093 | น้ำมึง

เห็นราคาน้ำมันไหมครับ
เห็นราคาค่ารถเมล์ไหมครับ
เห็นราคาข้าวแกงริมถนนไหมครับ
เย็ดครก ทำไมราคามันถึงได้พุ่งทะยานยังกะกระสวยอวกาศยังงี้วะ
สมัยผมอยู่ ม.ต้น ราคาดีเซลขึ้นเป็น ๗ บาท พ่อยังบ่นอุบอยู่เลย
แต่มาวันนี้ น้ำบันเบนซินลิตรละ ๒๖ กว่าๆ และต่อไปก็คงสามลิตรร้อย
พ่อผมเพิ่งเปลี่ยนมาขี่เก๋งเมื่อไม่นาน.. ก็คงอยู่ติดบ้านกว่าเดิม (ฮา)
คงเพราะมีใครแซวละมั้งว่าบ้านเราน้ำเปล่าแพงกว่าน้ำมัน
ราคาน้ำมันก็เลยขึ้นแซงแม่งซะเลย เพื่อเป็นการประชดไอ้หมอนั่น
แต่ในการนี้ มันไม่ได้ขึ้นราคาแล้วพอวันนึงอยู่ตัวแล้วจะปรับลดลงมานะครับ
งานนี้ขึ้นแล้วขึ้นเลย เปลี่ยนระดับค่าครองชีพของโลกให้คนจนยิ่งจนลงไปอีก
ใครที่รู้ตัวว่าเบี้ยน้อยหอยน้อย หรือแม้แต่หอยใหญ่ก็เหอะ..
ไม่ต้องบอกก็คงรู้อยู่แล้วว่าได้เวลารัดหอย เอ๊ย รัดเข็มขัดกันแล้วสิ
กว่าระบบการปรับเงินเดือนของคุณๆ (รวมถึงผู้ปกครองน้องๆ) จะขึ้นทันน้ำมัน
ผมว่าเราคงได้ทนกินข้าวไข่เจียวธรรมดาๆ จานละ ๓๐-๔๐ บาทในเร็ววันนี้แน่
ผมเคยคุยกับยาย (ที่บ้านเรียกยายว่าคุณ ย่อมาจาก แม่คุณ) แกอายุ ๘๐ กว่าปี
บอกว่าสมัยสาวๆ (นึกภาพเป็นสีซีเปีย) แกบอกว่าเงินสลึงนึงจ่ายตลาดได้ล้นมือ
แต่มาวันนี้ ชาเขียวส้นตีนสารพัดรส ขวดนึง ราคาเท่ากับ ๘๐ เท่าของตะกร้ายาย
ดังนั้นเลิกฝันกันได้แล้วครับ
เออ จริงๆ แล้วไม่ได้จะบ่นเรื่องค่าครองชีพหรอกนะ
คราวนี้..อะแฮ่ม~… ผมจะพูดเรื่องวิกฤติพลังงานครับ
ไม่ต้องกลัวว่าผมจะมาแบบอวดรู้หรอก เพราะผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากกว่าคุณนี่
ดังนั้นสำหรับผู้รู้.. บล็อกวันนี้ก็คงเป็นแค่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนอีกตามเคย
(การแสดงความเห็นในฐานะพลเมืองโลกคนนึงที่คุณจะพบได้ทั่วไปนี่ไม่ผิดใหม)
เมื่อหลายนานมาแล้ว ผมอ่านมาจากไหนไม่รู้
เขาบอกว่า น้ำมันจะหมดโลกในอีกไม่กี่สิบปี (ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะ ๕๐ ปีมั้ง)
และถ้ายังใช้กันอย่างไร้สติอย่างทุกวันนี้ .. ๒๕ ปีก็ไม่เหลือครับ!
เฮ้ย ไหงใกล้ตัวยังงั้นล่ะ?? ..ก็นี่มันเฮือกสุดท้ายของมรดกโลกชนิดนี้แล้วนะครับ
เราเลยได้เห็นโอเปคขึ้นราคาน้ำมันยังกะราคาไก่ช่วงตรุษจีนยังไงล่ะ
ตอนนี้ทุกประเทศในโลกกำลังทำสงครามกันอย่างดุเดือด
เป็นสงครามทางเศรษฐกิจที่เร่งจะเข็นตัวเลขออกมาเบ่งศักยภาพกัน
แม้แต่ประเทศเล็กๆ แถวๆ อาเซียนที่ทั่นผู้นำสนใจหน้าตามากกว่าการสมานฉันท์
ก็ยังขยั๊นขยัน หามาตรการสารพัดเพื่ออุ้มนายทุนส่งออก.. เอ๊ย ชาวบ้านอย่างเรา
ทีนี้หันมาดูพี่จีน-อินเดียสิครับ ..สองยักษ์ที่กำลังจะยึดตำแหน่งมหาอำนาจโลก
ทั้งคู่มีพลังถีบสูงจัดสุดๆ เนี่ย เขากำลังสร้างตัวเลขที่ว่าอย่างเมามัน — เมามันนี่
และกลายเป็นว่ายิ่งเปิดโรงงาน เร่งสร้างฐานผลิตขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งหนักโลกครับ
เห็นว่าตัวเลขรายได้ของเขาน่ะ แปรผันตรงกับปริมาณการเผาผลาญทรัพยากร
ดังนั้นยิ่งมีการใช้พลังงานมากเท่าไหร่ น้ำมันซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักก็ยิ่งโบ๋สิ
มนุษย์เราเริ่มข่มขืนธรรมชาติกันตั้งแต่เริ่มมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมนู่นแน่ะครับ
จะว่าไป นักวิทยาศาสตร์สมัยนั้นไม่ผิดหรอก ที่คิดเอาน้ำมันมาใช้เป็นพลังงาน
เพราะตอนนั้นน้ำมันคือสิ่งเหลือเฟือ ล้นโลก .. โอวเย่ คิดได้ไง สูบมาใช้ดีกว่า
แต่พอนานๆ วันเข้า ชาวโลกเราดันมั่นใจในความสมบูรณ์พูนสุขนี้กันเกินไปครับ
แหล่งพลังงานสารพัดสารพันของโลก ล้วนแล้วแต่เป็นของสะสมของพระเจ้า
แต่เราดันไปขุดมาใช้ จนเกิดสงครามเพื่อแย่งกันครองแหล่งน้ำมันมาจนทุกวันนี้
นอกจากสมบัติสมัยทวดของทวดดับเบิ้ลโคตรเหง้าทวดเราจะวอดหมดแล้ว
โลกใบนี้ยังซวยจากการเผาผลาญทั้งอย่างสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์อีกเท่าไหร่
ทั้งภาวะโลกร้อน เรือนกระจก มลพิษทางทะเลที่เกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์
รูรั่วบนชั้นบรรยากาศ สภาพอากาศแปรปรวน พนันบอล ท้องก่อนแต่ง ฯลฯ
ล้วนแล้วแต่เกิดจากนิสัยความมักง้ายง่ายของพวกเราด้วยกันเองทั้งนั้นครับ
ได้ยินคำว่า “ฉิบหาย” ลอยมาตามลม เป็นสำเนียงจีนและสำเนียงภารตะไหมครับ
ทีนี้ประเทศเล็กๆ จุ๋มจิ๋มๆ อย่างเราล่ะจ๊ะ สิเฮ็ดจั๋งใด?
