2011 / 2554

ทำไปทำมาก็ดองจนได้ นี่ไงล่ะ ยุคบล็อกตายแล้ว 5555 โอเคเล่าต่อเลยละกันครับ

  • อายุ 29 ปี เรียกว่าเป็นช่วงสุดท้ายของวัย(ที่คิดว่าตัวเองยัง)รุ่นแล้วมั้ง
  • ยุคทองของเว็บฟอนต์สิ้นสุดลงแล้ว เพราะการมาของเฟซบุ๊ก ตอนนี้กลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่เคยนัดไปไหนมาไหนได้ทีละเยอะๆ เริ่มห่างๆ กัน เราก็ไม่ได้ต่างจากใคร เหลือไปมาหาสู่กันจริงๆ แค่ไม่กี่คน (ส่วนใหญ่ไปกลิ้งแถวๆ คอนโดผัวเมียเมืองทอง)
  • แน่นอนว่าเราเข้าใจและทำนายปรากฏการณ์นี้มาหลายปีแล้ว นอกจากวิถีโซเชียลที่เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ภาระหน้าที่และชีวิตแต่ละคนที่เติบโตขึ้น บางคนมีครอบครัว บ้างก็มีการงานที่ทำให้เวลาว่างพร้อมกันเยอะๆ มาสังสรรค์เฮฮาโพนยางคำแบบเมื่อก่อน ค่อยๆ ลดน้อยลง
  • แต่ก็ยังอุตส่าห์มีมีตติ้งต่างจังหวัดกันได้อยู่นะ ได้แก่การไปเที่ยวแพเมืองกาญจน์ + ไปสวนผึ้ง ซึ่งน่าจะเป็นครั้งท้ายๆ แล้วที่ยกขบวนกันไปเยอะมาก นอกนั้นจะเป็นงานมีตติ้งที่บ้าน เอาของกินมาแชร์กัน หรือจัดงานฟอนต์แคมป์ (เลียนแบบ BarCamp ที่แต่ละคนออกไปพูดแชร์นั่นนี่ ถึงแม้จะเป็นวงปิด แต่ก็ทำกันหลายครั้ง อย่างจริงจังด้วยนะ แล้วได้อะไรเยอะมากจริง)
  • ตอนนั้นที่ทำเว็บฟอนต์แล้วมีตังค์ค่าโฆษณาเข้ามา ก็ประกาศชัดเจนว่านอกจากจะเอาไปบริจาคโรงเรียนต่างจังหวัดแล้ว ก็มีเอามาเที่ยวหรือกินอะไรกันนี่แหละ (ทำไมวัตถุประสงค์เหมือนกับการทำพอดแคสต์ในทุกวันนี้เลยวะ 5555 แสดงว่าโมเดลนี้เราแฮปปี้จริง)
  • ช่วงนั้นเว็บเฟลกำลังไปถึงจุดสูงสุด เราใช้ชีวิตหลังเลิกงานมานั่งใส่หมวกเฟลาธิการ นั่งคัดแยกขยะ เปิดอีเมล พิจารณา ขยำมุกทิ้ง อันไหนผ่านก็โพสต์ขึ้นหน้าเว็บแบบตั้งเวลาไว้ วันละ 7 โพสต์ ทำคนเดียวแบบแมนวลนี่แหละ
  • ที่ประทับใจคือปีนั้นมีหนังเรื่อง “SuckSeed ห่วยขั้นเทพ” ทีมหนังเขาถึงกับเอาเว็บเฟลไป x ด้วย มีเสื้อลิมิเต็ดเอดิชันรูปเป็ดเหลืองด้วย แถมน้องพีชก็บอกเราว่าเป็นติ่ง 555 เออเหมือนคนแก่รำลึกความหลังดี ตอนนี้น้องแม่งไม่มีทางจำได้แล้วล่ะ
  • วงการฟอนต์ไทยก็ผ่านพ้นยุคคลำทาง มีหลายๆ คนเปิด Foundry ของตัวเอง มีการประกวดออกแบบฟอนต์ (เราเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ) พวกความรู้ต่างๆ เริ่มขยับมาสู่โลกออนไลน์อย่างแข็งขัน เรียกว่าไม่ต้องงมกันอีกต่อไป
  • แต่น่าเสียใจที่เราดันห่างจากการทำฟอนต์ไปเลย เรียกว่าเลิกเลยก็ว่าได้ เพราะดันไปสนใจเรื่องอื่นอีกมากมายที่ประเดประดังเข้ามาในชีวิตช่วงที่รู้สึกว่าตัวเองบันเทิงกับการโอบรับสิ่งต่างๆ เข้ามา
  • ใช้มือถือ Nokia 1280 ใช่แล้ว เป็นมือถือกากๆ ราคาแค่ไม่ถึงพัน ไม่มีจอสีหรือแอนดรอยด์ แต่นั่นแหละ มือถือเอาไว้โทรหาเมียอย่างเดียว คือจะโชว์ว่าตัวเองเป็นคนคูล แต่ไม่น่าจะอยู่นานนะเท่าที่จำได้
  • จริงด้วย หลังจากนั้นก็ใช้ HTC Legend (มือสอง) ซึ่งเรายังรักในดีไซน์ของมันมาจนทุกวันนี้
  • เออ หลังๆ ไม่ค่อยได้เล่าว่าตัวเองเป็นคนชอบถ่ายรูป คงเพราะสไตล์ภาพมันเก่าไปแล้วเมื่อเทียบกับวิถีอินสตาแกรม (เราไปทางนั้นไม่ได้เลยจริงๆ) ซึ่งตอนนั้นใช้กล้อง GF1 แล้วเพิ่งซื้อเลนส์ไวด์ 9-18mm มาใช้ เพื่อจะตกหลุมรักมันอย่างจัง ชอบถ่ายไวด์จังโว้ย
  • นอกนั้นก็ยังซื้อกล้องฟูจิที่กันน้ำได้ด้วยมาอีกอัน เออ มานึกดูก็ซื้อเลื่อนเปื้อนเหมือนกันนะ ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้คงไม่ซื้อหรอก คงเพราะตอนนั้นลูกก็ยังไม่มี บ้านก็ผ่อนอย่างรวดเร็ว กิจการก็ไปได้ดี งานประจำก็ทำเงินโอเค ผ่านการไต่เต้ามาจากปีก่อนที่ยังจนอยู่เลย มาปีนี้กลายเป็นคนที่ซื้อของเล่นเยอะๆ ได้แล้ว
  • มีแกดเจ็ตอะไรเล่นอีกหว่า อ้อ คินเดิล รุ่นแรกๆ เลยมั้ง ตั้งแต่ยังไม่มีไฟในจอน่ะ ถือว่าคุ้มค่าและสนุกดี เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ซื้อของ Amazon มาใช้ แล้วก็ประทับใจที่มันต่อเน็ตฟรีโดยไม่ต้องใช้อะไรเลย แต่หน้าเว็บเป็นสีขาวดำ รีเฟรชเรตต่ำสุดเพราะเป็น E-ink น่ะนะ 5555
  • เฮ้ย บ้าจริง เพิ่งนึกได้ เราซื้อไอแพดใช้ด้วย! (iPad 2) จำได้ว่าบัดซบมาก โคตรไม่ประทับใจใดๆ ไม่ถูกจริตอย่างสิ้นเชิง ใช้ไปได้แค่สักพักก็ขายทิ้งไป
  • ตอนนั้นไม่รู้ไปตกอยู่ในหลุมอะไร มีคนชวนไปงานเปิดตัวมือถือบ่อยๆ สารภาพว่าเราไม่ชอบบรรยากาศเลยสักงาน คือเราเนิร์ดและไม่ค่อยสันทัดการพบปะผู้คนที่ไม่รู้จัก หรือเคมีไม่ตรงกัน และนำพาสู่บรรยากาศปาร์ตี้แบบนั้น แต่ด้วยความอยากเห็นอยากเล่นของเล่นก่อนใคร ก็เลยไป 5555 แล้วยืมมือถือเขามาเขียนรีวิวด้วยนะ เห็นเราเป็นสื่อเหรอ ได้
  • นอกจากของเล่นแล้วก็ยังมีของกินนี่แหละ ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้กินอาหารญี่ปุ่น (อย่างมากคือเนื้อย่าง หมูกระทะ) แต่พอมาถึงยุคที่ร้านอาหารญี่ปุ่นมันเบ่งบานในเมืองกรุง แล้วเราก็พร้อมจ่าย ดังนั้นกลุ่มเพื่อนเก่าใหม่ก็เลยนัดกันไปโจ้อยู่บ่อยๆ ในอัลบั้มภาพมีแต่แซลมอนนอนเรียงในจานน้ำแข็ง
