074 | สวัสดีน้านนาน

22 / 06 / 2548 | 17:31 น.

wc_orange

เมื่อเช้าตื่นนอนขึ้นมา
ตอนพับผ้าห่ม ดันไปสะบัดเอาโทรศัพท์กระเด็นตกพื้นอย่างแร็ง
เสียงมันกระทบพื้นแตกเปรื่อง (คำว่าเปรื่องนี่เป็นศัพท์โบราณ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็น)
ถึงจะไม่ได้ตกทีนึงก็แตกแหกเป็นชิ้นๆ แบบโนเกีย ที่เปลี่ยนหน้ากากได้เพื่ออำพรางแผล
แต่อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้สร้างแผลสดครับ .. ดันเป็นอาการช้ำในภายในตัวเครื่อง
อาการของมันในตอนนี้ก็เลย กลายเป็นมือถือที่ใช้พูดโทรได้อย่างเดียว แต่ไม่ได้ยินเสียง!
พูดง่ายๆ ก็คือ มันหูหนวกซะแล้วครับ!! (โธ่.. กู)

โชคดีที่ค่านิยมในการมองอุปกรณ์ชนิดนี้ของผมก็คือ “โทรศัพท์ มีไว้โทรศัพท์”
ดังนั้นเมื่อเกือบปีที่ผ่านมา พลทหารแอนที่มีเงินเก็บส่วนหนึ่งจากกองร้อย (ธุรกิจมืดครับ)
ซึ่งเดินทางเข้ากรุงเพราะครบกำหนดหกเดือนแรกที่ฝึกเสร็จแล้ว
จึงได้ไปซื้อมือถือเครื่องหนึ่ง ยี่ห้อ i-mobile ที่รู้อย่างเดียวว่ามันโคตรถูก .. และโทรได้ (จบ)
ดังนั้นไอ้ฟังก์ชั่นประมาณว่า EMS MMS SML SME XXX อะไรนั่น.. จึงไม่รู้จักชัวร์ๆ
เพราะวันหนึ่งๆ ผมก็ใช้งานมันแค่ โทรเข้า โทรออก ส่งข้อความนานๆ ครั้ง
และที่สำคัญที่สุดคือ ตั้งปลุกครับ! (ซื้อรุ่นนี้เพราะกะจะใช้ปลุกตอนเช้าเป็นสำคัญเลยนะนี่)

ฉะนั้นวันนี้ทั้งวัน วิธีการใช้โทรศัพท์ (หูหนวก) ของผมก็คือ เปิด Speaker (ลำโพง)
แล้วก็ยืนจับคุยเหมือนใช้วิทยุสื่อสารประมาณนั้น :08:
(กลับมาที่ร้านเลยลองต่อสมอลทอล์คดู ปรากฏว่าใช้ได้แฮะ.. แปลว่าลำโพงขาดจุดเดียว)

.

ไม่คิดว่าวันนี้ต้องมาพูดเรื่องโทรศัพท์อีกที
แต่ไหนๆ ก็นำเรื่องมาแล้ว ก็เอาต่ออีกหน่อยละกัน

ปกติแล้วผมไม่ใช่คนที่ชอบชีวิตอยู่ในเครือข่ายสัญญาณนะครับ
คงเป็นเพราะเสพสื่อที่มันบอกถึงความเลวร้ายของโทรศัพท์ (และธุรกิจโทรศัพท์) อยู่บ่อยๆ
ก็เลยไม่ได้มีนิสัยที่จะต้องไปพึ่งพาไอ้ดุ้นไฟฟ้าที่ว่านี่เท่าไหร่
แถมยังรำคาญอยู่หน่อยๆ เวลาไปไหนมาไหนแล้วมักเห็นแต่คนคุยมือถือกัน
รู้สึกเลยว่าตัวเองเป็นสุนทรภู่ตอนไปเที่ยวเพชรบุรี
ที่ลุงแกบรรยายว่า “มองไปไม่พ้นแต่ต้นตาล” นั่นเลยครับ
แต่นี่มองไปไม่พ้นแค่คนคุยโทรศัพท์….

.

ห้ามนะครับ!.. ห้ามคิดว่า มันจะไปโทรอะไรกันนักกันหนา (หรือคิดอะไรแนวๆ นี้)
เพราะคุณต้องยอมรับว่าต่อไปนี้ นี่คือวิถีชีวิตของเราๆ ท่านๆ ไปแล้ว
ใครที่ยังทำใจรับไม่ได้ก็ให้นึกถึงสมัยที่เรามีโทรทัศน์ขาวดำดูเป็นครั้งแรกสิครับ
บ่งมุมมองของคนยุคนั้นก็คงหนีไม่พ้นความคิดประมาณว่า
“เปนอะไรของเองวะ อีบัวเผื่อน.. เอาแต่มัวนั่งจ้องอ้ายกล่องนั่น ไม่เปนอันทำงานเลย”
เห็นไหม .. ต่อมา โทรทัศน์ก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาแสนจะธรรมดาที่อยู่ข้างเรามาตลอด
ดังนั้นโทรศัพท์ และนวัตกรรมที่กำลังทยอยคลอดตามมาในวันนี้พรุ่งนี้
ก็จะตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับไอ้กล่องที่คุณบัวเผื่อนนั่งดูอยู่นั่นแล

.

ป.ล.
ผมใช้มือถือของน้องส้ม พอเปลี่ยนโปรฯ เลยจ่ายน้อยลงเหลือเดือนละ 300 บาท
แต่ว่าเปลี่ยนจากนาทีละ 3 บาทมาเป็นนาทีละ 25 สตางค์
ดังนั้นลองคำนวณชุ่ยๆ ดู กลายเป็นว่าตอนนี้ผมโทรได้มากกว่าเดิมถึง 8 เท่าแน่ะ

ป.อ.
เลยกลายเป็นว่า ไอ้โทรศัพท์นี่ก็ดันมาวางอำนาจเหนือพฤติกรรมการใช้ชีวิตผมซะแล้ว
เพราะวันๆ ก็ต้องมานั่งเอาหูแนบ โทรๆๆๆๆๆ ให้มันคุ้มกับที่โปรแม่งเหลือบานทะเร่อ
ไม่รู้ว่าดีหรือเปล่าที่ทุกค่ายต่างก็พยายามลดราคามาชนกันยังงี้
แต่เมื่อราคามันถูก และยุให้ผู้ใช้ต้องโทรนานๆ ถึงจะคุ้ม
มันก็เลยกลายเป็นปัญหาด้านการจราจรติดขัดที่เจอมันทุกๆ บ่ายเย็น … เฮ้อ…
(เห็นว่าโปรใหม่ของออเร้นจ์ เริ่มแพงขึ้นแล้วครับ สงสัยเป็นผลกระทบจากสงครามราคา)

ป.ฮ.
ถ้าสงสัยว่ามือถือรุ่นที่ผมใช้นี่ หน้าตาเป็นไงวะ.. ขอเชิญดูที่ภาพประกอบครับ