่านี้</p>
<p>๑.<br />
ฝรั่งงงแดกกับหนัง The Matrix ..  (คนบินได้ ไม่จริง!!!!!!!!!!!!!)<br />
แต่พวกเรา (ที่ดูรู้เรื่อง) กลับหน่ายๆ &#8230;เพราะมุกมันซ้ำกับดราก้อนบอล<br />
ที่มีการปล่อยพลังเป็นก้อนๆ กันมาตั้งแต่ปีโชวะที่ ๔ แล้ว (ผมมั่ว ..อย่ามางึด)<br />
เอ้อ..อีกเรื่องคือ Harry Potter ที่ขายดิบขายดีเป็นปรากฏการณ์<br />
แล้วก็ The Lord Of The Rings ที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอดโคตรเหง้าวรรณกรรมโลก<br />
(โอ้ว.. คิดได้ไง โลกเสมือน .. ภูติ .. ชนเผ่าอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในโลกเวทมนตร์!!)<br />
แต่คนแถวบ้านเรานี่เฉยมากครับ .. ใครวะยกให้อีหลอดนั่นเป็นที่หนึ่งในร้อยปี<br />
เพราะจินตนาการแนวเกมภาษา (RPG)  นี่  .. มันก็มีให้เกลื่อนคลองถมเลยนะ</p>
<p>๒.<br />
เกม &#8220;ฝั่งตะวันตก&#8221; มีแต่เกมส์แนวกีฬาที่ขายได้ (เอ้อ..เกมเลือดสาดอีกอย่าง)<br />
นอกนั้นแป้กสนิท ตีตลาดโลกไม่ไหวเลย (จะทำให้ XBOX ยังไงก็เจ๊งทะรูดคราด)<br />
แต่เกมจาก &#8220;ฝั่งตะวันออก&#8221; มีอัดแน่นด้วยไอเดียนานัปการ<br />
ดันตีวงการเกมของโลกอีกฟากซะเสียเอกราชเลยในทุกครั้งที่มีการเปิดตัวเกมใหม่ๆ<br />
เอาง่ายๆ .. แค่มาริโอ้ ๑ ที่ฝรั่งมาเห็นก็ขี้ราดแล้วครับ<br />
ฟัคกิ้งคนเหี้ยอะไรวะ แม่งฟัคกิ้งโดดโหม่งอากาศแล้วเห็ดแม่งฟักกิ้งผุดขึ้นมาได้<br />
แล้วแดกเห็ดเนี่ยนะที่กินแล้วตัวโตขึ้นสองเท่า ..พลังงานฟัคกิ้งมาจากไหนวะ</p>
<p>๓.<br />
ฝรั่งมักตื่นเต้นกับ &#8220;ปรัชญาตะวันออก&#8221;, &#8220;ภูมิปัญญาตะวันออก&#8221;, ฯลฯ<br />
แล้วเอาไปประยุกต์ใช้กันเต็มบ้านเต็มเมือง (นั่นไง ..เพราะเขามีอารยะ!!)<br />
แต่คนแถวๆ นี้อยู่กินกะมันมาตั้งแต่เกิดเลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นวี้ดว้ายอะไรเลย<br />
(เราเลยโดนขโมยข้าว สมุนไพร รถตุ๊กๆ ไปจดสิทธิบัตรไง .. เพรามันฉลาดกว่า)</p>
<p>๔.<br />
ผีฝรั่งน่ากลัวตรง &#8220;มันจะฆ่ากู&#8221; (ดูในหนังสิ มันมาหักคอกันเป็นตัวๆ เลย)<br />
(ทำไมพอตายแล้วกลายเป็นผี เราต้องไปเที่ยวฆ่าชาวบ้านเขาด้วยวะ สงสัยเก็บกด)<br />
แต่ผีเอเชียจะเป็นแนวๆ น่ากลัวที่บรรยากาศมากกว่า (แค่ผีก็บอกถึงจินตนาการแล้ว)</p>
<p>๕.<br />
ศิลปะการต่อสู้ / ศิลปะการป้องกันตัว เหล่านี้เป็นคำของฝั่งเอเชียนะ<br />
แต่พอโยกไปฝ่งนู้น มันคือกีฬา คือการแสดง (ถามจริงๆ .. มีใครศรัทธามวยปล้ำมั่ง)</p>
<p>๖.<br />
อาหาร &#8220;ตะวันตก&#8221; เน้นกันที่กายภาพ ความงามในการจัดแต่ง คุณค่าทางโภชนาการ<br />
อาหาร &#8220;ตะวันออก&#8221; ดันเป็นการกินเพื่อจิตใจ กินเพื่อขับไอ้นู่นไล่ไอ้นี่ออกจากกาย</p>
<p>๗.<br />
หนังโป๊ฝรั่งเห็นกันจะจะ โยกเป็นโยก ดุ้นเป็นดุ้น นมเป็นนม<br />
แต่หนัง AV ของญี่ปุ่นมีการเสริมต่อจินตนาการให้คนดูเอาไปคิดเพิ่มเอาเอง .. เหอๆ</p>
<p>๘.<br />
เรื่องสุขภาพก็ดี<br />
ที่อเมริกา บริษัทยานี่เป็นธุรกิจที่สุดยอดโคตรพ่อพระเจ้ารวยเลยนะ<br />
