017 | ปัวะ ฮวัล (ภาค 1)

06 / 03 / 2548 | 16:08 น.

ปวดฟัน

โอยยย
อูยยยยยยยยยยย
ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วยังงี้

เมื่อคืนนี้อยู่ดีๆ ก็เกิดปวดฟันกรามขวาซี่ในสุดขึ้นมาอย่างแร็ง
ปวดขนาดที่ว่าครั้นจะข่มตาหลับ (เมื่อคืนเฝ้าร้านถึงตีสอง) ก็ยังแสนจะลำบาก
คือ… อูยยยย…. อูยยยยย
กูจะเขียนยังไงให้คนอื่นเข้าใจดีวะ

อูย…. คิมูจิ๊ :05:

ความรู้สึกแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต
ในสมัยเด็กๆ นั้นผมเป็นเด็กที่เหี้ยอยู่หน่อยในเรื่องการกินข้าวแล้วลืมเคี้ยว
แม่จะตีอยู่บ่อยๆ พร้อมต่อว่าผมว่ามึงจะอมไปทำไม ข้าวน่ะ

ไอ้นิสัยเสียที่เป็นตอนเด็กๆ นั่น มันทำให้ผมกลายเป็นเด็กที่ฟันหน้าผุสิ้นดี
ผุจนทุกครั้งที่ถ่ายรูป ผมจะหุบปากทำหน้าตาแปลกๆ เพราะไม่อยากให้ใครเห็นฟันผุๆ เน่าๆ
แต่พอโตขึ้นมา ฟันเวอร์ชั่นทดลองหลุดออกไป และฟันแท้งอกขึ้นมาแทนที่
ผมก็เลิกนิสัยชอบอมข้าว หันมาอม…… แทน

อมยิ้มครับอมยิ้ม :07:

แต่ผลกรรมที่ทำไว้ตั้งแต่เด็กก็ยังติดตรึงเป็นตราบาปมาตลอด
จนกระทุ่งวันหนึ่งในช่วงมัธยม ผมรู้สึกปวดฟันมาก
พอไปยืนส่องกระจกแหกปากดูตัวเองก็พบสิ่งที่น่าตกใจ
(หน้าทุกคนไม่ว่าจะหล่อจะสวยขนาดไหน ลงมายืนแหกปากส่องกระจกก็อุบาทว์พอกัน)

“เฮ้ย.. ฟันกราม (ฟันแท้) กูผุนี่หว่า” :58:

เมื่อเห็นฉะนั้นแล้ว ผมเลยเดินทางไปโรงพยาบาลทันที
กะว่าจะขอคำแนะนำจากหมอ (เช่น มันผุนะน้อง ต้องอุด หรือ …หรือ …ฯลฯ)
แต่ไม่รู้ทำไม ผมบอกหมอให้ถอนแม่งไปเลย ….สามซี่ซ้อน

เด็กธรรมดาที่ไม่รู้ว่าตัวเองเสือก “แนว” ขึ้นมาซะงั้นด้วยการประกาศถอนฟัน
มานั่งอยู่หน้าห้องทันตะเพื่อรอเรียกไปขึ้นเขียงพร้อมด้วยใจสำนึกผิดชอบชั่วดี
กูทำถูกไหมวะ ..เฮ้ย กูจะถอนแม่งสามซี่เลยเหรอวะ…เฮ้ย

“น้องปรัชญาครับ.. เข้ามาได้แล้ว”

ผมตื่นจากภวังค์ และเดินเข้าไปตามเสียงเพรียกแห่งยมฑูต ต้อย ต้อย ต้อยยยย

ง่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กร่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อว่ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


..
.

แฮก..แฮก…
ตั้งกะวันนั้น ฟันผมเลยหลอไปเลยสามซี่
แบ่งเป็นกรามขวาด้านบนสองซี่
และกรมซ้ายด้านบนหนึ่งซี่
เรียกได้ว่าช่วงนั้นผมแม่งลืมพฤติกรรมการเคี้ยวของมนุษย์ไปเลย

กางคืนก็ได้ยินเสียงของพระเจ้า (ดังแบบเอคโค่ๆ) บอกว่า
“ไงๆๆ ล่ะๆๆๆ มึงๆๆๆ” (พระเจ้าพูด “มึง” !!)
“บอกๆๆ แล้วๆๆ ว่าๆๆ อย่าๆๆ อมๆๆ ข้าวๆๆ”
“โตๆๆ –ขี้เกียจเอ็คโค่แล้ว อ่านยาก– ตขึ้นไปก็สอนลูกสอนหลานด้วยว่าอย่าเสือกอม”

ครับผม
ครับผม
ครับโผมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม์ม์ม์ม์ม์

ตัดฉากกลับมายุคปัจจุบัน ผมนอนหลับเมื่อคืนด้วยความทุรนทุราย
ตื่นมากยังปวดหน่วงๆ อยู่ เวลาแปรงฟันก็จะเน้นไปตรงจุดที่ปวดด้วยความสะใจ
แต่นอกจากความสะใจที่โดนยาสีฟันเย็นๆ มากระแทกตรงบริเวณร่องแล้ว
การกระทำดังกล่าวก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก นอกจากฟองที่เยอะขึ้นและไหลย้อยออกมานอกปาก

ซี่ฟันที่ปวดของผมนั้นมันเป็นเพราะว่าเวลาฟันงอก มันดันมางอกเอาแบบเอียงๆ
เหมือนกับปลูกหอเอนเมืองปิ๊ซ่าให้วางเบียดๆ กับตึกระฟ้าอื่นๆ
รอยแยกตรงที่มันเอียงนั่นเองเป็นแหล่งซ่องสุมของกองโจรพูโล
มันค่อยๆ สะสมอาวุธที่หน้าตาเหมือนเศษอาหาร คราบขี้ฟัน
และอะโวะจะมะอีกมากมาย ที่อุบาทว์และสร้างภาพลบให้กัผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง
แต่ไม่เป็นไร เพื่อการศึกษา เรายอมขายตัวเอง (เสียสละจริงๆ)

(อูย ตอนพิมพ์นี่ก็ปวดอีกแล้ว ปวดตามจังหวะการเต้นของหัวใจ … งื้ออออออ)

พอมันสะสมกำลังพลได้มากเข้า
ก็เลยปล่อยไพร่พลทหารราบทุกเหล่าทัพ ระดมตีชุมนุมต่างต๊าง จนพังพินาศ
ผมไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่ามันมาซ่องสุมกันเมื่อไหร่
รู้แต่ว่าเวลากินข้าวมักมีเศษกับ เศษหมู ถั่วป่นมาหลงอยู่แถวเหวนี่
เวลาหิวๆ ก็ซด…. (ซีดซซซซ).. มาเคี้ยวกลืนต่อ อร่อยและแก้เซ็งดี

ไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลายเป็นม้าโทรจันไปได้

(อูยย..เอาอีกแล้ว ปวดอีกแล้ว)
เย็นนี้จะไปหาหมอฟันซะหน่อย ให้หมออุดไปเลยดีกว่า สบายใจดี
แต่คงไม่ทะลึ่งไปสั่งถอนแล้ว
เดี๋ยวแก่ๆ จะลำบากกว่านี้

อูย…