051 | Invisible Webs

21 / 04 / 2548 | 23:42 น.

(ขอกระแดะตั้งชื่อแซวชื่อหนังใหม่ของคุณเป็นเอกหน่อยเถอะ)

annsim

คือว่า จะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้ว แต่ติดธุระเลยไม่ได้เขียนซะที
เรื่องมันมีอยู่สั้นๆ แค่ว่า ผมไปแอ่วเหนือมาตอนสงกรานต์
ไม่ได้ชาร์จโทรศัพท์ไปสักนิดเพราะคิดว่ามีเพื่อนๆ ชาวโนเกียเยอะแยะ
คงมีใครสักคนที่เอาที่ชาร์จไปมั่งแหละ

แต่กรรมของเวร.. ไม่มีใครเอาที่ชาร์จไปเลย
แบตจึงหมดลงในวันที่ ๑๓ เมษายนที่ผ่านมา
และก็ไม่มีโอกาสได้เติมเชื้ออีกเลย เป็นเวลาถึง ๗ วัน
นั่นหมายความว่า ผมถูกตัดขาด(??)จากโลกไร้สายถึง ๗ วัน

นี่อุตส่าห์ร่ำลาน้องๆ ในเว็บไว้ว่า
ยักษ์ (หมายถึงเจ้าของเว็บ) จะลาไปเที่ยวสงกรานต์
ดังนั้นเรื่องการดิ้นรนต่อเน็ตจากบนยอดดอยอ่างขางจึงเป็นไปไม่ได้
แต่นี่ นอกจากไม่ได้ออนไลน์แล้ว ยังไม่ได้ใช้โทรศัพท์อีก!!

แปลกมากที่มันเกิดมีอาการรวนเรทางจิตใจขึ้นกับผมเอง
โทรศัพท์มันกลายเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตไปแล้วจริงๆ เหรอ?

พอกลับมาจากเที่ยว ถึงร้านที่รังสิต ผมหาที่ชาร์จในร้านไม่เจอ
(จริงๆ แล้วใช้อันของน้องที่ร้าน แต่มันไปเกาหลี ..เลยเอาไปด้วย)
ปรากฏว่าคืนนั้นลำบากใจมากในการที่จะข่มตาหลับอย่างกังวลใจ
เพราะปกติแล้วจะตั้งปลุกไว้ตอน ๖ โมงเช้าเพื่อไปให้ทันทำงาน
แต่นี่จำต้องใช้โมโตโรโล่ของพี่โอมเป็นนาฬิกาปลุกกิตติมศักดิ์
ซึ่งแม่งก็เสือกตั้งค่าแล้วไม่ยอมปลุกตามเวลา ต้องช่วยกันปล้ำตั้งนาน

วันต่อมาผมเลยต้องรีบไปซื้ออันใหม่ (อันละ ๑๕๐) ที่ฟิวเจอร์
แล้วกลับมาถึงก็เสียบสายไฟให้มันดื่มพลังงานจนเต็มเปี่ยม
พร้อมที่จะเข้าสู่โลกไร้สายต่อไป

เกิดอะไรขึ้นในวันที่ผมไม่มีมือถือ

๑. กลัวว่าพ่อกับแม่จะเป็นห่วงเพราะผมบอกว่าจะข้ามไปเขตพม่า
ซึ่งก่อนหน้านั้นแม่เพิ่งโทรมาคุยเหมือนว่าจะฝากซื้ออะไรสักอย่าง
แต่ก็แบตหมดซะก่อนเลยไม่ได้คุยกัน
(พอชาร์จเสร็จ เชาวันต่อมาผมรีบโทรกลับบ้านเลย / แม่ทำเสียงงงๆ)

