191 | ฟันฟันฟัน ฟันฟันฟัน ฟันฟันฟันทุกวัน~ ละทุกวัน
ใครจะไปเชื่อว่าเมื่อตอนบ่ายที่ผ่านมา
ในขณะที่ฝนตกฟ้าคะนองอย่างรุนแรง ใบไม้ปลิวไหว กิ่งไม้หักโค้นลงมาที่พื้นถนน
ยินเสียงลมพัดหวีดหวิวอื้ออึงพร้อมๆ กับเสียงพิโรธโกรธาของพระพิรุณ (และ นปก.)
ตอนนั้นชาวบ้านชาวช่องต่างหลบฝนกันอยู่ใต้ชายคา ไม่กล้าเปิดทีวีดูเพราะกลัวฟ้าผ่า
แต่ผม .. ผมกำลังอุดฟัน 

เรื่องมันเริ่มต้นจากที่เคยเล่าไว้ว่าผมจำต้องชดใช้กรรมที่ได้ก่อไว้เป็นระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา
นั่นคือไม่ได้ดูแลสุขภาพฟันของตัวเอง จนมันเกินจะเยียวยาเกือบจะเรียกได้ว่าสายเกินไป
ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำในระยะนี้ก็คือ ฟอร์แมตใหม่หมดทั้งปาก แล้วก็วางรากฐานป้องกันในอนาคต
(เคยเล่าไว้เป็นระยะหลายทีแล้วครับ ๐๑ / ๐๒ / ๐๓)
หลังจากผมไปผ่าฟันคุดฟันเมื่อ ๓ เดือนที่ผ่านมา ก็ยังไม่รู้สึกว่าการไปทำฟันเป็นสิ่งที่น่าพิสมัยนัก
ถ้าตัดประเด็นเรื่องราคา (แพง แต่ก็สมควร) ออกไปแล้ว สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือหมอเองนั่นแหละ
คือผมรู้สึกว่ามันเจ็บมากและเสียวฟันมากกว่าที่ประเมินไว้ (ว่าเจ็บและเสียวน่าดู แต่คงทนได้)
ก็เลยยังขยาดๆ อยู่ ไปอุดฟันหลังจากนั้นอาทิตย์นึงก็รู้สึกว่าเสียวพอสมควร
ดังนั้นเลยหยุดครับ ไม่ปงไม่ไปมันละ รอให้อารมณ์ดีๆ ก่อนค่อยไปอุดไอ้ที่มันผุให้ครบทั้งปาก
จนเมื่อไม่นานมานี้ อยู่ดีๆ ก็ปวดฟันกรามตรงตำแหน่งที่ไปผ่ามานั่นแหละครับ
ก็เลยแปลกใจ บวกสังหรณ์ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่างกับฟันตูแน่ๆ
จึงไปโพสต์ถามหมอฟันเจ้าเก่าว่าอาการแบบนี้น่าจะเป็นอะไรขนาดไหน
แล้วก็ได้คำตอบที่น่ากลัวจากหมอบอล จนใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่า ซวยแล้วกู ซวยแล้วกู
ต้องไปให้หมอเขาเจาะปากอีกแล้วหรือนี่กู.. 
ตัดภาพกลับมาในบ่ายวันที่ฝนฟ้าคะนองอีกครั้ง
คลินิกนี้เป็นคนละที่กับที่เคยไปผ่าฟันคุดมาในคราวก่อนนะครับ
พอดีว่าแฟนผมก็เพิ่งไปรักษารากฟันมา (ซึ่งแพงถึงหลักหมื่น และเจ็บมาก - โบว์บอก)
ผลจากการเอ็กซเรย์ฟันของผมออกมาเป็นสีดำทะมึนๆ ที่ผิวฟันลึกเข้าไปพอสมควร
ซึ่งแปลว่า มันผุลึกเข้าไปจนเกือบถึงโพรงประสาทฟัน
คุณหมอคนสวยบอกว่า น่าจะรอด คือแค่อุดไม่ต้องถึงขนาดต้องรักษารากฯ นะคะ ..แต่!!..
