๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ - มารผจญ

เดินทางมาได้ถึงหลักครึ่งทางแล้วครับ กับปฏิญญากุมภาพันธ์
ก็เลยขออาศัยบล็อกวันนี้แสดงความยินดีกับตัวเอง
แทนที่จะเขียนเรื่องวาเลนไทน์เหมือนใครเขา (เป็นความพยายามแนว)
พอมานั่งทบทวนกติกาสี่ข้อของผม ดูไม่มีข้อไหนที่มีปัญหาเลยนะ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในเดือนนี้ ยังไม่มีวันไหนที่ผมดื่มน้ำอัดลมหรือกินขนมถุง
ยังไม่มีวันไหนที่ผมเข้าเซเว่น (แต่โลตัสนี่เพิ่งไปมาเมื่อเย็น) และที่ขี้เกียจลุกขึ้นมาวิ่ง
ดูแล้วมันก็ง่ายๆ ใชไหมครับ เพราะใครที่ไม่ได้ติดนิสัยแบบเดียวกับผมก็จะรู้สึกเฉยๆ
แต่สำหรับผมที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้หลุดเข้าไปในวังวนแห่งนิสัยซ้ำๆ เหล่านี้
จนยากจะถอดถอน การเยียวยาเท่าที่ตัวเองจะคิดได้ ก็คือประกาศประจานตัวเองซะเลย
แต่ดูก่อน, ท่านทั้งหลาย
ผมซึ่งใช้ชีวิตระหว่างโต๊ะคอมและตู้เย็นตลอดเวลา ยามปกติก็ไม่ได้แปลกต่างอะไร
แต่พอประกาศงดไอ้พวกนี้ขึ้นมาปั๊บ ในตู้เย็นดันผุดน้ำอัดลมขึ้นมาไม่เว้นวัน
แถมในครัวก็มีสารพันขนมขบเคี้ยวถุงโตๆ อ้วนๆ นอนกวักมือยั่วยวนให้ใหลหลง
ใครแม่งซื้อมาวะเฮ้ย!
เหมือนมารผจญ ร้อยวันพันปีเวลาอยากขึ้นมาผมก็ไปซื้อเอาเองมาตุนไว้กินตอนดึกๆ
แต่นี่ไม่ต้องร้องขอ.. พรรคกะพวกในบ้าน (ไอ้ปิงและไอ้นุ้กเก้อ) มันก็ดันสรรหามานัก
เหมือนดั่งว่าจะช่วยเป็นขวากหนามให้ถนนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเปล่าๆ จะได้จบเท่ๆ
แต่นั่นมันเป็นการทรมานใจกูรู้ไหมจ๊ะ .. แสดดด
แล้วแต่ละวันนี่ก็มีสารพัดเหตุการณ์ที่ล่อให้ผมไปตกหลุมพรางอยู่แนืองๆ
แต่ที่เด็ดมาก คือวันที่ผมไปนั่งฟังอบรมวิธีการตกแต่งภาพจากพี่หาวที่ตึกไทยพาณิชย์
พอตกเที่ยงก็ไปกินข้าว แต่คงเดินผิดฝั่งจึงหลงไปร้านฟาสต์ฟู้ดอันมีนามอยู่แล้วว่า แมค
ซึ่งผมก็ได้สั่งเบอร์เกอร์อะไรก็ไม่รู้ที่มันเปลี่ยนจากขนมปังเป็นข้าวจี่แทนน่ะ
แล้วพนักงานเขายังทำไม่เสร็จทัน ๖๐ วินาทีตามที่ป่าวเอาไว้บนเคาท์เตอร์
โดยนโยบายขอขมาลูกค้าของร้านเขา ผมก็เลยได้คูปองนี้มา..

สังเกตวันหมดอายุด้วยนะครับ มึงมาตีหัวกูเลยดีกว่าไหม 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการขีดเส้นให้ตัวเองทำอะไรอย่างเข้มงวดขึ้นมาสักอย่าง และไม่โกหกตัวเอง
มันก็ช่วยขัดเกลาสนิมของนิสัยเสียติดตัวได้เหมือนกันนะ
จากที่รู้สึกเดือดร้อนกล้ำกลืนในระยะแรกๆ มาถึงตอนนี้ก็เริ่มเฉยๆ แล้ว (แต่ก็ยังมีนิดๆ)
กลายเป็นว่าความเหนื่อยที่สุดกลับกลายเป็นการที่ต้องมานั่งเขียนบล็อก
เพื่อรายงานความประพฤติตัวเองนี่แหละ
ไม่รู้สิ ไม่มีใครบังคับแล้วจะบ่นทำไมก็ไม่รู้
ป.ล.
วาเลนไทน์ปีนี้ผมไปทานดินเนอร์และดูหนังกับแฟนครับ
ป.อ.
ไอ้ที่ว่าทานดินเนอร์นี่คือกินส้มตำร้านหน้าโลตัสนะ
วันนี้คนแน่นร้านเลย มานั่งกันเป็นคู่ๆ ด้วย บรรยากาศแซ่บมาก จีบกันไปจกปลาร้าไป
ส่วนที่ว่าดูหนังก็คือกลับมาถึงบ้าน นั่งดู “ผีคนเป็น” กัน สนุกแบบนัวๆ รั่วๆ ดีครับเรื่องนี้
ป.ฮ.
คราวก่อนมีคนถามว่าผมใช้โปรแกรมอีรัตน์ขึ้นภาพแล้วลงสีในโฟโต้ช็อปหรือเปล่า
ตอบว่าผมใช้อีรัตน์ไม่เป็นเลยครับ ปกติจะใช้แฟลชวาดเพราะมันคล่องมือที่สุดแล้ว
แต่สำหรับแคมเปญปฏิญญากุมภาพันธ์นี่ผมใช้ Alias SketchBook วาดครับ ชุ่ยสะใจดี