022 | สาวเอย (ทุภาษิตสอนหญิง)

06 / 03 / 2548 | 17:46 น.

wc_thairath1

งามหน้าไปทั่วโลกอีกแล้วครับตำรวจไทย
กับคดี “พ.ต.ต.นกเขา” แห่ง สน.มักกระสัน เอ๊ย.. มักกะสัน
(สน.เดียวกะที่เฮียชูวิทย์แกเป็นคู่กรณีด้วยนั่นแหละ)

เห็นไหมว่าขนาดผมเองยังจำไม่ได้ว่า พ.ต.ต. คนนั้นชื่ออะไร
จำได้แต่ชื่อหน่วยงานที่สังกัด
นั่นแสดงว่าเวลาเราทำอะไรผิดขึ้นมาที (โดยเฉพาะคนใหญ่คนโตยังงี้)
คนที่ได้รับความเสื่อมเสียนั้นไม่ใช่เราหรอกครับ แต่เป็นคนรอบข้าง
ปลาทูตัวเดียวเจี๊ยวเน่าไปทั้งเข่งแล้วเห็นไหม
นี่เรียกได้ว่า ถ้าไปออกหนังสือพิมพ์ฝรั่ง เขาก็ต้องพาดหัวว่า

“ตำรวจไทยจับเด็กอมนกเขา”
ซึ่งงามไปทั้งวงการตำรวจ และประเทศไทยเลย

แต่น่าสงสารน้องหนูคนที่ตกเป็นฝ่ายเสียหายในคดีนี้จังเลยครับ
นอกจากจะต้องยอมบากหน้ามาแจ้งตำรวจที่ตัวเองถูกข่มขืนมาแล้ว
แต่กลับต้องมาเจอตำรวจเหี้ยๆ คนนี้
เพราะในทางกฎหมาย คดีนกเขา/ล้วงจิ๋ม/ฯลฯ (แล้วแต่จะเรียก) นี้
เป็นได้แค่คดี “อนาจาร” ครับ ซึ่งโทษต่างจากคดีข่มขืนลิบลับเลย
นี่ถ้าไอ้สัตว์นี่ทำการข่มขืนจนสำเร็จ โทษของมันคงจะรุนแรงกว่านี้หลายเท่า

แต่อย่าเลยครับ ..ผมภาวนา

กระบวนการสอบสวนคดีทางเพศในบ้านเรานั้นยังทุเรศอยู่มากมายครับ
เพราะการสอบปากคำนี่ แม้แต่ สน.มักกะสันเองยังให้ตำรวจชายเป็นผู้รับแจ้ง
โชคร้ายมากๆ ที่ไอ้ตำรวจห่านี่ดันเป็นคนรับเรื่องซะอีก ….เหี้ยโว้ยยยยย

ถามว่าถ้าลูกสาวคุณโดนข่มขืนมา แล้วไปแจ้งตำรวจ
คุณจะยอมไหม ที่ผู้รับแจ้งไม่ใช่ตำรวจหญิง
ตำรวจผู้หญิงนั้นควรจะได้รับหน้าที่อื่นบ้าง
ไม่ใช่วันๆ โดนแค่นั่งพิมพ์งาน หรือทำแค่งานธุรการ

พอมีคดีข่มขืน อนาจารขึ้นมา (มีบ่อยด้วยสิ) ผู้เสียหายจำเป็นต้องพึ่งคุณครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ (อายุไม่เกิน 18 ปี)
การสอบปากคำจำเป็นต้องมีพนักงานสอบสวนที่เป็นผู้หญิง
นักสังคมสงเคราะห์หญิง และนักจิตวิทยาหญิง ซึ่งสามฝ่ายนี้มีอยู่น้อยมาก

คดีข่มขืนแบบอันซีนๆ ที่ยังไม่มีการแจ้งความในบ้านเรานั้นยังมีอีกมากครับ
เปรียบได้กับภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ยอดขึ้นมานิดเดียวเอง แต่ข้างใต้น่ะก้อนเบ้อเร่อ

นอกจากจะเป็นเพราะว่าขั้นตอนการสอบสวนที่ยังล้าหลังอยู่มากแล้ว
ยังจะเป็นขั้นตอนในชั้นศาลด้วยครับ