เราก็.. ต้อง! หา! ทางออก! เรื่อง! พลังงาน! อย่างด่วน! สิครับ!!
หน่วยงานเกี่ยวกับพลังงานทดแทนในบ้านเราก็มีนะครับ แต่เสียงยังไม่ดังนัก
เราเลยรู้สึกเฉยๆ กันเมื่อเห็นเขารณรงค๋ให้ปลูกต้นสบู่ดำ เอามาทำดีเซล
หรือฮาขี้เล็ด เมื่อได้ยินว่าแก๊สโซฮอล์ดันผลิตไม่ทัน อาจต้องซื้อจากข้างนอก
(จริงๆ แล้วผลิตได้อยู่หรอก แต่ท่านว่าต้นทุนมันสูง กลัวจะไม่คุ้ม — เอ๋า!!)
ถึงเราจะพยายามผลิตพลังงานได้ (นิดๆ) และเห็นรัฐบาลรณรงค์อยู่ (บ่อยๆ)
แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ช่วยต่อลมหายใจได้อีกแค่ไม่นาน
เพราะยังไง แก๊สโซฮอล์ก็ยังเป็นเพียงการผสมเข้ากับน้ำมันเบนซินอยู่ดี
อ้าว แล้วพอถึงสมัยหลานผมขึ้น ป.๓ แล้วน้ำมันเกิดหมดโลกขึ้นมาล่ะ?
คุณจะให้พ่อมันใช้อะไรมาเติมใส่รถแล้วพาไอ้หำไปส่งโรงเรียนละครับ
นอกจากเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้า..
แต่อ้าว.. ก็ไหนว่าน้ำมันหมด เขื่อนผลิตไม่พอ แสงแดดแพง ออเร้นจ์ห่วยไง?
แล้วจะเอาไฟฟ้ามาจากไหน?
นักวิทยาศาสตร์ที่ไหนไม่รู้เยอะแยะ เขาระดมเป่าหูผมจนอักเสบไปข้างนึงว่า
“เทคโนโลยีเรื่องพลังงานน่ะ เป็นเทคโนโลยีที่ล้าหลังที่สุดในโลก”
ก็ลองสังเกตสิว่าคอมพิวเตอร์วันนี้ที่คำนวณชุดคำสั่งวินาทีละไม่รู้กี่ล้านครั้งเนี่ย
แต่โน้ตบุ๊คก็ยังใส่แบตฯ หนักยังกะหมา แถมเล่นได้ไม่กี่เดี๋ยวก็ดับสนิทคาตัก
เราๆ ก็ได้แต่ร้องเฮ้ย ยังไม่ทันเป็นหมันเลยเว้ย อย่าเพิ่งดับเซ่~!!
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังนั่งหน้านิ่วหาสายพลังงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่จากน้ำมัน
คงเห็นข่าวแบบเด็ดๆ ที่เจอมาก็มีทั้งจากฉี่คน จากขี้สัตว์ ฯลฯ
แต่อะไรล่ะที่จะเป็นพลังงานราคาถูก ที่ผลิตมาสนองกิเลสมนุษย์ได้นิรันดร์กาล
นอกจาก… โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ร์ร์ร์ร์ร์ร์ร์ร์ร์ร์ร์ร์ร์!
ตอนนี้พี่จีนที่ตะกี้ผมว่าพี่แกแดกงบประมาณทรัพยากรโลกเหลือเกินเนี่ย
แกมีโครงการผลิตต่อมอมตะนี้ถึง ๔๐ โรงในไม่กี่อึดใจข้างหน้านะครับ
ในขณะที่ญี่ปุ่นเขาใช้พลังงานอย่างเมามันส์ เพราะเขาก็มีโรงนิวเคลียร์ส่วนตัว
ทีนี้พอมาในไทย โครงการโรงไฟ้ฟ้าปรมาณูยังไม่มีแววจะคืบหน้าแต่อย่างใด
เพราะคนไทย (รุ่นลุงๆ) ยังฝังใจกับข่าวโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลที่รัสเซียระเบิดตูม!
พื้นที่แถวนั้นนับร้อยๆ ตารางกิโลเมตร กลายเป็นนรกไปเลยครับ
มีแต่กิ้งก่าที่กลายพันธุ์เป็นก็อตซิลล่า เดินพ่นไฟทำลายตึกเล่นๆ กันยัวเยี้ย
แต่นั่นมันก็ตั้งนานนมยานมาแล้วนะเว้ยเฮ้ย.. เทคโนโลยีสมัยนี้เซฟกว่าตั้งแยะ
แต่ก็อย่างว่า.. ขนาดพูดด้วยความมั่นใจยังงั้น แต่เอาเข้าจริงผมก็ยังเกรงๆ ครับ
เพราะเราดันเป็นประเทศที่มีรถไฟใต้ดินที่ไหลมาชนกันได้ ทั้งที่มันปลอดภัย!
อันนี้ผมว่ามันต้องแก้ไขเฉพาะกรณีไปครับ
จะเหมารวมว่าคนไทยแม่งเหี้ยหมด มันก็ถูก… เอ๊ย ไม่ถูกสิ! (เอ๊ะ หรือถูก)
ทีนี้ก็คงเหลือแค่ต้องรอรัฐบาลที่กล้าตัดสินใจและมองการณ์ไกลครับ
ประเทศไทยยังมีทางโตอีกหลายช่อง (ว่างๆ ว่าจะเขียนเรื่องคลองกระ..ดีไหม)
ผมเชื่อว่าต่อไปในอีกไม่นาน ประเด็นพลังงานนิวเคลียร์คงถูกปัดฝุ่น
และหยิบมาคุยกันเป็นวาระแห่งชาติอีกครั้งแน่.. แต่ไม่รู้จะแท้งอีกไหมแค่นั้น!
