9KOMA : การ์ตูน 9 เรื่องที่ประกอบเป็นตัวฉัน

เห็นบัฟโฟ่แชร์เว็บ 9KOMA มา บอกว่าเล่นช้าไปหน่อย ในขณะที่เราเพิ่งว่าเขามีเล่นอันนี้กัน (ไม่เรียกว่าช้า เรียกว่าไม่เคยรู้มาก่อน) เลยกดเข้าไปดู

มันเป็นเว็บที่ให้เราจิ้มเลือกการ์ตูน (สมัยนี้ใครเรียกการ์ตูนให้คิดว่าเป็นคนแก่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้ต้องเรียกว่ามังงะ แต่ช่างเถอะ) 9 เรื่องที่เรารัก – ไม่ใช่รักธรรมดานะ ต้องรักถึงขั้นที่ว่ามันประกอบสร้างเป็นตัวเราขึ้นมา โอ้โห โรแมนติกอะไรขนาดนั้นก่อน

Choose 9 manga you love.
Create a shareable 9-panel image in seconds.
Post it and compare picks with your friends.

เราไม่ค่อยได้เล่นพวกชาเลนจ์ หรือเว็บแนวๆ “ฮัลโหล ดูฉันสิ ดูฉันสิ” ไรงี้ แต่พอเป็นเรื่องการ์ตูน ในฐานะที่ยอมรับว่าตัวเองโตมากับการ์ตูนจริงๆ แหละ ก็เลยอยากจะขอมีส่วนร่วมบันทึกไว้สักหน่อย

บอกไว้ก่อนว่านึกอะไรได้ก็เอามาหยิบใส่ แต่ไอ้ที่ยากก็คือ รายชื่อการ์ตูนที่นึกออก มันจะค่อยๆ ท่วมท้น ล้นทะลักออกมาเรื่อยๆ ไม่หยุด จนต้องตัดสินใจคัดทิ้ง ตัดออก อันไหนที่มันโดนเส้นมากๆ แต่คิดแล้วคิดอีกก็แพ้ให้กับเรื่องที่ทัชใจกว่า ก็ต้องยอมหั่นทิ้งไป เหมือนตัวเองเป็นกรรมการ AGT เลย ถึงแม้มันจะตรงโจทย์เป๊ะๆ ว่าเรื่องเหล่านี้ส่งอิทธิพลต่อชีวิต ต่อความคิด ต่อตัวตนของเราขนาดไหน แต่พอมันกินกันไม่ลง

พอถึงรอบสุดท้าย เราก็เลยขอคัดจากเกณฑ์ที่ว่า “หยิบมาอ่านเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ”

นั่นจึงทำให้อีก 84 เรื่อง ต้องตกรอบไป และลิสต์นี้กลายเป็นการ์ตูนที่บ่งบอกอายุอย่างไม่ต้องปิดบังกันเลย เอาไว้เจอควิซที่ตั้งโจทย์มาเป็นแบบอื่นค่อยว่ากันใหม่

เริ่มนะ (ไม่ได้เรียงตามลำดับ)

โดราเอมอน (Doraemon)

ขอบูชาครูด้วยการ์ตูนเรื่องแรกที่ได้อ่านในชีวิต แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องโหลๆ (เรื่องอื่นก็โหลน่า) แต่ยังไงก็ตาม เรารู้สึกว่าถูกต้องมากๆ ที่ได้เกิดและเติบโตมาพร้อมกับเรื่องนี้ นึกย้อนไปทีไรก็ยังมั่นใจว่าเป็นการตั้งต้นชาตินี้ที่ดี

ถึงเบื้องหลังการ์ตูนเรื่องนี้อาจเป็นการเผางานส่งให้เอาตัวรอดไปเป็นสัปดาห์ๆ ไป แต่มันก็โชว์สกิลระดับปีศาจของอาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ที่ขนาดตารางเวลาแกรัดติ้วขนาดนั้น ยังหาทางออกให้กับเนื้อหารายสัปดาห์ ที่สื่อสารถึงเด็กปฐมวัย บางครั้งก็เลยมาถึงประถมปลาย หลายครั้งเนื้อหาก็แอบทะลึ่งจนทำให้เด็กอย่างผมหัวใจเต้นแรง หรือสยองขวัญแบบที่นอนหลับแล้วมีภาพติดตาตามไปในฝันได้ โลกในจินตนาการแห่งการอ่านนี่มันสุดยอดจริงๆ