ในฐานะผู้ชายที่มีอาวุธ (พร้อมจะข่มขืน) อย่างผม ขอบอกได้เลยว่า
แค่จ้างคนเก่งๆ หน้าด้านๆ มาเป็นทนายให้ คดีนี้ยังไงก็หลุดครับ
เพราะเวลาอยู่ในศาล แล้วปล่อยให้ทนายถามโจทก์ (คือฝ่ายหญิง)
ทนายจะซักและไซ้อย่างละเอียดถึงเหตุการณ์ตอนที่จำเลยกำลังข่มขืน
เช่น เรื่องราว ที่มาที่ไปเป็นยังไง ทำตรงไหน และท่าทางขณะข่มขืน
ถ้าคุณเป็นคนโดนข่มขืนขึ้นมา
ถามจริงๆ ว่าการไปเล่าประสบการณ์ทางเพศ (ที่ไม่เต็มใจอย่างยิ่ง)
ให้กับคนจำนวนมากๆ ที่เห็นหน้าและประวัติเราอย่างละเอียด
รวมถึงเล่าให้ไอ้เหี้ยคนที่มันทำกับเรานั่นฟังและนึกภาพตามได้นั้น

คุณจะกล้าไหม!!

โอเคถ้ากล้า คุณใจเด็ดมากครับ และขอให้ผ่านคดีนี้ไปได้ด้วยดี
แต่ด้วยชั่วโมงบินของทนายฝ่ายจำเลย ขอบอกว่ายากมากครับ
ใครอ่านบล็อกของผมวันนี้ก็เอาไปเล่าให้ลูกหลานฟังด้วย ..มันสำคัญจริงๆ
แต่ถ้าคุณพลาดเพียงนิดเดียว ..ก็จบเห่ครับ

ตัวอย่างคดีที่พลาด

คดีข่มขืนต่างจากอนาจาร : คือ คดีข่มขืนนั้น
ต้องเอาอวัยวะเพศชายเสียบเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิงเท่านั้น
ถ้าเป็นการทำข้างหลัง ทำข้างบน ทำข้างๆ (หู??) ไม่ถือว่าข่มขืนครับ

กางเกงที่ใส่ : ถ้าใส่กางเกงยีนส์แน่นๆ และคุณมีสติอยู่ (ไม่ได้โดนมอม)
ไม่มีทางที่ฝ่ายชายจะข่มขืนคุณได้ครับ ยกเว้นคุณจะถอดเอง ..คดีนี้หลุด

ท่าทางในการข่มขืน : ทำได้ท่าเดียวครับถึงจะเรียกว่าข่มขืน
นั่นคือ ฝ่ายชายจับขาของโจทก์แยกออก และทิ่มพรวดเข้ามาทางด้านหน้า
(เหมือนกับท่าในหนังโป๊ญี่ปุ่นตอนจะจบในแต่ละยกแหละครับ)
ถ้าเป็นท่าที่ฝ่ายหญิงอยู่บน ..คดีนี้หลุดแน่นอน 555

หรือถ้าเป็นท่าอื่นๆ มันก็ยากจะทำใจเชื่อว่คุณโดนข่มขืน
เพราะว่าบางครั้งการมีอารมณ์ร่วมไม่ว่าจะด้วยการถูกเล้าโลมหรืออะไรก็ตาม
มันจะทำให้คุณถูกเปลี่ยนสถานะจาก “ถูกบังคับ” กลายเป็น “สมยอม”

และแพ้คดีนี้ในที่สุด!!!!!!

รู้สึกว่าบล็อกผมวันนี้จะล่อแหลมมาก
แต่เชื่อว่าเป็นประโยชน์แน่นอนกับสังคมเหี้ยๆ ทุกวันนี้
เอาเป็นว่าบอกวิธีสู้คดีหลังข่มขืนไปแล้ว ก็จะขอบอกวิธีต่อสู้เมื่อจะโดนข่มขืนดูบ้าง
ไม่ต้องถึงขนาดกัดลิ้นขาดอย่างสุดยอดวีรสตรีที่เคยเป็นข่าวนั่นก็ได้ครับ
มันโหดและเปลืองตัวไปหน่อย.. เราขอเสนอวิธีง่ายๆ ที่ผู้ชายไม่รู้มั่งล่ะ

นั่นคือ ถ้าคุณจะโดนข่มขืน หรือถูกบังคับให้อมนกเขาจุ๊กกรู หรือให้ใช้มือก็ตาม
จงแกล้งทำเป็นเริ่มสมยอม .. ทำเป็นไหมครับ ทำเป็นเคลิ้มน่ะ
แล้วพยายามหาโอกาส “จับ” มันให้ได้
พอได้จับปุ๊บ ทำเป็นใช้มือ อะจึ๊กๆๆ ไปนิดหน่อยพอให้ศัตรูหลงกล
พอสบโอกาสปั๊บ ให้หักมันลงไปข้างล่างอย่างสุดแรงครับ!!