๒. แอบใช้ที่ชาร์จจากที่ทำงานมายื้อชีวิตมันออกมาได้ราวๆ ๕ นาที
(ผมไปเช้ากว่าคนอื่นราวๆ ๑๐ นาที เลยขโมยเจ้านายเสียบไฟซะ)
เสร็จแล้วช่วงเดี๋ยวเดียวนั้นก็เลยโทรไปหาแฟนเพื่อเล่าถึงปัญหา
แฟนร้องโหวกเหวก โวยวาย ง้องแง้ง คิดถุงงงง
ผมปล่อยควายไปว่า “สามวันเอง ขำขำ”

๓. นอนไม่หลับ (เพราะกลัวว่านาฬิการับเชิญจะไม่ยอมทำงานดั่งใจ)

๔. กลัวว่างานการต่างๆ (ผมมีงานอดิเรกคือรับจ้างทั่งไป) ที่ได้ติดต่อไว้
ลูกค้าโทรมาแล้วติดต่อไปได้ เกรงว่าเครดิตจะหดหายไป

เฮ้ย!!! ..ดูสิ

ขนาดว่าผมเป็นโรคติดเน็ตตามที่เคยอ่านบทวิจัยมา (เอ้อ..จากในเน็ต) นะนี่
คือว่าทุกวันจะต้องเช็คเมล์บ่อยครั้งเท่าที่โอกาสอำนวย (ส่วนผม.. เช็คเว็บ)
แต่ทำไมถึงทำใจได้ (ปและค่อนข้างสบายใจด้วยซ้ำ) ที่ไม่ต้องนั่งออนไลน์
แล้วดันมาเสือกหงุดหงิดงุ่นง่านเวลาไม่ได้ใช้โทรศัพท์วะ

ถามตัวเอง – เมื่อก่อนกูไม่มีมือถือแล้วไมไม่มีอาการยังงี้วะ ..สาด
ตอบตัวเอง – ก็ตอนที่กูไม่มี คนอื่นแม่งก็ไม่มีเหมือนกันนี่หว่า ..สาด

ไม่จำเป็นต้องโยงไปเรื่องมหัพภาคอย่างพฤติกรรมของคนไทยทั้งประเทศ
หรือเลยเถิดไปเรื่องนิสัยที่เปลี่ยนไปของมนุษย์โลกยุคโลกาวิภัตน์หรอก
เอาแค่กูนี่แหละ … พฤติกูที่เกิดขึ้นจากแค่การไม่ได้ใช้โทรศัพท์นี่แหละ

นี่แสดงว่าผมตกเป็นทาสของระบบอย่างสมบูรณ์แบบแล้วสินะ

ป.ล.
มีข่าวเรื่องการจัดระเบียบซิมการ์ดเพราะโจรใต้
(คุมคนไทยให้ใช้บัตรประชาชนซื้อ แต่มาเลย์เขายังซื้อกันอย่างอิสระ??)
เลยได้รู้จำนวนผู้ใช้ว่า มีคนใช้แบบเติมเงิน 21 ล้านเบอร์
และแบบรายเดือนแค่ 3 ล้านเบอร์เท่านั้นเอง (มีผมรวมอยู่ด้วยคนนึง)
นี่แสดงว่าครึ่งหนึ่งของประชากรไทย มีโทรศัพทไว้พกกันคนละเครื่อง
แล้วทักษิณแม่งจะไม่รวยตายห่าได้ยังไงวะ

ป.อ.
อาการที่ผมเป็นเนี่ย แสดงว่า
ทักษิณสามารถควบคุมได้ทั้งชีวิตและทั้งจิตวิญญาณของผมด้วย.. เยสเข้!

ป.ฮ.
ผมใช้ค่ายสีส้ม (แต่เวลาด่าเรื่องมือถือเรามักพาดพิงไปที่นายกทู้กที)
ช่วงนี้สัญญาณและความสะดวกในการติดต่อแม่งเริ่มห่วยลงทุกวัน
แต่ผมดันใช้โปรโมชั่นแรกสุดเลยไม่อยากเปลี่ยน (มันถูกมาก)