โดยเฉพาะพวกภาคเดอะมูฟวี่ในยุคคลาสสิกที่อาจารย์เป็นคนเขียนเองสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ โอ้โห อะไรมันจะกลมกล่อมได้ขนาดนั้น ทั้งภาพ ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งความฉลาดในการสรรหามาเล่า มันทำให้เด็กอย่างเราอยากรู้อยากเห็นและศรัทธาในวิทยาศาสตร์ รวมถึงรู้ว่าตัวเองก็เป็นเด็กที่คล้ายโนบิตะ และอยากเข้มแข็งให้ได้แบบเขา ถึงแม้ชีวิตจริงจะไม่มีของวิเศษ แต่แก่นแกนของมันคือการมีจินตนาการถึงอนาคตที่ดี แล้วก็มุ่งไป

ดราก้อนบอล (Dragon Ball)

ขอโฟกัสเฉพาะภาคในยุคคลาสสิก จนจบจอมมารบูนะ ดราก้อนบอลนี่เราขอยกให้เป็นการ์ตูนที่สนุกที่สุดในโลกตลอดกาลไปเลย ถึงแม้ยุคหลังจะมีเรื่องอื่นที่อาจสนุกกว่า ลุ่มลึก ซับซ้อน ตื่นเต้นกว่า ฯลฯ นั่นเพราะการเกิดขึ้นของดราก้อนบอล มันกรุยทางให้วงการมังงะสู่ไปเทคนิค ไอเดีย เรื่อง ภาพ และวัฒนธรรมร่วมสมัยอีกมากมาย

การที่ อ.โทริยามะแกเปิดเกม คิดนั่นคิดนี่มาได้เป็นคนแรก (โดยที่ก็เผางานเอาตัวรอดนี่แหละ) และเป็นบันไดให้ลูกหลานเหลนโหลนได้เดินตามเส้นทางที่บุกเบิกไว้ เราขอเชิดชูเรื่องนี้อย่างมาก ตลอดการอ่านเราจะพบว้าวแฟกเตอร์เต็มไปหมด มีวลี “คิดได้ยังไง” ผุดขึ้นมาเต็มไปหมดทุกครั้งที่ย้อนอ่านในวัยที่ไม่ใช่เด็กแล้ว

นี่คือการกลับหลังหันย้อนไปมองนะ แล้วคิดดูละกันว่าตอนได้ทำความรู้จักดราก้อนบอลเป็นครั้งแรก มันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ดีใจที่ได้เกิดมาในวัยประถม ตอนที่โกคู (ตอนนั้นเรียกโงกุน) สู้กับฟรีซเซอร์ แล้วอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นซูเปอร์ไซย่า ไอ้สัสสสสสสส ทอล์ฟออกเดอะทาวน์มันยังน้อยไป เขาทรายเขาค้อต้องหยุดต่อยเพื่อมาดูมันขยับตัววันละ 5 จึ๊กในช่องเก้าการ์ตูนน่ะ

แถมดราก้อนบอล (และโดราเอมอนข้างบนด้วย) ยังส่งผลอย่างมากต่อการชอบวาดรูปเล่นของผมมาจนปัจจุบัน จึงไม่มีอะไรจะตรงโจทย์ของควิซนี้ได้ขนาดที่ว่าอีกแล้ว

ลัคกี้แมน จริงๆ นะ จะบอกให้ (Tottemo! Luckyman)

เวลาใครถามว่าชอบการ์ตูนเรื่องไหนมากที่สุด เรามักตอบว่าลัคกี้แมน เนื่องจากสองเรื่องข้างบนยกให้ขึ้นหิ้งไปแล้ว ดังนั้นถ้าจะให้จัดหมวดหมู่ ลัคกี้แมนน่าจะได้อยู่ในหมวดการ์ตูนที่คนไม่ค่อยรู้จัก แต่เรารักที่สุดก็ไม่ผิด

อารมณ์เหมือนมีเพลงอินดี้ดีๆ สักเพลงแล้วเราชอบมาก อยากปันให้เพื่อนฟัง รู้ว่าบอกไปก็ไม่เข้าหัวหรอก เพราะรสนิยมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่อีลัคกี้แมนนี่เป็นเคสประหลาดจริงๆ เหมือนถ้าถามว่าชอบหนังเรื่องไหน 9 เรื่อง แล้วอาจมีเรื่องที่มันสุดยอดจริงๆ ในหลายแง่ มันก็จะมีหนีบติดมาเป็นหนังโจวซิงฉือสักเรื่อง