  • นี่พูดเรื่องฐานะการเงินอันสามล้อถูกหวยมาหลายบรรทัด คือจะบอกว่า หลังจากนั้นมันไม่สวยหรูเหมือนเดิมละ ฝากติดตามอ่านของปีถัดๆ ไปจ้า
  • มาเรื่องงานกันบ้าง หลังจากอิ่มตัวสุดขีด เราจึงลาออกจากการทำงานบริหาร กะว่าออกมาเป็นฟรีแลนซ์เหมือนเดิม ซึ่งเป็นเซฟโซนของเรา (ของคนอื่นอาจจะเป็นงานประจำ แต่เราไม่ งานประจำเรามองเป็นโปรเจกต์ใหญ่ก่อนนึงเท่านั้นเอง สำหรับงานที่ผ่านมาใช้เวลาทำเกือบๆ สองปี กินเวลานอนเราไปพอสมควร)
  • เป็นฟรีแลนซ์ได้ไม่นานอย่างที่คิด พี่เม่นที่เคารพรักจากวงการเวิร์ดเพรสก็มาชวนไปเสริมทัพในดิจิทัลเอเจนซีที่จะเปิดตัวใหม่ ตอนนั้นคิดว่าถ้าพี่เม่นชวนทำโปรเจกต์สักอย่างมันก็ควรสนุกแหละ แต่ขอดูท่าทีก่อน ถ้าไงยื่นข้อเสนองี่เง่าไป (เช่นขอใส่รองเท้าแตะ) แล้วเขาไม่รับ ก็จะไม่เอา
  • ปรากฏว่าเขาเอา แล้วเราเลยไปเป็นกราฟิกควบๆ อาร์ตไดอยู่ที่บริษัทนี้ยาวเลย สองปี ไหนล่ะชีวิตฟรีแลนซ์อันแสนสุขของกู
  • แต่เมียที่ลาออกมาจากที่เก่าด้วยกันนั้น เลือกอยู่บ้าน สานต่อกิจการสกรีนเสื้อ และตัดเย็บเสื้อผ้าผู้หญิงขาย
  • เนี่ย เพิ่งมานึกได้ตอนพิมพ์เนี่ยแหละว่าที่ผ่านมาเป็นสิบๆ ปีมานี้ เราสองคนก็ผ่านความปากกัดตีนถีบ ทำงาน 3-4 อาชีพ รวมถึงงานพ่อค้าแม่ขายมานานมากแล้วเหมือนกัน ไม่เคยมีช่วงไหนเลยที่จับแค่อาชีพเดียวเลยนี่หว่า นี่ล่ะมั้งเลยทำให้รู้สึกว่าเรามีเซฟโซนของตัวเองอยู่แล้ว และระบบที่วางไว้ทั้งหมดก็เพื่อจะให้งานในแต่ละวันไม่ต้องใช้พลังเยอะ คือเหลือเวลาเยอะๆ มาชิลเยอะๆ
  • แต่เราก็เสือกเริ่มต้นชีวิตพนักงานบริษัทอีกครั้งจนได้…
  • ปีนั้นมีงานเปิดตัวสำนักพิมพ์ใหม่คือแซลมอน เราไปดูเพื่อนแชมป์เปิดตัวหนังสือของตัวเอง บรรยากาศแปลกประหลาดดี คือที่ผ่านมาจะไปงานฝั่ง Dev ซะมาก มันก็จะเนิร์ดๆ แต่อันนี้ไม่ ดูน้องๆ ในย่านนั้นมีสไตล์เป็นอีกแบบ อธิบายไม่ถูก (ในกาลต่อมาเราเรียกอะไรแบบนี้เล่นๆ ว่าเป็นบรรยากาศแบบแซลมอนๆ)
  • ปีนั้นการเมืองคลายความดุเดือดหลังจากผ่านปี 53 มาสักพัก ด้วยรสนิยมเราไม่ได้อะไรกับฝั่งไหนเป็นพิเศษ คือเป็นคนไม่อินอยู่แล้ว (ซึ่งก็มีคำว่าไทยเฉยบ้าง ignorant บ้าง ไว้จัดประเภทคนแบบเรา คือเลวตลอดแหละ) แต่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่สมัยเรียนเสพ Open มาตลอด แล้วเขาด่าทักษิณ ไอ้ความทักษิณเลวมันก็ยังเหลือๆ ฝังอยู่ในสมอง ก็เรียกตัวเองว่าสลิ่มนะ (ตอนนั้นคำนี้ยังไม่แรงเป็นยักษ์มารอย่างทุกวันนี้) แต่สุเทพก็เหี้ยไง… พอเลือกตั้ง จำได้ว่าสุดท้ายก็ไม่ได้เลือกใคร เพราะรักไม่ลงจริงๆ
  • อย่างน้อยลูกค้าโมนามาเฟียคนนึงก็คือพานทองแท้ สั่งสกรีนเสื้อบ่อยมาก 5555
  • เมียท้อง!
  • การที่เมียท้องนี่คือเปลี่ยนโลกไปทั้งใบจริงๆ ครับ คือมันใหญ่มากจริงๆ จนเรียกว่าหยุดวิถีชีวิตที่เคยเป็นมา ตัดลอกคราบ-เปลือกเดิม แล้วขยับเข้าสู่ตัวตนใหม่เลย เปลี่ยนชีวิตไปเลย เรื่องนี้เล่าไว้อย่างละเอียดมากๆ ในหนังสือคือป๊ะป๋าครองพิภพที่เขียนในปีถัดไป
  • ปลายปีนี้น้ำท่วม เราตื่นเต้นและสนุกสนานกับประสบการณ์อันมีค่าระดับนี้อยู่แล้ว ก็เลยขี่จักรยานแม่บ้านลุยน้ำเน่าเพื่อรายงานสถานการณ์น้ำท่วมทุกวัน จะว่าไป นั่นคือ VLOG ในยุคแรกๆ เลยแหละ และภูมิใจในโปรเจกต์นี้มากจริงๆ คือไม่ได้ดังหรือมีคนพูดถึงหรอก ไม่ใช่ประเด็น เพียงแต่มันตอบโจทย์ความอะไรสักอย่างที่ตัวเองมีและเป็นได้อย่างหมดจด คือมันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ และเราก็ลงไปขลุกอยู่กับสถานการณ์นั้นได้อย่างที่ไม่มีอะไรเป็นรูทีนสักนิด ก็จดไว้ละกันว่าชอบแบบนี้ เพราะมานึกดูแล้วเหตุการณ์ที่แล้วๆ มา ไม่ว่าจะการไปร่วมม็อบ หรือเกาะติดสถานการณ์ Exclusive สักอย่าง มันก็มีฮอร์โมนประเภทนี้ขับเคลื่อนอยู่ทั้งนั้น เออคือความเสือกนั่นแหละ
  • ได้รู้จักเพื่อนใหม่ชื่อหนุงหนิง :) ที่มาพร้อมกับงานสกรีนเสื้อล็อตใหญ่มาก ในโครงการชื่อน้ำใจท่วม หรือประมาณนี้ 5555 เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งไปสมทบกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เรียกว่าปีนั้นร้านสกรีนเสื้อเล็กๆ อย่างโมนามาเฟียไม่ต้องรับงานจากลูกค้าอื่นอีกแล้ว แค่งานนี้ก็หน้ามืดไปหลายตลบ
  • ปีนี้ส่งท้ายปีหลังน้ำลดด้วยการกลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกครั้ง เพราะตอนน้ำท่วม ทางบริษัทให้ทำงานที่บ้านได้ แต่พอกลับสู่สภาพปกติ มันก็จะเหี่ยวๆ หน่อย ว่ากันตรงๆ คือ ไลฟ์สไตล์ที่ต้องตื่นเช้า ออกจากบ้านไปทำงาน เย็นกลับบ้านมากินข้าวกับเมีย ซ้ำๆ ทุกวันแบบนี้ไม่ใช่แนวเราเลย ธรรมเนียมอันรุงรังในการที่จะได้ “งาน” มันไม่ใช่วิถีชีวิตแบบที่เป็นเราสักนิด รู้สึกมานานแล้วตั้งแต่ออฟฟิศเก่า พอมาที่ใหม่ ถึงจะได้ทำงานที่ชอบ และมีบรรยากาศที่ดี แต่เมฆฝนก้อนเล็กๆ ก็กำลังตั้งเค้า…

