Continue reading ถ้าไม่ใช่ Note 5 ยังไงก็ไม่ใช่ Note 5 (รีวิวจากการใช้จริงรัวๆ)" />

ถ้าไม่ใช่ Note 5 ยังไงก็ไม่ใช่ Note 5 (รีวิวจากการใช้จริงรัวๆ)

คำถาม: โห ช้าจัง โน้ตห้าออกมาตั้งเป็นเดือนแล้ว ทำไมเพิ่งมาเขียน?
คำตอบ: โธ่พี่ จะไปเขียนเร็วแข่งกับชาวบ้านทำไมล่ะ ขอใช้งานจริงๆ ก่อนสิครับ

ก่อนหน้านี้ผมไปร่วมแคมเปญ “ถามให้หมด Note ตอบได้” กับเว็บ Droidsans.com โดยมีกติกาคือ ในช่วง 7 วันของแคมเปญนี้ ทางทีมงานจะระดมตอบคำถามที่มีคนสงสัยเกี่ยวกับโน้ตห้า แล้วโพสต์ลงในโซเชียลต่างๆ แล้วก็เข้าไปตอบ แต่ตอบเป็นคลิปสั้นๆ นะ นอกจากทีมพิธีกรจาก Droidsans แล้ว ผมเองก็ไปติดร่างแหแจมกะเขาด้วย เลยได้ลองจับ ลองคลำ พร้อมหาคำตอบให้กับผู้สงสัยมาทั้ง 7 วัน 7 คืน

ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ผมพอได้รู้ตื้นลึกหนาบางของมือถือรุ่นนี้ พอได้มาใช้งานจริงๆ ทำเครื่องตกพื้นจริงๆ (ตั้งแต่วันแรกเลย บัดซบ T-T) ผมจึงได้ล้วงแคะแกะเกา ปรับนั่นจูนนี่ และใช้ประโยชน์มันทุกส่วนทุกฟีเจอร์จนหนำใจ (เรียกว่าใช้จนปรุก็ว่าได้) แล้วจึงค่อยมาเล่าให้อ่านกัน ใครที่ยังลังเลหรือรอเปรียบเทียบกับมือถืออื่นๆ ก็ลองดูนะครับ แต่บล็อกนี้มีเนื้อหายาวมาก ถ้าขี้เกียจอ่านก็แนะนำให้เลื่อนๆ กวาดๆ ดูภาพ ดูหัวข้อที่สนใจก็ได้ครับ

ทีนี้ ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอนุญาตแจ้งหมายเหตุไว้ 2 ประการ

1.
ผมเป็นติ่งมือถือตระกูล Galaxy Note ใช้มาตั้งแต่โน้ตหนึ่ง-สอง-สาม-สามกว่าๆ และสี่ …เอ้า มีแปดอยู่อีกเครื่องนึง ล่าสุดคือโน้ตห้า ดังนั้นรีวิวนี้จึงเต็มไปด้วยการแสดงออกอย่างนอกหน้า เวลาอ่านก็กรุณาอ่านด้วยอคติ ไอ้อะไรที่มันอวยเกินจริง โปรดอย่าเชื่อ แต่จงหายืมเครื่องจริงๆ จากเพื่อนฝูงญาติมิตรมาลองเอง หรือถ้าไปเดินห้างก็ลองแวะที่ร้านที่มีเครื่องตั้งโชว์ และเริ่มทำการทดสอบเอา

2.
ผมเคยได้รับการสนับสนุนจากซัมซุงในการเขียนรีวิวมาแล้ว น่าแปลกที่ซัมซุงยังไม่เข็ด คราวนี้ก็มาบิ๊วให้เขียนอีก ดังนั้นผมจึงต้องเขียนเอาใจสปอนเซอร์ อะไรดีก็อวยไส้แตก อะไรแย่ก็เลี่ยงๆ ไม่พูดถึง …ทุ้ย ไม่มีทางซะล่ะ อันนี้เป็นข้อตกลงกันมาตั้งแต่แรกแล้วครับว่ายังไงก็ตาม การเป็นบทความ Advertorial นั้นผมจะขอเขียนตามความรู้สึกจริง อะไรดีบุ๋มก็ว่าดี อะไรห่วยก็จะบอกว่าห่วย (ทั้งนี้ให้อ่านข้อ 1 ด้านบนประกอบ …สรุปแม่งอวยเหมือนเดิม)