นึกออกไหม ธรรมชาติของอวัยวะเพศชายนั้นมันจะชี้หน้าเราเป็นรูป ง.งู ครับ
หักหาง ง.งู ลงไปเลย ให้เหลือแค่ “เ” — (เป็นรูป ง.งู ชักตาตั้งจนกลับหัว)

นี่จะทำให้ผู้ชายเกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงมากๆ ครับ
และอาจจะทำให้ตรงนั้นใช้การไม่ได้อีกเลยก็เป็นได้
อูย… เขียนไปก็เสียวไปวุ้ย

อีกวิธีที่เล่นถึงตาย (แต่มันคือทางรอดของคุณ) ก็คือ
“โจมตีตรงอัณฑะ” ครับ แปลเป็นไทยว่า ทุบไข่มัน
จะทุบ จะต่อย หรือจะเตะก็ได้
แต่ขอแนะนำว่า ทำให้แรงที่สุดเท่าที่คุณจะบันดาลโทสะได้
ไม่ใช่ว่าทุบเบาๆ แบบนางเอกละครช่องเจ็ดเวลาโดนพระเอกไซ้คอนา
เพราะถ้าทำแค่นั้นรับรองว่า มันจะฟื้นตัวกลับมาลากคุณไปปาดคอแน่นอน
การโจมตีตรงนั้นส่งผลรุนแรงกับระบบประสาท

มีคนไข้ของคุณหมอพรทิพย์ที่ตายเพราะอุบัติเหตุ
แล้วโดนกระแทกแค่ไข่เนี่ย และวเกิดอาการช็อคจนสมองตายครับ
เห็นไหมว่าอันตรายจริงๆ — แต่คุณต้องทำ
เพราะการป้องกันตัวนี้ในทางกฎหมายไม่ถือว่าผิดครับ

เริ่มโหดขึ้นเรื่อยๆ แล้วเว้ยกู

พอดีกว่า หักหลังผู้ชายมาพอแล้ว
(โคตรเกลียดเลยไอ้หนังสือหักหลังผู้ชายและเล่มอื่นๆ ของสำนักพิมพ์เนี้ยะ
แม่งแต่งมาสร้างค่านิยมให้คนสามารถเอากันได้โดยไม่ต้องมีพันธะ)

สุดท้ายนี้

อยากจะบอกว่า ถ้าคุณไม่อยากถูกข่มขืนหรือใช้วิชาฆ่านที่ผมสอนละก็
เลิกเถอะครับ การแต่งตัวยั่วสวาททั้งหลายน่ะ
ยิ่งชุดนักศึกษาเดี๋ยวนี้ละ แหม..เห็นแล้ว….
อืม… อืม…. ไม่กล้าเขียน
เดี๋ยวจะกลายเป็นเว็บโป๊ไปฉิบ (หวังวาคงรู้กัน)

ดังนั้นจงหยุดเถิดนะสาวเอย ผมขอเตือนด้วยความหวังดี
แม้จะต้องกัดฟันพิมพ์ก็ตาม

ป.ล.
เฮ้ย ผมไม่เคยไปข่มขืนใครนะโว้ย ..นี่เพราะหวังดีล้วนๆ
ที่เขียนจนเห็นภาพนี่ก็อ่านจากหนังสือของหมอพรทิพย์บ้าง
อ่านจากข่าวแล้วก็บทความจากหนังสือหลายๆ เล่มบ้าง เท่านั้นแล

ป.อ.
ผู้หญิงข่มขืนผู้ชายไม่ถือเป็นคดีข่มขืน
และการข่มขืนกระเทยไม่ว่าจะข้างหน้าหรือข้างหลังก็ไม่ใช่ข่มขืน
เป็นเพียงคดีอนาจารครับ นี่แหละกฎหมายไทย

ป.ฮ.
เอ้อ.. ผมอ่านจากไทยรัฐมาแล้วล่ะ
จะบอกว่า ..ตำรวจคนที่อ้างถึงนี้ชื่อ พ.ต.ต.ไสว ลอบลัด ครับ! (ฟ้องมาสิ)