พบกันใหม่ปีหน้าจ้ะ แม่งกว่าจะเขียนได้แต่ละปี จะครบทศวรรษเมื่อไหร่กัน

ของปีอื่นๆ:
2010 / 2011

2010 / 2553

ทีแรกเราว่าจะไม่เขียน (แน่นอน ถ้าเปิดมาแบบนี้แสดงว่าบล็อกนี้ยาวชัวร์)

แต่พอเห็นมิตรสหายใกล้และไกลต่างเขียนถึงช่วงชีวิตของตนในทศวรรษที่ผ่านมาแบบย่อๆ เฮ้ยอ่านแล้วเพลินดีว่ะ กอปรกับการได้เห็นไฟล์ Google Docs ของตัวเองที่ร่างไว้เมื่อปีที่แล้ว ชื่อไฟล์ว่า “2018” นั่นแปลว่าความตั้งใจในการสรุปเรื่องราวในช่วงสองปีที่ผ่านมานั้นล้มเหลวสิ้นดี อายตัวเอง

เลยขอกลับมาเล่นใหญ่ สรุปแม่งเลย สิบปี แยกเป็นสิบบล็อกต่อกัน (ทยอยเขียนนะ) อย่างน้อยก็ได้เอาไว้ย้อนอ่านชีวิตตัวเองในฐานะของคนที่ขี้ลืมมาก มากๆ จนเสียดาย…

ดีอย่างที่ชอบบันทึกอะไรๆ ด้วยรูปภาพตลอดมา และจัดเก็บเรียงเป็นโฟลเดอร์ตามวันที่ (นับจำนวนภาพถึงตอนนี้ก็น่าจะเกือบล้านแล้ว) เลยขอเปิดดูประกอบการเขียน ก็เออ ช่วยได้เยอะ คือบรรทัดถัดจากนี้ไปให้เข้าใจตรงกันนะครับว่าผมเองลืมไปหมดแล้ว มารู้ก็ตอนที่เปิด Google Drive ในชื่อโฟลเดอร์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา แล้วก็พูดถึงมัน…

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เริ่มเลยนะ

  • อายุ 28 เพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน แฮปปี้มาก มีเมียทันใช้ ตอนนั้นเมียยังไม่ดุ
  • เพิ่งซื้อบ้านอยู่หมู่บ้านจัดสรรย่านลาดปลาเค้าได้ไม่นาน
  • วิถีชีวิตยังผูกพันกับกลุ่มเพื่อนๆ พี่น้องชาวเว็บฟอนต์ ที่เป็นช่วงปลายๆ ของยุคคอมมูนิตี้เว็บบอร์ดแล้ว หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ล่มสลาย พร้อมกับความนิยมของเฟซบุ๊กที่มาแทนในปีถัดๆ มา
  • การทำเว็บฟอนต์ได้นำพาเราสู่ตัวตนในวงการกราฟิกดีไซน์ เราถูกแปะป้ายว่าเป็นคนสายกราฟิกและไอทีไปพร้อมกัน (มีครั้งนึงถูกลากไปเป็นผู้ตัดสินอีเวนต์ระดับ Cut & Paste เอย TFace เอย แบบรู้สึกว่าความสามารถของตัวเองไม่ควรค่าสักนิด)
  • เป็นปีที่เริ่มเห็นว่าวงการไอทีและออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง ค่อยๆ หลอมรวมกัน โลกออนไลน์ในไทยบูมสุดขีดเหมือนมีใครไปกดระเบิด แล้วมันก็ได้สร้าง “ไอ้แอนนนนน” ให้โผล่ขึ้นมามีไฟส่องหน่อยนึง ไปโผล่ตามนิตยสารเล่มนั้นเล่มนี้ แหมมาพูดตอนนี้ก็อาย แต่พอมองกลับไปก็คงเป็นยุคสมัยของมันจริงๆ คือตามวัยแล้ว ลึกๆ ตอนนั้นก็ภูมิใจในการเป็นซัมวันบ้างแหละครับ (แต่พอมามองตอนนี้ หนีได้ก็หนี กลายเป็นวัยแห่งการสลายตัวตน)
  • ทำเว็บเฟล เป็นประสบการณ์อันมีค่ามากในช่วงชีวิตนั้น ได้ลองผิดลองถูกนั่นนี่มากมาย แต่สารภาพว่าลืมรายละเอียดไปเกือบหมดแล้ว (ถ้าสนใจ ลองอ่าน สารจาก(อดีต)เฟลาธิการ)
  • เล่นทวิตเตอร์ตั้งแต่ยุคแรก เล่นแบบเสพติดและผ่อนคลายกว่าเดี๋ยวนี้มากๆ ส่วนใหญ่คุยกับคนในวงการไอที จนรู้จักทักทาย หลายคนยังเป็นมิตรสหายกันมาจนทุกวันนี้
  • เล่นไปเล่นมา คนตามเยอะ ทักษิณยังตาม 555555 จนได้ไปพูดบนหลายๆ เวทีในฐานะของอะไรไม่รู้ ได้ตังค์ด้วย เยอะด้วย (เลยได้สกิลการนำเสนอบนเวทีมา) เพราะทวิตเตอร์ยุคแรกมันขับเคลื่อนด้วยนักการตลาดน่ะครับ เลยได้ความรู้เรื่องการตลาดและตัวตนออนไลน์ของยุคนั้นมา (ออกตัว: เป็นที่รู้กันว่าไอ้วิชาพวกนี้มันมีอายุของมัน การที่ตอนนั้นรู้ ไม่ได้แปลว่าใช้ได้จนทุกวันนี้ เพราะความรู้ และโลกทัศน์มันเปลี่ยนแปลงไปตลอด มาย้อนดูสไลด์ #SMCON, #TWTCON, WordCamp ก็พบว่าแม่งโคตรเชย เช่นเคยทำนายว่าต่อไปคนนึกถึงอินเทอร์เน็ต จะนึกถึงเฟซบุ๊ก ไม่ใช่กูเกิล หรือบอกว่าต่อไปทุกเว็บจะปุ่มแชร์ออก มีโซเชียลเป็นฉากหน้า ไรงี้ เดี๋ยวนี้เด็กประถมก็รู้แล้ว)
  • เห็นคนอื่นพูดเรื่องงานเป็นหลัก ทีแรกจะไม่พูดถึงเลยก็ไม่ได้ – ช่วงนี้เปิดร้านสกรีนเสื้อเต็มตัว ขายดีมากเพราะเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำตลาดออนไลน์ (ขายดีกว่าสมัยนี้ที่ทุกคนทำกันเป็นปกติ และในแง่ธุรกิจ เราเองก็ดันไม่ได้ใส่พลังลงไปเท่าที่ควร)
  • อีกงานคือทำสตูดิโอรับจ้างทำเว็บไซต์กับปิงและโบว์ เป็นแก๊งสามช่าแห่งวังหิน ที่ทำไปทำมาก็จับโปรเจกต์ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนงานใหญ่ที่สุดถึงขนาดเปลี่ยนชีวิตเลยคือการได้ทำเว็บ zheza.com (ตอนนี้เว็บยังอยู่!?) ทำให้ได้เข้าไปนั่งประจำการที่อาร์เอส แล้วก็ปั้นโปรเจกต์ SkoolBuz (เป็น zheza ในโหมดการศึกษา)
  • ถึงจะไม่ชอบตัวเองในสถานะเมเนเจอร์เลย เพราะมันต้องใช้สมองไปทำอย่างอื่น (ที่อิหยังวะ) ซะเยอะ แถมยังมีทีมอีกตั้งหลายสิบชีวิตที่ต้องลากถูไปด้วยกัน
  • แต่พอมองย้อนกลับไปจากจุดนี้ก็พบว่าสกิลที่ได้มามันเป็นสกิลผู้บริหาร ที่ทำให้ตัวเองเปลี่ยนจากคนที่ค่อนข้างอ่อนน้อมและเหนียมแบบมึงเหนียมไปทำไมวะ มาเป็นคนที่แข็งกร้าวขึ้น ความแข็งกร้าวนี้เราไม่เคยมีมาก่อน แน่นอน ข้อเสียก็มี ข้อดีที่เคยคิดว่าไม่น่าจะมี ก็ดันมี
  • ได้ไปคอนเสิร์ตบิ๊กเมาเท่นครั้งที่ 1 (แล้วก็ไม่ได้มีโอกาสไปอีกเลย)
  • พอมีสังคมออนไลน์แล้ว เราเลยชอบไปฟังและดูสัมมนา จำพวกบาร์แคมป์ รี้ดแคมป์ นั่นนี่แคมป์เพียบ ส่วนใหญ่เป็นงานฟรี ใช้ใจอย่างเดียวเลย ตังค์ไม่ต้อง มันจะเป็นยุคแห่งการคอนทริบิวต์น่ะเนอะ (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็น TED ต่างๆ ไปแล้ว ไม่ใช่แนวเราเท่าไหร่…)
  • ก็เหมือนกับที่โลกออนไลน์ตอนนั้นเป็นช่วงเบ่งบาน มีนั่นนี่ให้ใช้ให้เล่นฟรี ระเบิดความคิดสร้างสรรค์ และถ่ายทอดเคล็ดวิชากันอย่างไม่หวงก้าง หรือแม้แต่เก็บตังค์ คือสนุกมากๆ เสียดายที่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว
  • กินโพนยางคำบ่อยมาก คงเพราะมีตติ้งกับชาวฟอนต์บ่อย
  • เชี่ย นี่คือลืมไปหมดแล้วจริงๆ มานึกออกตอนเปิดดูโฟลเดอร์เก่าๆ นะ…