ทีนี้เรามาเริ่มกันเลยนะครับ… ยังไงก่อนดี เอาจุดขายที่ซัมซุงเขาโปรโมตละกันนะครับ เป็นของดี 5 ประการของ Galaxy Note 5

EM570001

ดีไซน์ตัวเครื่อง:

ปรับลุกใหม่หมดตามรอย Galaxy S6 ที่ได้รับคำชมเรื่องการออกแบบ โดยรุ่นก่อนหน้านี้ (โน้ตสี่) ฝาหลังเป็นพลาสติก รอบเครื่องเป็นโลหะพ่นสี ซึ่งจะว่าไปก็ดูดีกว่ารุ่นก่อนหน้าพอสมควรแล้ว แต่คราวนี้ปรับวัสดุหน้าหลังเป็นกระจก วาววับสวยเช้ง มีกรอบเครื่องเป็นโลหะ และมีส่วนโค้งตรงขอบหลัง รับกับอุ้งมือพอดี หรูหราไฮโซกว่ารุ่นก่อนมากๆ แถมยังลดขนาดคงามกว้างของเครื่องลงให้จับกระชับมือมากขึ้น
ความเห็น: สวยจริงๆ แหละ อย่างรุ่นก่อนยังพอได้ยินคำติติงเรื่องดีไซน์มาบ้าง แต่รุ่นใหม่นี้ประชาชนให้ความเห็นว่าดูดีแบบไม่ต้องพยายามบิ๊วแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้วัสดุเป็นกระจกทั้งหน้าหลังก็คือ เครื่องมันเป็นรอยนิ้วมือง่ายมากๆ จนติดนิสัยที่ต้องใช้ไปเช็ดไป ไม่งั้นจะดูเละมาก (ซึ่งปัญหาทุกอย่างจบ เมื่อใส่เคส!)

EM570009

ปากกาเมพ:

รองรับแรงกดอะไรสักอย่างที่ฟังดูเคลิ้มๆ ทำงานไวกว่าเก่า (ว่าของเก่าก็ไวแล้วนะ) แถมเปลี่ยนตูดเป็นสปริง ไม่ต้องแงะแล้ว และฟีเจอร์พิเศษที่ใส่ปากกากลับด้านแล้วดึงไม่ออก เจ๊งเลย
ความเห็น: ปากกาเมพจริง เดี๋ยวเขียนอธิบายยาวๆ ข้างล่าง ว่าแต่ใครมันจะไปบ้าเสียบกลับด้านวะ จะบ้าเหรอ เอ๊ะหรือมี

กล้องเมพหน้าหลัง:

กันสั่นเมพ เอฟกว้าง ทำให้ถ่ายแล้วภาพออกมาสว่างกว่าเดิม ยิ่งเวลาถ่ายในที่แสงน้อยก็จะยิ่งเห็นผลเลยว่ามันโอเคกว่าที่คิดไว้เยอะ, วิดีโอความละเอียดสูง ถ่ายสโลว์อะไรก็ว่าไปเถอะ
ความเห็น: ของใหม่มันก็ต้องดีขึ้นเป็นธรรมดา แต่ถ้ามองในระยะหลังๆ จะพบว่ากล้องของมือถือยี่ห้อนี้ต้งแต่รุ่นกลางๆ ขึ้นไปถึงบนในยุคคิดใหม่ทำใหม่นั้น ถือว่าดีในระดับที่ไว้ใจได้

จอเมพ:

ความละเอียดมันสูงมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อันนี้ก็สดสว่างไสวอะไรไปเรื่อย
ความเห็น: เรื่องจอภาพนี่ไม่น่ากังวลอะไรนะ มันก็ควรดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้วอะ

ชาร์จด่วนไร้สาย:

ตอนใช้โน้ตสี่ ผมจะตื่นเต้นกับสายชาร์จที่ตรงอะแดปเตอร์มีเขียนไว้ว่า Fast Charge ซึ่งทำให้ที่ชาร์จของโน้ตสี่เป็นที่ชาร์จที่ใช้เวลาชาร์จไวมาก พอมาโน้ตห้า ก็เลยทราบว่ามันรองรับการ์ตชาร์จด่วนๆ แบบไร้สายกับที่ชาร์จตัวใหม่ด้วย (ต้องซื้อเพิ่มนะ)
ความเห็น: อันนี้ผมลองเล่นแล้ว สนุกดี เวลาวางบนแท่นชาร์จจะมีเอฟเฟกต์ขึ้นบนหน้าจอ ชว้างงงงง สนุกครับ ใครยังไม่มีเป็นของตัวเองแนะนำให้ลองเล่นของเพื่อนดู

ฯลฯ

EM570003

ตอนนั่งดูในงานเปิดตัวมือถือรุ่นนี้ จำได้ว่าทางซัมซุงพูดขายฟีเจอร์ใหม่ๆ น้อยมาก ถึงขนาดชาวประชาที่นั่งส่องอยู่ในไทม์ไลน์ (a.k.a รอแซะ) ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทำไมมันจบห้วนจังวะ” คือรู้แหละว่าสไตล์ของมือถือรุ่นท็อปของยี่ห้อนี้มักมีฟีเจอร์ใหม่ๆ อยู่เยอะ เยอะเกินกว่าที่จะเอามาพรีเซนต์บนเวทีเปิดตัวทั้งหมด (คุ้นๆ ว่าเคยทำมาแล้วในสักรุ่นนี่แหละ ผลคือมันเยอะเกิน ผู้บริโภคจำไม่หมดซะงั้น) ดังนั้นหลังๆ มานี้เขาถึงเลือกพูดถึงแค่บางฟีเจอร์เป้งๆ เท่านั้น แล้วค่อยมาเลือกยิงโฆษณาโบ้มๆ พรีเซนต์ไปเป็นจุดๆ ในภายหลัง อย่างเช่นเรื่องโฆษณาการชาร์จไร้สายด่วนไฟแลบที่เพิ่งกัดคู่แข่งไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง #ดราม่านะครับ

ด้วยสเป็กภายในที่ใช้ชิปประมวลผล… อะไรสักอย่าง น้ำหนักเครื่อง-ความกว้าง-ความยาว ชื่อประธานบริษัท ชื่อเมียประธานบริษัท สถานการณ์ที่คาบสมุทรเกาหลี ราคาน้ำมันในตลาดโลก ฯลฯ … ไม่เฉพาะของซัมซุงหรอก เอาเป็นว่ามือถือฝั่งแอนดรอยด์ส่วนใหญ่เวลาออกรุ่นใหม่มาปั๊บ สิ่งที่จะถูกให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคืออีพวกสเป็กเครื่อง แรมแกเยอะไหม ซีพียูใช้ของอะไร กี่คอร์ เอาไปรันทดสอบในอะไรตู้ๆ นะได้ค่าพลังเท่าไหร่ ฉันค่าพลังมากกว่าแก ฉันชนะ อะไรแบบนี้ แต่ไม่ค่อยมีคนถามเรื่องประสบการณ์การใช้งานเลยว่าเวิร์กไหม บัดซบ!

เอาเป็นว่าผมไม่รู้ไม่สน ใครอยากรู้สรรพคุณข้างกล่องแบบที่ว่ามาข้างต้น ก็เชิญไปกูเกิลเอาเองตามสะดวก เพราะที่ผมสนใจและซีเรียสจริงๆ คือเรื่อง “ประสบการณ์การใช้งานจริง” ครับ …เอาใหม่ ตัวโตๆ เลยนะ

ประสบการณ์การใช้งานจริง

เปล่าๆ ไม่ได้จะว่าการทำแบบนั้นมันผิดนะครับ (มึงเพิ่งว่าไปหยกๆ) แค่จะบอกว่าผมสนใจวิธีสื่อสารของค่ายผลไม้ ที่แทบไม่พูดเรื่องสเป็กเลย (แน่ล่ะ ก็ด้อยกว่าเขาทั้งนั้น #แซะ) แต่จะเน้นพูดว่า เอาไอ้ที่เขาขายมาใช้แล้วชีวิตจะดีขึ้นยังไง เวลาใช้แล้วชีวิตจะไฮโซโก้หรูขึ้นอย่างไร ไอ้ “ประสบการณ์การใช้งาน” นี่แหละที่คู่แข่งรายนี้ทำได้เหนือกว่ามือถือแอนดรอยด์ทุกยี่ห้อมาตลอด …ใช่มะ ดีก็ต้องบอกว่าดี