แทรกลิงค์วิกิพีเดีย เผื่อจะอยากอ่าน
- การใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทย
- พลังงานนิวเคลียร์
ที่แน่ๆ คือทุกวันนี้ ผมสงสารรัฐบาลนะ
อุตส่าห์รณรงค์ให้ประหยัดๆ กัน ทั้งแบบเบื้องหน้า–
(ที่ให้ปิดไฟพร้อมกันทั้งประเทศแล้วเอากราฟมาอวดเมื่อตอนนั้น..ผมว่างี่เง่า)
–และเบื้องหลังอันแฝงรากลึกลงไปในทุกส่วน ทุกสื่อ ทุกหน่วยงาน (อันนี้ดี)
ทีนี้มันขึ้นอยู่กับสันดานเราแล้วละครับ จะมัวงอมืองอตีนอยู่ทำไม
เราถูกตำราเรียนกรอกสมองเรามาตลอด ว่าบ้านเราน่ะแซ้น..จะอุดมสมบูรณ์
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว.. ใครใคร่ค้า’บ้า-ค้า .. ใครใคร่ผลาญ-ผลาญ
แล้วเป็นไงล่ะครับพ่อแม่พี่น้อง ทั้งข้าวทั้งนา กำลังจะพินาศฉิบหายหมดแล้ว
ก็เพราะเราชะล่าใจไง แม้แต่วินาทีที่คุณอ่านอยู่นี่– ผมเชื่อว่าคุณยังเฉยๆ
ลองมองมุมกว้างๆ ในฐานะชาวโลกนะ (ไม่เอาแบบประเทศมึงประเทศกูแล้ว)
เราเหลือเวลาอีกเท่าไหร่กันเชียวที่จะให้ลูกหลานเรายังอยู่ได้โดยสวัสดิภาพ?
เอาง่ายๆ แค่ใน ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ ธรรมชาติออกอาการงอแงมาแล้วกี่ครั้ง
แล้วสังเกตบ้างไหมว่า พายุแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นน่ะ มันแรงขึ้นเรื่อยๆ
ชั่วชีวิตที่คุณผ่านมา ได้ยินคำว่า “รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” มากี่ครั้งแล้ว
ปรากฏการณ์ประหลาดสารพัดสารเพ ทั้งอัลปาชิโน่ โรนัลดินโญ่ เสกโลโซ่
ในสมัยก่อนที่โลกยังสะอาดๆ อยู่น่ะ มันเคยเกิดขึ้นซะเมื่อไหร่
(จริงๆ อาจจะเคยเกิดก็ได้ แต่สมัยนั้นยังไม่มีนักข่าวยุ่บยั่บอย่างวันนี้นี่เนาะ)
จบบล็อกซะดื้อๆ ยังงี้เลยดีกว่าว่ะ 
ป.ล.
การเขียนบทความโดยมั่วขึ้นสดๆ ไม่พลิกตำราใดๆ ต้องมีจุดผิดพลาดขึ้นแน่ๆ
ขอเชิญคุณผู้อ่านที่มีความรู้เฉพาะทางในส่วนที่ผมพลั้งไป กรุณาชี้แนะด้วยครับ
ถือซะว่ามาช่วยกันแบ่งปันความรู้ให้กับคนที่อยากรู้ แต่หาอะไรอ่านไม่ค่อยเจอ
(ก็รู้ๆ อยู่ว่าร้านหนังสือทุกวันนี้มีนิตยสารแนวแอบถ่ายมากกว่าสารคดี!)
ป.อ.
เขียนแนวสารคดีจ๋าแล้วปวดกบาลแฮะ (คนอ่านก็ขี้เกียจอ่านเพราะยาวจัด)
งั้นกลับไปยุ่งเรื่องดาราท้องก่อนแต่งกันดีกว่า — เบาสมองกว่ากันเยอะครับ!
ป.ฮ.
ความเห็นส่วนตัว ผมว่าการเมาแล้วขับน่ะ เลวกว่าท้องก่อนแต่งแปดล้านเท่าครับ
06.09.2005 at 20:38
ใช้เกวียนแทนรถครับพี่ เจ๋งสุด
ประหยัดน้ำมัน
โคตร
06.09.2005 at 21:04
จริงๆ ทุกวันที่นั่งรถเมล์จากท่ารถในอำเภอเข้าไปเรียนในเมือง ถ้ารถมันว่างๆ หรือรถคันที่สวนไปมันว่าง ก็จะคิดว่า เราจะทำยังไงให้รถมันเต็มวะ เปลืองน้ำมันตายหอง
ตอนนี้คิดอะไรก็อยากประหยัดซะหมดเหมือนกัน… ข้าวที่โรงเรียนจานนึงก็ลดลงตั้งเยอะ เฮ้อออ
ลดพลังงานอย่างแรกเลย ปิดคอมกันเถอะพี่น้อง พี่แอน ไปปิด server ด้วย
06.09.2005 at 21:05
อุ๊ย ที่สอง
06.09.2005 at 21:42
เออ เห็นด้วยแม่ง เมาแล้วขับ ชนแล้วหนี แม่งเหี้ย กว่าท้องก่อนแต่ง
แ่ต่กูก็เห็นเมาแล้วขับ ชนคนตาย แม่งออกเทป ให้อีเหี้ยโง่ๆ ซื้อ
กันชิบหายวายป่วน แม่งไม่มีไอ้เหี้ย คนที่เรียกว่าสื่อมวลชน
ตอกย้ำส่วนเหี้ยๆ เหล่านี้เลย แม่งหน้าตัวเมีย สาดดดด
06.09.2005 at 21:53
ผมว่าทุกคนน่าจะมีส่วนรับผิดชอบกับความฉิบหายที่กำลังจะเกิดขึ้นรวมกันนะ
เห็นแต่ละคนเอาแต่คิดว่าแมร่งแก้ไขอะไรไม่ได้
ปล่อยๆให้มันเกิดขึ้นตามวิถีของมันกันทั้งนั้น แล้วจะไปรอดไหมเนี้ย~
อย่างว่าละครับ ผมว่าทุกคนก็มีเรื่องของตัวเองให้ปวดกบาลมากพอแล้ว
เรื่องของส่วนร่วมก็ปล่อยให้คนอื่นๆเค้าทำไป อยู่กันตั้งเยอะต้องมีคนทำบ้างแหละ
เวร!!