สรุปว่าปี 2010 ถือเป็นปีแห่งการอัปสกิลและเคล็ดวิชาในหลายๆ ด้าน ทั้งคอมพิวเตอร์, กราฟิก, การบริหาร, ครีเอทีฟ, คอนเนกชัน, อัปฐานะทางการเงินด้วย เป็นช่วงที่เปลี่ยนตัวเองจากปากกัดตีนถีบ มาเริ่มเข้าใจความเป็น “ชนชั้นกลาง” ละ

แม่งเป็นสเตตัสที่อยากคงไว้นานๆ (ในยุคนั้นน่ะนะ) 55555

ของปีอื่นๆ:
2010 / 2011

พรปีใหม่ ๒๕๖๓

ดึกแล้ว มาอวยพรปีใหม่กัน!
ปีใหม่นี้ขอให้คุณมีความสุข
สนุกสนาน
ไม่เซ็ง
ไม่เศร้า
ไม่ซวย
ไม่รมณ์เสีย
ไม่ๆๆๆๆๆ
ม้ายยยยยยยย
ว่าแต่คนเราจะต้องการอะไรกันเยอะแยะนะ
ความสุขมันอยู่ที่ได้กิน
ได้ขี้
ได้ปี้
ได้นอน
ที่เหลือก็พยายามเอาเองละกัน
(โคตรเปลืองเน็ต)

พระพุทธจ็อบส์ : Buddha Jobs

พออ่านข่าวแล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า เราจะอยู่กับความกลัวนี้ไปทำไม? เลยวาดรูปนี้ขึ้นมาแจกครับ

ผมทำเป็นขนาด 1280 x 1920 พิกเซลเอาไว้ ดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี ไม่ต้องขออนุญาต แค่ให้เครดิตกันก็พอ (Creative Commons : CC-BY 4.0) แต่ถ้าต้องการใช้ไฟล์ละเอียดๆ ก็ทักมาได้ทางทวิตเตอร์ครับ

มาฟังพอดแคสต์ มาฟังพอดแคสต์

ภาพจาก #CTC2019 ขโมยมาจากแซม

เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสไปร่วมแจมวงเสวนาในงาน Creative Talk Conference 2019 (#CTC2019) ที่มีแม่งานคือพี่เก่ง @sittipong แห่ง rgb72 ในเรื่องพอดแคสต์ (ตั้งชื่อหัวข้อเรียกแขกซะอลังการเลยว่า Podcast is the next big wave?)

บรรยากาศหนุกหนานอย่างที่คิด เหมือนเป็นการรวมรุ่นคนในวงการเว็บที่เราเคยอยู่เมื่อหลายปีก่อน แล้วเจอพี่ๆที่รู้จักเคารพรัก และน้องๆ รุ่นใหม่อีกเพียบ ใครที่พลาดงานนี้น่าเสียดายมากจริงๆ แต่ได้ข่าวว่ากดซื้อบัตรยากมาก ขนาดยากนะ ยังอุตส่าห์ไปถล่มศูนย์สิริกิติ์กันตั้ง 1,500 คน

สำหรับเซสชันพอดแคสต์ มีผู้ร่วมเสวนา 4 คนคือ (ก๊อปมาจากอีเมลเชิญ)

  • คุณปรัชญา สิงห์โต – GetTalks Podcast
  • คุณพลสัน นกน่วม – GetTalks Podcast
  • คุณภูมิชาย บุญสินสุข – Executive Director for Podcast ,THE STANDARD
  • คุณรวิศ หาญอุตสาหะ – บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด

ดำเนินรายการโดยคุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม (พี่เก่ง) ซึ่งเวลาจริงมันคร่อมกับอีกเวที พี่โจ้เลยโดดมาเป็นผู้ชงคำถามแทน

และเสียดายที่เวลาบนเวทีมีแค่ 40 นาที มันเลยไม่พอกับที่อยากพูด (มีโอกาสตอบเร็วๆ ประมาณครึ่งเดียว 5555) เลยขอเขียนบล็อกนี้เพื่อทบทวนเพิ่มเติมสักหน่อย อย่างน้อยก็เอาไว้อ่านย้อนหลังว่ากรอบเวลาปัจจุบันนี้ (ต้นปี 2019) นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับวงการพอดแคสต์ไทยบ้าง จากมุมมองของเรา เริ่ม!