ซึ่งว่ากันตามตรง เจาะจงมาที่ Galaxy Note เลยละกัน พูดได้เต็มปากว่า ในโน้ตรุ่นก่อนๆ นั้น ประสบการณ์การใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ที่ยัดทะนานลงมาในเครื่องนั้น มันเยอะจนงง คือไอ้นั่นก็ทำได้ ไอ้นี่ก็ทำได้ …แต่มันอยู่ไหนวะ มันเรียกขึ้นมาใช้ยังไงวะ ทำไมมันล้นไปหมด

แต่พอมาใช้โน้ตห้านี่ (นี่คือเริ่มอวย) เฮ้ย มันไม่ใช่แค่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เท่านั้น แต่มันยังพัฒนาโดยใส่ใจเรื่อง UX (User Experience) หรือประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ให้เนียนขึ้น ความงงหายไป ความง่ายเข้ามาแทน ซึ่งไอ้อะไรนิดๆ หน่อยๆ แต่พอรวมกันหลายๆ อย่างแล้วมันจะสร้างความทรงจำที่ดีให้กับผู้ใช้ได้ ที่ภาษานักเลงเขาเรียก “เข้ามือ” นี่แหละครับ

ในฐานะคนที่ชอบขีดๆ เขียนๆ จดๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของมือถือรุ่นนี้อยู่แล้ว ความคาดหวังก็คือ มือถือรุ่นใหม่ (ที่ค่าตัวไม่ใช่ถูกๆ) รุ่นนี้ จะต้องดีกว่าเครื่องรุ่นเดิม (Note4) อย่างสัมผัสได้ และตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบเราได้จริงๆ ไม่ใช่ว่าโฆษณาว่ามันทำนู่นได้นี่ได้ แต่ใช้จริงแล้วไม่ประทับใจ อันนี้บุ๋มก็ไม่โอ

เรามาเจาะกันทีละฟีเจอร์เลย เริ่มตั้งแต่…

EM570014

ดีไซน์ของตัวเครื่อง

ปัจจัยในการซื้อมือถือของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป บางคนซื้อโทรศัพท์เพราะมันสวย มันอวดได้… เฮ้ย ก็เป็นเหตุผลที่โอเคนะครับ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร (ผมก็ซื้อกล้องด้วยเหตุผลนี้เหมือนกัน) พอโน้ตห้าเปลี่ยนดีไซน์ตัวเครื่องด้วยการใช้วัสดุเป็นกระจกทั้งหน้าหลัง / ปรับขอบโค้งให้อยู่ด้านหลัง เพื่อให้จับถือได้พอดี / ลดขนาดความกว้างของเครื่องให้เล็กลง ถือง่ายขึ้นอีก / ย้ายปุ่มปิดเปิดเครื่องลงมาให้กดง่าย / ย้ายพอร์ตและรูต่างๆ รวมถึงลำโพงมาไว้ข้างล่างเลย

สิ่งเหล่านี้คือการปรับนู่นนิดนี่หน่อยแต่โดยรวมคือความเนียนขึ้นมากๆ อย่างที่บอกแหละครับ ดูเป็นมือถือที่ออกแบบเสร็จแล้วเสียที แม้จะมีบางจุดที่ยังเห็นแล้วแบบ “เอ๊ะ มันน่าจะเกลาอีกนี้ดดดนึงนะ” ไรงี้ก็ถือว่ายังโอเคมากๆ

EM570015

ส่วนข้อเสียของงานดีไซน์แบบใหม่ นอกจากเรื่องรอยนิ้วมือมันแผล็บรอบเครื่องแล้วก็มีอยู่อีกนิดหน่อยนะครับ เช่น พอมันออกแบบมาให้ดูแพงปั๊บ ความรู้สึกว่าเป็นมือถือลุยๆ ที่น่าจะหยิบมาใช้งานที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้เหมือนรุ่นก่อนนั้นมันจะชะงักลงมาหน่อย คือเปลี่ยนเป็นว่าซื้อมาแล้วจะต้องถนอมมันนะ เพราะมันดูแพงนะ เอ๊ะ หรือนี่จะไม่นับเป็นข้อเสียวะ คือผมนับนะครับ 5555