แต่ภาพที่เห็นในฟิล์มนั้นอาจน้อยกว่าที่เห็นของจริง ซึ่งต้องพิารณาจากการขูดๆๆ ฟันดูก่อน
ว่าแล้วคุณหมอคนสวยของผมก็จัดการฉีดยาชา และอุดฟันซี่อื่นๆ ที่อยู่ใกล้กันไปพลางๆ
และเมื่อถึงเวลา ฝนเริ่มตก (โบว์นั่งรออยู่หน้าห้อง โทรกลับบ้านให้ปิงเก็บผ้าอย่างด่วน)
ทีมงานคุณหมอก็ระดมกำลังเข้ามารุมกันตรงซี่ฟันเจ้าปัญหา ส่งภาษาดาวนาเม็กกันงุ้งงิ้งๆ
แต่จับใจความได้ว่าต้องรีบทำ เพราะเกรงว่าไฟจะดับ หรือไม่ก็ฟ้าผ่าลงมาขณะกำลังกรอฟัน
(และทำให้ผมกลายร่างเป็นยอดมนุษย์ไฟฟ้า สูงห้าสิบเมตร หนักห้าสิบตัน และฟันผุ
)
โอว บรรยากาศมาคุมากครับตอนนี้
เสียงเครื่องดูดน้ำลาย (ซักเกอร์) ทำงานสลับกับเครื่องกรอฟันสุดเสียวไส้
ทั้งนี้ อาการเจ็บไม่มีเลย เพราะคุณหมอฉีดยาชาแล้วตั้งแต่ทีแรก
(มีการนับเลข ๑-๑๐ ให้อดทนด้วยนะคะ เอ้า ๑.. ๒.. ๓.. อู๊ย หมอน่ารักเนาะ
)
ในที่สุดพอเฉาะๆ เจาะๆ ซี่ฟันไปจนถึงจุดนึง คุณหมอคนสวยก็บอกข่าวร้ายกับฉันเลย
ว่าคงไม่รอดแล้วนะคะ (น้ำเสียงเล็กๆ งุงิๆ แต่คำพูดมีพลังมาก) // sfx: ฟ้าผ่าเปรี้ยงงงง
เพราะว่าตอนนี้มันผุเข้าไปถึงข้างในเลย ต้องรักษารากฟัน(ราคาเป็นหมื่น) เลยล่ะ
เพราะถ้าเก็บเอาไว้หรืออุดเฉยๆ ตอนนี้ เดี๋ยวมันก็กลับมาเป็นอีก (เปรี้ยงงงงง)
ผมตอบ “อก-อง” อย่างแอ่วเอา (ก็ปากตูชาอยู่ครึ่งปากอ้ะ)
คุณหมอดีใจลิงโลด กระโดดตีลังกาเข้ามาคร่อมบนตัว
แล้วเอาเครื่องมือที่หน้าเหมือนแปรงสีฟันไฟ้ามา วื้อ~ วื้อ~ อยู่ในรูของผมอีกครั้ง
ในใจผมตอนนี้คิดอยู่สามเรื่อง
- เรื่องแรกคือ ตูจะต้องเสียเงินอีกหมื่นเลยเรอะ เท่านี้ก็จนจะกรอบแย่อยู่แล้ว
- เรื่องที่สอง นึกถึงอาการปวดสุดยอดบรรยายจากโบว์ ที่เป็นรุ่นพี่ในการรักษารากฟันมาก่อน
- เรื่องที่สาม มือคุณหมอนิ้มนิ่ม~
อีกครั้ง ฟ้าผ่าเปรี้ยงตรงไหนสักแห่ง ข้างนอกหน้าต่าง
แต่ทีนี้ไฟดับพรึ่บ!
ครับ.. ไฟดับ! ..
ดับพร้อมๆ กับอนาคตของผมเลยแหละครับ
(ตัดจบ)
เหตุการณ์หลังจากนั้นก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ตอนนี้ตีห้าเศษๆ ผมนั่งเขียนบล็อกไป ก็มองถุงยาที่หมอให้มาด้วย
บนฉลากยาแก้ปวดหนึ่งซอง กับแก้อักเสบอีกซอง เขียนว่าหลังอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น
นึกๆ ดูก็ตลกดีนะ ทุกวันนี้ผมตื่นไม่บ่ายสองก็บ่ายโมง แต่นอนตอนหกเจ็ดโมงเช้าทุกวัน
ก็เลยสงสัยอยู่ว่ามื้อแรกของผมจะเรียกว่าเป็นอาหารอะไรดี
ผมถูกนัดอีกทีเพื่อไปเสียตังค์เพิ่มในคอร์สรักษารากฟันครั้งต่อไป ซึ่งเจ็บแน่ๆ แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้
ความรู้สึกตอนนี้เหมือนโดนใบแดงอีกครั้ง และทางกองร้อยก็เรียกตัวกลับเข้าไปประจำการอีกที
.