พอดแคสต์คืออะไร?

อธิบายอย่างง่ายที่สุดสำหรับคนขี้เกียจอ่าน พอดแคสต์คือยูทูบที่มีแต่เสียงน่ะครับ

ถ้ายาวขึ้นอีกหน่อย พอดแคสต์ (Podcast) มาจากคำว่า iPod + Broadcast แปลความหมายตรงตัวก็คือเป็นการพกเสียงไปฟังตามที่ต่างๆ เหมือนกับฟังเพลงนี่แหละ แต่อันนี้ไม่ใช่เพลง อาจเป็นรายการวิทยุแบบออนดีมานด์ คือเลือกเปิดฟังต่อนไหนที่ไหนก็ได้ เหมือนเรามีไฟล์ MP3 ธรรมะที่โหลดติดตัวไว้ฟัง

โดยพอดแคสต์นั้นเกิดขึ้นในโลกมาช่วงปี 2000 นิดๆ โดยผู้จัดรายการก็ทำตัวเหมือนดีเจวิทยุนั่นแหละครับ จัดเสร็จก็เก็บไฟล์เสียงไว้ให้โหลดไปฟังกัน ยังไม่มีแพลตฟอร์มอะไรรองรับ

จนเริ่มเป็นที่รู้จักในยุคที่แอปเปิลและไอโฟนเริ่มเรืองรอง เพราะมือถือค่ายนี้ทุกเครื่องจะมีแอปนึงที่เป็นไอคอนสีม่วงๆ รูปเสาอากาศติดมาอยู่แล้ว แล้วเคยกดฟังกันไหม ก็ไม่…

แต่ในต่างประเทศนั้น ความนิยมมันเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ จนทำไปทำมาเฮ้ยมันจุดติดเฉยเลยว่ะ (เดี๋ยวจะเล่าอีกที) ตอนนี้มีแพลตฟอร์มรองรับ มีระบบเอาไว้ค้นหา กระจายข้อมูล มีแอปฟังพอดแคสต์อื่นๆ ทั้ง iOS และแอนดรอยด์โผล่มาไม่ซ้ำหน้า รวมถึงเจ้าใหญ่ๆ อย่างกูเกิลหรือ Spotify ด้วย!

ส่วนของไทยนั้น กลุ่มคนที่รู้จักพอดแคสต์ (อย่าว่าแต่เป็นผู้ผลิตหรือผู้ฟังเลย เอาแค่คนรู้จักมันก็พอ) ยังน้อยมาก ซึ่งจะว่าไปมันก็เป็นเรื่องเกร๋ๆ นะคะคุณ เหมือนเพลงอินดี้ หนังอินดี้ ช่วงนี้มันยังไม่ได้เมนสตรีม

แต่ คุณ… เทรนด์มันกำลังมาว่ะ

เราชอบฟังพอดแคสต์

เราทำงานดึก งานที่ทำก็พวกกราฟิกเอย งานเอกสารเอย

เราใช้เวลาขับรถและเดินทางนาน เราเบื่อเพลย์ลิสต์เพลงซ้ำๆ

เราไม่มีเวลาอ่านหนังสือเล่มหนาที่ซื้อมากองรออยู่เต็มบ้าน ขนาดการ์ตูนยังไม่มีเวลา

นานๆ ทีเราจะปั่นจักรยานออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน

และหูเราว่าง แต่สมองบอกว่าอยากรับอะไรเข้ามาเติมอีกหน่อย

ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งแบบเดียวกับที่ว่ามาข้างบนนี้ โดยเฉพาะ “ความหูว่าง” อันน่าเสียดาย จนหลายคนเลือกเปิดเพลงเป็นเพื่อน หรือฟังวิทยุเป็นเพื่อน หรือฟังเดอะช็อกเป็นเพื่อนขณะทำกิจกรรมอื่นๆ

พอดแคสต์จึงเกิดมาเพื่ออุดรูรั่วตรงนี้ คือทำให้หูคุณหายว่าง ในขณะที่คุณเองก็จดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไป ผ้าก็ซักต่อไป น้ำก็อาบต่อไปได้โดยแทบไม่เสียสมาธิ ส่วนครั้นจะมีประโยชน์ในแง่อื่น เช่นเติมเต็มความรู้คู่ชีวิต หรือเพื่อความบันเทิงเริงหู อันนี้ก็แล้วแต่รายการที่จะฟัง

เชื่อเถอะว่ามันตอบโจทย์บางอย่างโดยที่คุณไม่รู้มาก่อน ว่าเฮ้ย ได้นี่หว่า

ฟังได้ที่ไหนยังไง

ถ้าใช้ไอโฟน มองหาแอปชื่อ Podcast เลยครับ จิ้มเข้าไปค้นชื่อรายการดูได้เลย (รายชื่อรายการจะกล่าวถึงต่อไป) พอกดสับตะไคร้ปั๊บ มันก็จะโหลดมาตุนไว้ในเครื่องเพื่อรอเราเปิดฟังได้เลย ดีเนอะ

ส่วนใครที่ใช้แอนดรอยด์ หรือระบบอื่นๆ แนะนำ SoundCloud ที่เอาไว้ฟังก็ได้ อัปโหลดรายการตัวเองก็ดี หรือแอปอื่นๆ เช่น Castbox (ผมใช้อยู่), Podcast Addict, Google Podcasts และ Spotify ที่เพิ่งมา

ความดีของการฟังก็คือเราสามารถกดเร่งสปีดได้นะ ถ้าชินแล้วจะเสียเวลาชีวิตน้อยลงอีก (ตอนนี้ผมตั้ง default ไว้ที่ 1.4x ครับ กำลังสบายหู เสียงไม่เพี้ยนมาก แต่เมียบ่นว่าฟังไม่ทัน)

มีอะไรให้ฟังบ้าง

ของต่างประเทศไม่รู้นะครับ มีโคตรหลากหลายแนว เป็นแสนๆ ช่อง และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ผมแนะนำเฉพาะของไทยละกัน ในอดีตเคยมีรายการรุ่นพี่อย่างช่างคุย, We Slide Radio, ดีไซน์ไปบ่นไป อะไรงี้มาพักนึง ซึ่งโปรดักชันและเนื้อหาดี แต่อาจจะมาก่อนกาล (ก็คือยังไม่มีโซเชียลไว้เป็นโทรโข่งแบบทุกวันนี้ เป็นรายการที่อัดกันเป็นไฟล์แล้วอัปขึ้นเว็บตัวเองให้โหลด) ตอนนี้เลยไม่มีแล้ว

แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้เอง ก็มีรายการหน้าใหม่เกิดขึ้น แม้ช่วงแรกจะยังอยู่ในวงไม่กว้างนัก แต่ก็ค่อยๆ คึกคักขึ้นเรื่อยๆ โดยมีทั้งสื่ออย่าง VoiceTV, a day, The MATTER  กระโดดลงมาร่วมแจมด้วย และมีผู้จัดรายการมือสมัครเล่นอีกจำนวนหนึ่งที่นึกสนุกลองทำดูบ้าง แน่นอนว่ามีบ้างที่ล้มหายตายจากไปเพราะความไม่แมสของมันทำให้ยอดฟังไม่ได้หวือหวาเหมือนการเอาไปไลฟ์หรือทำคลิปลงเฟซบุ๊กยูทูบ แต่ไอ้ความเป็นดินแดนใหม่รอการบุกเบิกนี่แหละสนุก อยากให้มาลอง