อะถ้าว่ากันจริงๆ เรื่องการออกแบบช่องเสียบปากกาที่เสียบกลับหัวปุ๊บแล้วเจ๊งปั๊บนั้น นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่เลยแหละ เพราะโอกาสที่จะทำพังก็มีอยู่ (แม้ผมเองใช้โน้ตมาทุกรุ่น แต่ก็ไม่เคยเสียบกลับหัวเลยสักครั้ง เพิ่งมาพลาดอีตรงความอยากรู้ตามๆ กันนี่แหละ โดนล้อไปอีกสามสิบปี) ดังนั้นใครใช้ก็ระวังบุตรหลานจะมาเล่นเอาเองนะ อย่างของผมนี่ลูกสาวสามขวบ ชอบขอเอาไปวาดรูปมากๆ ทีนี้เลยต้องคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดกว่าที่เคย ว่าแต่ ใครมันจะไปโง่เสียบกลับด้าน (ก็แกนั่นแหละ!) (เล่นไปหลายรอบแล้ว!)

EM570004

กล้อง

จากคำโฆษณาที่ว่า เปิดกล้องเร็ว (กด Home สองครั้งติดกัน) อันนี้ดีจริง มีประโยชน์จริงจังในระดับที่ช่วยชีวิตได้มาก มันเร็วจริง มันแทบไม่ต้องรอ ยกความดีความชอบให้เลยจริงๆ แม้จะกินแรมไปหน่อยก็ตาม (กดปิดได้)

ส่วนการถ่ายภาพและวิดีโอความละเอียดสูงนั่นนี่ เอาจริง พ.ศ.นี้ก็ยังนึกสถานการณ์ที่จำเป็นจะต้องถ่ายวิดีโอให้เมพขนาดนั้นไม่ได้ใช้แฮะ นึกภาพตอนถ่ายแล้วรออัปขึ้นยูทูบก็เงกแล้ว อะไรงี้ เหมือนเป็นฟีเจอร์ที่แบบ กูมีแล้วเว้ย คู่แข่งตามมายังงง (วางขายได้แป๊บเดียว คู่แข่งแม่งตามมาจริงเฉยเลย 5555)

ส่วนการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และระบบกันสั่นนั้น ผมลองแล้วโอเคเลยครับ ใช้ได้จริงอยู่ แต่การถ่าย ​RAW ที่เป็นฟีเจอร์ที่มากับตัวแอนดรอยด์รุ่นนี้เลยนั้น ยังพบว่าเอามาใช้งานต่อยุ่งยาก คือเปิด Gallery หาที่ก๊อปไม่เจอ และพอเจอปั๊บก็พบว่าคุณภาพไฟล์ RAW ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ถ้าใครอยากได้ฟีเจอร์โปรมากๆ แนะนำให้กลับไปกล้อง DSLR เหมือนเดิมครับ

EM570005

ปากกา

ก็รู้กันเนอะว่ามือถือมีปากกาของค่ายนี้เขาค่อยๆ พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันก็เป็นเวอร์ชัน 5 แล้ว หลังจากใช้มาสักพักก็พบว่า แม่งดีขึ้นจริงๆ ครับ ทั้งเรื่องการออกแบบที่ใส่ปากกาแบบใหม่ให้จิ้มปุ่มแล้วเด้งออกมา พอเด้งปั๊บ บนหน้าจอก็มีไอคอนแอปที่เกี่ยวกับการใช้ปากกา เรียงกันเป็นรูปพัด (เพิ่มแอปเองได้) สิ่งเหล่านี้เวิร์กหมดเลย ใช้ได้จริงและใช้ได้บ่อย จนทำให้ช่วงเดือนที่ผ่านมานั้นผมควักมือถือมาเพื่อวาดรูป หรือเขียนๆ ขีดๆ บ่อยกว่าเดิมมาก นั่นแสดงว่ามันมีผลต่อการดำเนินชีวิตได้จริงๆ แต่ฟีเจอร์ที่มีการโอ้อวดกันตอนเปิดตัว ก็คือการจับภาพหน้าจอยาวๆ อันนี้ผมเฉยๆ ครับ คือดูแล้วอืม มีก็ดีนะ แต่ยังไม่รู้จะใช้เมื่อไหร่ตอนไหน (ตอนแคปหน้าจอเวลามีดราม่างี้เหรอ) พอคู่แข่งเปิดตัวดินสอ (Pencil) ออกมาปั๊บ ทีนี้สนุกเลย ในฐานะผู้บริโภค เราต้องยุ #ให้มันสู้กัน ครับ รอให้มันพัฒนาแข่งกัน สนุกดี

