116 | เดือนนี้เรามีรัก

๑
ผมขอทำนาย (แบบตีกิน) ว่าช่วงกลางๆ เดือนนี้จะเป็นโอกาสทอง
โอกาสที่นักข่มขืนทางจริยธรรม (คำของจานเพี้ยน นักเรียนนอก) ได้ช่วยกำหนดว่า
เป็นเดือนที่เหมาะกับการผสมพันธุ์ของหนุ่มสาวเสียนี่กระไร ไม่แพ้พฤศจิกายน
ว่าแล้วก็เตรียมเข็นงานวิจัยชี้โพรงให้กระรอก เรื่องสถิติที่น่าตกใจ
เกี่ยวกับอายุของการเปิดซิงที่ตัวเลขนับวันจะยิ่งลด น้อยลงเรื่อยๆ
พร้อมดอกจันตัวแดงๆ : เดี๋ยวนี้เด็กๆ เขามีครั้งแรกกันตอน ๘ ขวบแล้วนะคะ
……………………………………………………………………..
……………………………………………………………………..
รอให้ผู้ใหญ่พวกนี้ตาย ๕ ไปให้หมดก่อนครับ เราจะได้ไม่ต้องถูกครอบหัวทั้งที่ยังงงๆ
พอ เปลี่ยนเรื่อง
๒
หลายปีก่อน
คุณต้อม ยุทธเลิศ แกทำหนังขึ้นมาตอกย้ำภาพของคำว่า “กุมภาพันธ์” ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้เรารู้กันว่า ๑๔ กุมภา วันวาเลนไทน์~ นั่นคือวันที่เราจะมาเลิฟกันใช่มะ
ทีนี้พอได้นิยามแห่งเดือนแบบชัดๆ สักที เราก็เลยยอมรับกันเป็นทางการเลยว่า
โอเคที่รัก.. เดือนนี้เรามาบอกรักกันทั้งเดือนให้มันรู้กันไป
ขอข้ามเรื่องการปีนเกลียวระหว่างวัฒนธรรมที่เขาว่าวาเลนไทน์จะกลืนชาติไปนะครับ
เพราะเห็นว่าการรณรงค์ให้เยาวชนหันมาสนใจวันมาฆบูชาแทนวาเลนไทน์นั้น
มันคนละประเด็นกัน
๓
คณะที่ผมจบมาเนี่ย มีความพิเศษอยู่อย่างนึง คือวันวาเลนไทน์คือวันส่ง Thesis พอดี
เป็นที่รู้กันว่า คณะสถาปัตย์ถือเป็นสำนักที่มีความโหดหินของวิทยานิพนธ์แบบสุดๆ คณะหนึ่ง
ตึกคณะเรามีอยู่ห้าชั้น ก็จะเปิดให้ทำงานทุกชั้นทุกแผนกในคืนก่อนส่งงานคืนเดียว ..โอ้วเย่
ดังนั้นเราก็จะมีประเพณีกลายๆ แบบไม่ได้เจตนา ก็คือ
บรรดาญาติโกโหติกา โคตรเหง้าสักหลาด พี่เขยน้องเมียเพื่อนพ่อ พี่รหัสยุคดึกดำดึ๋ย
ก็จะมาออกันเต็มคณะไปหมดเลย ไอ้ตึกที่แคบๆ ร้อนๆ เหนียวๆ อับๆ อยู่แล้ว
พอเจอคลื่นมหาชนที่พร้อมใจกันมาดุจมีคุณสนธิเปิดปราศรัยด่านายกอบู่ชั้นบนเข้า
ก็เลยกลายเป็นหม้อไฟอย่างดี เหล่าพี่น้องเพศชายต่างพากันถอดเสื้อทำงานสู้ไอร้อนของมัน
บรรยากาศคึกคักแต่ทรมานมากครับ เหมือนเป็นบททดสอบสุดท้ายก่อนที่จะผ่านสำนักนี้ไป
บางปีมีผู้ปกครองแนวมาช่วย แม่ตัดโมเดลไม่เป็นว่ะบักหำ งั้นทำกระเพาะปลามาหม้อนึง
ตั้งหม้อไว้กลางสนามตะกร้อเลย พอทำเสร็จก็ตะโกนเรียกกันตรงหน้าตึก ใครหิวก็ลงมากิ๊น~
แล้วก็จะมีน้องรหัสปีเล็กๆ เดินหน้ามัน ทยอยลงมาแบ่งอาหารคาวหวานจากหม้อขึ้นไปข้างบน
แล้วก็ไปกระทบไหล่กับพวกที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยเสบียงจากเซเว่นฯ หน้าพระลาน
วันนี้เป็นวันพิเศษ ที่เครื่องดื่มบำรุงกำลังต่างๆ ที่เขาว่าได้ผล กาแฟสารพัดสูตร
