Continue reading 060 | เหี้ย" />

060 | เหี้ย

๑.
รู้ไหมครับ ว่าทำไมคนเขาถึงด่ากันว่า “เหี้ย”
แล้วคำคำนี้ก็กลายเป็นคำด่าที่ห้ามออกอากาศไปเลย
อะไรทำให้ “เหี้ย” เป็นศัพท์แทนความเลวระยำต่ำช้าสามานย์ไปได้หนอ
ก่อนหน้านี้ผมก็สงสัย จนกระทั่งได้ไปอ่านเจอเกร็ดจากไหนสักแห่ง
เห็นว่ามีที่มาที่ไปน่าสนใจดี ก็เลยเอามาปันให้อ่านย่อๆ ว่า
สมัยก่อนเวลาชาวบ้านเขาจับปลาหรือเลี้ยงเป็ดไก่ไว้
จะมีตัวเหี้ยมาจากไหนไม่รู้ ว่ายน้ำมาลักไปกินซะยังงั้น
(เป็นที่มาของคำว่า “ลักไก่” หรือเปล่าหว่า)
แสดงให้เห็นว่า เหี้ยนี่มันก็มีความสามารถนะ (ว่ายน้ำก็ได้ เก่งด้วย)
เพียงแต่มันใช้ความสามารถที่มี ไปสร้างความเดือดร้อนกับคนอื่นไงล่ะ
เขาเลยด่ากันว่า “ไอ้เหี้ย” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


๒.
รายการผู้หญิงถึงผู้หญิงเมื่อวันศุกร์ มีข่าวที่น่าสะเทือนใจสำหรับผู้หญิงถึง ๒ คดี
คดีแรก คนร้ายปีนระเบียงเข้าไปในห้องพักของหญิงสาวเพื่อข่มขืน
แต่ขณะที่ถอดกางเกง เหยื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาและพยายามต่อสู้ขัดขืน
ทว่ากลับยิ่งทำให้คนร้ายบันดาลโทสะ จับหัวของเหยื่อโขกกับพื้นห้องจนสลบ
พอจะลงมือก็สังเกตเห็นเลือดที่ออกจากหัวเหยื่อ ไหลมานองเต็มพื้น
ก็เลยหมดอารมณ์ทางเพศ แล้วหลบหนีไป … ปล่อยให้เธอตาย!
ส่วนอีกศพนึงก็เป็นคดีที่อารมณ์คล้ายกัน แต่โหดเหี้ย ม กว่า
“รัดคอ-ทุบหัวสุดโหด / ฆ่าเปลือย! / เสมียนดับสยอง” (พาดหัวเดลินิวส์)
ผมไม่ต้องอธิบายเพิ่มแล้วนะครับ เพราะหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเล่นข่าวนี้กันแล้ว
(เดี๋ยวจะกลายเป็น.. “อ่านความจริง อ่านบล็อกไอ้แอนนนนน” ไปซะฉิบ)

๓.
ไม่น่าเชื่อและไม่เคยคิด ว่าในคืนเดียวกันนั้นเอง
คนใกล้ตัวผมก็เกือบเป็นรายที่สามไปกับเขาด้วยเหมือนกัน!!!!!!!!
คือ ร้านผมเป็นร้านเน็ตที่อยู่ใต้หอพัก (เป็นอาคารต่อเติมจากอาคารพาณิชย์ปกติ)
โดยร้านเน็ตนี่อยู่ชั้นล่างสุด มีทางเข้าด้านหน้า ส่วนหอพักเข้าทางบันไดด้านหลัง
ลักษณะของห้องเช่านี่เป็นห้องขนาดใหญ่ ก็คือ 1 ชั้นเมีแค่ห้องเดียว (อย่างหรู)
ตอนนี้ห้องพักชั้น ๒ และ ๓ ยังไม่มีคนมาเช่า ดังนั้นจึงมีแค่ชั้น ๔ ที่เปิดไฟสว่างทุกคืน
ซึ่งเจ้าของห้องก็เป็นนักศึกษาหนุ่มสาวอยู่กัน (ขอเติมคำว่า “ตามปกติ” ต่อท้ายประโยค)
บรรยากาศของห้องพักก็ค่อนข้างดีครับ สมกับราคาที่แพงเอาการเมื่อเทียบกับหออื่นๆ
แต่ทางเข้าด้านหลัง (ซึ่งมีประตูเหล็กกั้นชั้นนึง แล้วก็ประตูปกติอีกชั้น) ค่อนข้างมืด
ที่สำคัญคือ มีการก่อสร้างหอพักขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง โดยไม่มีรั้วกั้น
ดังนั้น ประตูทางเข้าห้องพักชั้นบนตึกผมกับบ้านพักคนงาน จึงประจันหน้ากันพอดี

คืนนั้นผมนั่งเล่นเน็ตอยูในร้านตามปกติเหมือนที่ผ่านๆ มา
อยู่ดีๆ ..พอเที่ยงคืนครึ่ง น้องโมก็ผลักประตูร้านเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
แล้วร้องบอกพี่โอม (พี่ที่อยู่ในร้านด้วยกันกะผม) ด้วยเสียงเหมือนจะร้องไห้..