แบตเตอรี่

ตอนทำคลิปข้างบนนู้น คำถามที่เจอเยอะมากก็คือ “ตัวเลขปริมาณแบตน้อยลงกว่ารุ่นเก่า (จึ๋งนึง แต่คนซีเรียสก็ซีเรียสจริงๆ) แถมยังถอดฝาหลังเปลี่ยนแบตไม่ได้อีก แกคิดอะไรอยู่!” ก็มีชุดคำตอบว่า ด้วยการปรับปรุงยกกระชับสัดส่วนภายใน ทั้งจากตัวรอมและจากตัวระบบปฏิบัติการรุ่นนี้มีการบริหารพลังงานได้ดีกว่าเดิม …ดูเหมือนข้ออ้างใช่ไหมครับ คือพอซัมซุงพูดจะดูแบบ อ้าวอะไรของมึง แต่ไม่กี่วันถัดมา ค่ายคู่แข่งก็ออกมาตัวเลขน้อยลงเหมือนกัน และพูดแบบเดียวกันเด๊ะ แต่ทุกคนเชื่อทันที 555555555555

เอาเป็นว่าช่างมันเถอะครับ อย่างน้อยพอได้ใช้จริงๆ แล้วก็พบว่า มันอึดกว่าเดิมจริงด้วยแฮะ คือใช้ได้ข้ามวันโดยไม่ต้องชาร์จ (ผมไม่เล่นเกม) หรือไม่ได้ชาร์จไว้ก่อนนอน ตื่นมาก็ยังออกนอกบ้าน ใช้ชีวิตปกติได้จนกลับมาถึงบ้านแล้วแบตยังเหลือ ก็คงจริงอย่างที่เขาว่า

แถมตั้งแต่รุ่นก่อนหน้า เขายังมีโหมดโคตรประหยัดพลังงาน (Ultra Power Savng) ที่ใช้งานได้จริงและดีมากๆ ใครมีรุ่นไหนที่มีโหมดนี้ อยากให้ลองครับ ชีวิตดีจริง

ความเร็ว

EM570010

โอเค ก็เป็นเพราะเครื่องมันใหม่ ก็ต้องเร็วเป็นธรรมดา อันนี้ไม่ได้คาดหวังอะไร (แต่มันก็เร็วจริง) ส่วนที่เกินความคาดหวังก็คือเวลาเรากดปุ่ม Recent Apps แล้วรายการแอปต่างๆ มันเด้งขึ้นมา “ทันที” ในขณะที่โน้ตสี่แม่งต้องรอสักอึดใจนึง นี่เป็นเรื่องหยุมหยิมที่ทำให้พอรวมกันหลายๆ อย่างเข้าแล้วกลายเป็นประสบการณ์การใช้ที่ยอดเยี่ยมได้ ขอชม (และขอด่าไปยังรุ่นก่อนๆ ว่าทำไมมึงหน่วงจัง)

พื้นที่เก็บข้อมูล

อันนี้ตัวใครตัวมันครับ เพราะแต่ละคนมีพฤติกรรมการใช้ต่างกัน อย่างของผมนี่ ตอนนี้ลงแอปเอย ข้อมูล เพลง ภาพ คลิป เรียบร้อยเต็มที่ ยังมีพื้นที่เก็บข้อมูลเหลืออยู่ประมาณ 14GB ซึ่งน่าพอใจ แต่การใส่ SD Card ไม่ได้นี่เป็นเรื่องที่เจ็บปวดอยู่เหมือนกันครับ ใครที่ซีเรียสเรื่องนี้ก็คงต้องหาที่พึ่งอย่างอื่นเอาเลยครับ

ซอฟต์แวร์

ก่อนหน้านี้เคยบ่นเรื่องอินเทอร์เฟซและไอคอนที่ดูเชยและแก่งั่กๆ ของซัมซุง ว่าออกมือถือใหม่ขนาดไหนก็ยังไม่ยอมแต่งหน้าทาปากให้ดูสวยๆ หน่อยซะที