เพราะทุกเม็ดทุกหน่วยเขาเอาไปจดเป็น &#8220;ค่าความรู้&#8221; หมด<br />
ส่วนทางซีกโลกนี้ มีทั้งจับเส้น กดจุด นวด ฝังเข็ม สมุนไพร ฯลฯ &#8230;<br />
ที่บำบัดโรคของใจไปด้วย </p>
<p>๙.<br />
ฮีโร่ของฝรั่งทุกตัวดูจริงจังและน่าเบื่อ (ทุกคนสามารถมีอยู่ได้จริง และมีที่มาที่ไปน่ารำคาญ)<br />
ทีนี้ลองมาดูฮีโร่ของญี่ปุ่น ของเกาหลี ของอินเดีย หรือของไทยแต่ละตัวสิครับ<br />
ขอบอกเลยว่า ไอ้สัตว์เอ๊ย.. แม่งมั่วได้โคตรพิสดารเลยว่ะ.. ฝรั่งไม่มีทางคิดได้ยังงี้เด็ดขาด<br />
(พระอภัยมีเมียเป็นเงือก &#8230;แล้วจะไป XXXXX อีท่าไหนวะ .. นางเงือกก่อหวอดหรือเปล่า)</p>
<p>๑๐.<br />
ผมไม่ชอบ Power Puff Girls หรือการ์ตูน (ที่เป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก) ของฝรั่งเลยว่ะ<br />
เพราะเหตุผลเดิมคือ มันแก่แดด และขาดสีสันการเว้นช่องว่างให้จินตนาการเหมือนของญี่ปุ่น<br />
(ถามจริงๆ ผู้อ่านท่านไหนมั่งไม่เคยคิดแระมาณว่า .. ถ้ากูมีกระเป๋าโดเรม่อนนะ กูจะ&#8212;-)</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>.</p>
<p>ดังนั้นจึงน่านับถือไอน์สไตน์ที่ลุงแกก้าวข้ามพ้นกำแพงของความรู้มาแล้ว<br />
และเดินเยื้อย่างไปในดินแดนแห่งจินตนาการ<br />
เราจึงได้เห็นทฤษฎีสัมพัทธภาพ (เขียนคำนี้กันให้ถูกนะ ไม่ใช่สัมพันธภาพ)<br />
ที่เป็นเรื่องขี้โม้มั่วนิ่มแห่งจักรวาลทั้งเทือกเลย .. แต่คนก็ยอมรับกันทั้งโลก<br />
และปู่แกก็ตายในฐานะนักปรัชญา.. ที่มองโลกข้ามพ้นกรอบของฟิสิกส์ไปแล้วไง</p>
<p><b>เด็กแนวจริงๆ เลยลุง</b></p>
<p>ป.ล.<br />
ด้วยอายุและประสบการณ์ชีวิตของผมตอนนี้มันยังมองโลกสองฝั่งได้เท่านี้แหละครับ<br />
ถ้าโตขึ้น (ไม่สิ.. ถ้าแก่ตัวลง) กว่นี้ ผมคงได้เห็นอะไรมาเป็นเหตุเป็นผลกว่านี้ก็ได้</p>
<p>ป.อ.<br />
แต่ไหนแต่ไรมาเรานั้นคงชินกับการอยู่ด้วยความเคยชินกับคำสองคำนี้<br />
นั่นคือ &#8220;โลกตะวันตก&#8221; หมายถึงดินแดนที่อยู่ทางทิศตะวันตกของยุโรป<br />
ส่วน &#8220;โลกตะวันออก&#8221; ก็อยู่ฝั่งตรงกันข้าม (อ้าว แล้วไงของมึงวะเนี่ย)</p>
<p>คนที่คิดไอ้สองคำนี่ขึ้นมา แน่นอนว่ามันก็ต้องถือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางใช่ไหม<br />
เหมือนกับที่มันทำกับจักรวาลด้วยแนวคิดที่ว่า โลกนี่แหละเป็นศูนย์กลางจักรวาล<br />
ดังนั้น เมื่อหักลบทิศตะวันตกตะวันออกกลาง ตะวันออกไกล ห่าเหวอะไรนั่นออกไป<br />
จุดศูนย์กลางของจักรวาลก็คือประเทศที่มีไอ้ตาคนที่บัญญัติคำคำนี้ขึ้นมาครับ!!!!</p>
<p>ป.ฮ.<br />
บล็อกวันนี้ผมดองไว้หลายวันแล้วเหมือนกัน ..<br />
เยี่ยวเสร็จนานแล้วเพิ่งได้โพสต์ <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/30.gif' alt=':30:' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2005/195/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>043 &#124; จู๋เรนเจอร์ส</title>