ป.ล.
ขอย้ำว่าหมอฟันคลิกนิกนี้น่ารักมากครับ
เวลาคุยจะเสียงงุ้งงิ้งเหมือนแมวตลอดเวลา
ป.อ.
จริงๆ แล้วตรง ป.อ.นี่จะหักมุม แต่ไม่รู้จะเขียนยังไงดีให้รู้สึกว่าหักมุม
เอาเป็นว่า คุณหมอคนสวยของผม เธอใส่ชุดคลุมท้องด้วยล่ะ 
ป.ฮ.
นี่ถ้าเจอกับผมก่อนหน้านี้ คุณหมอคงไม่ท้อง 
(เฮ้ย อะไรของมึง!)
November 18th, 2007 at 19:24
ชอบครับ
September 29th, 2007 at 8:12
ไม่เคยไปให้หมอฟัน… เอ๊ย!!! อุดฟันซักครั้งเลยค่ะ
กะว่าถ้ามีเงินเยอะเท่าพี่แอนก็จะไปดัดสันดาร เอ๊ย!!! ดัดฟัน
เพราะตอนนี้มันเหยินเหลือเกินแล้วค่ะ ง่ะ!!!
August 21st, 2007 at 16:35
นั่งทำงานเครียดๆ เข้ามาเจอเวบ (ขอเรียก)พี่แอน … หายเครียดคับ มีแอบหัวเราะคริคริ
August 7th, 2007 at 18:36
นั้นนะซิคุณข้างบนทั้งหลาย เจียวจังเลย
August 6th, 2007 at 18:30
นึกถึงตอนอุดฟันทีไร
ไม่อยากไปหาหมอฟันเลย
August 3rd, 2007 at 18:53
สงสารคุณแอนจัง ท่าจะเจ็บนะ
ขำสุดๆ ตอนทำฟันแล้วฟ้าผ่าไฟดับนี่แหละค่ะ ทรมานน่าดู ซวยซ้ำซวยซ้อน

July 30th, 2007 at 10:35
พึ่งกลับมาอ่าน comment ตัวเอง
ผมหารเลขผิดอะคับ ที่จริงยามันต้องกิน ทุก 6 ชม เหมือน rep ข้างบนอะคับ
หรือเดวนี้มีหมอบางที่เค้าให้กิน สองเม็ด เช้าเย็น คือห่างกัน 12ชม อะคับ [กรณี amoxy นะครับ]
ถ้าเป็น amoxyก็ดีไป กินตอนไหนก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่เนี่ยก็ควรกินตามหมอเค้าสั่งมาแหละครับ
July 30th, 2007 at 1:06
มาตอบเรื่องยาครับ ไม่รู้ทันหรือเปล่าสงสัยจะทานเกือบหมดแล้ว
ยาปฏิชีวนะ หรือยาแก้อักเสบที่ได้น่าจะเป็น amoxycillin ซึ่งกินก่อน หรือหลังอาหารก็ได้ ไม่เป็นอันตรายกับกระเพาะแต่อย่างใด
ถ้าทานแบบง่ายๆ ก็ทานมื้อแรกหลังจากตื่นเป็นมื้อแรก แล้วทานยามื้อต่อไปที่ 6 และ 12 ชั่วโมงถัดไป (ไม่ต้องสนใจว่ามื้อนั้นจะทานหรือไม่ทานข้าว)
ถ้าอยากทานแบบได้ประสิทธิภาพสุดๆ (ซึ่งผมก็ยังไม่เคยทำได้) ก็ทานทุก 8 ชั่วโมงคือ ทานมื้อแรกตอนบ่ายสอง มื้อต่อไปตอนสี่ทุ่ม มื้อต่อไปตอนหกโมงเช้า ทานวนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนหมด (ซึ่งยาปฎิชีวนะทุกตัว ต้องทานจนหมดตามแพทย์สั่งอยู่แล้ว)
ส่วนเรื่องทำฟันนี่ ผมก็ได้ทำฟรีเหมือนกับคุณเจ้าชายน้อย แต่ถ้าไม่เจ็บจริงๆ ก็ไม่อยากไปทำ กลัวอะ
July 29th, 2007 at 15:55
เคยถอนฟันคุดสามซี่รวด