แต่พอมายุคนี้มีการการออกแบบหน้าตา อินเทอร์เฟซต่างๆ ใหม่เลย แล้วก็ทำออกมาได้ทันสมัยมากกว่าเดิมเยอะ นี่ถือเป็นนิมิตรหมายอันดี

ส่วนแอป bloatware รกๆ ไม่ได้หายไปไหน แต่แค่ย้ายมาเป็นก้อนชุดสำนักงานจากไมโครซอฟท์แทน เมนูลัดบนหน้าจอเวลาดึงปากกาออกมานี่สุดยอด (อ้าวพูดไปแล้ว)

EM570007

สุดยอดที่สุดคือการชักปากกาแล้วเขียนจอได้เลยโดยไม่ต้องเปิดเครื่อง (Screen Off Memo) อันนี้อยากตะโกนเลยว่าเจ๋งจริง โคตรสะดวก คือเปลี่ยนพฤติกรรมการเขียนด้วยมือของผมไปเลย ก่อนหน้านี้สมมตินึกอะไรได้ มันยังเขียนทันทีไม่ได้ ต้องเสียเวลาเข้านั่นนิดนี่หน่อย …แต่ตอนนี้ ชักมา จิ้มเขียนได้เลย มันเมพพพพ

EM570006

เก็บตกอีกนิดหน่อย

  • การถ่ายคลิปสตรีมสด – อันนี้ขอข้ามเลยครับ ไม่ได้ลองเลย ดูเป็นความสามารถใหม่ที่ไกลตัว
  • รูลำโพง – ย้ายจากหลังเครื่องมาไว้ตรงขอบเครื่องด้านล่างแล้ว เย้ ทีนี้วางหงายเครื่องไว้บนพื้นแล้วไม่เสียงอู้อี้ละจ้ะ
  • ปุ่มลัด – กด Home สองทีแล้วมันจะเข้าโหมดกล้อง อันนี้ไวดี เอ๊ะพูดถึงไปยัง ยาวจัด

สรุปแล้ว เรื่องความสามารถใหม่ๆ ของเครื่องรุ่นใหม่นี้บอกเลยว่าประทับใจในภาพรวม แบบที่ “ต้องใช้เองแล้วจะรู้สึก” มากกว่าเจอแล้วร้องว้าว เหยดเจ๋งเด้งออกมาจากจอ ซึ่งจะว่าไป #ความรักก็เช่นกัน นะครับ

ป.ล.
ด้วยความโรคจิตส่วนตัวที่ชอบสังเกตโลโก้ของนั่นนี่ พบว่าโลโก้ของโน้ตห้านั้นดูดีขึ้นกว่าเดิมมาก (ไม่สิ ต้องบอกว่ารุ่นก่อนๆ โลโก้มันสะเปะสะปะมาก องค์กรใดๆ ที่ดีไซเนอร์มีเสียงดังไม่พอก็จะเป็นงี้)

ป.อ.
ที่ประหลาดก็คือ ชื่อของโน้ตห้านี้ไม่ได้เขียนว่า Note 5 แต่เป็น Note5 (เขียนติดกัน) ผมไม่รู้เหตุผลนะครับ นอกจากจะมองว่าเวลาเอาคำไปค้นมันจะเจอผลการค้นหาง่ายกว่าแบบเขียนแยก แต่ก็ยังชอบแบบแยกมากกว่าอยู่ดี (ขนาดไตเติลเว็บ Official ยังเผลอเขียนว่า “Galaxy Note 5” อยู่เลย)

ป.ฮ.
ใครที่ยังลังเลอยู่ว่าจะซื้อดีไหม คุ้มไหม หวังว่าจะช่วยให้พอตัดสินใจได้นะครับ สำหรับราคาเหรอ ตอนนี้เห็นมีโปรนั่นนี่ทั้งกับค่ายมือถือ ทั้งร้านสุดฮิต และทั้งเว็บออนไลน์ เริ่มเข้าสู่ช่วงจัดโปรลดราคาหรือแถมนั่นนี่กันเพียบแล้ว ถ้าคุณชอบขีดๆ เขียนๆ และงบถึง ก็แนะนำเลยครับ  :D

จบข่าว!

คอมเมนต์