060 | เหี้ย

15 / 05 / 2548 | 00:27 น.

๑.
รู้ไหมครับ ว่าทำไมคนเขาถึงด่ากันว่า “เหี้ย”
แล้วคำคำนี้ก็กลายเป็นคำด่าที่ห้ามออกอากาศไปเลย
อะไรทำให้ “เหี้ย” เป็นศัพท์แทนความเลวระยำต่ำช้าสามานย์ไปได้หนอ
ก่อนหน้านี้ผมก็สงสัย จนกระทั่งได้ไปอ่านเจอเกร็ดจากไหนสักแห่ง
เห็นว่ามีที่มาที่ไปน่าสนใจดี ก็เลยเอามาปันให้อ่านย่อๆ ว่า
สมัยก่อนเวลาชาวบ้านเขาจับปลาหรือเลี้ยงเป็ดไก่ไว้
จะมีตัวเหี้ยมาจากไหนไม่รู้ ว่ายน้ำมาลักไปกินซะยังงั้น
(เป็นที่มาของคำว่า “ลักไก่” หรือเปล่าหว่า)
แสดงให้เห็นว่า เหี้ยนี่มันก็มีความสามารถนะ (ว่ายน้ำก็ได้ เก่งด้วย)
เพียงแต่มันใช้ความสามารถที่มี ไปสร้างความเดือดร้อนกับคนอื่นไงล่ะ
เขาเลยด่ากันว่า “ไอ้เหี้ย” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


๒.
รายการผู้หญิงถึงผู้หญิงเมื่อวันศุกร์ มีข่าวที่น่าสะเทือนใจสำหรับผู้หญิงถึง ๒ คดี
คดีแรก คนร้ายปีนระเบียงเข้าไปในห้องพักของหญิงสาวเพื่อข่มขืน
แต่ขณะที่ถอดกางเกง เหยื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาและพยายามต่อสู้ขัดขืน
ทว่ากลับยิ่งทำให้คนร้ายบันดาลโทสะ จับหัวของเหยื่อโขกกับพื้นห้องจนสลบ
พอจะลงมือก็สังเกตเห็นเลือดที่ออกจากหัวเหยื่อ ไหลมานองเต็มพื้น
ก็เลยหมดอารมณ์ทางเพศ แล้วหลบหนีไป … ปล่อยให้เธอตาย!
ส่วนอีกศพนึงก็เป็นคดีที่อารมณ์คล้ายกัน แต่โหดเหี้ย ม กว่า
“รัดคอ-ทุบหัวสุดโหด / ฆ่าเปลือย! / เสมียนดับสยอง” (พาดหัวเดลินิวส์)
ผมไม่ต้องอธิบายเพิ่มแล้วนะครับ เพราะหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเล่นข่าวนี้กันแล้ว
(เดี๋ยวจะกลายเป็น.. “อ่านความจริง อ่านบล็อกไอ้แอนนนนน” ไปซะฉิบ)

๓.
ไม่น่าเชื่อและไม่เคยคิด ว่าในคืนเดียวกันนั้นเอง
คนใกล้ตัวผมก็เกือบเป็นรายที่สามไปกับเขาด้วยเหมือนกัน!!!!!!!!
คือ ร้านผมเป็นร้านเน็ตที่อยู่ใต้หอพัก (เป็นอาคารต่อเติมจากอาคารพาณิชย์ปกติ)
โดยร้านเน็ตนี่อยู่ชั้นล่างสุด มีทางเข้าด้านหน้า ส่วนหอพักเข้าทางบันไดด้านหลัง
ลักษณะของห้องเช่านี่เป็นห้องขนาดใหญ่ ก็คือ 1 ชั้นเมีแค่ห้องเดียว (อย่างหรู)
ตอนนี้ห้องพักชั้น ๒ และ ๓ ยังไม่มีคนมาเช่า ดังนั้นจึงมีแค่ชั้น ๔ ที่เปิดไฟสว่างทุกคืน
ซึ่งเจ้าของห้องก็เป็นนักศึกษาหนุ่มสาวอยู่กัน (ขอเติมคำว่า “ตามปกติ” ต่อท้ายประโยค)
บรรยากาศของห้องพักก็ค่อนข้างดีครับ สมกับราคาที่แพงเอาการเมื่อเทียบกับหออื่นๆ
แต่ทางเข้าด้านหลัง (ซึ่งมีประตูเหล็กกั้นชั้นนึง แล้วก็ประตูปกติอีกชั้น) ค่อนข้างมืด
ที่สำคัญคือ มีการก่อสร้างหอพักขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง โดยไม่มีรั้วกั้น
ดังนั้น ประตูทางเข้าห้องพักชั้นบนตึกผมกับบ้านพักคนงาน จึงประจันหน้ากันพอดี

คืนนั้นผมนั่งเล่นเน็ตอยูในร้านตามปกติเหมือนที่ผ่านๆ มา
อยู่ดีๆ ..พอเที่ยงคืนครึ่ง น้องโมก็ผลักประตูร้านเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
แล้วร้องบอกพี่โอม (พี่ที่อยู่ในร้านด้วยกันกะผม) ด้วยเสียงเหมือนจะร้องไห้..