Blog พี่แอนวันนี้เขียนโดนใจดีจริงๆ
06.09.2005 at 22:33
จะเหมารวมว่าคนไทยแม่งเหี้ยหมด มันก็ถูก… เอ๊ย ไม่ถูกสิ! (เอ๊ะ หรือถูก)
เอ๊ะ ยังไงแน่
06.09.2005 at 22:41
อีกสิบปีเดี๋ยวผมเปิดบริษัทจะจองตัวแอนมาทำกราฟิกนะ ชอบๆ
06.09.2005 at 23:14
เข้ามาอ่านมั่งนานๆทีน่ะครับ
แต่ถูกใจของวันนี้จริงๆ เลยฝากชื่อไว้หน่อยน่ะ
06.09.2005 at 23:37
จะเหมารวมว่าคนไทยแม่งเหี้ยหมด มันก็ถูก… เอ๊ย ไม่ถูกสิ! (เอ๊ะ หรือถูก)
)
^
^
อันเนี้ยโดนใจสุดแล้วพี่ (ได้ข่าวว่าตูก็คนไทย
แล้วรัฐบาลของประเทศไทย ก็เป็นคนไทยด้วยน่ะสิ
07.09.2005 at 0:08
หมั่นไส้มานานแล้ว สะใจมากกกกก
07.09.2005 at 0:21
โดนอ่ะพี่แอน
คิดว่าคนสมัยนี้เอาแต่ใจตัวเองมากกว่าเดิม
ไม่ชอบรอ (ขนาดเน็ทอืด ช้าไปสามวิ ก็โมโห)
แล้วจะให้นั่งรถไปด้วยกันหลายๆคน
ไอ้คนโน้นช้า ไอ้คนนั้นลืมของ อีกคนปวดขี้
คนขับก็คงไม่รอแล้วหละพี่ เสียรมณ์
แต่ละคนเอาแต่ใจ เพราะงั้นก็ไปคนละคัน
ก็รู้นะว่าเปลืองตังค์ชาติ(และตังค์กุ) เปลืองทรัพยากร
แต่มันสบายใจกว่าอ่ะ
07.09.2005 at 3:15
07.09.2005 at 9:04
เห็นด้วยๆ พลังงานจะหมดริ้ว ประหยัดกันถ้วนหน้า
แค่ขี่รถไปสอนนักเรียน ประมาณ 4 เดือนกว่าริ้ว
แม่งกุเติมน้ำมันรถไป 50 บาท ใช้ได้วันเดียว หมดเรย
แม่ง เข้าปั๊มเกือบทุกวัน จนเด็กปั๊มแม่งจำหน้ากุได้ริ้วค่ะ
ไปไหน อยากขี่จักรยานจัง แต่ติดตรงที่ว่า รถมันเยอะ
แร้วก็ไอ่ที่เราจะไปมันก็ไกลเหี้ยๆ น่าจะมีการ
รณรงค์มาขี่จักรยานกันนะ แม่ง เหมือนญี่ปุ่นไง
ผลิตรถมาให้ประเทศอื่นใช้ แต่ประเทศมัน ใช้จักรยาน
แม่งเท่ห์ชิบหาย กุเห็นจากสื่อต่างๆริ้ว แม่ง อัจฉริยะ
ในการดำรงชีวิตสุดๆเรยค่ะ ( ถึงบล็อกจะยาวแต่กุอ่านจบแม่งทุกบล็อก )
ป.ล อะไรก็ไม่เหี้ยเท่า เป็นลูกส.ส คนดัง
แร้วกร่าง ทำตัวเท่ห์ อวดชาวบ้าน ฆ่าคนเป็นผักปลา
อยากตบใครตบ อยากเตะใครเตะ
แร้วมาบอกออกสื่อว่า “ด่ากุ๊คนเดียวเหอะคับ อย่ามาด่าพ่อกุ๊”
จังไรกว่าอะไรๆตั้งหลายเท่านะคะ @^_^@
07.09.2005 at 9:32
อื้ม … ได้แต่ทำใจ ยอมรับซะตากรรม …
07.09.2005 at 9:39
คนไทยเราน่าจะคิดสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาใช้เองบ้างเนอะ

อย่างเช่น รถยนต์ที่ใช้น้ำเติม อะไรทำนองนี้
พอดีไปเจอ นาฬิกาพลังน้ำ น่าสนใจดีเลยเอามาให้ดูกันค่ะ ป่าวโฆษณานะ
http://www.thinkgeek.com/cubegoodies/lights/757e/
07.09.2005 at 11:34
ช่วยชาติประหยัดไฟ โดยการไม่เปิดคอมทิ้งไว้โหลด torrent เวลานอน
ว่าแต่ว่าแอนไปงาน macromedia เปิดตัววันที่ 9 ศุกร์นี้ป่ะเนี่ย ไม่รู้รู้เข้าบ้างเป่า
07.09.2005 at 11:42
07.09.2005 at 11:43
ได้ยินมาว่า…
มีการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าอุปกรณ์ solar cell
ซึ่งเหมาะกับเมืองไทยมั่กมาก แดดจัดๆ ร้อนตับแตกขนาดนี้
เห็นว่าถ้าราคา solar cell system มันถูกๆ รายได้การไฟฟ้าก็ลดลง
ตั้งค่า FT หลอกแดกชาวบ้านได้น้อยลง
ปันผลปลายปีน้อยลง หุ้น กฟผ. ตก ฯลฯ
ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง แม่งเหี้ยกว่าเมาแล้วขับ 6,500 เท่า
ถ้าเรื่องเนี้ไม่เป็นจริง แล้วทำไมไม่สนับสนุนกันจริงๆจังๆ ซะทีวะ
07.09.2005 at 11:51
ต่ออีกหน่อย…
คุณตา (พ่อคุณ) เล่าให้ฟังว่า ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 น้ำมันแพงมากเช่นกัน
มีการดัดแปลงรถให้ใช้พลังงานไอน้ำ เอาถ่านเอาฟืนมาเผากันจะๆ
ส่วนรถที่ใช้น้ำเปล่าเติม ผมเคยดูสารคดีเรื่องวิศวกรเกษียณคนนึง
)

(จากบริษัทรถยนต์โคตรพ่อโคตรแม่หรูยี่ห้อนึง)
ประกอบรถใช้เอง เป็นรถสปอร์ตสีแดงไฉไล รูปร่างคล้ายๆ เฟอรารี่
ใช้เครื่องจักรไอน้ำขับเคลื่อน
ทำความเร็วได้สูงสุด 90 ไมล์ต่อชั่วโมง (หรือ 190 ไมล์ต่อชั่วโมงนี่แหละ จำไม่ได้แล้ว
วิ่งไปพ่นไอน้ำออกตูดไป น่ากลัวทีเดียว
ถ้านำมาใช้จริงๆ คงแฉะกันทั้งเมือง
07.09.2005 at 12:26
ที่เค้าบอกว่าน้ำมันจะหมดโลกอีกไม่กี่สิบปีเนี่ย (สมมุติว่า 30 ปี)
เห็นมันพูดงี้มานานหลายปีแล้วเหมือนกัน มันก็ยัง 30 ปีอยู่ดีไม่เห็นลดเลย
แต่นั่นเนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไป เราสามารถหาแหล่งน้ำมันที่ยังไม่พบได้มากขึ้น
หรือว่ามีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทำให้การกลั่นน้ำมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวเลข 30 ปีที่ว่า มันถึงไม่ลดลงไปสักที
แต่ว่า ถ้าเลข 30 ปีนี้ มันลดลงเมื่อไหร่.. นั่นสิ!