ลิสต์รายชื่อรายการต่อไปนี้ผมเคยจดไว้เมื่อปี 2017-2018 ดราฟต์ไว้ว่าจะเขียนบล็อก แต่ก็ไม่ได้เขียนซะที งั้นขอเอามาปัดฝุ่นใหม่ตรงนี้เลยละกัน โดยจะแนะนำเน้นตามรสนิยมการฟังของตัวเองนะครับ ถ้าพลาดช่องไหนไปขออภัย รบกวนช่วยเขียนเพิ่มเติมในคอมเมนต์ด้านล่างครับ

WiTcast

รายการคุยวิทย์ติดตลก พกไว้ฟังยามเปลี่ยวสมอง ดำเนินรายการโดยนักสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างแทนไท ประเสริฐกุล, ป๋องแป๋ง และอาบัน

ใครที่ไม่รู้จัก พอมาเห็นว่าเป็นรายการวิทยาศาสตร์ น่าจะเนิร์ดๆ อี๋ๆ ทื่อๆ ขอบอกว่าคุณคิดผิด! เพราะมันสนุกมากๆ ตลกสัสๆ ฟังเพลินโคตรๆ และได้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ง่ายสุดยันโคตรซับซ้อน แบบที่ไม่รู้สึกเลยว่าถูกยัดเยียดเลยสักนิด รายการแทบไม่หลุดคำหยาบเลย จึงปลอดภัยสำหรับผู้ฟังทุกเพศทุกวัย ที่สำคัญคือจัดมาตั้งแต่ปี 2012 แน่ะ! กลุ่มผู้ฟังจึงผูกพันรักใคร่ชื่นชม และบอกต่อกันมาโดยตลอด (ติ่งเยอะนั่นเอง …ผมก็คนนึง) ขอแสดงความนับถือทีมงานมา ณ ที่นี้ครับ

นอกนั้นยังมีรายการอื่นๆ ในเครือ เช่น Long Take (เรื่องหนังคุยยาว), WiTThai (สัมภาษณ์นักวิจัยไทย) ที่สนุกเหมือนกัน

แถมนิดนึง ขอบอกว่ารายการนี้แหละที่เป็นต้นแบบที่ทำให้ผมอยากลองจัดพอดแคสต์ดูบ้าง เพราะพี่แกคุยอะไรก็ได้เลย เรอก็ได้ รายการปล่อยยาวตอนนึงชั่วโมงๆ ยังได้ เอ้าถ้าแบบนี้ได้ ก็ได้วะ

GetTalks

ขอไฮไลต์เพราะนี่เป็นช่องที่ผมจัดเอง 2 รายการ (ยูธูป+เสาเสาเสา) ฮิ้วว~

ช่องพอดแคสต์สุดฮิตจากทีมงานมือสมัครเล่น ที่ใช้เวลาว่างจากงานประจำมาขยันทำรายการกันอย่างตั้งใจยังกะได้ตังค์ ไอ้ความเป็นเป็นงานอดิเรกนี่แหละครับเลยทำให้ผลิตเนื้อหาออกมาได้อย่างเพลิดเพลินและเป็นกันเอง มีคนให้นิยามของช่องนี้ว่า “เหมือนนั่งล้อมวงฟังเพื่อนคุยกัน” ซึ่งเออ ก็จริงแหละ

เนื่องจากเป็นช่องที่มีอายุ 3-4 ปีแล้ว จึงมีทั้งรายการใหม่ รายการเก่า รายการเฉพาะกิจเยอะมาก เลือกฟังเอาได้เลยดังนี้

  • GetTalks รายการเริ่มต้นที่แซมกับยู เพื่อนซี้นั่งคุยกันหรือสัมภาษณ์คนนั้นคนนี้ในยุคแรก จัดกันไปมา ก็เจออีกรายการนึงมาขอเนียนใช้พื้นที่ด้วย จึงขยายจักรวาลกลายเป็นช่องเลย รายการนั้นคือ…
  • ยูธูป น่าจะเป็นรายการพอดแคสต์ที่จัดต่อเนื่องสม่ำเสมอและเปลืองเวลาฟังที่สุดในไทยแล้วมั้งตอนนี้ เพราะจัดมา 3 ปี ร้อยกว่าอีพี ตอนนึงล่อไป 3 ชั่วโมง เป็นรายการเล่าเรื่องผีก็จริง แต่กินขนมกัน 2 ชั่วโมง ที่เหลือคือนินทาและบูลลี่ผี ใช่แล้ว มันคือรายการผีแบบที่มีคนโทรมา เขียนมาให้อ่านออกรายการ แต่บรรยากาศจะไม่เหมือนรายการผีที่บิ๊วให้น่ากลัว เพราะเราอยากให้บรรยากาศเหมือนเพื่อนตั้งวงเล่า มันก็เลยเป็นรายการผีที่เป็นมิตรกับคนที่กลัวผี และคนไม่เชื่อเรื่องผีในคราวเดียวกัน มีคนฟังเยอะอยู่ (ทวิตเตอร์ @youtoopna มันรีเยอะมาก แนะนำให้กดปิด retweets กันไทม์ไลน์ระเบิด)
  • เสาเสาเสา รายการสนทนาสถาปัตย์ที่คุยเรื่องอื่นเยอะกว่าสถาปัตย์ แถมดำเนินรายการโดยคนที่ไม่ใช่สถาปนิก (ตัวสถาปนิกจริงนานๆ จะมาที) แต่คือสนใจไง พอสนใจก็อยากคุย แล้วเอาความรู้มาแบ่งกันฟัง

กลัวว่าบล็อกนี้จะยาวไป งั้นรายการอื่นๆ ในช่องนี้ผมขอสรุปย่อๆ นะ ได้แก่  พักกอง (รายการในวงการช่างภาพที่เจ้าของรายการขี้อายแต่กล้าไปสัมภาษณ์ตากล้องเก่งๆ มาเป็นพอดแคสต์ได้เฉยเลย), สลัดผัก (รายการน้องๆ นักเรียนนอก คุยเรื่องเนิร์ดๆ กันข้ามโลก),  Death & Berries (รายการโรคจิต เม้าเรื่องฆาตกรต่อเนื่อง แล้วบอกว่าฟังก่อนนอนได้ บ้าเหรอ),  MidLife ไก่ตอน (พุฒิภูมิจิตเข้าสู่วัยกลางคน เลยใช้ธีมนี้ไปไล่คุยกับคนแก่ๆ เพื่อหาความหมายของชีวิต), นอกนั้นก็ยังมีรายการใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้เช่น Her Interview และอีกรายการที่ยังไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร นี่ยังไม่นับรายการที่หยุดหรือพักไปแล้วด้วยนะ อย่างเย้อะ เห็นไหมแม่งเป็นจักรวาลจริงด้วย

Infinity Podcast

อีกจักรวาลหนึ่งที่จริงจังมากขึ้นในแง่เนื้อหา แต่โปรดักชันก็ง่ายๆ สบายๆ อัดด้วยมือถืออะไรแบบนี้ โฮสต์โดยอาจารย์ลูกหมี ที่มีรายการในเครืออย่าง Infinity Podcast  (หลายๆ เรื่องเหมือนอ่านบทความ), Movies Delight Club (เรื่องหนัง), คน ติด Cook (เรื่องคุก เอ๊ยกุ๊ก),​ ครูไวแคส (ครูบ้านนอกไฟแรงสูงมาเล่าเรื่องการศึกษาอย่างโคตรเฟี้ยว), Indie India (นินทาอินเดีย), Countdown นับถอยหลังวันเลือกตั้ง (ถ้ามี) (เชื่อรายการก็สุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว แต่สนุกและกล้าหาญ), ฯลฯ เยอะไม่แพ้กัน!

