| อัปเดตผ่าน RSS

197 | ลันตาพิซซ่า: พิซซ่าลานตา

ประกาศ ต่อไปนี้ผมจะลดความอ้วนอย่างบ้าคลั่ง

จะบ้าเหรอครับ ใครจะไปโล้ดดดด
ก็เมื่อโลกเรายังมีของอร่อยๆ ให้เสาะหาอีกเยอะนะ

อย่างวันนี้ตอนบ่าย อยู่ดีๆ แก๊งสามช่า (แอน โบว์ ปิง) ก็เกิดอยากจะหาพิซซ่ามายัดท้อง
ก่อนหน้านี้เราก็ไปกินพิซซ่าตามห้างมาเรื่อยเปื่อย (พบว่านารายณ์พิซเซอเรียอร่อยที่สุด)
แต่คราวนี้ นึกได้ว่าปิงเคยบอกว่ามีร้านพิซซ่าเตาถ่าน ชื่อว่า “ลันตาพิซซ่า” หรือพิซซ่าลันตานี่แหละ
ดูแล้วท่าทางน่าอร่อยดี เพราะมันเป็นแบบทำแป้งขึ้นมาเอง ไม่ได้ทำทีละเยอะๆ เหมือนร้านในห้าง
ว่าแล้วก็ถ่อไปกันในทันใด

ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงปากทางลาดพร้าว ตรงข้ามกับห้างยูเนี่ยนมอลล์ (มีอีกสองสาขา แต่ผมกินที่นี่ มีอะไรไหม)
สำหรับใครที่บ้านอยู่กรุงเทพฯ เราจะอธิบายการเดินทางจากเส้นลาดพร้าวให้ดูนะครับ
(ผมเข้าใจคนต่างจังหวัดครับ เวลาพูดเรื่องอะไรกรุงเทพๆ เนี่ยจะเซ็งมาก เพราะผมเองก็คนต่างจังหวัด)


ก่อนอื่นให้มองหาสัญลักษณ์นี้ครับ มีกระจายอยู่ตลอดทางเลย เว้นช่วงละประมาณ ๒-๓ ซอย
ผมสังเกตตั้งแต่หน้าโชคชัยสี่ (ลาดพร้าว ๕๓) เป็นต้นมา จะมีการประกาศว่า คมชออไป เป็นระยะๆ


ของแท้ต้องเป็นคำว่า “ออไป” นะครับ จะได้รู้ว่ามันจ้างคนเดียวกันมาพ่น
ถ้าเป็น “ออกไป” เนี่ย แสดงว่านั่งรถผิดฝั่งแล้วล่ะ (เพราะคนพ่นฝั่งนี้มันเป็นอีกคน แต่ก็มีตลอดสายเหมือนกัน)


ถ้าถึงซอยที่เริ่มสังเกตยาก คือมีคนเอาสีมาทาทับเมื่อไหร่ แสดงว่าเริ่มมาใกล้บ้านป๋าแล้ว


ถะแน้ม~ ถึงแล้วครับ ลันตาพิซซ่า!!
ไอ้ที่พาอ้อมมาเป็นคุ้งเป็นแควเนี่ย แค่จะบอกว่าร้านมันอยู่ปากปล่องทางขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินพหลโยธิน ๒ ครับ
ดังนั้นใครที่อยู่ไกลขนาดไหน (เฉพาะในกรุงเทพว่ะ.. เซ็งเนอะพวกเรา) ถ้าจะถ่อมาง่ายๆ ก็คือดำดินมา
หรือถ้าใครเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ก็ขับถ่อมาจอดได้ถึงหน้าร้านเลย มีที่จอดรถให้ครับ

บรรยากาศหน้าร้านจะดูเหมือนร้านที่ดูไม่ออกว่ายังเปิดกิจการอยู่ไหม คือข้างๆ มีร้านแก๊สกับที่ซ่อมรถน่ะ
จุดสังเกตคือตรงหน้าร้านจะมีรูปปั้นคุณลุงที่หน้าเหมือนอาบังขายโรตี ดูแล้วแกคงไม่ถูกกะผู้พันแซนเดอร์
พอเปิดประตูกระจกเข้าไปก็จะพบกับแอร์เย็นฉ่ ….
อ้าว .. ไม่เปิดแอร์แฮะ สงสัยยังไม่มีลูกค้าเลยประหยัดไฟไว้
เอาใหม่ .. ก็จะพบกับพนักงานในร้านรีบกุลีกุจอวิ่งหลบไปหลังร้าน (เดาว่าคงไปจุดเตาถ่าน)
เหลือไว้คนนึงมาจิ้มเปิดแอร์ต้อนรับลูกค้า ได้ยินเสียงเพลงพายุ (รู้จักกันไหมครับวัยรุ่น) ดังมาจากข้างในครัว