“ลัคกี้แมนคือหนังโจวซิงฉือ” ที่พากย์โดยทีมพากย์พันธมิตร เอาแบบยุคทองเลยนะ กินอิ่มๆ นอนหลับๆ นักพากย์ทุกคนอารมณ์ดีมาจากบ้าน และใส่ของลงไปเต็มเหนี่ยว นั่นทำให้ลัคกี้แมนเป็นการ์ตูนที่สาดความคิดสร้างสรรค์ลงไปอย่างบ้าคลั่ง ในสถานการณ์ของวงการการ์ตูนรายสัปดาห์ญี่ปุ่นอยู่ในระดับนรกสำหรับคนทำงาน พี่แกก็ยังหาวิธีมาอัดความฮาลงไปและเอาตัวรอดจนจบอย่างยิ่งใหญ่ได้

ประเด็นของลัคกี้แมนไม่ได้มีแค่นั้น ที่บอกว่าพากย์ไทยโดยพันธมิตร นั่นก็เพราะสื่อตลกที่มาจากต่างชาติ ถ้าผ่านการแปลแบบตรงๆ ทื่อๆ มันก็จะไม่ได้สร้างความหัศจรรย์อะไรนัก เผลอๆ มุกที่เกี่ยวกับภาษา ถ้ามาแบบข้ามวัฒนธรรม ต้องใส่ดอกจันอธิบายยริบท รับรองจืด

แต่นี่ ลัคกี้แมนได้คุณอิศเรศ ทองปัสโณว์ นักแปลในตำนานของการ์ตูนไทยมาคุมบังเหียน พี่แกยัดมุกตลกโปกฮาแบบมีกลิ่นหมูกระทะส้มตำไก่ย่างข้าวเหนียวลงไปเต็มพิกัด เคยไหมล่ะที่อ่านการ์ตูนแล้วมันตลกไปยันสันปก ปกหน้าปกหลังพับนอกพับใน จนสุดท้ายต้องไปอ่านในหน้าเครดิต และจดจำชื่อชายผู้นี้ติดหัวมาตลอด

ลัคกี้แมนเป็นการ์ตูนแนวอะไรดีวะ จะเรียกว่าการ์ตูนแก๊กในธีมซูเปอร์ฮีโร่ก็ได้ แต่ช่างเถอะ ความดีงามของมันก็คือความคิดสร้างสรรค์และอารมณ์ขัน ที่จัดมาเน้นๆ แน่นๆ แบบกูไม่เอาอะไรแล้วชีวิตนี้ จะขอมาตลกอย่างเดียวได้อย่างน่าทึ่ง และนี่เป็นส่วนที่ประกอบสร้างวิธีคิด วิธีการวางแผนการดำเนินชีวิตของเรา รวมไปถึงการ “ไม่ต้องวาดสวยก็ได้” และ “การ์ตูนน่ะ ขอให้มันสนุกก็พอแล้วนี่” อีกด้วย

ฮิโนโทริ วิหคเพลิง (Phoenix – 火の鳥)

การ์ตูนของอาจารย์โอซามุมีหลายเรื่องที่ต้องมาคัดทิ้งจนหยดสุดท้าย และต้องมาเลือกเอาจริงๆ ว่าเราชอบเรื่องไหนมากที่สุดจาก 700 กว่าเรื่องที่แกเขียน เราได้อ่านจริงๆ แค่ไม่กี่เรื่อง และมีลิขสิทธิ์ในไทยจริงๆ น้อยกว่านั้นลงไปอีก (นอกนั้นอ่านเถื่อน) จนในที่สุดก็ได้เรื่องสุดท้ายมาเป็นฮิโนโทริ วิหคเพลิง การ์ตูนแนวปรัชญาเรื่องนี้

เรารู้จักฮิโนโทริครั้งแรกจากร้านเช่าการ์ตูน ตอนนั้นอ่านอะตอม แบล็กแจ็ก และ 3 ตาปาฏิหาริย์ แล้วก็เรียกว่าตกตะลึงพรึงเพริดเลย ในขณะที่เรื่องอื่นๆ ของอาจารย์แกใช้ภาษาที่สื่อสารกับเด็กหรือวัยรุ่น แต่เรื่องนี้ต่างออกไป มันไม่ประนีประนอมกับการที่เด็กอ่านแล้วจะรู้เรื่องไหม (ก็ไม่ต้องอ่าน มันไม่ใช่การ์ตูนเด็กจ้ะหนู) มันเป็นการ์ตูนปรัชญาที่ต้องคนผ่านชีวิตมาขนาดไหนถึงประพันธ์มันออกมาเป็นระดับที่เรียกได้เต็มปากว่าวรรณกรรมแบบนี้ได้