The Standard Podcast

เป็นเวอร์ชันเสียงของสื่อออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของไทย มีพี่บิ๊กบุญเป็นหัวเรือ มีรายการเยอะมาก และโปรดักชันมาตรฐานสมชื่อช่อง รายการส่วนใหญ่ผลิตเป็นซีซันส์ๆ ไป เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่เหมาะกับมนุษย์ออฟฟิศในเมือง เราเลยขอเลือกหยิบเฉพาะที่ตัวเอง (ที่ไม่ได้อยู่ในเมืองและไม่ได้เป็นมนุษย์ออฟฟิศ) ติดตามจริงจังละกัน ได้แก่ คำนี้ดี (สอนภาษาอังกฤษแบบสนุกมากๆๆๆ), R U OK (สำรวจสุขภาพจิต), TOMORROW IS NOW (รายการไอทีที่เคลิ้มตั้งแต่ได้ยินเสียงซู่ชิงแล้ว), THE SECRET SAUCE (คุยกับเหล่าเจ้าของกิจการ), ฯลฯ มีอีกเยอะมาก ไปตามกันเอาเอง

CREATIVE TALK podcast

ช่องรายการโดยพี่เก่ง แม่งาน CTC นี่แหละครับ คุยเรื่องที่คนทำงาน หรือเจ้าของกิจการที่เริ่มแก่แล้วอยากรู้อยากฟัง ช่องนี้ฟังเพลินถูกจริตมากครับ มีรายการอย่าง Creative Wisdom (เหมือนฟังบทความแนวนี้), Morning Call (พี่แกอัดรายการสั้นๆ ปลุกตอนเช้า ซึ่งดี), FounderCast (สัมฯ เจ้าของกิจการต่างๆ ให้หูลุกวาว)

โลกไปไกลแล้ว

ช่องรายการสำหรับวัยทำงาน (อีกแล้ว!) มีผู้ติดตามเยอะอยู่ เพราะนำโดยเซเล็บออนไลน์หลายท่าน เช่นพรี่หนอม TAXBugnoms (ความรู้ภาษี), OHMYFRIEND (สัมภาษณ์เพื่อนเก่า เราอยากทำรายการแบบนี้มานาน ก็ได้อาศัยฟังรายการนี้แหละ), ออฟฟิศ 0.4 (เรื่องของคนเมืองเนาะ ถึงเราไม่ได้ฟัง แต่คนฟังกันเยอะ) แต่ที่ชอบที่สุดคือรายการคนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ที่ทำไมไม่ทำเพลย์ลิสต์แยกเนี่ย

สัพเพHEYไรว้าาา

แตกตัวออกมาจากจักรวาล GetTalks เพื่อให้ผองเพื่อนแก๊งนี้ได้อาละวาดกันเต็มที่ เป็นช่องที่เนื้อหาเบาๆ ฟังเพื่อนด่ากันครับ มีรายการอย่าง สัพเพHEYไรว้าาา, อังรีดูหนัง, เตะปาก, แมนๆคุยกัน, เพลงเตะหู (แนะนำรายการเตะปาก ที่คนไม่ดูบอลอย่างผมยังชอบฟังมันด่ากันเลย พอเริ่มเข้าเรื่องบอลก็ปิด)

GUlaxy Podcast

ช่องนี้คล้ายๆ ช่องตะกี้ คือเน้นเรื่องเพื่อนนั่งคุยกัน แล้วคนฟังไปเสือกอะไรด้วย คุณบอลลงทุนทำห้องอัด ซื้ออุปกรณ์มาเพื่อให้โปรดักชันรายการดีกว่าอัดกลางร้านข้าวต้มแบบช่องอื่น รายการที่ผมชอบก็คือ คุยไม่ได้ศัพท์

(คุยเรื่องโซเชียลมีเดีย โดยคนในวงการก็คือบอลนั่นเอง เนื้อหาลงลึกแบบที่ไม่ฉาบฉวย เพลิน), นอกนั้นก็มี เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา (รีวิวเพลงเป็นอัลบั้ม), HangOver (รายการจากวงเหล้า), เที่ยวที่แล้ว (อวดว่าไปเที่ยวมา)

โปรดใช้วิจารณญาณในการฟัง

เหมือนเป็นอีกอวตารหนึ่งของวิทย์แคสต์ แต่มาเป็นกลุ่มเพื่อนที่คุยเรื่องอื่นนอกจากวิทยาศาสตร์ด้วย (เรื่องไอดอลยังมีเลย) ชอบในความแน่นของแต่ละท่านที่หมั่นเช็กข้อมูล เช็กตรรกะวิบัติกันอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นพอดแคสต์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง แต่ก็ฮาและฟังเพลิน

The 101.World

อีกหนึ่งสำนักคอนเทนต์ออนไลน์ที่ตามอ่านเหนียวแน่นตลอดมา เมื่อก่อนทำเป็นช่องยูทูบ แต่ผมไม่ถนัดดูไปทำงานไป จนมารู้ว่ามีพอดแคสต์เลยตามได้ถนัดหน่อย รายการมีทั้งแนววิชาการ สังคม การเมือง สัมภาษณ์หนักๆ และรายการเพื่อนเหล่า บ.ก.มานั่งคุยกันด่ากัน ขับรถไปฟังไปเพลินมาก

Room 508 Podcast

พอดแคสต์สายบันเทิงที่นำโดยคนสายดนตรี รายการมันจะแมนๆ หน่อย คือคุยเรื่องดนตรี เรื่องหนัง เรื่องบอล เรื่องซีรีส์ เป็นช่องใหม่ที่มีคนพูดถึงกันเยอะนะทำเป็นเล่นไป

ToShare Podcast

พอดแคสต์แนวนักเรียนนอกอีกแล้ว นักเรียนนอกนี่ว่างกันนักใช่ไหม! ในทีมมีอยู่สองคนครับ จัดรายการกันเองบ้าง คุยกะคนอื่นบ้าง โดยเริ่มต้นจากการอยากทำรายการก่อน แล้วค่อยลุยหาแนวทางของตัวเอง จนตอนนี้เจอแล้ว และก็เป็นแนวทางท่ีเราชอบด้วย

Omnivore

โดยพี่หนุ่มโตมรแชมป์ทีปกร สองนักคิดนักเขียนชื่อดัง เนื้อหารายการเลยเป็นสิ่งที่สองคนนี้สนใจ (ยากๆ ทั้งนั้น) อ่านฟังดูแล้วเอามาย่อยให้เราฟัง ซึ่งสนุกและเนี้ยบ ขนาดที่สามารถเอาเนื้อหามาพิมพ์รวมเล่มได้เลยเหอะคิดดู ปัจจุบันนี้รายการนี้หยุดไปในซีซันส์ที่ 3 แต่ก็หาฟังย้อนหลังได้เสมอ

ไหนๆ ก็ขอแถมช่องและรายการที่หยุดพักหรือเลิกไปแล้ว หรือนานน้านนานจะมาที ถ้ามีลิงก์ก็น่าจะขุดหาฟังได้อยู่