		<link>http://iannnnn.com/2005/124</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2005/124#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Apr 2005 14:57:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[การ์ตีน]]></category>
		<category><![CDATA[แอนดู]]></category>
		<category><![CDATA[f0nt]]></category>
		<category><![CDATA[fun]]></category>
		<category><![CDATA[manga]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost:8888/?p=124</guid>
		<description><![CDATA[เป็นการ์ตูนวาดสดในบ๐ร์ด &#8220;แตกฟ๐ง&#8221; ของฟ๐รั่ม ในเว็บ ฟ๐นต์.คอม เนื้อหาก็เลยอาจจะเป็นมุกภายในอยู่บ้าง ใครอ่านไม่รู้เรื่องก็ช่าง ดีสม พอวาดจบ อ่านคอมเมนต์ เห็นน้องมันบอกว่า พี่แอนเอาไปแปะในเว็บสิ เลยเอามาแปะซะงั้น ใจง่ายชิบเป๋ง ป.ล. เนื่องจากมันวาดสดและต้องวาดแข่งกะไอ้พวกน้องๆ ที่ชิงปั่นตัดหน้า เลยมีการพิมพ์ผิดพิมพ์มั่วกันบ้าง (บรรทัดสุดท้ายของช่องสุดท้ายไง) โปรดอย่าสนใจ<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นการ์ตูนวาดสดในบ๐ร์ด &#8220;<a target="_blank" href="http://f0nt.com/forum/index.php/topic,927.0.html">แตกฟ๐ง</a>&#8221; ของฟ๐รั่ม ในเว็บ <a target="_blank" href="http://www.f0nt.com">ฟ๐นต์.คอม</a><br />
เนื้อหาก็เลยอาจจะเป็นมุกภายในอยู่บ้าง<br />
ใครอ่านไม่รู้เรื่องก็ช่าง ดีสม  <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/02.gif' alt=':02:' class='wp-smiley' /><br />
พอวาดจบ อ่านคอมเมนต์ เห็นน้องมันบอกว่า พี่แอนเอาไปแปะในเว็บสิ<br />
เลยเอามาแปะซะงั้น ใจง่ายชิบเป๋ง<br />
<span id="more-124"></span><br />
<a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5061790689/" title="ju01 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4085/5061790689_32e75f349a_o.png" width="400" height="400" alt="ju01" /></a><br />
<a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5062401042/" title="ju02 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4086/5062401042_c5b9fa34ba_o.png" width="400" height="400" alt="ju02" /></a><br />
<a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5061790821/" title="ju03 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4133/5061790821_7800091930_o.png" width="400" height="400" alt="ju03" /></a><br />
<a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5062401138/" title="ju04 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4133/5062401138_4fd1281068_o.png" width="400" height="400" alt="ju04" /></a><br />
<a href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5061790959/" title="ju05 by @iannnnn, on Flickr"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4087/5061790959_2c90b623f6_o.png" width="400" height="400" alt="ju05" /></a></p>
<p>ป.ล.<br />
เนื่องจากมันวาดสดและต้องวาดแข่งกะไอ้พวกน้องๆ ที่ชิงปั่นตัดหน้า<br />
