Continue reading ทำยังไงให้หายกลัวงู" />

ทำยังไงให้หายกลัวงู

“พ่อๆๆ งูมาบ้านเราอีกแล้ว”

นิทานเปิดประตูเข้ามาปลุกผมตื่นนอนตอนเช้าด้วยน้ำเสียงดีใจ… ใช่ครับ ดีใจ นั่นเป็นเพราะลูกๆ รู้ว่าพ่ออยากเจองูแบบใกล้ๆ อีกสักครั้ง

ก่อนหน้านี้มีงูเขียวหางไหม้มาเที่ยวบ้าน ขดตัวสวยงามอยู่ที่โรงรถ เสียดายที่ตอนนั้นผมไม่อยู่บ้าน เลยไม่ได้เจอเอง แต่กล้องแม่บ้านก็ถ่ายติดเงามาอย่างสวยเลย

https://twitter.com/iannnnn/status/1194095850370281472

และก่อนหน้านั้นอีก ตอนที่บ้านเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ช่างก่อสร้างได้ทิ้งท้ายไว้ก่อนเก็บข้าวของออกไปว่า “ผมเจองูเห่าโผล่หัวมาในท่อระบายน้ำหน้าบ้าน พี่ระวังๆ หน่อยละกัน” โอ้โห ขอบคุณมาก ชีวิตกูต่อจากนี้คงแฮปปี้มากๆ

ถัดจากรั้วบ้านผมคือที่ดินรกร้าง มีต้นไม้ขึ้นปกคลุม ถัดออกไปไม่ไกลก็เป็นดงธูปฤาษีขนาดใหญ่ ก็เป็นที่รู้กันว่าถ้ามาแนวนี้สัตว์เลื้อยคลานเพียบแน่ๆ นอกจากงูแล้ว ก็เคยเจอเหี้ยตัวใหญ่เหี้ยๆ

ถึงผมจะเติบโตมาจากต่างจังหวัด อยู่ไร่นาสวนมาตั้งแต่เด็กๆ ญาติโยมเห็นงูทีไรก็ฟาดถึงตายทุกครั้งไป แยกไม่ออกทั้งสิ้นว่าตัวไหนมีพิษไม่มีพิษ ถ้าเป็นงู = ตีตายทั้งหมด นั่นทำให้ตัวเองมีความรู้สึกแอนตี้งูอยู่ไม่น้อย ถึงจะไม่ได้กลัวเวอร์ลนลาน แต่ความกลัวก็มีอยู่ เพราะเกิดจากความไม่รู้ ว่าตัวไหนดุ ตัวไหนมีพิษ ตัวไหนกัดตาย ตัวไหนน่ารัก

ความกลัวเกิดจากความไม่รู้ ก็รู้ซะ จะได้ไม่กลัว

พอมีลูกเล็ก แถมยังเปิดร้านคาเฟ่ที่มีสวน มีต้นไม้เต็มไปหมด (โฆษณา: นิทานคาเฟ่) สิ่งที่ควรทำก็คือ ทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตพวกนี้ เผื่อวันนึงจะได้เข้าใกล้ แยกแยะ และหาวิธีจัดการ โดยไม่ได้หลับหูหลับตาตีให้ตายเพราะความกลัวเหมือนที่เจอมาแต่เด็ก

คือก่อนอื่นต้องปรับทัศนคติตัวเองก่อนว่า การเจองู ไม่ใช่ว่าจะต้องตีให้ตายเท่านั้น มันยังมีวิธีอื่นๆ เช่น ไล่ให้ไปไกลๆ หรือเรียกเจ้าหน้าที่มาจับได้ด้วย

คลิปนี้ถ่ายไว้สิบกว่าปีก่อน สมัยที่วิดีโอยัง 240p เขียนบล็อกไว้ด้วย

ด้วยความสนใจที่สะสมมานาน แต่เพิ่งอยากรู้จริงจังก็ตอนที่โดนงูปริศนาเลื้อยข้ามหัวตอนเดินใต้ต้นไม้ที่จันทบุรี T-T เลยต้องรู้จักมันให้ได้ละ ไม่งั้นชีวิตจากนี้จะไม่มีสุขแน่ๆ

ผมเลยกดเข้า 2 คอมมูนิตี้นี้

ทั้งคู่เป็นกรุ๊ปสนทนาถามตอบเกี่ยวกับงูไทย ใครเจองูก็เข้าไปโพสต์ภาพถามชนิดและสรรพคุณได้ บางทีเจอแค่ซาก เสี้ยวเกล็ด หรือคราบงูชิ้นเล็กๆ หรือคลิปเบลอๆ เอาไปถามปั๊บ มีดันคนตอบได้ด้วย! กลายเป็นมิชชันที่แต่ละคนจะอยากหางูเพื่อเอาไปโพสต์อวดกันว่าเจอ ตลกดี

นอกนั้นก็เป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับงู โดยเฉพาะงูพิษ มีทั้งแบบข้อความ ภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอ ที่ผมติดตามและแนะนำก็มีดังนี้:

ก็พอทำให้มีความรู้และความเข้าใจ (ที่หมายถึงเข้าใจงู) เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง เท่าที่นึกออกตอนเขียนบล็อกนี้เลยก็ เช่น

  • งูเห่ามีเวอร์ชันพ่นพิษด้วย: เอาแค่ไม่พ่นก็น่ากลัวจะตายอยู่แล้ว แล้วนี่พ่นได้ไกลเป็นวาๆ ถ้าโดนก็ตาบอด (มีหมาตาบอดเยอะเลยเพราะเจออีพวกนี้) สังเกตจากดอกจันข้างหลังคอ น้องจะไม่มีโลโก้ (ไม่ทุกตัวนะ เพราะมีการแปรผันของสีของลายด้วย) แต่ถ้าไม่ทันสังเกต หรือยังไม่โปร ก็ให้โกย โทรเรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยจับดีกว่า
  • งูเห่าสนใจแต่สิ่งเคลื่อนไหวที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น มันมองด้านหลังหรือด้านบนไม่ได้ และมันโง่มาก สมองโปรแกรมให้เกิดมาเพื่อเลื้อย ฉก กินเท่านั้น ไม่มีดราม่าอื่นๆ หยุมหยิม นักจับงูก็อาศัยสรรพคุณนี้จับมันจนดูเหมือนง่ายไปปะพี่…
  • เจ้าหน้าที่ที่ว่าก็คืออาสากู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ได้ ถ้าอยู่กรุงก็โทรเข้า กทม.ได้แหละมั้ง เดี๋ยวเขาประสานงานต่อให้
  • งูหลามต่างจากงูเหลือมยังไง: ถ้าดูง่ายๆ คืองูหลามมีแพตเทิร์นเหมือนยีราฟ ยังกะไปเอาคอยีราฟมาเติมหัวเติมหางเป็นงู และใจเย็น น่ารักกว่างูเหลือมจอมดุ
  • งูที่เรากลัวที่สุดคืองูกะปะ: หลายคนเรียกว่ากับระเบิดแห่งสวนยาง คือภาคใต้จะมีงูชนิดนี้อยู่เยอะ แล้วมันจะขดตัวเล็กๆ (ตัวมันเล็กมากนะ) นอนนิ่งๆ พรางตัวกลมกลืนกับใบไม้แห้ง เหมือนหลับ แต่ถ้าเข้าใกล้ถึงรัศมีโจมตี มันจะฉกเร็วมาก! ที่สำคัญคือพิษแรงมาก ถึงตาย หรือสูญเสียอวัยวะถ้ารักษาไม่ทัน
  • ลูกงูพิษโหดๆ: เช่นพวกงูเห่างูจงอาง ถึงแม้จะยังเด็ก แต่พิษก็แรงพอที่จะฆ่าเราตายได้เหมือนกันนะ แล้วลูกงูจงอางดันตัวลายๆ ดูไม่รู้ว่าเหมือนพ่อแม่มัน ต้องระวัง (จงอางอยู่ภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ ภาคนี้ทำไมงูเยอะจังวะ)
  • หมาแมวที่เห็นมันสู้งูพิษน่ะ มันเป็นสัญชาตญาณติดตัวของนักล่า ไม่ใช่ทุกตัวจะเก่ง ปราบงูได้ เจ้าเป็นฮีโร่อะไรนะ แต่ถ้าเป็นไปได้ อย่าให้มันเจอกันเลย งูตาย เผลอๆ หมาแมวก็ตายบ่อยไป
  • งูทะเลเกือบทุกชนิดพิษอันตรายมาก: ถ้าจำไม่ผิดคือไม่มีเซรุ่มด้วย แต่เราจะไม่ค่อยได้เจอมัน มีแค่งูผ้าขี้ริ้วเท่านั้นที่ไม่มีพิษ แถมยังตัวอ้วนๆ ป้อมๆ น่ารักงุ้ยๆ ถ้าโดนจับก็จะขดตัวเป็นผ้าขี้ริ้ว ชาวประมงเห็นก็ชอบ เอามาเลี้ยง
  • งูรัดกัน: ถ้าเห็นมันควงกันแข่งกันชูคอไหวๆ คือมันสู้กัน ไม่ใช่เลิฟซีนงู
  • งูสิง: เจอได้บ่อย หน้าตาผิวพรรณมีหลายแบบด้วย บางเวอร์ชันไปคล้ายงูจงอาง บางเวอร์ชันคล้ายงูเห่า เพียงแต่งูสิงเป็นงูง่ายๆ ไม่มีพิษสง อย่าตีน้องเลย (วิธีสังเกตเบื้องต้นคือ ตัวมันจะยาวๆ เรียวๆ หางยาวมากเลย ไม่เหมือนน้องเห่าที่หางจะตุ้นๆ)
  • ทับสมิงคลาก็พิษโหด: แล้วดันหน้าตาคล้ายกับงูซื่อๆ น่ารักๆ อย่างปล้องฉนวนลาว ตอนนี้สกิลเรายังดูไม่ออก แต่เคยดูคลิปที่มีคนไปกางเต็นท์บนภูสักภู แล้วมัวแต่กินเหล้าหน้าเต็นท์ ไม่ได้สังเกตว่ามีงูเลื้อยเข้าไปในช่องซิป สรุปคือนอนอุ่นกกงูทั้งคืน ตื่นมาตอนเช้าถึงได้รู้ว่ามีมัจจุราชนอนอยู่ด้วย!
  • งูที่นิสัยน่ารักสุดๆ: คืองูเขียวปากจิ้งจก, เขียวปากแหนบ, งูก้นขบ ลองเอาชื่อไปค้นดูนะครับ น้องๆ ตัวเล็ก ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับคน คือ(แทบ)ไม่กัดเลยก็ว่าได้ ถ้าใจถึงคือจับได้เลย นิสัยยังกะกิ้งก่า แล้วอย่างงูก้นขบนี่กินงู(อื่น)ด้วย อยากจะเลี้ยงไว้เฝ้าสวนสักฝูง
  • มีงู 14 ชนิดเป็นสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ. ดังนั้นเขาเลยไม่จับ-ไม่เลี้ยง เดี๋ยวโดนจับ
  • ฯลฯ (นึกออกเท่านี้ก่อน)

