ก่อนตาย

28 / 02 / 2557 | 21:28 น.

ก่อนตาย

ถ้ามีชีวิตอยู่จนแก่ สิ่งที่จะทำก็คือ

  1. ปลูกต้นไม้ จัดสวนให้สวยให้ได้ (ตอนนี้ทักษะเป็นศูนย์ ขนาดต้นเคราฤาษีที่แม่ให้มาซึ่งควรจะดูแลง่ายที่สุดในโลกยังแห้งตายคาต้นมาแล้ว ถือว่าไม่ธรรมดา)
  2. นอนเปล หรือเก้าอี้โยก ทยอยอ่านเพชรพระอุมาแบบไม่รีบ

นี่คิดได้หลังจากคิดเรื่อยเปื่อยว่า ถ้าเราแก่แบบไม่ไหวแล้ว หรือเป็นโรคร้ายแรงสักอย่าง (ไม่ใช่เอดส์โว้ย หมายถึงมะเร็ง หรือโรคที่มันต้องรักษาแพงๆ หรือแม้แต่อุบัติเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นผักเสียยังดีกว่า) เราอาจจะขอเลือกวิธีตายเอง ก็ดูขนาดตอนเกิด (พ่อแม่)เรายังเลือกได้ว่าจะผ่าหรือจะคลอดเอง จะเอาฤกษ์เมื่อไหร่ แล้วทำไมตอนตายเราถึงจะเลือกไม่ได้ล่ะ

ถ้าเลือกได้จริงๆ เราจะขอกำหนดวิธีตายคือ ต้องเหมือนเป็นการปิดสวิตช์ตัวเองให้เคลียร์ไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์ แบบที่ไม่ดูเหมือนเป็นการทิ้งชีวิตโฉ่งฉ่าง ให้คนอื่นเดือดร้อน  หรือทำให้ร่างกายเหลวแหลกเสียดายของ (ร่างกายก็บริจาคไป เออ ยังไม่ได้ไปทำเรื่องเลย อย่าเพิ่งตายนะกูนะ)

ซึ่งนั่นถ้ามองผาดๆ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่น่าจะไม่ได้เป็นการตายอย่างคิดสั้น แต่คิดมาแล้ว (คิดมาตั้งแต่ตอนนี้เลย) ว่า ถ้าสมมติลูกเราก็มีชีวิตที่ดีแล้ว เมียเราก็โอเค (ตามสถิติคนเป็นเมียหนังเหนียวกว่าอยู่แล้ว) เราจะคุยกันเรื่องการจากโลกนี้ไปแบบเท่ๆ ซึ่งตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะตายยังไงดี ถึงจะเท่ และไม่ทำให้เกิดเรื่องผีไร้สาระในหมู่บุตรหลาน

ก่อนตายเราควรเคลียร์ทุกอย่างให้หมดห่วง หรืออย่างน้อยก็เข้าใกล้สถานะนั้น (เช่น ปลูกต้นไม้ จัดสวน อ่านเพชรฯ หรือทำฟอนต์ที่ค้างๆ ไว้ให้หมดงี้) และคุยกะลูกเมียว่าเดี๋ยวเราจะปิดสวิตช์ ถอดปลั๊กตัวเอง และหายไปตลอดกาล แบบในเทพนิยายเวลาใครตายก็ไม่ได้ตายแหง็กๆ ให้เห็น แต่เขาจะสื่อด้วยการใช้สัญลักษณ์คือการลอยเรือแล้วค่อยๆ เฟดหายไปตลอดกาล เอางี้ละกัน

แน่นอนว่าวันหนึ่งทุกคนก็ต้องถึงเวลาตาย อาจจะมีบางคนที่ลัดคิวไปก่อนหน้าด้วยเหตุต่างๆ ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ความสูญเสียโดยไม่ได้คาดคิดนั้นทำให้คนข้างหลังเสียใจ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ (ถ้าช่วยได้ก็คงไม่ตาย) ซึ่งอันนี้เราก็รู้ๆ กันอยู่ แต่จะเตรียมใจกันไว้แค่ไหนนั่นก็แล้วแต่บ้านละกันนะ (อย่างบ้านเมียผมนี่คือยังไม่มีญาติสนิทคนไหตายเลยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ดังนั้นพอถึงเวลาก็คงเหวอกันหน่อยงี้)

ใช่ เราทุกคนต้องตายแน่นอน จะใหญ่คับฟ้ามาจากไหนก็ต้องตาย แต่ถ้าการขอเลือกความตายแบบเท่ๆ นั้นเป็นสิ่งเพ้อเจ้อ เราจะพยายามมีชีวิตอยู่แบบเท่ๆ ซึ่งนั่นเราว่าเราพยายามอยู่ และจะทำให้ได้

ป.ล.
เพชรพระอุมามีเวอร์ชัน epub  แล้ว ของอัมรินทร์มั้ง ยังไม่รู้จะอ่านยังไงดีเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังสนุกกับอย่างอื่นมากกว่าอยู่ และที่สำคัญคือไม่ยักมีเวลาว่างเป็นก้อนๆ ไว้จมปลักอยู่กับมันแฮะ ขนาดวอล์กกิ้งเด๊ดยังเพิ่งดูได้แค่ปีสองเอง :05:

ป.อ.
เกือบลืม ไม่ได้อยู่ดีๆ ก็ว่างมามโนเรื่องความตายแบบที่วัยรุ่นไฟแรงเขาทำกันนะ แต่คือมันมาจากการคิดย้ำแล้วย้ำอีกว่าเหี้ยเอ๊ย การตาย หรือยอมตายด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองหรือสงครามไม่ว่าจะครั้งใดๆ มันช่างบัดซบและดูถูกความเป็นมนุษย์เสียจริงๆ