เลยมีการพิมพ์ผิดพิมพ์มั่วกันบ้าง (บรรทัดสุดท้ายของช่องสุดท้ายไง)<br />
โปรดอย่าสนใจ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2005/124/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>037 &#124; การ์ตูนแล้วทำไม</title>
		<link>http://iannnnn.com/2005/113</link>
		<comments>http://iannnnn.com/2005/113#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Mar 2005 02:20:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>iannnnn</dc:creator>
				<category><![CDATA[เยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[manga]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost:8888/?p=113</guid>
		<description><![CDATA[อาจารย์คนนึงที่มหาลัยผม เป็นอดีตรองอธิการบดี (นึกภาพแกเหมือนเจ๊เบียบ จะได้ไม่ต้องบรรยายให้นึกมากมาย) ตอนนั้นเรานั่งรถตู้ไปประชุมต่างสถาบันด้วยกัน ผมพกการ์ตูนไปด้วยเล่มนึง นั่งอ่านอยู่ตรงที่นั่งด้านหลังแก ก็นั่งอ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแกหันมาเจอเท่านั้นแหละ โดนตวาดเลยครับ บอกว่าโตแล้วยังอ่านอีกเหรอ การ์ตูนน่ะ ทำไมคนรุ่นนี้ถึงไม่สนใจอะไรที่มันเป็นสาระเลย เด็กเดี๋ยวนี้ไม่อ่านสกุลไทย พลอยแกมเพชรกันแล้วรึไง ว่าแล้วแกก็หันไปบ่นเรื่องการ์ตูนอีกยาว กับอาจารย์ผู้ใหญ่อีกท่านที่นั่งข้างๆ กัน ผมหยุดอ่าน ยิ้ม มองแก (จากทางด้านหลัง) สักพัก แล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านต่อไป พอจบเล่มปั๊บก็หันไปดูแกด้วยความเอ็นดูอีกที .. ในใจก็คิดว่า มันน่าสนใจดีนะ ที่คนคนนึงจะสร้างกำแพงระหว่าง &#8220;ยุคสมัย&#8221; ของตัวเองกั้นกลางกับอีกคนนึง เหมือนกับทิ้งช่วงห่างระหว่างวัยขึ้นในรถตู้คันเล็กๆ ที่มีแค่พนักพิงเบาะกั้น (เรื่องช่องว่างระหว่างวัยนี่ เขียนอีกสามวันสามคืนก็ไม่จบ งั้นพอก่อน) ประเทศญี่ปุ่น ต้นกำเนิดของหนังสือการ์ตูนที่ครองตลาดบ้านเรา (มากซะจนผู้ใหญ่ยุคเผด็จการทหารคิดว่า มันคือการกลืนวัฒนธรรม ..โอววว) ถือเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่า ประชากรมีนิสัยรักการอ่านมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง เขามีวิธีสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กอย่างง่ายๆ ก็คือการอ่านการ์ตูน คนเขียนการ์ตูนของเขาถูกเรียกโดยมีคำนำหน้าชื่อว่า อาจารย์ เพราะวัฒนธรรมการเขียนการ์ตูนของเขานั้นถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่คนที่จะทำได้ดีมีคุณภาพ จะต้องผ่านการฝึกปรือ ผ่านด่านมนุษย์ทองคำตั้งนาน กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นที่ยอมรับในวงการ และผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้อ่าน เด็กๆ ของเขาก็ใฝฝันว่า [...]<p class="extra"><a href="http://jarederickson.com/freebies/" title="Jared Erickson" >A minimal wordpress theme by Jared Erickson</a></p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="wc_comics by @iannnnn, on Flickr" href="http://www.flickr.com/photos/iannnnn/5061715943/"><img src="http://farm5.static.flickr.com/4133/5061715943_861ed85550_o.gif" alt="wc_comics" width="450" height="500" /></a></p>