ถึงจะเป็นเหมือนเรื่องสั้นๆ ที่เย็บต่อกัน และเชื่อมร้อยด้วยนกฟินิกซ์ตัวนึงที่เห็นและบางครั้งก็เข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ แต่มันก็เอาเราอยู่ทุกเรื่อง มันลึก มันตื้นตัน มันเต็มเปี่ยม จนบางทีมันล้นออกมา

ด้วยงานภาพและวิธีการเล่าเรื่องที่ต่างจากการ์ตูนเอาตัวรอดรายสัปดาห์เรื่องอื่นๆ ของแก เมื่อได้เข้าไปอยู่ในจักรวาลอันน่ามหัศจรรย์นี้แล้ว ก็เข้าใจจริงๆ แล้วว่าทำไมใครๆ ก็ต่างยกย่องให้เท็ตสึกะ โอซามุ เป็นพระเจ้า

ปรสิตเดรัจฉาน (Kiseijuu – Parasyte)

ที่จริงชื่อไทยมีหลายชื่อ ตั้งแต่ยุคที่ยังเถื่อนอยู่ มาจนยุคที่สยามได้ลิขสิทธิ์ และพิมพ์ซ้ำมาเรื่อยๆ (เราเก็บเวอร์ชันก่อนล่าสุด) เราได้อ่านครั้งแรกน่าจะช่วง ม.ต้น เป็นของเพื่อนพี่สักคน แล้วก็ช็อก ตะลึง เยี่ยวแตก การ์ตูนบ้าอะไรทำไมมันโหดได้ขนาดนี้ เหมือนดูหนังสักเรื่องที่ไม่ได้ให้ความหวังอะไรกับเราเลยนอกจากจะบอกว่าโลกจะแตกแล้ว

มันเป็นการ์ตูนระทึกขวัญแนวมนุษย์ต่างดาวบุกโลก และพระเอกก็เผอิญโดนมันพยายามจะกลืนร่างเข้าไปด้วย เดี๋ยวนี้เราเห็นการ์ตูนคล้ายๆ แบบนี้ที่ผลิตตามมาในยุคหลังเต็มไปหมด การถูกก้าวข้ามและพัฒนาไปเรื่อยๆ มันอาจไม่ทำให้รู้สึกว่าร่วมสมัยเท่าไหร่แล้ว แต่ยังไงก็เป็นการ์ตูนที่อ่านซ้ำกี่ครั้งก็รู้สึกว่า สนุกสัสๆ เลยโว้ย

ไอ เจ้าหนูพลังจิต (Ai ga yuku – 愛がゆく)

เนื่องจากเรื่องนี้ (และการ์ตูนส่วนใหญ่ของอาจารย์โคยามะ ยู) ไม่มีลิขสิทธิ์ในไทย ครั้งแรกที่ได้อ่านคือยุคหมึกจีน จากตู้หนังสือของลูกพี่ลูกน้อง ในชื่อ “ไอ ผู้มาจากอวกาศ” แล้วก็ได้รู้ว่าเรายังไม่ถึงวัยที่ควรอ่านเรื่องนี้นี่หว่า มันออกจะติดเรตนิดๆ เกินเด็กไปหน่อย แต่โบนัสของการอ่านการ์ตูนที่โตเกินวัยหน่อยๆ ก็คือ มันจะได้เจออะไรที่ทำให้ทึ่ง แบบที่เด็กอย่างเราไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นเต็มไปหมด อย่างเช่น ทฤษฎีการย้อนเวลา เส้นเวลา การสังหารหมู่ขนาดใหญ่ รวมถึงความวับๆ แวมๆ ที่แทรกเข้ามาแบบไม่ทันรู้ตัวก็เลือดลมเดินแล้วในวัยนั้น

งานของอาจารย์โคยามะ ยู อย่างเช่น อาสึมิ สวยประหาร, SPRINTER, Change ฯลฯ บอกตามตรงว่าลายเส้นมันไม่ได้สวยตามบิวตี้สแตนดาร์ดในยุคปัจจุบัน แต่ลองได้อ่านและชินกับงานภาพแค่แป๊บเดียว แล้วจะรู้ว่ามันคือเสน่ห์เหลือล้น ทำไมถึงเล่าเรื่องและสื่อสารออกมาได้เฉียบขาดแม่นยำขนาดนั้นกันนะ ซีนดราม่าก็ทำให้นึกออกเลยว่าเป็นเรื่องแรกที่เราอ่านแล้วน้ำตาคลอ (เรื่องล่าสุดที่ทำให้เป็นแบบนั้นได้คือฟรีเรน) ก็ตกใจตัวเองว่ามันมีการ์ตูนแนวอื่นที่ไม่ใช่การต่อยกัน ฆ่ากัน แต่ใช้วิธีคุกคามจิตใจกันแบบนี้ด้วยเหรอ มันสุดยอดจริงๆ