  • Brand Inside Podcast รายการของ Brand Inside ที่คุยกันเรื่องสื่อ เรื่องธุรกิจ ไอที จัดช่วงกลางๆ ปีที่แล้วแล้วรัวๆ สนุกดี แต่ยังไม่มีตอนใหม่ออกมา
  • เต็กตีบวก รายการสถาปนิกอื่มแอลแล้วคุยกันเรื่องสถาปัตย์ เฮ้ยดีมากเลยเธ้อ นานๆ จะมาสักตอนครับ แต่ฟังเพลินมาก
  • ข่าวโลกโบราณคดี รายการวิทยุคนตาบอด (ซึ่งคนตาดีก็ฟังได้) เกี่ยวกับโบาณคดี อัปเดตข่าวการขุดค้นหรือเจอหลักฐานนั่นนี่ ชอบสำเนียงชัดถ้อยชัดคำ
  • The Momentum พอดแคสต์จากทีมเก่าของ a day ตั้งใจทำอย่างจริงจัง น่าจะเป็นที่แรกของไทยเลยแหละที่ทำโดยสำนักข่าวออนไลน์โดยเฉพาะ และโปรดักชันก็ได้คุณภาพมาตรฐาน มีรายการ EARGASM, HOLLYWOOD INSIDER, WHAT DO YOU SAY, THE MONEY COACH, CARPE DIEM ไปลองหาย้อนฟังตอนเก่าๆ ได้ มีคุณค่าน่าฟังหนอ
  • Life caster อีกรายการที่คุยกัน 2 คน แต่เนื้อหาพาลงลึกและแตะนั่นนี่อย่างกล้าหาญ
  • TomaYard กับ RadioMANGA คุยเรื่องการ์ตูน
  • THIRD CLASS CITIZEN รายการในวงการหนังที่เปลี่ยนคนจัดไปเรื่อยๆ มาเป็นสิบปีแล้ว! ต้องติดตามเลยเพราะนานๆ (มาก) จะมาที มาแล้วก็ลบตอนเก่าออกจากซาวด์คลาวด์ อินดี้ไป๊
  • Nerd Loyalty เด็กวิทย์คุยกันแบบเนิร์ดๆ เพลินอยู่นา ทำไมหยุดซะล่ะ
  • BATCast = ช่องนี้จัดเป็น “คร้างคราว” (มุกเล่นคำแบบนี้จากชาวแซลมอน) ช่องนี้เกิดในยุคเดียวกับ GetTalks แต่คร้างคราวจนหายไปไหนแล้ว
  • นอกนั้นก็มี CUPCAST, หมูป่าออนแอร์, Movie Tree house, Talk Tour Thai, World Y, ทำไมมันช่างเบาะบางเหลือเกิน
  • ฯลฯ เอาแค่นี้ก่อน นึกได้เท่านี้ เดี๋ยวจะยาวเกิน

อยากจัดพอดแคสต์

จัดเลยครับ!

ใครถามก็บอกแบบนี้แหละครับ จัดเลย

หลักการของการจัดก็คือ อัดเสียง > หาที่ฝากไฟล์เสียง > เผยแพร่

อัดเสียงนี่ง่ายมาก แบบที่ง่ายที่สุดคือใช้มือถือเครื่องเดียว กดอัดเสียงได้เลย เสร็จปั๊บก็ได้ไฟล์เสียงมาแล้ว หรือถ้ามีงบมีทุนก็ซื้อไมค์ดีๆ ซื้อห้องอัด เช่าสตูจัดเลยยังได้ถ้ารวยส์พอ

เปรียบเทียบเหมือนกับเราเขียนบล็อกครับ เขียนดีก็มีคนอ่าน ถ้าไม่แคร์คนอ่านก็เขียนไว้อ่านคนเดียวก็ได้ (ผมเคยติดตามฟังไดอารี่ของน้องคนนึงที่จัดในแนวไดอารี่รายวันมาเป็นปีๆ คุยคนเดียว เล่าว่าวันนี้ไปเจออะไรที่ร้านชาบู หรือกรี๊ดดาราอะไรงี้ เออเพลินดีว่ะ เสียดายน้องเลิกจัดไปแล้ว)

ที่ฝากไฟล์เสียง ที่ตอนนี้ในบ้านเราฮิตกันก็คือ SoundCloud รองลงมาก็ PodBean (ที่เอาจริงๆ แล้วเหมาะกว่า แต่คนยังไม่เยอะ) ขอไม่สอนใช้นะ มันง่ายไป๊ หลักการเหมือนยูทูบเป๊ะๆ

ส่วนการเผยแพร่ พออัปโหลดแล้วอยากให้ฟังที่ไหนก็ได้ไม่ต้องเข้าสองเว็บนั้น ก็ทำได้ด้วยการ Publish ลงสองแหล่งหลักๆ ตอนนี้คือ Apple Podcasts directory (แอปอื่นๆ ตอนนี้ใช้ไอ้เจ้านี่แหละเป็นสารบัญ) กับ Spotify กดลิงก์ที่ทำไว้ไปดูได้เลยจ้า

เสร็จแล้วก็เอาไปทวีต ไปโพสต์ในเพจอะไรก็ว่าไปครับ เสร็จแล้ว

ในเฟซบุ๊กมีกรุ๊ปที่เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ แนะนำให้ผู้ฟังและผู้จัดได้เข้ามาโอภาปราศรัยกัน (ส่วนใหญ่จะเป็นมือสมัครเล่นที่อยากจัดก็จัดเลย ไม่ได้ทำเป็นอาชีพนะครับ) เชิญเข้าไปชมได้ที่ Podcasts and Podcasters Thailand ครับ

สำหรับจำนวนผู้ฟังตอนนี้ บอกเลยว่าไม่เยอะครับ! อีพีนึงถ้าคนฟังถึง 1,000 ครั้งก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว (ถ้าเป็นปีก่อนก็ 500 ครั้ง) อาจจะตกใจว่าตัวเลขมันน้อยจังเลยวะ ยูทูบเบอร์เขาดูกันเป็นแสนๆ วิว

ที่จริงนอกจากเรื่องคนฟังในบ้านเรายังไม่เยอะแล้ว ยังต้องบอกว่าจำนวนผู้ฟังไม่เยอะนี่แหละคือตัวเลขคุณภาพครับ เดี๋ยวรอฟังจากบันทึกจากเสวนาอีกที พี่บิ๊กแกอธิบายไว้ดีเลย

เทรนด์พอดแคสต์ 2019

มิอาจฟันธงนะครับ เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ได้อยู่กับสถิติข้อมูลตัวเลขอย่างคนที่คร่ำหวอดหรือลงมือศึกษา แต่ถ้าดูตามกรอบเวลาของปี 2018 ที่ผ่านมานั้นเห็นเลยว่าวงการพอดแคสต์ทั่วโลกตื่นตัวกันมาก อาจเป็นเพราะความลงตัวของกลุ่มผู้ฟังที่หลากหลาย มีรายการหลากหลายขึ้นมากๆ และเทคโนโลยี แพลตฟอร์มต่างๆ ที่เริ่มโดดเข้ามาเล่น หลังจากการขาดเจ้าภาพมานาน (ไอโฟนเองก็ไม่ได้ใส่ใจจะดัน)

จนเริ่มเห็นทิศทางจากกูเกิลที่เปิดตัว Google Podcasts (ที่เหมือนเปิดมาลองตลาดก่อน ยังไม่เห็นใครใช้เท่าไหร่เพราะแอปอื่นดีกว่า), เฟซบุ๊กที่ริทำ Facebook Live Audio ขึ้นมา แต่เกิดหรือเปล่ายังไม่รู้ ในไทยมีคนทดลองเล่นแล้วก็เลิกไป ไล้สดเอาดีฝ่า, Spotify ที่เปิดโหมดรองรับพอดแคสต์ปั๊บมีคนหันมาใช้เพียบ! และประกาศเมื่อ 3 วันก่อนนี้เอง ว่าจะเอาจริงแล้วนะปีนี้!, และอีกสัญญาณนึงคือกูเกิลก็เพิ่งเพิ่มโหมดพอดแคสต์ลงใน Android Auto ด้วย! (ตอบโจทย์การรถติดแล้วหาอะไรฟังนอกจากรายการอาจารย์วีระมาก!)

เดี๋ยวนะ อัปเดตล่าสุดคือ

นั่นแหละครับ ในระดับโลก มันมาแล้ว ส่วนในไทย มันกำลังมา มาทีเถอะ อยากฟัง 5555

บันทึกเซสชันนี้ย้อนหลัง จากงาน #CTC2019 ครับ