<p>อาจารย์คนนึงที่มหาลัยผม เป็นอดีตรองอธิการบดี<br />
(นึกภาพแกเหมือนเจ๊เบียบ จะได้ไม่ต้องบรรยายให้นึกมากมาย)<br />
ตอนนั้นเรานั่งรถตู้ไปประชุมต่างสถาบันด้วยกัน<br />
ผมพกการ์ตูนไปด้วยเล่มนึง นั่งอ่านอยู่ตรงที่นั่งด้านหลังแก<br />
ก็นั่งอ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแกหันมาเจอเท่านั้นแหละ</p>
<p>โดนตวาดเลยครับ</p>
<p>บอกว่าโตแล้วยังอ่านอีกเหรอ การ์ตูนน่ะ<br />
ทำไม<strong>คนรุ่นนี้</strong>ถึงไม่สนใจอะไรที่มันเป็นสาระเลย<br />
เด็กเดี๋ยวนี้ไม่อ่านสกุลไทย พลอยแกมเพชรกันแล้วรึไง<br />
 <img src='http://iannnnn.com/wordpress/wp-includes/images/smilies/55.gif' alt=':55:' class='wp-smiley' /> <span id="more-113"></span><br />
ว่าแล้วแกก็หันไปบ่นเรื่องการ์ตูนอีกยาว กับอาจารย์ผู้ใหญ่อีกท่านที่นั่งข้างๆ กัน<br />
ผมหยุดอ่าน ยิ้ม มองแก (จากทางด้านหลัง) สักพัก แล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านต่อไป</p>
<p>พอจบเล่มปั๊บก็หันไปดูแกด้วยความเอ็นดูอีกที .. ในใจก็คิดว่า มันน่าสนใจดีนะ<br />
ที่คนคนนึงจะสร้างกำแพงระหว่าง &#8220;ยุคสมัย&#8221; ของตัวเองกั้นกลางกับอีกคนนึง<br />
เหมือนกับทิ้งช่วงห่างระหว่างวัยขึ้นในรถตู้คันเล็กๆ ที่มีแค่พนักพิงเบาะกั้น<br />
(เรื่องช่องว่างระหว่างวัยนี่ เขียนอีกสามวันสามคืนก็ไม่จบ งั้นพอก่อน)</p>
<p>ประเทศญี่ปุ่น ต้นกำเนิดของหนังสือการ์ตูนที่ครองตลาดบ้านเรา<br />
(มากซะจนผู้ใหญ่ยุคเผด็จการทหารคิดว่า มันคือการกลืนวัฒนธรรม ..โอววว)<br />
ถือเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่า ประชากรมีนิสัยรักการอ่านมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง<br />
เขามีวิธีสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กอย่างง่ายๆ ก็คือการอ่านการ์ตูน<br />
คนเขียนการ์ตูนของเขาถูกเรียกโดยมีคำนำหน้าชื่อว่า อาจารย์<br />
เพราะวัฒนธรรมการเขียนการ์ตูนของเขานั้นถือเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง<br />
ที่คนที่จะทำได้ดีมีคุณภาพ จะต้องผ่านการฝึกปรือ ผ่านด่านมนุษย์ทองคำตั้งนาน<br />
กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นที่ยอมรับในวงการ และผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้อ่าน</p>
<p>เด็กๆ ของเขาก็ใฝฝันว่า โตขึ้นหนูจะเป็นนักเขียนการ์ตูนให้ได้<br />
และถ่ายทอดพลังงานนี้ต่อๆ กันไป รุ่นต่อรุ่น</p>
<p>เดี๋ยวจะหาว่าเอะอะก็แขวะประเทศตัวเอง ..<br />
แต่ถ้าเปรียบกับบ้านเราก็คงเป็นวงการบันเทิงมั้งครับ<br />
เห็นเขาเป็นดารากันง่าย รายได้ดี แลดูมีศักดินาในสังคมจังเลย<br />
โตขึ้นหนูจะเป็นดาราให้ด๊ายยยยย .. ว่าแล้วก็วิ่งไปไดเอตอย่างด่วน</p>