ขนมขบเคี้ยว แหนม บิ๊กไบท์ ฟุตลอง ห่อหมก ซุกหุ้น เลี่ยงภาษี เขาสั่งมาเพิ่มเป็นพิเศษเลย
นึกภาพตามนะครับ .. คนเราเวลาเรียนใกล้จะจบเนี่ยมันจะมีไคลแมกซ์ที่หินโหดอยู่
เพื่อเป็นหลักประกันว่าถ้ามึงผ่านไอ้นี่ไปแล้วเนี่ย หลังจากนี้นี่ขี้ๆ เลยชีวิตมึง
(จริงๆ แล้วมันก็แค่จบเลเว่ลมหาวิทยาลัย - ต่อจากนั้นยังมีบอสยากๆ ให้ปราบอีกบานเลย)
คืนนรกแตกคืนนั้นก็เป็นคืนปราบบอสทั้งหลายโดยไม่มีการอ่อนข้ออีกแล้ว
ทั้งบอสง่วง (อดนอนกี่วันแล้ววะ) บอสเผา บอสคอมเจ๊ง บอสหมึกหมด บอสสารพัดอุปสรรค
บางคนท้อ ทำไปร้องไห้ไป น้องรหัสต้องมานั่งปลอบพร้อมหยอดกาวยู้ฮูติดโมเดลไปพร้อมกัน
คือเวลาทุกวินาทีมันมีค่ามากเลยครับ แม้แต่ปวดขี้ก็ต้องอั้นไว้ มึงยัีงมีเวลาขี้อีกเยอะ
ใครที่เคยพบบรรยากาศแนวๆ นี้จะเข้าใจ ว่ามันทรมานขนาดไหน
เอาง่ายๆ — ผมฝึกผ่านหลักสูตรทหารราบมาหกเดือนยังไม่รู้สึกหนักเท่าคืนนั้นเลย
บรรยากาศอบอ้าวและกรุ่นไปด้วยกลิ่นขี้เต่านี้ มีความรักมากมายเจืออยู่ครับ
เป็นความรักที่ไม่ต้องพูดกันก็เข้าใจ.. เป็นความรักที่ไม่จำกัดว่าใครจะเป็นใคร
ขอแค่ได้ยินเสียงร้องขอ ความช่วยเหลือทั้งหลายแหล่ก็จะพุ่งไป ดุจการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
แล้วมันก็กำลังจะผ่านพ้นไปได้ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน พี่ น้อง ญาติโยมอีกมากมาย
ฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯ
ฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯ
ฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯลฯ
……….
เช้าแล้วครับ แสงตะวันแยงตาแล้ว เข้าสู่วันวาเลนไทน์ (บางปีก็เฉียดๆ)
ผมยังจำภาพนั้นติดตา ทุกคนส่งงานเสร็จ เหมือนยกตั๊กบงกชออกจากอก
มันโล่ง มันหวิว มันเคว้ง
ไอ้อาการง่วงเหงาที่ทนทุกข์ทรมานมาทั้งคืน พลันมลายหายไปไหนไม่รู้
เราอาบน้ำ แปรงฟัน สระผม (ตึกคณะมีห้องอาบน้ำสำหรับคนที่ทำงานบนสตู)
สลัดล้างคราบเหงื่อแห่งความอบอ้าวเมื่อคืนนี้ออกไปให้หมด
เปลี่ยนชุดเป็นชุดนักศึกษา (ปีนึงได้แต่งชุดนี้ราวๆ แปดครั้ง) แล้วมานั่งยิ้มกันที่โต๊ะไม้หน้าคณะ
เฮ้อ… จบแล้วสินะกู
จำความรู้สึกของตัวเองในคราวนั้นได้ (เริ่มแก่แล้ว เลยเริ่มย้อนอดีต)
หลังจากตรวจแบบครั้งสุดท้าย (ในชีวิต) เสร็จ ผมเดินขึ้นไปบนสตู
ภาพที่เห็นก็คือ เพื่อนๆ นอนตาย หลับตาพริ้ม ยิ้มน้ำลายยืดกันเกลื่อนล็อค (สตูปีห้าแบ่งเป็นล็อคๆ)
ลมเย็นๆ เอื่อยๆ พัดโชยเข้ามาจากหน้าต่าง ได้ยินเสียงม้วนกระดาษพลิกไหวๆ ดังกรุบแกรบ
ไม่เหลือสภาพความอึดอัดอบอ้าวของเมื่อคืนที่ผ่านมานี้เลย
และอยู่ดีๆ
ผมก็รักคณะนี้ขึ้นมา
.