เหมือนกัน(จากสี่) เนื่องจาก 1.คุณหมอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ…


2.เสียงงุงิๆเหมือนกัน
3.ไม่เจ็บ เพราะยาชาแหละมั้ง
4.อีกซี่ไม่ได้ผ่าทันทีเพราะเห็นว่าไม่งอกแน่
5.สามซี่รวดเพราะจะบินแล้ว…ดันไม่ตรวจก่อนแต่เนิ่นๆ
ุ6.จากสี่…หมอหมดแรง…น่ารักจริงจริ๊ง
ึ7.หมอไม่ใีชุดคลุมท้องแฮะ
July 29th, 2007 at 15:17
โย่ๆ

จริงๆก็ทำใจไม่ได้แฮะกับการต้องเสียเงินหมื่นกว่าบาทในการรักษารากฟัน
ต่อไปนี้จะพบหมอฟันทุก 6 เดือนแล้วค่ะ
July 29th, 2007 at 11:41
เน่ๆพี่แอนไปทำที่คลีนิกอะสิมันถึงแพงอย่างงี้
ไปเลยพี่โรงพยาบาลรัฐ ถูกกว่า สบายใจเรื่องเงินดีด้วย
July 29th, 2007 at 7:02
เราเคยรักษารากฟัน ราคาหมื่นนึงนี่ปกติมากนะคะ แต่ว่าแอบรู้สึกดีกว่าใส่ฟันปลอมมากอ่ะ
เลยกลัวมากเลยอ่ะ แต่พอไปแล้วไม่รุ้สึกอะไรเลย ครั้งแรกที่ไปพอหมอบอกเสร็จแล้วค่ะ
งงเลยอ่ะ
ปล.ขอให้แอนกะโบว์หายปวดฟันเร็วๆนะ
July 29th, 2007 at 1:10
หมอฟันน่ารัก เน้อออออออออ
ยังกับคณะนี้คัดหน้าตา (ดีๆ) เข้ามาแน่ะ
แต่เกย์ก็เยอะ
July 29th, 2007 at 0:09
ไปหาหมอฟันก็สยองขวัญกันธรรมดาเน๊อะ อิอิ
แอบตามอ่านมาตั้งแต่เรื่องน้องแมว ขอทักทายหน่อยนะคะ
เขียนได้สนุกมากเลยค่ะ แล้วจะมาตามอ่านต่อนะคะ
July 28th, 2007 at 22:07
July 28th, 2007 at 16:40
เอ้ย จะบอกว่าราคาหลักหมื่นกับการรักษารากฟัน ปกติ…นะ
ก็… ดูแลฟันให้ดีๆกันหน่อยนะคะ คือแค่แปรงฟันให้สะอาดๆวันล่ะสองครั้ง
แผลบเดียวเองเนอะ
ปล. ทำเป็นพูดดี ง่วงทีไร ทำงานจนดึกทีไร หาเรื่องไม่แปลงฟันทุกทีดู!
July 28th, 2007 at 14:34
เอ่อ … ผมมีปัญหาที่ฟันหน้า ว่าจะไปทำเดือนหน้า
แต่คิดไปคิดมา ถ้าเจอหลักหมื่นยอมใส่ฟันปลอมดีกว่า
ทำใจๆ

July 28th, 2007 at 14:18
11111
อ้อ ไม่ใช่ เลิกแล้วใช่มั้ยครับ ฮิฮิฺฮิ
July 28th, 2007 at 12:22
ถอนไม่ได้ค่ะ
เพราะถ้าถอนแล้วจะทำให้การบดเคี้ยวมีปัญหา
ต่อให้ใส่ฟันปลอมก็จะทำให้เคี้ยวได้ไม่ธรรมชาติเหมือนฟันจริง
การถอนเป็นทางสุดท้ายที่หมอฟันจะเลือกค่ะ
ยิ่งเป็นฟันกรามด้วย -*-
(ไม่ได้เพื่อเอาตังค์เป็นหมื่นจากการรักษารากนะคะ หมอเค้ามีจรรยาบรรณหน่า
ถึงมันจะแพง ต้นทุนมันก็แพงนะ -*-)
หมอฟันไม่เห็นน่ากลัวซะหน่อย
เพราะฝ้ายในอนาคตก็กะลังจะเป็น(เรียนอยู่หงะ 55 )
หายไวไวนะคะ พี่แอน
July 28th, 2007 at 11:25
ผุกันขนาดนี้ ถอนเอาดีกว่ามั้ง