<p>คนญี่ปุ่นเวลาเขาว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็จะหยิบหนังสือมาอ่านครับ<br />
เราจะเห็นได้จากสื่อต่างๆ ที่ฉายไปที่ประเทศนี้แล้วเห็นภาพคนนั่งอ่านหนังสือ<br />
ไม่ว่าจะในรถไฟ สวนสาธารณะ หรือริมฟุตบาตข้างถนน<br />
นิสัยความเป็นเด็กนั้นสืบต่อไปถึงวัฒนธรรมสื่ออื่นๆ ทุกแขนงของญี่ปุ่นครับ<br />
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร เกม รายการทีวี เว็บไซต์ ฯลฯ<br />
มันจะแฝงความเป็นเด็กไว้ในนั้นด้วย สังเกตจากการออกแบบ ดีไซน์อะไรกุ๊กกิ๊กๆ<br />
อย่างพวกมาสคอต ตัวการ์ตูนน่ารัก โทนสีหวานเย็น โนเนะ คิมูจิ๊<br />
เราจะพบได้อย่างดาษตา แต่ก็ไม่น่าเบื่อ (มีทุกสื่อจริงๆ ไม่เว้นหนังโป๊)</p>
<p>มันแสดงให้เห็นว่า กลุ่มตลาดของเขาแม้จะเลยช่วงวัยเยาว์มาแล้ว<br />
แต่วัฒนธรรมความต่างระหว่างวัยนั้นกลับบีบแคบลงได้ด้วยความน่ารักคิกขุนี่แหละ<br />
นี่แหละ พอไปอ่านการ์ตูนฝรั่ง หรือการ์ตูนฮ่องกงก็ตาม<br />
เราก็เลยจะไม่ค่อยได้เห็นความเยาว์วัยในนั้น<br />
จะมีก็แต่สไตล์ของเกาหลีเท่านั้นแหละที่ยังกะฝาแฝดของญี่ปุ่น<br />
(ตอนนี้กำลังจะวิ่งแซงกัน &#8212; และผมเชียร์ข้างเกาหลี เพราะไม่ค่อยศรัทธาอารยธรรมโซนี่)</p>
<p>อ้า .. นี่ผมเลยไปถึงไหนแล้วเนี่ย เขียนมายาวแล้วพอดีกว่า<br />
ถ้าวันไหนมีเวลาว่างนานๆ ค่อยมานั่งร่ายกันยาวแปดเมตรเลย<br />
ส่วนคราวนี้ก็แค่อยากจะบอกว่า ผมน่ะชอบอ่านการ์ตูนนะ</p>
<p>แต่ก็เลือกอ่านด้วย เหมือนกับที่คุณชอบหนังบางประเภท ชอบเพลงบางแนวนั่นแแหละ<br />
ถ้าวันนึงไปเห็นเด็กมันนั่งอ่านการ์ตูนก็อย่าไปว่ามัน<br />
เพราะนั่นเป็นบันไดขั้นแรกสู่การพัฒนาด้านสติปัญญาและจินตนาการอย่างง่ายที่สุด</p>
<p>แต่ถ้าเป็นการ์ตูนโป๊ (ก็บอกแล้วว่า มันมีหลายแนว) ก็ตบหัวสั่งสอนเลย<br />
เพราะว่าเผลอๆ มันจะชักนำไปสู่สิ่งเสพติดอื่นได้ง่ายเช่นกัน<br />
ทั้งนี้คุณจะทันเด็กหรือเปล่า หรือถ้าคุณเป็นเด็กคนนั้น คุณจะทันตัวเองหรือเปล่า</p>
<p>สุดท้ายนี้ ก็แค่จะบอกว่า<br />
ใครที่ไม่เคยอ่าน หรือแค่เคยอ่าน หรือหนักหน่อยก็ ถ้าแอนตี้การ์ตูนละก็<br />
ขอให้คิดใหม่ วางอคติพับเก็บไว้ข้างๆ<br />
แล้วลองหยิบการ์ตูนดีๆ มาอ่านสักเล่ม</p>
<p>ลองฝึกตัวเองให้หัดไล่สายตาตามภาพในช่อง จากซ้ายไปขวา (หรือขวาไปซ้าย)<br />
จากบนลงล่าง ดูภาพทีละภาพ อ่านคำแต่ละคำ<br />
แล้วซึมซับสารที่สื่อประเภทนี้ต้องการนำเสนอ</p>
<p>ถ้าคุณวางอคติลงได้สำเร็จจริงๆ และมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ ศึกษาจากมัน<br />
ไม่ใช่แค่การอ่านการ์ตูนนะครับ<br />
ไม่ว่าจะเป็นการคบเพื่อน การทำงาน หรือจะเรื่องอะไรก็ตาม<br />
ถ้าแค่คุณวางอคติลงแล้วพยายามทำความรู้จักและเข้าใจละก็<br />
รับรองว่าคุณจะได้รับคุณค่าจากสิ่งที่ทำอย่างเต็มเหนี่ยวไปเลยพี่!!</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://iannnnn.com/2005/113/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