.
.
ป.ล.
ผมรักเดือนนี้ เพราะเดือนนี้มันสั้น
และทำให้ใกล้วันปลดประจำการเข้าไปทุกที
เชื่อว่าพนักงานกินเงินเดือนทุกคนก็ชอบเดือนนี้เช่นกัน
ป.อ.
โดนแฟนหลอกให้ไปดูหนัีงเรื่อง Underworld : Evolution มา
ผมได้พบฉากการฆ่ากันแบบดุเดือดถึงใจ
ผมได้พบฉากเซ็กส์อันเร่าร้อน เห็นหัวนมด้วย (ขอบคุณ กบว.ยุคใหม่ ไร้หมอก)
และผมก็ได้พบลูกเล็กเด็กแดงเดินจูงมือผู้ปกครองออกมาจากโรงตอนหนังเลิกฉาย
ก่อนไปดูนี่ผมไม่รู้จริงๆ นะว่ามันเป็นเรทอะไร เพราะไม่เห็นมีการบอกเลยในสื่อโฆษณา
แต่ที่แน่ๆ เห็นเด็กๆ พวกนั้นเดินออกมาจากโรงแล้ืว .. ผมนึกถึงหน้าเสี่ยเจียงทำไมไม่รู้ว่ะ
ป.ฮ.
โฆษณาแฝง : เว็บโมนามาเฟียเสร็จแล้วครับ
ใครอยากมีเสื้อรุ่น เสื้อคณะ เสื้อทีม เสื้อๆๆๆๆๆ ก็จิ้มเข้าไปเลย .. เอาตังค์มาแบ่งผมเถอะ
February 4th, 2006 at 0:29
ชอบลีลาการเขียนคุณจัง ขอบคุณนะที่สอนให้เรารู้จักกับคำว่า “รัก”

.
.
.
.
.
อ่า ไม่เกี่ยวกันเหรอ…
แต่ตัวอักษรคุณ ทำให้เราสามารถเห็นภาพศิลปากรได้เลยล่ะ เพียงแต่ภาพของ “วังท่าพระ” ค่อนข้างเลือนลาง ไม่ใช่เพราะคุณใช่บรรยายโวหารได้ไม่ดีพอหรอกนะ แต่เพราะภาพ “วังสนามจันทร์” ชัดเจนในความทรงจำเรามากกว่าน่ะ
.
.
.
.