จนล่าสุดที่มาอ่าน (ก็ยังเป็นเวอร์ชันเถื่อน เพราะไม่มีลิขสิทธิ์ในไทย) มองจากสายตาของผู้ใหญ่ ที่ต่อมจินตนาการไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนวัยเยาว์แล้วก็ยังรู้สึกว่ามันสุดยอดอยู่ดี

คิวทอง (Break Shot)

การ์ตูนกีฬาเรื่องแรกที่อ่านแล้วรัก ก่อนหน้านี้อ่านพวกอิตโต้ สึบาสะ หรือ Sprinter อะไรพวกนี้มาก็ยังรู้สึกแค่ว่ามันสนุกดี แต่กับเรื่องนี้มันพิเศษเป็นการส่วนตัว นอกจากพระเอกจะเก่งแบบไม่มีเหตุผล สู้กันแบบโกงเวอร์ไม่มีสามัญสำนึกอะไรใดๆ ในโลกฟิสิกส์ แถมแต่ละคนยังมีท่าไม้ตายเท่ๆ และตามหาท่าไม้ตายในตำนานแล้ว

ความเจ๋งนอกเนื้อเรื่องของมันคือมันไม่มีลิขสิทธิ์เลย ต้องไปตระเวนหาอ่านจากร้านเช่าการ์ตูนหลายๆ ร้านในยุคนั้น จนสุดท้ายพอร้านเลิกกิจการถึงทยอยซื้อต่อมาในสภาพยับๆ และขาดแค่เล่ม 3 จนถอดใจไปเกิน 20 ปี… มาเก็บเล็กผสมน้อยในยุคที่โตแล้วหาซื้อการ์ตูนเด็กหนวดมาอ่านอีกที เนี่ย ชีวิตยากมาก 555555 เราเลยมีทั้งพิมพ์แบบเล่มหนาๆ ของหมึกจีน (ยอดคิวทอง) แล้วก็ของ New Project (โคตรเซียนคิวทอง) ซึ่งจำนวนเล่มมันเท่ากันพอดี เลยต้องอ่านแบบสลับพิมพ์ งงๆ นิดนึง จนแก่มาจึงได้มีสำนักพิมพ์เถื่อนที่ทำใหม่อีกทีแบบอ่านขวาไปซ้าย จึงได้ซื้อเก็บอีกครั้ง เสียดายว่ามันไม่มีลิขสิทธิ์จริงๆ สักที อยากเก็บง่ะ

เรื่องนี้นอกจากการ์ตูนมันจะสนุกแล้ว การค่อยๆ ไล่ตามสะสมหนังสือที่เป็นความทรงจำในวัยเด็กเพื่อกลับมาอ่าน และย้อนนึกถึงวันนั้นแบบคนแก่ มันก็เป็นความรู้สึกที่แสนดีของเราเช่นกัน

ทาร์จังจ้าวป่า (Jungle no Ouja Tar-chan)

ด้วยเหตุผลคล้ายลัคกี้แมน แต่ลบคำว่าความคิดสร้างสรรค์ออกไป เปลี่ยนเป็นคำว่าวิปริต หรือสัปดนก็ได้ เอาตามความเหมาะสมเลย มีที่ไหนล่ะ สกิลของพระเอกที่สามารถร่อนจากที่สูงลงมาถึงพื้นได้ด้วยการดึงหนังไข่ยืดเป็นแผ่นขนาดยักษ์เพื่อต้านลม ไอ้บ้าเอ๊ย

เรื่องนี้เรายกให้เป็นการ์ตูนจังไรเหี้ยๆ ที่สนุกชิบเป๋ง และอยากให้รีพรินต์อีกจังเลย อยากเก็บสะสมแบบดีๆ จะได้เป็นการ์ตูนเหี้ยที่ดี

รันม่า ½ ไอ้หนุ่มกังฟู (Ranma ½)

เนื่องจากเรื่องนี้แมสอยู่แล้วเราเลยไม่ต้องสาธยายความดีของมันมาก แต่จะเล่าเรื่องความรักที่มีต่อเรื่องนี้แทน