แต่ว่า.. ตอนนี้เค้าทำนายว่าเหลืออีกกี่ปี ก็ไม่รู้แฮะ
07.09.2005 at 12:56
เห็นด้วยจริงๆ ว่ะ
ค่านำ้มันนี่แม่ง แพงกะฉูดดด
ผมหมดค่านำ้มันอาทิตย์ละ พันสอง นี่ยังไม่รวมค่าทางด่วนอีกนะ ++ เช็ดครก (สะอาดยัง
)
ถึงจะเบิกได้หมด แต่ ผมเติมทุกครั้ง ก็รู้สึกแย่นะ แม่ง เติมอีกแล้ว เหรอวะ นี่กูทำไรไม่ได้เลยไงวะ
ทำไงได้ละครับ….พี่น้อง
บริษัทไทย แม่ง ออกนอกเมืองหมด. สาธารณูปโภคนอกเมืองแม่งก็รู้ๆ อยู่ เหี้..หมด
ซึ่งก็ไม่แปลก มัน แปรตรงกับ การอาศัยอยู่ของผู้คน คนน้อย
ทีีนี้ คนที่อาศัยในเมือง ทำงานนอกเมือง (กม 29) ก้ต้องขับรถ ไกลตายห่า พร้อมๆ กับเพื่อนร่วมทาง ที่… รถแม่งเยอะสาดดดจริงๆ นำ้มันก้อผลาญกันบานละครับ พี่น้อง (กะไครวะ)
ถ้ามีการเดินทางสะดวก ไครเค้าจะอยากขับรถวะะะ เหนื่อยตายห่.. ไปกลับ วันละ 2 ชม
—เอาล่ะ ผมไไม่ได้จะมานั่งบ่นเฉยๆ ญี่ปุ่นแม่ง ผลิตรถเยอะจะตาย ไมประเทศแม่งรถไม่ติดละครับ
เมืองเค้าเข้มงวดมาก เริ่มจากบ้าน ถ้าไม่มีที่จอดรถ เพียงพอ แต่เสือกรถเยอะจัด ต้องเสีย ภาษีในการจอดรถเพิ่ม นี่ทำให้ คนใช้รถแต่พอเพียง
ดังนั้นคนจึงใช้จักรยานไม่ก้อรถยนตร์ต่อรถไฟฟ้ากัน.
แล้วก้อตามที่รู้กัน คนเค้าใข้รถเพื่อ ต่อ รถไฟจริงๆ อันนี้ ผมเห้นพี่ไทยก้อเริ่มต้นดีแล้วที่มีการจอดรถต่อรถไฟฟ้าไปแหล่งที่ทำงาน สีลมเอย.. เพลินจิตเอย
แล้วนี่…. ไอ้แหล่งโรงงานเยอะแยะฉิบแถวชานเมือง.. ไมไม่ทำรถไฟฟ้าไป เอาให้
จอดรถต่อเรือได้ละครับ คุณณณณ
ยังจะมายกเลิก เอา รถเมล์ด่วนแทนอีก..มองให้มันไกลๆ ดิครับบบบท่าน
…โอย..โมโหจิงเว่ย ใครนามสกุล /ชินวัตร/ ช่วยแจ้งท่าน….(แม่…
ให้ผมหน่อยเหอะ
โอย โมโหจิงกู ….
ป.ล เมืองไทยเป็นเมืองที่เก่ง คนไทยก็เก่ง (แหม ..ประเทศแรกที่โกงเอทีเอ็มได้ในโลกนี่นะ
) ไม่ไอ้เรื่องที่มันดูไม่น่าเป็นประเด็น อย่าง รถเมล์ซิ่ง. รถติด. คลองเน่า.
สารเพนี่ แก้กันเป็น 10 รัฐบาลก้อไม่จบวะ (เห็นสัญญา ทุกผู้ว่า …กูก้อเลือกทุกผู้ว่า)
ป.ฮ ช่วยกันหน่อยเถอะครับ ผมเชื่อจากใจจริงๆ ว่าคนไทยเก่ง เราสามารถแข่ง มวย แข่ง ยกนำ้หนัก ชนะ แต่ แข่ง บอลไม่ชนะ ก้อเพราะ เราเก่งคน แต่ไม่เก่งทีม…..
ถ้ารู้ว่าคันตูด ไปเกาแก้มก้อไม่หายหรอกครับ
ป.ฮฮ เมืองไทยเป็นเมืองเกษตรที่ คนจนเยอะกว่าคนรวย. เป็นเมืองที่คนยังตกงานเยอะอยู่. ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรม ไม่ใช่ จีเจ็ด แปด เก้า… รัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อให้คนรวยรวยขึ้น และคนจนยิ่งจนเหรอครับ
ปฮฮฮฮ ข่าวล่าสุด แหม่ม ท้องแล้วครับ
07.09.2005 at 14:45
เผอิญบ้านมีตังค์ เลยไม่เดือดร้อน
……..แง๊


07.09.2005 at 17:15
นึกแล้วเศร้า ถ้าคนใต้จะไปหาญาติทางเหนือจะทำไงเนี่ย ถ้าน้ำมันหมดโลก
07.09.2005 at 17:30
ข้าวแกง จานละ 35 งงเลย….
แบบว่าริมถนน แล้วน้อยมาก ขอเพิ่มข้าวบอกว่าเพิ่ม5 บาท เลยไม่เพิ่มดีกว่าไม่พอ แ…ด…ก เลย สรุปจานละ 40 ….


07.09.2005 at 18:13
ไม่เอาแหม่มท้อง.. ครม.เจอผีดีกั่วค่ะ
เอ้อ.. ชักมั่ว ชอบบล็อกวันนี้จริงๆ อ่านจนจบจนได้
เดี๋ยวจะบอกแม่ให้ย้ายบ้านแล้วค่ะ ไม่อยากย้ายโรงเรียน
07.09.2005 at 20:24
07.09.2005 at 20:28
บล็อกมีสาระ
โดน
ถ้าน้ำมันหมดโลก เราจะใช้อะไรดีหนอ?
