อย่างไม่คิดจะถุยชีวิตให้เสียเวลา

17 / 11 / 2555 | 17:34 น.

เตือนไว้ก่อนว่าบล็อกตอนนี้ออกแนวเพ้อเจ้อและนามธรรมมาก ไม่รู้จักกันก็ไม่จำเป็นต้องอ่าน

คือระยะนี้เห็นคนรอบข้างกำลังแสดงอาการเบื่อหน่ายและถ่มถุยสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองบ่อยครั้ง เลยหันมามองตัวเองบ้าง ก็พบว่า

อันข้างบนนี้ทวีตไว้หลายวันแล้ว (ไม่หลายเท่าไหร่หรอก เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้เอง) แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่

ถ้าเทียบกับคนอื่นที่เวลาเล่าจะเล่าอย่างโลดโผน ว่าผ่านนู่นนั่นนี่มาแล้วทั้งชั่วดี โดยเฉพาะเพื่อนที่ยิ่งผ่านเรื่องชั่วๆ มาก่อน จะยิ่งเล่าได้อย่างออกรส ในขณะเดียวกันถ้ายังไม่ผ่าน แต่ยังอยู่ในสถานการณ์เหี้ยๆ อันนี้จะออกแนวถุยชีวิตหน่อย … พอมองตัวเองบ้าง ก็จะพบว่าชีวิตเรานี่ค่อนข้างเรียบง่าย และออกแนวน่าเบื่อด้วยซ้ำ เป็นเรื่องเล่าที่ไม่มีเสน่ห์อะไรเลย ซึ่งจะว่าเกิดด้วยความบังเอิญก็ไม่ใช่ เพราะเราเชื่อเสมอว่าแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตนั้นไม่เคยมีปาฏิหาริย์ ทุกอย่างมันมีเหตุมีผลของมัน แปลว่าอะไรที่ดูเหมือนเป็นผล ก็ต้องมีเหตุ (คือนี่แม่งพุทธมากๆ เลยนะ ดูเหมือนเป็นพวกหยิบปรัชญามาใช้กับตัวเองส่งเดชจริงๆ)

แต่รู้สึกอย่างชัดเจนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้ว เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรื่อยเปื่อยเลยนะ คือวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ก็เป็นแผนที่แบบหลวมๆ และชิวๆ (ที่จริงมันต้องเขียนว่าชิลล์ แต่เราติดเขียนแบบนี้ ให้อภัยเราเถอะ) คือไม่ได้แน่นจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้หลวมจนเหลาะแหละ (นี่ก็ปรัชญาพุทธอีก เท่ฉิบหายเลยสิมึง)

ประเด็นคือ เราค้นพบตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าเราชอบอะไร เรามองเห็นแล้วว่าเป้าหมายสูงสุดที่ถ้าไปถึงได้จะฟินมากคืออะไร ทีนี้ก็เริ่มก้าวเดิน..

ใช่ ชีวิตแต่ละคนมีเป้าหมายไม่เหมือนกันเลย บางคนก็อยากรวยสุดๆ หรืออยากเท่สุดๆ อยากดังสุดๆ อยากประสบความสำเร็จสุดๆ อยากมีเกียรติยศศักดิ์ศรีสุดๆ หรืออยากเป็นพ่อพันธุ์ ไล่ปี้ตัวเมียให้มากที่สุด ฯลฯ ซึ่งก็ไม่ผิด ตราบใดที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น (เช่นไม่ไปไล่ปี้คนอื่น) ก็ทำไป.. ยอดเขาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แถมบางคนมีหลายยอดด้วย ปีนมาถึงนี่ กูพอละ ขอลองลูกข้างๆ บ้าง ก็ว่าไป

สำหรับเรา ที่ผ่านมาพอรู้แนวทางว่าตัวเองชอบอะไร และเสี้ยนหนามของเป้าหมายในชีวิตคืออะไร แต่ก็ยังคงเบลอๆ จนมาถึงระยะหนึ่งก็ตอบได้แล้วว่า เราเป็นมนุษย์ชิว.. อะไรก็ตามที่ขัดขวางความชิวของชีวิต นั่นคืออุปสรรค แต่ก็จะค่อยๆ แกะเสี้ยนหนามออกทีละหน่อยเท่าที่มีโอกาส ความสามารถ และกำลังพอ อย่างไม่คิดจะถุยชีวิตให้เสียเวลา

ยอดเขาของเรานั้นชื่อว่าชิว และเรากำลังค่อยๆ ปีนอยู่

อย่างชิวๆ