มานึกดูแล้วทำไมลิสต์แต่ละเรื่องของเราถึงจะต้องเป็นการ์ตูนที่มีความทะลึ่งปะปนอยู่หน่อยๆ นะ รบกวนนักจิตวิทยาใดๆ ผ่านมาอ่านแล้วก็อย่าเอาไปแฉเยอะนะครับ

รันม่า เป็นหนึ่งในการ์ตูนทรงคุณค่าที่อยู่ในตู้หนังสือของลูกพี่ลูกน้องที่เขาอุตส่าห์ล็อกกุญแจไว้ จนพอมีเหตุให้เปิดตู้และไม่ได้ล็อก เราไปเที่ยวบ้านเขา ก็เลยได้มีโอกาสอ่าน (พร้อมๆ กับเรื่องอื่นๆ อย่างไอ ซิตี้ฮันเตอร์ ฯลฯ) และตกหลุมรักอีกแล้วเช่นกัน ตู้หนังสือนี้ทรงคุณค่ามากนะครับ มันสร้างเรามาได้จริงๆ

เป็นการ์ตูนแก๊กตลกแบบที่เราชอบอีกแล้ว และมีตัวละครที่ค่อยๆ เติมมาเป็นสีสัน สีสันนั้นก็เพิ่มขึ้นตามจำนวนตอนที่มี และชุลมุนไปหมด จนจบแล้วก็รู้สึกว่าเฮ้ย เราผูกพันกันมาตั้งนาน จากนี้ไปเราก็ต้องเคว้งอยู่คนเดียวแล้วสินะ ว่าแล้วก็หยิบเรื่องอื่นมาอ่านต่อ

เรื่องอื่นๆ ที่คัดออกด้วยความเสียดาย

พอพิมพ์มาถคงตอนนี้แล้วก็สังเกตได้ว่ามีแต่การ์ตูนยุค 90s นี่หว่า เลยกลัวว่าจะหาว่าแก่ (ก็แหงสิ การประกอบเป็นตัวเราได้มันก็น่าจะเป็นตอนที่กำลังวัยเบียวๆ หน่อย) เลยขอแถมลิสต์การ์ตูนที่รักของเราอีก ในโจทย์เดียวกันนี้ว่า นอกจาก 9 เรื่องข้างบนแล้ว ตัวเราก็ยังถูกประกอบสร้างมาจากการ์ตูนในลิสต์ที่จะกล่าวต่อไปนี้เหมือนกันนะ เอาเท่าที่พอนึกออก + หันไปดูชั้นการ์ตูนข้างหลังครับ

  • คิ้วหนาซ่าสุดๆ
  • City Hunter
  • Cobra
  • Frieren คำอธิษฐานในวันที่จากลา (เป็นการ์ตูนยุคใหม่น่าจะเรื่องเดียวที่ทะลุเข้ามาถึงนี่ได้)
  • ไดตะลุยแดนเวทมนตร์
  • คุโรมาตี้
  • บากิจอมประจัญบาน
  • แบล็กแจ็ก
  • สามตาปาฏิหาริย์
  • Berserk
  • อนุญาตฆ่า
  • COCO สลัดจอมลุย
  • One Piece
  • Bakuman
  • Battle Royale
  • Hunter x Hunter
  • Blue Giant
  • ชั่วโมงเรียนพิศวง
  • คินดะอิจิกับคดีฆาตกรรมปริศนา
  • อาสึมิ สวยประหาร
  • Space Brother
  • Bambino!
  • F1 (รวมผลงานการ์ตูนไซไฟปรัชญาของ Fujiko F. Fujio)
  • โอ้พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก!
  • Dr.Slump
  • เซียนตัดเซียน
  • Death Note
  • ZIPANG
  • ไอ้เขี้ยวเงิน
  • มังกรซ่อนลาย
  • GON
  • Wingman
  • PSYCHOMETERER เอย์จิ
  • ต๊องแน่ แต่อัจฉริยะเรียกพี่
  • ถึงจะเห่ย แต่ก็สู้นะเฟ้ย
  • น้ำตาเพชฌฆาต (Crying Freeman)
  • 20th Century Boys
  • BECK (เรื่องนี้ตัดออกด้วยน้ำตา รักมาก ทำไมแพ้ทาร์จังวะ)
  • การ์ตูนขายหัวเราะ รวมถึงเรื่องสั้นต่างๆ จากสำนักพิมพ์นี้ในยุคที่โตมา

ฟอนต์กอกอตอ (KorKorTor)