หนีเข้าป่าไปแบบครอบครัวน้องต้นข้าวดีมั้ยเนี่ย
07.09.2005 at 22:01
ประเด็นมันอยู่ตรงว่า
มนุษย์เราทำเป็นมองข้ามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไปกันอยู่น่ะ
ยิ่งผู้นำประเทศเรายิ่งไปกันใหญ่… ประชุมห่าสัญจรอะไรกันนักหนา
ยิ่งมองในระดับมหัพภาคนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ต่างคนต่างกอบโกยเข้าตัวเองไม่ใส่ใจโลก (สงสัยแม่งลืมไปว่าโลกเป็นจุดเล็กๆ ในจักรวาล)
เรื่องพลังงานทดแทนน้ำมันนี่จริงๆ แล้วมีให้ใช้งานได้แล้วล่ะครับเพียงแต่ว่าด้วยกลไกการตลาดทำให้มันยังไม่เกิด
กลไลการตลาดที่ว่าก็เกิดจากการควบคุมของพวกผู้ค้าน้ำมันนี่แหล่ะ (เพราะถ้ามีพลังานทดแทนออกมาเมื่อไร แม่งก็ขายไม่ได้ดิ)
และการขึ้นเอาๆๆๆๆ เอาแล้วขึ้นของราคาน้ำมันตอนนี้ก็เกิดจากกลไกการตลาดของอีพวกห่านี่แหล่ะ
อีกเรื่องที่บ้านเราเจอผลกระทบหนักหนามากก็เพราะว่า บ้านเราใช้น้ำมันราคาถูกกว่าชาวโลกมานานแล้วครับ (เพราะการอุ้มของรัฐ) ทำให้พอรัฐอุ้มไม่ไหว ราคาก็เลยพุ่งพรวดพราดอะ
แอนครับ เรื่องคลองกระนี่ผมว่า ขี่ช้างจับตั๊กแตนอ่ะ เหมือนอีโครงการทางลัดสู่ภาคใต้แหลมผักเหี้ยห่าอะไรนั่นแหล่ะ
แม่ง พิมพ์แล้วโมโห มายุบโครงการรถไฟฟ้าอีก ห่าเอ๊ย
07.09.2005 at 22:32
เครียดจัง
จริงด้วยแหละยังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่เพราะยังมีตังค์เติมน้ำมัน
แต่ขับไปใจหายไป ทำไมมันน้ำมันลดเร็วจริงว๊า
จะขับช้าๆไม่เกิน 90 มันก็ไม่ทันเหตุการณ์ฺ
จะไม่ขับรถก็เป็นต้นเหตุให้ไม่มีตังค
์(พอดีใช้รถในการทำงาน รถเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ)
ตอนนี้ก็เติมก๊าซโซฮอล์อยู่ ไม่ค่อยต่างเท่าไหร่เลย
แต่ก็ถูกกว่าถ้าเทียบกันลิตรต่อลิตร
โห๋ยยยย ตายแน่ๆถ้า 3 ลิตร 100 ขึ้นมา
ทำงัยดีละ
ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด
ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด
ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด
ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด ประหยัด
08.09.2005 at 6:00
เข้ามาฮาเจ๊โฒนา ครั้งแรกที่มาโพสป่าวเนี่ย
08.09.2005 at 6:15
ชอบให้เขียนแนวนี้นะ แม้จะดูน่าเบื่อ
รู้สึกว่ามนุษย์ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของโลกนี้ จะเอาอะไรมาใช้ก็ได้ ที่ตรงนั้นฉันอยากสร้างนั่นสร้างนี่ก็ไปสร้างกัน ตัดไม้ทำลายป่า แล้วพวกสัตว์ที่เคยอยู่ก็ต้องหลบหนีไป ทั้งๆที่ไม่เห็นว่าเราจะมีกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ต่างกับสัตว์ตัวอื่นๆตรงไหน
มนุษย์พยายามจะเปลี่ยนธรรมชาติให้เข้ากับมนุษย์ ฝืนกฎของธรรมชาติเพื่อให้ได้มาซึ่งความสะดวกสบายบ้าๆบอๆ เมื่อถึงจุดนึงธรรมชาติเองก็คงไม่ทนเหมือนกัน แล้ววันนั้นมาถึง มนุษย์อย่างเราก็เตรียมตัวรับกรรมได้เลย
สำหรับพวกที่ต้องใช้รถในการทำงาน ผมว่าน่าจะต้องมาจัดระบบการใช้รถให้การขับครั้งนึงสามารถทำประโยชน์ได้หลายๆอย่าง
และลด ละ เลิก การเผาผลาญน้ำมันโดยเปล่าประโบชน์ ตรวจสอบสภาพรถให้สมบูรณ์อยู่เสมอ เจอคนรู้จักหรือคนใกล้บ้านบังเอิญออกจากบ้านพร้อมๆกัน ก็ไถ่ถามสักหน่อยว่าจะไปไหน เผื่อไปทางเดียวกันก็จะได้ไปพร้อมๆกัน บางครั้งการเดินทางไปที่ใกล้ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้รถ เดินไปได้ก็เดินดีกว่า แดดมันร้อนก็กางร่ม ประเทศที่เค้าร้อนกว่าเรามีตั้งเยอะแยะ เค้ายังอยู่กันได้เลย
อยากให้ทุกคนไม่ยึดติดกับการใช้น้ำมัน วันไหนมันหมดขึ้นมาจริงๆ เราต้องพร้อมที่จะรับมันให้ได้ ไม่อยากให้คิดว่าเรามีเงินซื้อ เราไม่เดือดร้อน
08.09.2005 at 14:28
โลกไม่แย่ เพราะโลกจะมีระบบซ่อมแซมตัวเองอยู่แล้ว
แต่ที่แย่ก็พวกเราเนี่ยแหละสัตว์มนุษย์กันเองเนี่ย
เดี๋ยวก็ย้ายไปอยู่ดาวอังคารกันแล้ว
ไปทำร้ายดาวดวงอื่นๆต่อไป เย้
08.09.2005 at 14:34
ขอเอามะพร้าวห้าวมาขายด้วยคนนะคะ
ตามความรู้ (น้อยๆ) ของตัวเอง คิดว่าพลังงานแบบ fuel cell น่าจะเป็นพลังงานที่ ideal ที่สุด เพราะมันบริสุทธิ์มากๆ fuel cell เป็นการนำไฮโดรเจนมารวมกับออกซิเจนผ่านเมมเบรน ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ได้พลังงานไฟฟ้า และได้ by product เป็น แต่นแตนแต๊น H รวมกับ O2 ก็ = น้ำ บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้มลพิษกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แต่ fuel cell ยังมีข้อแม้มากมายที่ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงในกรณีส่วนใหญ่ ยังมีหลายปัญหาอยู่
รถยนต์ตอนนี้มีลูกครึ่ง hybrid ซึ่งเป็นไฟฟ้า+น้ำมันออกมาใช้กันแล้ว ถึงจะช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ก็ยังต้องใช้น้ำมันอยู่ fuel cell จึงน่าจะเป็นคำตอบที่ดี บริษัทผลิตรถยนต์บางบริษัทก็มีการศึกษา ทำรถต้นแบบ fuel cell มาบ้าง แต่ก็ยังไม่ไปถึงไหน (เห็นด้วยกับคุณแอนค่ะ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก้าวเร็วกว่าเทคโนโลยีด้านพลังงานมากๆ) เหตุผลที่สำคัญคือ คนที่กำหนดสินค้าในตลาดก็คือผู้บริโภค ซึ่งก็คือ เรานั่นเอง ตราบใดที่คนยังซื้อรถที่ใช้น้ำมัน บริษัทผู้ผลิตก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องผลิตรถประเภทอื่นออกมาขาย
08.09.2005 at 23:19
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด…
09.09.2005 at 1:10
ชั่วชีวิตที่คุณผ่านมา ได้ยินคำว่า “รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” มากี่ครั้งแล้ว
09.09.2005 at 11:51
ผลาญน้ำมันกันหมดโลกแล้ว

เราจะไปผลาญอะไรกันต่อดี?