เราไม่ได้ถือสาอะไรกับบรรยากาศ เพราะเข้าใจว่ากิจการแบบนี้ถ้าไม่อัดฉีดโฆษณายกใหญ่จนดัง ก็คงอยู่ได้ยาก
(พูดแล้วก็สงสารร้านดีๆ ที่เคยตะลุยกินกันหลายร้านที่ต้องปิดกิจการไป โลกแห่งการค้าเสรีนี่โหดร้ายง่ะ)


รอประมาณสามปี (นานไป) .. งั้นรอประมาณสองปี (อันนี้โอเค)
ก็มีพนักงานยกอาหารอย่างแรกมาให้ครับ นั่นคือ ผักโขมอบชีส
มาเป็นถ้วยขนาดเท่าลูกแมวอายุ ๑ เดือน นอนขดกลมๆ อยู่ครับ (ใครจะนึกออกวะ )
ปกติเราจะชินกับการที่มาเป็นถาดฟอยล์แบบที่กินที่นารายณ์ แต่คราวนี้มาเป็นถ้วยเลยกินยากหน่อย
ผักโขมอบชีส : ระดับความอร่อย


ด้วยความว่างขณะที่รอได้แปดเดือนตะกี้ เราเลยสั่งอาหารมาตัดหน้าพิซซ่าจานหลักครับ
ผลออกมาเป็นหอมทอดหนึ่งจาน รสชาติก็โอเคครับ นัยหนึ่งเหมือนจะอร่อยกว่าที่กินตามร้านพิซซ่าบนห้าง
แต่อีกนัยหนึ่งก็รู้สึกว่า “เออ ทำกินเองที่บ้านก็ได้นี่หว่า” แต่ดูแล้วก็เป็นการสั่งอาหารคั่นเวลาที่เข้าทีครับ
หอมทอด : ระดับความอร่อย

สามสิบหกปีผ่านไป .. พระเอกของเราก็มา!


พิซซ่าจตุพักตร์ มี ๔ หน้า ซึ่งตอนสั่งเขาให้เลือกได้ เราเลือกแฮม สับปะรด กุ้ง และมะเขือเทศ
ปกติก็รู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของร้านนี้ดีอยู่พอสมควรครับ คือแป้งทำเอง จึงบางกรอบเหนียวนุ่ม
และจุดขายที่ไม่มีทางที่พิซซ่าบนห้างจะสู้ได้ก็คือ ปริมาณชีสที่ล้นทะลักท่วมโลก!
ไม่รู้ว่าทำมาประชดกันหรือเปล่า แต่พี่แกให้มาเยอะมาก เหมือนมีบ่อชีสผลิตเองอยู่หลังบ้าน


ทั้งๆ ที่รู้กิตติศัพท์นั้นอยู่แล้ว เรายังทะลึ่งเพิ่มขอบชีสมาอีก
โอ้วเจ้าแม่อุลตร้า.. ผมไม่อยากคิดถึงปริมาณสารอาหารในมือนี้เลยครับ


เท่านั้นยังไม่พอ บักปิงยังสั่งลูกสมุนมือขวา คือสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า (ครีมซอสขาว) มาอีก
ไม่รู้ว่าสั่งมาเพื่อแก้เลี่ียนชีสหรือกระไร แต่แค่เห็นก็แทบจะเลือดกำเดาพุ่งออกมาเป็นแยมสีขาว(!?)แล้ว


กลัวจะไม่อิจฉา เลยขอซูมไอ้สิ่งที่เห็นตรงหน้ามาให้ดูชัดๆ ครับ ว่าไม่เหลือแป้งให้เห็นเลย
เพราะชีสที่ท่วมเอ่ออยู่บนหน้าพิซซ่ามันไม่เปิดโอกาสให้แป้งข้างล่างได้หายใจ