ฟอนต์ใหม่ล่าสุดที่คุณ Gat รีเควสต์มาในโพสต์ของเพจฟอนต์ หลังจากเราดัดฟุตเหล็กเป็นรูป ค.ควาย

พอบอกว่าอยากได้ฟอนต์ที่มีแต่ ค.ควาย ก็เลยเปิด Fontlab แล้วเริ่มทำ เสร็จออกมาเป็นฟอนต์ในครึ่งชั่วโมงได้ไงก่อน นี่รวมใส่โค้ดแล้วนะ 55555

ฟีเจอร์ของฟอนต์กอกอตอ (KorKorTor)

  • รองรับภาษาไทย อังกฤษ ตัวอักษรละตินอีกเยอะแยะ ตามที่ default ของฟอนต์แล็บมันทำไว้ให้ (คือมันเพิ่ม Glyph ไว้ซะเยอะ ไว้รองรับการใช้งานในหลายภาษา ซึ่งปกติฟอนต์ที่เราทำเองจะรับแค่ไทยกับอังกฤษ)
  • พิมพ์อะไรก็ออกมาเป็น ค.ควาย
  • แต่จะมีอยู่คำนึง ที่เป็นอักษรย่อภาษาไทย 3 ตัว ที่พอพิมพ์แล้วจะได้ตัวซีเคร็ตออกมา (ขอไม่เฉลย แต่ไม่ยากเลย)

กลายเป็นฟอนต์ที่ทำเสร็จอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ตัวที่ทำค้างไว้ตั้งแต่เดือนเมษาฯ ยังไม่ได้ทำต่อ น่าละอายนัก

ดาวน์โหลดฟรี

f0nt.com/release/korkortor/

ทำเว็บ Notepad มาฝากครับ

วันนี้จะจดอะไรสักอย่างไวๆ

เปิดแอป Google Keep ก็รู้สึกว่าสร้างขยะ (คือผมชอบมานั่งจัดระเบียบมันให้สะอาดๆ น่ะ โรคจิตพอสมควร)

จะเข้าเว็บ Notepad ต่างๆ ที่ bookmark ไว้ ก็ลืมชื่อ 5555555555 รู้สึกว่ามันจะมีป้ายโฆษณาหรือปุ่มสักอย่างที่ดึงดูดความสนใจเราเกินไป

คือแค่จะจด จะร่างข้อความน่ะ พิมพ์เสร็จ ก๊อปปี้แล้วก็ไป ไม่เอาอะไรแล้ว

เอ๊ะเขียนเองก็ได้นี่หว่า! เลยเปิด Gemini (แบบฟรีด้วยนะวันนี้) พิมพ์สั่งมันไป 1 นาที ให้มันเจนโค้ดอีกครึ่งนาที เสร็จแล้ว พระเจ้า ฉันดีใจที่เกิดทันยุคนี้

ลองใช้ดู

  • เว็บนี้ (ทำเป็น webapp ได้) ไม่มีอะไรเลย เป็นหน้าจอโล่งๆ สะอาดและเร็ว
  • สลับ dark/light mode ได้
  • มีปุ่มเคลียร์ และปุ่มก๊อปปี้ข้อความ
  • ไม่ต้องล็อกอินอะไรเลย เปิดมาคราวหน้าก็ยังคงมีข้อความนี้อยู่ในเครื่อง

นึกได้ตอนเขียนบล็อกนี้ว่า เอ๊ะถ้าล็อกอินแล้วให้มันเซฟข้อความไว้ใช้ข้ามเครื่องได้ล่ะ คงดี!

แต่ก็หยุดไว้ทันที เพราะถ้าใส่อะไรเข้าไปอีก มันก็จะไม่รู้สึกเบาแล้ว เอาเท่านี้พอ

WordPress Plugin : WP Simple Search and Replace

ปลั๊กอินตัวนี้เกิดจากความต้องการอัปเดตข้อมูลทีละเยอะๆ ในคราวเดียว จากผู้เขียนโพสต์คนเดียวกัน ใช้ในสถานการณ์ที่เว็บฟอนต์เจอ เช่น เจ้าของฟอนต์คนนี้เปลี่ยนที่อยู่โซเชียล ตู้ม มานั่งไล่แก้เลย ร้อยกว่าโพสต์ มันจะเหนื่อยเอานะ

