| อัปเดตผ่าน RSS

๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ - สวัสดีครรรรับ

24.02.2007 | 13 ความเห็น | โพสต์ในหมวด ปฏิญญากุมภาพันธ์

ขอบันทึกไว้หน่อยครับ
ว่าวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ผมใช้เวลาคุยงานกับลูกค้ารายเดียวถึงเกือบ ๗ ชั่วโมง!
สุดยอดเลยครับอาชีพนี้ ได้นั่งฟังความฝันของคน(มีตังค์(จำกัด(แต่อยากฝัน)))
เพื่อจะแปลงความฝันนั้นออกมาให้เป็นความจริง — พูดแบบไม่อ้อมก็คือรับจ้างเขาทำเว็บนี่ล่ะ

ลูกค้าที่เจอมีหลายประเภท ตั้งแต่เตรียมการมาคุยเป็นอย่างดี ไปยันไม่รู้เรื่องอะไรแต่กูจะเอา
(ซึ่งส่วนมากจะเจออย่างหลังครับ และส่วนมากจะคิดว่ากูนี่เก่งจริงๆ.. ถ้าทำได้กูทำไปแล้ว)
แต่นั่นก็สนุกๆ ครับ เมื่อช่วยกันเกลาๆ ตบๆ ให้อะไรที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศให้กลายเป็นก้อน
แล้วช่วยกันตกแต่งให้มองเห็นและจับต้องได้ มันก็เป็นความสุขของทั้งคนทำทั้งลูกค้าเนาะ

เวลาทำงานดึกๆ อย่างนี้ ส่วนมากผมจะเปิดเสียงหรือวิดีโอเก่าๆ ที่เลือกโหลดมาฟัง
ถ้าไม่โหลดไฟล์เสียงตอนก่อนจากรายการเดอะช็อก (ฟังแล้วฮาทุกสัปดาห์)
ก็ได้รายการอื่นๆ ไว้แก้เบื่อ .. ไม่ฟังสนธิก็เปิดเนชั่น ไม่งั้นก็รายการ DuoCore
คือส่วนมากจะเป็นรายการที่มีให้เลือกโหลดง่ายๆ จากในเน็ตครับ
ถ้าไม่โหลดตรงๆ จากเว็บไซต์ ก็จะหาโหลดเถื่อนเอาตามเว็บบิต
แบบของช่องเก้า ถ้าจะสะดวกก็ต้องเปิดบราวเซอร์ไว้ ซึ่งเกะกะมาก
เนื่องจากคอมผมมีจอสองจอ จอซ้ายเป็นแอลซีดีที่ได้มาจากการจับฉลากในงานคอมมาร์ต
ส่วนจอขวาเป็นจอตู้อันเก่าที่มีสติกเกอร์รูปหัวใจที่ได้มาในวันวาเลนไทน์ตอนปีสี่
(ไม่ได้มีเสน่ห์อะไรหรอกครับ ยัยปิ๊กเพื่อนผมเจ๊แกไล่แปะให้หนุ่มๆ ทั่วทั้งสตู .. สุดๆ ครับเจ๊)
ซึ่งอีจอทั้งสองจอนี้ก็แบ่งประโยชน์ใช้สอยกันอย่างชัดเจนคือ
จอซ้ายมันถนอมสายตา (อย่างน้อยก็รู้สึกว่ายังงั้น) ส่วนจอขวาเอาไว้เผื่อจอซ้ายล้นขอบ
หรือไม่ก็เอาไว้เปิดรายการประกอบต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี่หละครับ

นี่ผมนั่งดูรายการชีพจรโลก ของคุณสุทธิชัย หยุ่น ที่ดาวน์โหลดย้อนหลังมาจากเว็บบิตอยู่
โปรแกรมที่ฉายนั้นเป็นตอน “เปิดใจ ๓ ทูตมหาอำนาจ สหรัฐ อังกฤษ จีน”
(ออกฉายทางช่องเนชั่นเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา)

เฮ้ย น่ารักมากครับ ฟังเสียงคนจีน อังกฤษ สหรัฐ และคุณสุทธิชัยพูดเล่นหัวกันเข้าท่าจัง
ชอบจังหวะที่ทั้งสี่คนคุยกันอย่างถูกคอด้วยภาษาไทยต่างสำเนียง
และรู้สึกได้ว่าทุกท่านไม่ได้ใช้ภาษาแบบ ไทยคำอังกฤษคำ (หรือจีนคำ)
แถมการกระดกลิ้นก็เป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่ได้แบบพยายามดัดลิ้นตัวเองจนฟังดูขัดตา