และอยู่ดีๆ
ฉันก็รักศิลปากรขึ้นมา
February 4th, 2006 at 1:08
ศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยที่มีสเน่ห์เฉพาะตัว
ทุกคณะ ล้วนแต่มีกลิ่นอาย ของศิลป์ในการใช้ชีวิตนักศึกษาได้อย่างลงตัว
อืม … ทุกวันนี้ แต่ละมหาวิทยาลัย ก็เริ่มเปลี่ยนไป
ระบบสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ของพี่และน้องเริ่มลบเลือน
คงเหลือแต่ความเห็นแก่ตัว
ขอแค่ใช้เป็นทางผ่านสู่ใบปริญญา
ชอบเรื่องราวที่คุณแอนเล่า : )
กุมภาพันธ์
เทศกาลแห่งความรัก
ก็ไม่ต่างไปจากเทศกาลอื่นๆ
เพราะพี่ไทยเราเอาหมดทุกเทศกาลอยู่แล้ว
แต่ดูจะแย่ตรงที่เป็นเดือนที่มีวันมาฆบูชาอยู่นี่สิ
เลยดูเหมือนจะโดนกลบๆไปซะงั้น
หนังเรทอะไร
ใครตัดสิน
ไม่เข้าใจเหมือนกัน
บางเรื่อง ไม่ยักกะติดเรท
ในขณะที่บางเรื่อง ไม่เห็นจะมีอะไร ก็โดนแบนโดนว่าเฉยเลย
หรือว่าจะเป็นเพราะ
ที่นี่ประเทศไทย…
February 4th, 2006 at 2:11
ทำงานอยู่ที่ Shopzilla.com ครับ มีบอสมาให้ปราบทุกวันเลย ยุ่งฉิบ
February 5th, 2006 at 4:31
F ตั้งแต่ ยังไม่ final ซวยจริง เผลอๆเรียน 6 ปีอีก
อดนอนมาทั้ง อาทิตย์ เฮ้อ…
February 5th, 2006 at 12:01
เคยอยากเรียนสถาปัตย์ด้วยแหละ
แต่เปลี่ยนใจเกือบจะในทันทีที่รู้จักเฮียแอน…

อ่ะ…ล้อเล่นน่ะ…
14 กุมภาตั้งใจจะซื้อดอกบัวไปแจกเพื่อน สะใจดี
February 5th, 2006 at 12:59
เว็บโมนา
มีเปิดกระดาษไปมาแล้วขาดด้วย
February 5th, 2006 at 17:46
February 5th, 2006 at 19:37
รักเด็กถาปัดก้อเพราะอย่างเนี้ยแหละ ฮ่าๆๆๆ
หวัดดีค่ะ เพิ่งเข้ามาครั้งแรก Search อะไรเล่นๆในเน็ทแล้วบังเอิญคลิกมาเจออะค่ะ
จำชื่อได้ เพราะชอบเข้าไปโหลดฟอนท์ชื่อพี่มาใช้ไงคะ อิอิ *-*
แล้วก้อเป็นดังคาด เว็บเก๋ เท่ ขนาดนี้ เรียนถาปัดจิงๆด้วย
ฮิ้ววว..รักถาปัดศิลปากร

February 5th, 2006 at 20:06
ไม่เก็บกับอันนี้หรอก
แต่ผมชอบการ์ตูนพี่อะ
จะไปตามอ่านได้ที่ไหนบ้างบอกหน่อย
February 5th, 2006 at 20:53
หูยไม่อยากนึกถึ่งช่วงที่ทำทีสีทเลย นรกชัดๆ…
สายใหนว่าทีสีทโหดๆหินๆ…
ลองมาทำทีสีทสาย ศิลปะ ดูสิ…
นรกแตกแน่…
555…
February 5th, 2006 at 22:51
ตอนนี้อยู่ ม.ปลาย อยากเข้าสถาปัตมั่งจังเลย … ทุกสถาบันงานเยอะเหมือนกันหมดเลยหรอคับ

February 6th, 2006 at 15:14
ไมเค้าให้ทำแค่คืนเดียวอ้ะ
February 6th, 2006 at 19:47
อ่านแล้วคิดถึงคณะ น้ำตาคลอเป้าเลยว่ะแอน
(ฮาพระเก้อ เดือนกุมภามียีบแปดวัน
)
February 6th, 2006 at 21:06
เว็บฟอนต์เข้าไม่ได้อะ
February 6th, 2006 at 22:08
งุงิจริงๆค่ะ
February 6th, 2006 at 22:36
เว็บเปี๊ยนไป๋ งุงิ
February 6th, 2006 at 22:38
งุงิ งุงิ
ออบอตอ แม่กๆเรยก๊ะโน้งแอรน
มาเม้นริ้ว ไปเม้นบล๊อกเราโด้ยนะตะเอง
February 6th, 2006 at 22:38
555555 + ++
หน้ากากใหม่ ขำได้ใจมั่กๆๆ กิ๊กๆๆ
ตั้งใจให้ฮาใช่ป่ะ *-*
แนวๆๆ
February 6th, 2006 at 22:48
ทำไมหน้าตาใหม่มันรุ้งงงงงงงงงขนาดนั้นล่ะพี่ - -”
แต่เวบโมนาน่ารักอย่างแรงนะ จริงจริ๊งงงงง
ปล.ชอบรูปข้างบนมากๆ เห็นครั้งแรกก้อชอบเลย มันดูอุ่นๆดีจัง^^
February 6th, 2006 at 22:57
งุงิงุงิ
ไปเม้นบล่อคป๋มด้วยนะตัวววห์
อิอิ
งุงิงุงิ
(ป.ล. สมเพชตัวเองฉิบหายเลยครับ)
(ป.ว. ได้อารมณ์เดียวกับเว็บเพจนรก (http://faylicity.com/crash/hell1.html) เลยแฮะ)
(ป.ศ. ยังไงก็ไม่ทิ้งลายเทพ ตรงไอ้แอนนนนนข้างบนยังมีการเกลี่ยให้เข้ากันอีกแน่ะ)
February 6th, 2006 at 23:00
พี่แอนเล่นอะไรเนี่ย?!?!!?