09.09.2005 at 12:27
อืม…

สรรหามาให้อ่านเรื่อยๆ ละกันนะขอรับ
กระผมจะติดตาม…
09.09.2005 at 15:13
เห็นสัจธรรมมนุษย์
เขียนได้โดนใจมาเลยเจ้า
09.09.2005 at 17:21
ไอ้ที่ว่านัดปิดไฟแล้วเอากราฟมาโชว์
รู้สึกว่าเขาทำเพื่อต้องการให้เห็นว่า
“เอ้า ดูซะประชาชน
ปิดแค่นี้ยังขนาดนี้
แล้วถ้าประชาชนช่วยกันกว่านี้จะขนาดไหน?”
มากกว่านะครับ
09.09.2005 at 17:31
เด๋วนี้คนไทยต้องหันมาขี่ควายกันแร้น
เนื่องจากราคาน้ำมันแพงเกิน
น้ำมันลิตรนึง อาจจะซื้อหญ้า
ให้ควายกินได้เป็นวันก็เป็นได้
เพราะฉะนั้นไปย้อนอดีตแบบขวัญเรียมกันเต๊อะ
ขี่ควายช่วยชาติ หุหุ
09.09.2005 at 17:45
เคยได้ยินข่าวว่า ประเทศไทยผลิตพลังงานจากมันสำปะหลังได้(ไม่แน่ใจนะ) ช่วงนั้นดังมาก แต่ตอนนี้ไม่รุคืบหน้าถึงไหน หรือ อเมกา แอบวิจัยเพื่อเอาลิขสิทธิ์อย่างรวดเร็ว
ผมว่าสื่อก็ต้องหันมารับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้นครับ ด้วยการลดรายการบันเทิงแบบไร้สาระ หันมาให้สาระแบบรายการบันเทิง
10.09.2005 at 0:49
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะสร้างขยะที่ร้ายกาจเหมือนกันนะคับผม
พวกกากกัมมนตภาพรังสีเนี่ย ยุ่งยากในการเก็บ ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก เก็บไม่ดีมีสิทธิ์ฉิบหายเหมือนกัน
แต่โดยรวมชอบ blog อันนี้มากคับ ตรงใจหลายๆ อย่างที่อยากเขียนเอง แต่ไม่มีปัญญาเอามันออกมาเป็นตัวหนังสืออย่างพี่แอนอ่ะ
แต่น้ำมันแพงๆแบบนี้ รถก็ยังขายออกนะ คนไทย(และคนทั่วโลก) ยังไม่รู้สึกกันจริงๆ รถก็เกลื่อนเมืองอยู่แล้ว บนนถนนรถก็ติดฉิบอยู่แล้วเหมือนกัน
10.09.2005 at 14:48
ครูสอนฟิสิกส์ เคยบอกว่า เรามีนักฟิสิกส์เก่งๆ จบด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาด้วย
แต่ทำไมไม่ทำก็ไม่รู้ > ~
10.09.2005 at 22:22
เห็นด้วย น้ำมันแพงมากกกกกกกกกกก

ภูเก็ตไม่มีรถเมย์ซะด้วยดิ เซ็งจิง ขับรถไปเรียนเองเนี๊ย
ชอบเว็บของพี่แอนนนนนนนน มั๊กๆ เข้ามาดูเกือบทุกวันเล๊ย

ชอบ รูปที่พี่แอนถ่ายนะ ดูแล้วได้Feelllllllllll
11.09.2005 at 3:00
รูปสวยดี
ดีนะไม่ได้ใช้รถ ไม่งั้น คงเครียกกับราคาน้ำมันแน่นอน เฮ้อ
11.09.2005 at 17:47
แอบใช้ font ของคุณ”ไอ้แอน”มานานละ แต่ไม่ค่อยได้อ่านอะไร นอกจากวิธีเอา font ใส่เครื่องฮ่ะ
วันนี้นายจิรากรเค้าเอา url เวบคุณมาแปะ (เค้าชอบแปะโฆษณาบ่อยๆ ไม่รู้แอบชอบคุณ”ไอ้แอน”รึเปล่านะ โปรโมทจัง ฮา) ก็เลยแวะเข้ามาดู เจอเรื่องใกล้ตัวจังๆเบอ…. เพราะใช้รถเมล์ที่ขึ้นราคาเพราะน้ำมันขึ้น รถสองแถวก็ขึ้นราคา ยังดีที่รถแท็กซี่ยังไม่ขึ้น ไม่งั้นซวยเลย อุตส่าห์ไม่ขับรถเพราะกลัวน้ำมันแพง แต่มันก็ต้องไปแพงที่อื่นจนได้สิน่า
เราคิดว่าพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งโซลาร์เซลล์ แม้จะมีต้นทุนสูงสักหน่อยแต่ถ้าคิดในระยะยาวแล้วน่าจะคุ้มกว่า เพราะเป็นของที่ได้ฟรี ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด (แถมบ้านเราแดดร้อนเปรี้ยงแบบนี้ ขี้คร้านจะแดดมากเกินต้องการซะอีก)
แต่อย่างว่า เรื่องนี่เค้าคุยๆกันเป็นวงกว้างตั้งแต่นักการเมือง นักวิชาการ จนยันนักเรียนมาตั้งแต่สมัย ม. ต้นแล้ว (สมัยนั้นน้ำมันรถเก๋งประมาณ 9 บาทมั้ง) แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันซะที หรือว่านักวิทยาศาสตร์สมองเฟื่องของประเทศไทยทุนไม่หนาเท่าเมืองนอก เลยไม่ได้ผลิตอะไรเจ๋งๆออกมาให้ใช้กันหนอ?