พอได้รู้จักและซึมซับทัศนคติต่องู ก็รู้สึกเป็นบวกมากขึ้น ไม่ได้กลัวงูแบบส่งเดชอีกแล้ว ลบล้างความคิดสมัยก่อนที่เคยคิดว่ามันกัดทุกตัว ดุทุกตัว เป็นบางชนิดเท่านั้นที่เวลสูงกว่าเรา เราก็จะค่อยกลัวมัน

และมีนิสัยประหลาดเกิดขึ้นหนึ่งอย่าง คืออยากเจองู ยิ่งตัวสวยๆ หรือสถานการณ์เท่ๆ จะได้เอาไปโพสต์ ได้สัก 10 ไลก์ก็ดีใจแล้ว (เสพติดโซเชียลนี่เรา)


ตัดภาพกลับมาเป็นวันนี้ช่วงเช้า พอลูกปลุกปั๊บ เราก็งัวเงียๆ แต่พอได้ยินคำว่างูเลื้อยอยู่ตรงลานไม้ ก็ตาสว่างโร่ วิ่งไปถ่ายรูปทันที 55555

จึงขอปิดท้ายด้วยน้องเขียวพระอินทร์ นักเขมือบตุ๊กแก ที่มาเยือนบ้านเราวันนี้จ้ะ

เดินลงมาดูก็เจอน้องไต่อยู่ใต้ชายคา
น้องเลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าจะไปทางต้นเหลืองปรีดิยาธร
(ที่จริงจะอวดต้นไม้น่ะครับ่วงนี้ออกดอกพอดี สวยมาก)
เราเลยวิ่งขึ้นชั้นบน ไปยืนบนระเบียงแล้วถ่ายลงมา
น้องตกใจเห็นคน เลยสะดุ้งขวับ! ตลกมาก 5555 สะดุ้งแบบ เฮือก! เหมือนช็อตมุก
ซูมนิดนึง จำไว้นะ ยี่ห้อนี้คืองูเขียวพระอินทร์
น้องชอบอยู่ที่สูง ไม่ดุ แต่น้องปราดเปรียวมาก… ดูสิ น้องยิ้มให้กล้อง
เลื้อยไปแล้วจ้า แบบช้าๆ น้องไม่รีบ เรารักษาระยะห่างกันนะ
(ฝนเพิ่งตกเมื่อวาน ดอกไม้ร่วงหมดเลย)
สุดท้ายรูปนี้เอาไปทวีตและโพสต์ถามในกรุ๊ปงู ว่าตัวไหนสายยาง 5555
คือลายมันเหมือนสายยางรดน้ำข้างล่างเป๊ะๆ เลย …ต้องมีวันที่หยิบผิดมั่งแหละ
น้องเลื้อยขึ้นต้นกันเกรา และร่อน (ใช่ ร่อนได้) ข้ามรั้วเหลืองชัชวาลไปนอกบ้าน
เราเดินมาส่งเพียงเท่านี้ แล้วก็แยกย้ายทางใครทางมัน

ภารกิจถัดๆ ไปของเราก็คือเอาความเข้าใจงูเหล่านี้ไปเล่าให้ลูกฟัง จะได้รู้จักธรรมชาติของงูและเพื่อนร่วมโลกอื่นๆ จ้ะ

ป.ล. มีพี่ที่สนิทกันย้ายบ้านไปอยู่สวนปาล์มที่ชุมพร เจองูทุกวัน เจอในสวนตัวเองนี่แหละ ขยันเอามาอวดชาวเน็ตด้วย จนตอนนี้พี่แกเลี้ยงทั้งห่านทั้งหมาเอาไว้สู้ศึกอสรพิษแล้ว จริงจังมาก

คอมเมนต์