เหตุการณ์หลังจากรูปเมื่อกี้ คงไม่ต้องเล่าละมั้งครับ
ถ้าเปรียบกะหนังลอร์ดออฟเดอะริงส์ก็คงจะเป็นภาคสาม ที่มีสงครามปีศาจอสูรตะบี้ตะบันกันให้โลกฉิบหาย
โอว เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น ชีสที่มีพิซซ่าปนอยู่เยอะขนาดนี้ (เอ๊ะ พิมพ์ไปชักเลอะเทอะ)
ที่เจ๋งอีกอย่างก็คือเนื้อแป้งที่บางกรอบและหนานุ่มจริงสมดังคำร่ำลือที่ว่าไว้ เวลากินนี่ต้องซัดให้โฮกเลยคัรบ
เพราะมันกรอบบาง แต่ก็ดูไม่ใช่แป้งกระจอก (ขอแขวะพิซซ่าบนห้างอีกครั้งจะเป็นไรไป)
รู้สึกได้เลยว่าอร่อยจนกินหมดแล้วยังต้องมองหาบนถาดไม้ ว่ายังเหลือเศษตกๆ อยู่ตรงไหนอีกจะได้จิ้มมาดูด
สรุปว่า คุ้มค่ากับที่รอคอยพ่อครัวจุดเตาถ่านเลยแหละครับ

พิซซ่า ๔ หน้าขนาด ๑๐ นิ้ว : ระดับความอร่อย
สปาเก็ตตี้อะไรสักอย่าง พูดชื่อได้ครั้งเดียว : ระดับความอร่อย

ก่อนจะหาวจะเรอด้วยความอิ่ม ก็ปิดท้ายด้วยไอ้นี่


กล้วยชุบแป้งทอดราดช็อกโกแลต หนึ่งจาน กรุ๊บกริ๊บกำลังดี เหมาะกับเป็นอาหารหวานตบตูด
ยังรู้สึกอยู่ดีว่าแป้งที่ร้านพิซซ่าลันตาเลือกมาใช้เนี่ย มีคุณภาพดีกว่าที่เราคุ้นๆ ปากกัน
กล้วยฯ : ระดับความอร่อย

นักชิมมือสมัครเล่นสามคนที่มากินกันในคราวนี้ต่างสรุปเป็นเสียงเดียวกัน ว่า

เอิ้ก~

จบแล้วครับ ใครอยากดูรูปใหญ่ๆ ก็จิ้มที่รูปนั่นแหละ จะได้กิเลสพวยพุ่งกัน

ป.ล.
ไม่ได้ทำฟ๐นต์มานานมากๆ วันก่อนอยู่ดีๆ ก็นึกครึ้มทำฟ๐นต์ที่เป็นลายมือของผมเองแบบไม่เสแสร้ง
และนำไปปล่อยไว้ในเว็บฟ๐นต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชื่อว่า iannnnnVCD 2007
ขอเชิญชาวประชาไปโหลด ไปใช้ให้พร้อมเพรียงกัน (บ้าสิ พร้อมกันก็เว็บล่มพอดี)

ป.อ.
ว่าแล้วก็แอบประกาศเป็นการส่วนตัว ว่าในงาน Blognone Tech Day 3.0 วันที่ ๒๕ ส.ค. นี้
จะมีไอ้แอนนนนนไปโผล่กับเขาด้วยครับ ในฐานะคนนั่งทำฟอนต์ให้ดูสักแป๊บนึง
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้รับการต้อนรับมากน้อยแค่ไหน หวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าใครวะจะมาสนใจดู

ป.ฮ.
ใครว่างๆ ผ่านไปแถวถนนลาดพร้าวตอนที่แดดยังดีๆ ก็ฝากถ่ายรูปของดีจังหวัดลาดพร้าวมาให้ลบหน่อยสิครับ
เพราะกว่าผมจะนิมิตได้ว่ากูควรจะหยิบกล้องมาถ่ายปรากฏการณ์ไม่เอา คมช ที่พร้อมเพรียงกันขนาดนี้
(เข้าใจว่าผู้จ้างคนมาพ่น คงหวังให้ผู้อ่านเข้าใจว่ามีคนเกลียด คมช จนขาดสติขนาดนี้มากมาย ..แต่ดันทำไม่เนียน)

ป.ฮ.ฮ.ฮ. (ออกเสียงประมาณเพลงเด็กมีปัญฮ้าฮ้าฮ้า.. ของโฟร์เอส)
บล็อกไอ้แอนนนนนมีลิงก์ RSS Feed กะเขาแล้วนะครับ เพิ่งไปขอใช้บริการที่ FeedBurner มา
ใครที่เคยดูดฟีดจากผมไป ขอให้ย้ายไปที่นั่นด้วยนะจ๊ะห์ จะได้รู้ว่ามีคนอ่านจริงหรือเปล่า

Tags: , , ,