February 6th, 2006 at 23:10
แวะมาเม้นหละ
เว็ปซ๊วยซ๋วย
February 6th, 2006 at 23:32
February 6th, 2006 at 23:33
มานเกิดอาไรขึ้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน แสบตาาาา
February 7th, 2006 at 0:13
ทนไม่ไหวจริงๆ ขอเม้นเว็บไอ้แอนนนนนแบบใหม่หน่อยละกัน สีสันบาดใจ
February 7th, 2006 at 22:47
1.แสบตา
2.อัตราการกระพริบตาต่อวันเพิ่มขึ้น
3. น้ำตาไหล-
4. -นอง
5. ผ้าเช็ดหน้าไม่มี…
6. เสื้อเปียก
7. จบ วิด คอมฯ
8. ก็ไม่ได้นอน
9. แต่ไม่มีกลิ่น
10. ไม่มีบรรยากาศที่อบอุ่น
11. ไม่มีคนมาทำกับข้าว
12. ไม่มีรุ่นพี่
13. แต่มีรุ่นน้อง สวยด้วย
14. กุมภา ปีนี้สำคัญที่สุด
15. น้องกาย เป็นน้องชายของ น้องแก้ม
16. จะเกิด แต่ไม่รู้ว่าวันไหน
17. น้องแก้มไปเรียนเป็นรุ่นหลานแอนที่ศิลปากรแล้วนะ
18. แสบตา
19. ปวดหัว
20. ไม่มีตังค์
21. อยากซื้อหุ้น
22. สิงค์โปร์เอาไปแล้วววววว
23.
February 8th, 2006 at 18:46
อ่านแล้วก็คิดถึงตัวเอง
ที่เกษตร ที่เอกเราไม่ต้องทำ thesis ฝึกงานก็ไม่ต้อง
มันก็สบายดีนะีแต่เหมือนขาดอะไรไปอย่าง
เมื่อวันอาทิตย์ก่อนน้องกลับไปอยู่หอ มันหันมาบอกว่า
“สัปดาห์นี้คงไม่กลับบ้านนะ อยู่ช่วยพี่ทำโม”
โห่..เซ็งเลย หยุดหลายวันนึกว่าจะชวนไปดูหนัง
February 8th, 2006 at 23:16
ความรุสึกนี้เข้าใจดี
อาการรีบจนตาเหลือก ตาแหก เป็นแบบนี้
ถึงแม้จะไม่ได้เรียน ถาปัตย์
February 12th, 2006 at 23:15
อยากเข้าถาปัตย์อะพี่ หุหุ แต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย(แย่วะ)
ส่วนกุมภา วันวาเลนทาย โรงเรียนหนูมี มาตราการ นรก คะ ยึดของขวัญ
โหพี่ไม่มีที่ไหนแปลกกว่านี้อีกแล้ว ค้นกระเป๋าวันที่ 14 กุมภาของทุกปี เพื่อ ยึดของขวีญ
ปีที่แล้วหนูเอาแคบหมูไปกิน แล้วโดนยึดอย่างเซงอะ โดยที่ผ่ายปกครองให้เหตุผลว่าอยู่ในวัยเรียน(หนูว่ามันก็เป็นเหตุผลที่โออะนะ แต่ก็ควรมีขอบเขตอะ จะยึดแคบหมูเพื่อ…..(ยังแค้นไม่หาย)) หุหุ พล่ามอารายก็ไม่รู้
แต่อยากติดคณะที่พี่จบมาอะ อวยพรให้หนูด้วยนะคะ (14นี้ หนูสอบปลายภาคT^T)
February 15th, 2006 at 14:36