ก็เลยเกิดเป็น WP Simple Search and Replace ขึ้นมา

พอติดตั้งเสร็จ เข้าไปในเมนู Tools > Search & Replace ก็จะเจอหน้าตายังงี้

ก็กรอกไปเลยว่าจะให้ค้นอะไร แก้เป็นอะไร จากใคร

จะแก้เป็นข้อความหรือแก้เป็นโค้ดก็ได้ ใส่เงื่อนไขตัวแปรได้ แถมยังมีโหมดพรีวิวด้วยนะ คือขอค้นก่อนว่ามันอยู่ในโพสต์ไหนบ้าง ถ้าโอเคก็กดรันได้เลย

WordPress Theme : minimal-photoblog

เนื่องจากเราย้าย photoblog “ตีนใหม่หัดปั่น” มาจาก Tumblr (ที่มันช้าและ flow ยุบยิบเหลือเกิน) มาที่บ้านใหม่ใต้หลังคาของตัวเอง (ride.iannnnn.com) เพื่อการคอนโทรลทุกอย่างได้ 100% ก็เลยทำธีมให้น้องซะหน่อย

โดยโจทย์คือฉันจะทำตามใจตัวเองที่สุด โดยการใช้งานก็มีแค่ปั่นไปไหน จอดถ่ายรูป เก็บใส่บล็อกเอาไว้ แล้วก็ไปต่อ มันควรจะง่ายจนแทบจะไร้พิธีรีตรองใดๆ ทั้งสิ้น จึงตั้งใจทำเป็นหน้าตา Photo Blog ที่ออกมาใช้ง่าย แบบซีเรียสเลย ง่ายจริงๆ จังๆ

ซึ่งก่อนยุค เไ นี้เราพยายามหาธีมแบบ minimal มาใช้เท่าไหร่ มันก็ยังไม่ตอบโจทย์ตัวเอง เลยอัญเชิญวาทะของท่าน สส.มาร์คมาใช้ครับ “อยากได้ต้องทำเอง”

ปรับแต่ง รื้อ จูนอยู่วันนึง ก็เสร็จออกมาเป็นธีมชื่อ minimal-photoblog ครับ
และเพื่อเป็นการบูชาครู ขอ แจกให้ดาวน์โหลดได้ฟรีเช่นเคย

หน้าตาเป็นงี้ครับ เป็นภาพเรียงๆ กัน มีแค่วันที่และแคปชัน กดดูภาพใหญ่ได้
ขี้เกียจแคปในมือถือ เอางี้ละกัน
หน้าดูรูปแบบใหญ่ๆ ถ้าล็อกอินก็จะเห็นปุ่ม edit และ delete ง่ายๆ เลย
ถ้าใส่รูปมากกว่า 1 รูป ก็จะเลื่อนดูซ้ายขวาได้
หน้า Compose ก็ตัดทุกอย่างออกหมด เหลือแค่นี้ ไวมาก ง่ายมาก

สอนการเพิ่มวิธีการติดตั้งหน้า Compose สำหรับคนใช้ WordPress ไม่คล่องครับ (ถ้าไม่อยากใช้ก็ไม่ต้องทำ)

  1. เอาไฟล์ page-new.php ไปใส่ในโฟลเดอร์ธีม
  2. เข้าไปที่หลังบ้าน WordPress Pages -> Add New Page
  3. ตั้งชื่อหน้าว่าอะไรก็ได้ (เช่น Compose)
  4. มองหาเมนู Template ด้านขวามือ ให้เลือกเป็น New Post แล้วกด Publish
  5. เวลาจะโพสต์ ก็แค่เข้าไปที่เว็บคุณตามด้วยลิงก์ชื่อเพจนั้น (เช่น iannnnn.com/compose)

อ้อ หน้า Compose นี่ ถ้าเรา Add to Home Screen บนมือถือ ก็จะได้เป็น “แอปโพสต์บล็อก” ที่เร็วสุดๆ 1 ตัวครับ (ใส่ favicon ได้ด้วย)

นอกจากนี้แล้ว ขอโฆษณาสิ่งที่เขียนในโปรเจกต์เดียวกันนี้เมื่อเย็นวานอีก เป็นปลั๊กอิน 3 ตัว

  1. WordPress Plugin : Move from Tumblr เอาไว้ย้ายบ้านจาก Tumblr มา WordPress
  2. WordPress Plugin : Delete All Post เอาไว้ลบโพสต์ทุกโพสต์หายในปุ่มเดียว (อันตรายนะเนี่ย)
  3. WordPress Plugin : Convert Classic Posts to Native Blocks แปลง Classic Format เป็นระบบ Block ที่ทำให้แก้ไขปรับแต่งอะไรๆ ง่ายบน WordPress

แจกฟรีหมดเลย มีอะไรสงสัย หรือแนะนำ ทวีตมาถามได้ที่ @iannnnn