“พี่โอม … ห้องหนูโดนยกเค้า”

ผมกับพี่โอมเลยรีบทิ้งร้าน (ลูกค้าในร้านมีแต่คนสนิทๆ กัน เลยไว้ใจ) วิ่งตามขึ้นไปดู
ภาพที่เห็นก็คือ แฟนของน้องยืนทำหน้าเครียดอยู่หน้าห้องที่เปิดไฟ แอร์ และตู้เย็นทิ้งไว้
ถามได้ความว่า กล้อง SLR หายไปสองตัว พร้อมเลนส์และฟิลเตอร์ ราคารวมสามหมื่นกว่า
แล้วก็เงินสดอีกสามพัน นอกนั้นของมีค่าใหญ่ๆ มันไม่ได้เอาไป คาดว่าคงรีบและลนลาน
ดีว่าบัตรเครดิตของน้องโมมีบัตร M Club วางทับไว้ เลยรอดไป .. ไม่งั้นละไม่เหลืออะไรแล้ว

ไม่นานนัก ตำรวจก็มาถึง และตรวจตราที่เกิดเหตุและทำหน้าที่เท่าที่จะช่วยได้ในตอนนั้น
ผมสนอกสนใจกับการทำงานของจริงของเจ้าหน้าที่ ก็เลยติดตามไปดูเขาถามพยานใกล้ๆ
แล้วก็การพิสูจน์ร่องรอยต่างๆ อย่างคร่าวๆ (เสียดายไม่ได้อยู่ดูตอนเขาปัดรอยนิ้วมือ)
……คืนนั้น กว่าผมจะได้นอนก็ตีสาม (แถมตื่นตีห้าครึ่ง ไปแอบหลับเอาที่ทำงาน 555)
ดูจากรูปการณ์แล้ว น้องผู้ชายเขาออกไปข้างนอก ปล่อยให้น้องผู้หญิงอยู่คนเดียว
คนร้ายน่าจะสังเกตพฤติกรรมการเข้าออกที่พักของเหยื่อไว้แล้วว่ามีกี่คน และไปกลับตอนไหน
พอหน้องผู้หญิงออกจากห้องไปตอนทุ่มครึ่ง และกลับมาพร้อมกับแฟนตอนเที่ยงคืน
ก็พบว่าประตูห้องถูกเปิดอ้าไว้เช่นเดียวกับประตูตู้เย็น และของก็หายไปตามที่บอกนั่นแหละ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ น้องโมค่อนข้างจะเป็นคนที่เซ็กซี่ (เอามากๆ)
ทั้งด้วยการแต่้งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น โชว์สัดส่วนยั่วน้ำลายจระเข้ลิ้นสองแฉกยังงี้
ผมบอกพี่โอมว่า ผมกลัวว่าจริงๆ แล้วโจรมันไม่ได้หวังจะมา “เอา” ของไปหรอก
พี่โอมเลยบอกว่า น้องโมก็รู้และเป็นคนบอกพี่เองว่า หนูก็แต่งตัวไม่เรียบร้อยด้วยแหละ
ดีว่าแฟนคะยั้นคะยอให้ออกไป (เที่ยว) ข้างนอกตอนหัวค่ำ ไม่งั้นไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น

ย้ำอีกที.. เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในคืนเดียวกับที่มีคดีฆ่าโหดสองสาวที่กล่าวไว้แต่แรก

๔.
สังคมเราสะอาดครับ แต่สะอาดในบางจุดเท่านั้น
ยังมีอีกหลายจุดที่ทำยังไงก็ยังคงมีปัญหาที่ลำพังการแก้ไขแบบระยะสั้นยังชำระล้างไม่หมด
ยังมีคนที่เหี้ย และเหี้ยที่เป็นคนเดินพลุกพล่านไหล่ชนกับเราอยู่อีกเต็มท้องถนน
ไอ้ืที่เล่ามานี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวเกล็ดหนังของมันเท่านั้น
ไงก็ ..ฝากดูแลตัวเองกะคนรอบข้างด้วยละกันครับ!

.

ป.ล.
ตอนที่กล่าวถึงความเห็นในเรื่องการเพิ่มโทษให้กับอาชญากรในคดีข่มขืน
ความเห็นของผมก็คล้อยตามพิธีกรสาวทั้งสามที่มีสีหน้าจริงจังเอามากๆ
ตัดทิ้งทั้งพวงแม่งเลย!! เอาให้ตายทั้งเป็น (ไม่ต่างจากเหยื่อที่มึงทำเอาไว้)
พลัน จ่าที่นั่งอยู่ในห้องทำงานพูดขึ้นมาในมุมมองที่น่าสนใจ ว่า
“จะไปเพิ่มบทลงโทษไม่ได้หรอก .. ยิ่งโทษหนักเท่าไหร่ เหยื่อยิ่งไม่รอด”
ถ้ามองในมุมของอาชญากรที่ว่า ถ้ากูถูกจับได้กูตายแน่ ..งั้นกูฆ่าอีนี่ดีกว่า
สรุปว่าฝ่ายหญิงก็เสียเปรียบอีกแล้วครับท่าน
(อยากให้อ่านบล็อกนี้ประกอบ:022 | สาวเอย (ทุภาษิตสอนหญิง))

ป.อ.
รู้สึกว่าผมเขียนเรื่องแนวนี้บ่อยเกินไปไหมเนี่ย ( หมกมุ่นเรอะ ..555)
คงเพราะอิทธิพลจากรายการที่ว่าละมั้ง (ก็เล่นดูซะทุกเช้านี่หว่า)

ป.ฮ.
ตอนอยู่กองร้อยผมได้วิชาสะเดาะกุญแจมาจากเพื่อนที่เคยเป็นโจร
..อยากบอกว่ามันง่ายมากจนคุณไม่สามารถไว้ใจประตูลูกบิดได้อีกแล้ว
(แม้แต่กุญแจห่วงสายยูก็เหอะ แค่ใช้อุปกรณ์นิดหน่อยก็เสร็จโจรแล้ว)
ดังนั้นแม้แต่ Firewall ที่ดีที่สุดก็ยังดีไม่เท่ากับความไม่ประมาทของเราเองครับ

คอมเมนต์