ชอบพี่จังเขียนน่ารักดีอ่านหมดแล้วนะคะ
สนุกมากๆบีมอยากให้พี่หาเรื่องสนุกๆมาอีกนะคะ
สาธุเถอะนะอย่าเพิ่งมีแฟนเลย(ไม่ได้แช่งนะ





)
February 22nd, 2006 at 20:02
Underworld : Evolution ดูแร้วเหมียนกัน
มะรุเรยวามีฉากแบบนั้นด้วย แต่…นะ…ดูปายแร้ว

หุๆ
March 6th, 2006 at 18:38
แต่ปีพวกพี่บินนี่สิไม่ได้ช่วยเลย
เพราะตัวเองก็ยังเอาไม่รอดเหมือนกัน
เบื่อแว้วอ่า ขี้เกียจทำแล้วทีซงทีสิสT_T
เหมือนเนื้อร้ายติดตัวจิงๆ
March 9th, 2006 at 0:53
March 9th, 2006 at 0:55
ไปสัมภาษณ์มา เดือนที่แล้ว เห็นทำงานส่ง นอนกันยั้วเยี๊ยะเลย
คณะเดียวกันป่าว มั้ง
May 24th, 2006 at 20:29
คิดถึงสมัยเรียนนะ…



(เพราะไม่มีโทรศัพท์)
-อยู่หอ นอนเตียง 2 ชั้น อาบน้ำห้องน้ำรวม..กินข้าวโรงอาหาร..ขี่จักรยานไปเรียน
-เลิกเรียนทำรายงาน ไปห้องสมุด ไปลานนม กินขนมปัง
-ขี่จักรยานเล่น กินลม รอบมหาลัย
-วันนี้มีเพื่อนให้ซ้อนท้ายไปองค์พระ..หาของกินอร่อยๆ
-หอปิด 4 ทุ่ม .. แต่มีหนุ่มๆ เอาหมูเวลล์ มาส่งให้กินบ่อยๆ (เพราะหอชายไม่ปิด)
-อ่านหนังสือเตรียม quiz lab ทุกวัน (เพราะมี lab ทุกวัน)
-ตารางสอนเทอมนี้บ่ายวันศุกร์จะว่างมั๊ย(วะ)… (จะกลับบ้าน)
-เช้าเรียน..บ่ายทำ lab ..เย็นทำรายงาน .. กลางคืนกินมาม่า..
-ทั้งมหาลัยมีโทรศัพท์หยอดเหรียญ 2 เครื่อง โทรศัพท์ใช้บัตร 2 เครื่อง …คิวยาววววว..
-ไม่มีมือถือ..ใครมีเพจเจอร์ก็หรูแล้ว..
-คิดถึงเพื่อนสถาบันอื่นก็เขียนจดหมายหากัน (สมัยก่อนยังไม่มีอินเตอร์เนต-กะอีเมล์เลย)
-มีจดหมายที่แฟนเขียนถึงเป็นปึกเลย..
-อ่า… คิดถึงสะพานสระแก้ว…คิดถึงไฟดวงแดงๆ ที่ห้อยบนถนนเข้ามหาลัย..
-คิดถึงศิลปากร..วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์….เช่นกันจ้ะ ..
July 1st, 2007 at 21:42
ไม่ได้เรียนสถาปัตย์ แต่มีงานเยอะตอนท้ายๆเทอมทุ๊กกกกที เข้าใจว่ามันโหดขนาดไหน ทำไปร้องไปจริงๆอ่ะ ถ้ามีคนมาช่วยคนละไม้ละมือก็ยังดี แต่นี่เอ่อ… เพื่อนๆก็รักกรูจัง เฮ้อ….
February 7th, 2008 at 17:49
แจ่ม

October 15th, 2008 at 21:09
^^