ป.ล. เห็นด้วยว่าชนแล้วหนี เอ๊ย เมาแล้วขับ เลวกว่าท้องก่อนแต่งจริงๆ แต่ไม่แปดล้านเท่านะ แค่เจ็ดล้านเท่าก็พอ
)
11.09.2005 at 17:58
ตอนนี้ผมอยู่ ม.ปลาย….
ผมนึกภาพตัวเองตอนอายุเท่ายายพี่แอนไม่ออกจริงๆนะ -”-
สมัยนั้นเงินบาทคงมีค่าประมาณเงินกีบตอนนี้มั้ง
11.09.2005 at 20:40
จริงมากๆๆที่เราชะล่าใจ
แต่อย่างว่าแหละพี่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความคิดที่เราถูกปลูกฝังกันมาตลอดด้วยรึเปล่า ว่าบ้านเรานี่มันอุดมสมบูรณ์เหลือเกินนนนนน เราก้อเลยออกแนวชะล่าใจกัน ว่ามันคงยังไม่หมดไปในเร็ววันนี้หรอกน่า - -”
จริงๆมันยากเพราะเรามองว่าทุกสิ่งอย่าง(ไม่ว่าจเป็น GDP ของประเทศในแต่ละปี มูลค่าการส่งออก เทคโนโลยีโคตรทันสมัยที่จะทำให้ประเทศเราดูไฮโซขึ้น ฯลฯ)มันสำคัญกว่าธรรมชาติ(ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้น) เราก้อเลยยังเอารัดเอาเปรียบรีดเลือดจากธรรมชาติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างไม่รู้สึกอะไรกันเลย - -”
เคยได้คุยกันกับผู้ใหญ่ท่านนึง ท่านเป็นคนอินเดียค่ะ ท่านว่า ประเทศเราเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์มากเลยนะ เวลาที่ท่านนั่งเครื่องบินแล้วมองลงมาเนี่ย ประเทศเราจะเป็นสีเขียวไปหมดเลย ต่างกับอินเดียที่มองลงมาแล้วเป็นสีน้ำตาลไปซะทุกที่ แต่ท่านว่าแปลกใจจริงๆที่บ้านเราทำอะไรไม่ค่อยนึกถึงสิ่งแวดล้อมกันเลย แล้ว่านก้อถามว่า หรือเป็นเพราะว่าเรารู้สึกว่าบ้านเราอุดมสมบูรณ์?
แต่จริงๆเราเองก้อนั่งต่อไฟฟ้าเล่นเนตอยู่นี่นะ - -”
ปล. เผื่อพี่อยากรู้ เค้าว่าปีๆนึงเมืองจีนใช้พลังงานมากกว่าอเมริกา 5 เท่า และมากกว่าญี่ปุ่น 12 เท่า
แถม 7 ใน 10 เมืองที่มลภาวะเป็นพิษที่สุดในโลกยังอยู่ในจีนอีกตังหาก - -”
12.09.2005 at 0:19
ไปมหาลัยศิลปากรวังท่าพระเนี่ย โดนเฉลี่ย ตกราวๆวันละ 80 บาทอะ
มั่นพุ่งพรวดเพราะต่อหลายต่ออะ…เฮ้อ..ไม่รู้ต่อไปจะอีกเท่าไหร่…
ว่าแต่ไม่เจอนานพี่แอนสบายดีปะคะ ฟุกะจ๊ะคิดถึงนะค๊า..
12.09.2005 at 10:56
น้ำมันขึ้นอย่างสูงสัด
จากไม่กี่เซนต์ กลายเป็น $AUD 1.30 แม่บอกว่าเมื่อก่อนน้ำมันสามสิบ สี่สิบเซนต์เอง โหง ขึ้นแม่งเลยว่ะพี่ เหรียญกว่าๆๆ จะเป็นลม
ฟ่างเห็นด้วยกะพี่นะ ท้องก่อนแต่งน่ะ ปัญหาคอขาดบาดตายที่ไหน เค้าจะท้องก่อนแต่งหรือท้องหลังแต่ง ก็เรื่องของเค้า มันหนักหัวใครมิทราบ ไร้สาระว่ะ ตัดประเด็นไปเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านี้บ้างเหอะ ขอร้อง
12.09.2005 at 13:42
ได้ยินมาว่า…
มีการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าอุปกรณ์ solar cell
ซึ่งเหมาะกับเมืองไทยมั่กมาก แดดจัดๆ ร้อนตับแตกขนาดนี้
^
^
^
ไม่จริงนะครับ
ที่ประเทศไทยใช้ solar เซลแบบถูกไม่ได้เป็นเพราะเหตุผลทางเทคนิคและอาชีวะ เกี่ยวกับ Relative humidity (ความชื้นสัมพัทธ์) ครับ ทำใหเซลล์ที่ใช้ในไทยต้องเป็นแบบพิเศษที่ประเทศตะวันตกเขาไม่ค่อยผลิต เลยซื้อได้แพงมากๆจนหาจุดคุ้มทุนกันไม่เจอ
เฮ้อ.. . มาปั่นจักรยานกันเถอะนะครับ
12.09.2005 at 16:17
น้ำมันแพงก็หันมาใช้น้ำกูสิ!!
(ไว้อาลัยให้กับมุขปลวกๆ 1 นาที
)
โลกมันกลม หมุนวนเป็นวัฎจักร
ทางออกน่ะเหรอ? ———> “สูงสุดคืนสู่สามัญ”
12.09.2005 at 22:05
^
^
^
ร่วมอาลัย 1 นาที
13.09.2005 at 11:26
โดนอย่างแรง อะหึ้ย….
13.09.2005 at 12:08
ประเทืองปัญญาดีจริง ๆ ชอบ ๆ
เอาเถอะ
ถึงอย่างไรก็จะมีชีวิตอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด เฮ้ออออออออ
13.09.2005 at 13:23
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ เพิ่งรู้แฮะเรื่องระบบพลังงานของญี่ปุ่น ชั้นไปอยู่ไหนมาเนี่ย
น้ำมันแพง…สงสัยต้องขับโล..เข็นโล..แล้วมั้ง
13.09.2005 at 14:04
บลอกประเทืองปัญญาจริงๆด้วย
แต่คิดเรื่องพวกนี้แล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ
แต่ก็นะ ด้วย “สัน…” คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศน่ะ
เรื่องพลังงานน่ะ มันเป้นอันดับสุดท้ายที่จะคิด
และอาจจะคิดได้ตอนสายไปแล้วด้วยน่ะสิ
13.09.2005 at 15:11
ก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย
จากลูกชิ้นสี่ลูก
มันเหลือสามแล้วววววว
กระทบยันอาแป๊ะ
หน้าปากซอย
แม่งเอ้ยยย