เดี๋ยวจะหาว่าผมเป็นพวกอนุรักษ์นิยมจัดอีก เห็นอะไรๆ ก็โยงเข้าเรื่องแนวๆ เจ๊เบียบอยู่ร่ำๆ
แต่ความเป็นจริงผมไม่ค่อยชอบวัฒนธรรมการกระดกลิ้น (ที่ดูขัดๆ หู) สักเท่าไหร่
เปรียบไปก็เหมือนกับการที่พนักงานห้างต้องตั้งโปรแกรมไหว้ลูกค้าทุกคนที่มาซื้อนั่นแล

ได้อ่านหนังสือ “เล่นแร่ แปรธาตุ” ที่เป็นรวมบทความของคุณมุกหอม วงษ์เทศ จากมติชน
เลยตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ด้วยความอร่อย (ที่ตบเข่าได้เพราะผมอ่านไปขี้ไปครับ)
คือในนั้นบอกว่า การกระดกลิ้นนี่ดูเป็นวัฒนธรรมที่พยายามจะสร้างมาตรฐานชาวกรุงชั้นสูง
และกีดกันชาวบ้านตาสีตาสาหรือคนต่างสำเนียงให้ดูเป็นคนวงนอกออกไปฉิบ
เหมือนคนเฒ่าคนแก่ที่บ้านผมยังเรียก “ผ้าไตร” เป็น “ผ้าไก” หรือ “เตรียม” เป็น “เกียม”
ฟังดูแล้วน่ารักดีนะ แต่วุ้ย ไม่ศิวิไลเซชั่นสไปรูไลน่าเลย (โอ๊ะ เผลอไทยคำอังกฤษคำ!)

ภาษาแบบนี้จริงๆ ก็ไม่ผิดอะไรหรอกครับ เพราะ “เขา” กำหนดให้มันเป็นมาตรฐาน
ซึ่งตามงานอะไรที่เป็นทางการอย่างการอ่านข่าว ก็น่าจะได้ใช้ตามที่ “เขา” กำหนดมา
อย่างท่านทูตทั้งสามท่านที่กระดกลิ้นรัวปร๋อนั่นก็เป็นนิสัยติดตัวจากการทูตอยู่แล้ว
แต่อารมณ์เด็กไม่กี่ขวบบนเวทีประกวดที่บอกว่า “หนูมาจาก โรรรงเรรรรียนสตรรรีวิทย์ค่ะ”
ฟังแล้วมันขัดกับจริตเด็กยังไงไม่รู้ .. แต่เอาเถอะครับ เพราะ “เขา” สั่งมานี่นะ

ป.ล.
คลิปด้านบนนั่นถ่ายมาหลายวันแล้วครับ
เคยเอาไปแปะในเว็บฟ๐นต์แล้วว่าด้วยเรื่องโชว์โต๊ะคอมรกๆ
ก็เลยเอามาแปะอีกทีให้ดูเฉยๆ เพราะเห็นว่ามีการกล่าวถึงนิดนึง — กอปรกับขี้เกียจวาดรูปน่ะ

ป.อ.
แน่นอนว่าคุยงานตั้งแต่บ่ายสามยันเกือบสี่ทุ่มนี่
ทำให้วันนี้ก็ไม่ได้ออกวิ่งอีกตามเคย

ป.ฮ.
คนที่นั่งคุยงานในร้านกาแฟนี่ ไม่ได้รวยหรอกครับ
เพราะจ่ายแค่ค่ากาแฟก็นั่งแช่ได้เป็นวันๆ แถมมีเน็ตให้ใช้ด้วย (บางร้านฟรีอีกนะ)
ไม่เหมือนนั่งร้านข้าวแกง แป๊บเดียวลุกแล้วต้องควักแบงก์ร้อยจ่ายแล้ว รวยกว่ากันเห็นๆ
ดังนั้นถ้าคุณเจอใครนั่งร้านสตาร์บักส์ ก็จงอย่าคิดว่าเขาสูงกว่าตัว

Tags: , , , , ,
Pages: 1 2 Next