“พี่โอม … ห้องหนูโดนยกเค้า”

ผมกับพี่โอมเลยรีบทิ้งร้าน (ลูกค้าในร้านมีแต่คนสนิทๆ กัน เลยไว้ใจ) วิ่งตามขึ้นไปดู
ภาพที่เห็นก็คือ แฟนของน้องยืนทำหน้าเครียดอยู่หน้าห้องที่เปิดไฟ แอร์ และตู้เย็นทิ้งไว้
ถามได้ความว่า กล้อง SLR หายไปสองตัว พร้อมเลนส์และฟิลเตอร์ ราคารวมสามหมื่นกว่า
แล้วก็เงินสดอีกสามพัน นอกนั้นของมีค่าใหญ่ๆ มันไม่ได้เอาไป คาดว่าคงรีบและลนลาน
ดีว่าบัตรเครดิตของน้องโมมีบัตร M Club วางทับไว้ เลยรอดไป .. ไม่งั้นละไม่เหลืออะไรแล้ว

ไม่นานนัก ตำรวจก็มาถึง และตรวจตราที่เกิดเหตุและทำหน้าที่เท่าที่จะช่วยได้ในตอนนั้น
ผมสนอกสนใจกับการทำงานของจริงของเจ้าหน้าที่ ก็เลยติดตามไปดูเขาถามพยานใกล้ๆ
แล้วก็การพิสูจน์ร่องรอยต่างๆ อย่างคร่าวๆ (เสียดายไม่ได้อยู่ดูตอนเขาปัดรอยนิ้วมือ)
……คืนนั้น กว่าผมจะได้นอนก็ตีสาม (แถมตื่นตีห้าครึ่ง ไปแอบหลับเอาที่ทำงาน 555)
ดูจากรูปการณ์แล้ว น้องผู้ชายเขาออกไปข้างนอก ปล่อยให้น้องผู้หญิงอยู่คนเดียว
คนร้ายน่าจะสังเกตพฤติกรรมการเข้าออกที่พักของเหยื่อไว้แล้วว่ามีกี่คน และไปกลับตอนไหน
พอหน้องผู้หญิงออกจากห้องไปตอนทุ่มครึ่ง และกลับมาพร้อมกับแฟนตอนเที่ยงคืน
ก็พบว่าประตูห้องถูกเปิดอ้าไว้เช่นเดียวกับประตูตู้เย็น และของก็หายไปตามที่บอกนั่นแหละ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ น้องโมค่อนข้างจะเป็นคนที่เซ็กซี่ (เอามากๆ)
ทั้งด้วยการแต่้งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น โชว์สัดส่วนยั่วน้ำลายจระเข้ลิ้นสองแฉกยังงี้
ผมบอกพี่โอมว่า ผมกลัวว่าจริงๆ แล้วโจรมันไม่ได้หวังจะมา “เอา” ของไปหรอก
พี่โอมเลยบอกว่า น้องโมก็รู้และเป็นคนบอกพี่เองว่า หนูก็แต่งตัวไม่เรียบร้อยด้วยแหละ
ดีว่าแฟนคะยั้นคะยอให้ออกไป (เที่ยว) ข้างนอกตอนหัวค่ำ ไม่งั้นไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น

ย้ำอีกที.. เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในคืนเดียวกับที่มีคดีฆ่าโหดสองสาวที่กล่าวไว้แต่แรก

๔.
สังคมเราสะอาดครับ แต่สะอาดในบางจุดเท่านั้น
ยังมีอีกหลายจุดที่ทำยังไงก็ยังคงมีปัญหาที่ลำพังการแก้ไขแบบระยะสั้นยังชำระล้างไม่หมด
ยังมีคนที่เหี้ย และเหี้ยที่เป็นคนเดินพลุกพล่านไหล่ชนกับเราอยู่อีกเต็มท้องถนน
ไอ้ืที่เล่ามานี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวเกล็ดหนังของมันเท่านั้น
ไงก็ ..ฝากดูแลตัวเองกะคนรอบข้างด้วยละกันครับ!

.

ป.ล.
ตอนที่กล่าวถึงความเห็นในเรื่องการเพิ่มโทษให้กับอาชญากรในคดีข่มขืน
ความเห็นของผมก็คล้อยตามพิธีกรสาวทั้งสามที่มีสีหน้าจริงจังเอามากๆ
ตัดทิ้งทั้งพวงแม่งเลย!! เอาให้ตายทั้งเป็น (ไม่ต่างจากเหยื่อที่มึงทำเอาไว้)
พลัน จ่าที่นั่งอยู่ในห้องทำงานพูดขึ้นมาในมุมมองที่น่าสนใจ ว่า
“จะไปเพิ่มบทลงโทษไม่ได้หรอก .. ยิ่งโทษหนักเท่าไหร่ เหยื่อยิ่งไม่รอด”
ถ้ามองในมุมของอาชญากรที่ว่า ถ้ากูถูกจับได้กูตายแน่ ..งั้นกูฆ่าอีนี่ดีกว่า
สรุปว่าฝ่ายหญิงก็เสียเปรียบอีกแล้วครับท่าน
(อยากให้อ่านบล็อกนี้ประกอบ:022 | สาวเอย (ทุภาษิตสอนหญิง))

ป.อ.
รู้สึกว่าผมเขียนเรื่องแนวนี้บ่อยเกินไปไหมเนี่ย ( หมกมุ่นเรอะ ..555)
คงเพราะอิทธิพลจากรายการที่ว่าละมั้ง (ก็เล่นดูซะทุกเช้านี่หว่า)

ป.ฮ.
ตอนอยู่กองร้อยผมได้วิชาสะเดาะกุญแจมาจากเพื่อนที่เคยเป็นโจร
..อยากบอกว่ามันง่ายมากจนคุณไม่สามารถไว้ใจประตูลูกบิดได้อีกแล้ว
(แม้แต่กุญแจห่วงสายยูก็เหอะ แค่ใช้อุปกรณ์นิดหน่อยก็เสร็จโจรแล้ว)
ดังนั้นแม้แต่ Firewall ที่ดีที่สุดก็ยังดีไม่เท่ากับความไม่ประมาทของเราเองครับ