040 | เกมวัดดวง

02 / 04 / 2548 | 19:14 น.

จับทหาร

วันที่เขียนนี่คือวันที่ 2 เมษายน 2548
หนึ่งปีก่อนหน้านี้ ผมขออนุญาตลางานที่บริษัทออกแบบกราฟิกแห่งหนึ่งแถวทองหล่อ
เพื่อเดินทางกลับบ้านไปทำการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการ
หลังจากผ่อนผันมาหนึ่งปี เพราะติดภารกิจในการเรียนปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย

ใช่แล้ว ..ผมไปจับทหารครับ

คำถามที่เกิดขึ้นในหัวผู้อ่านส่วนหนึ่งคงถามว่า แล้วทำไมมึงไม่เรียน ร.ด. ล่ะ
จะบอกให้ว่า ตอนนั้นผมสูงแค่ 155 ครับ ก็คือ สูงไม่ถึงเกณฑ์ที่เขาจะรับเข้าสมัครเป็น ร.ด.
แต่ภายหลังก็มีการอะลุ่มอล่วยให้ แต่ความที่ตัวเล็กกว่าเกณฑ์มากๆ ก็เลยไม่ผ่านจนได้
ผมเลยใช้ชีวิต ม.ปลายอยู่กับโรงเรียนอย่างสบายมากๆ เล้ยยยยย
เพื่อนมันไปฝึกกัน ผมก็ขลุกอยู่ในห้องสมุดมั่ง ห้องพยาบาลมั่ง (เป็นที่ชุมนุมประจำห้อง)

ในปีนั้นเอง ฮอร์โมนเพศผมเพิ่งรู้ตัวว่ามึงเตี้ยเกินไปแล้วนะ กูจะช่วยมึงเอง
ว่าแล้ว การว่ายน้ำทุกวัน + กินนมเป็นปกติ (แม่ผมชอบซื้อนมมาประดับตู้เย็นให้แน่นๆ)
ก็ทำให้ความสูงในช่วง ม.4 ของผมพรวดพราดขึ้นปีเดียว 20 เซ็นต์ และหยุดอยู่แค่นั้นจนปัจจุบัน

กลับมาวันที่ 3 เมษายน 2547
(ตัดภาพฉึบฉับเหมือนการ์ตูน 20th Century Boys เลยว่ะ)
เจ็ดโมงเช้า พ่อ แม่ น้องชาย และผมเองนี่แหละ ก็เดินทางไปถึงสถานที่ตรวจเลือก
ปีที่แล้วผมมาทำเรื่องผ่อนผันคนเดียว ส่วนปีนี้เรียนจบแล้ว ก็ขอจับเลยละกัน
เพราะในใจคิดว่า ถ้าไปโดนเอาปีหน้า ช่วงที่กำลังรวยละก็ จะยิ่งลำบากหนัก
เอามันตอนนี้ที่เพิ่งทำงานมาได้เดือนนึงนี่แหละวะ (พอเรียนจบปั๊บก็มีงานทันทีไง)
ถ้าโดนก็สองปีเอง ..
สองปีเพราะตอนนี้ยังไม่มีใบ Transcript จากมหาวิทยาลัยออกมา
เพื่อยืนยันว่าผมจบการศึกษาแล้ว 100% จริงๆ ไม่ใช่ว่าแค่หน่วยกิตครบ

แต่คงไม่ละน่า

หรือถ้าโดนก็ดีเหมือนกัน พอดีกำลังเบื่อชีวิตหุ่นยนต์ที่เรียกตัวเองว่าพนักงานบริษัท
ตื่นเช้ามา / รีบอาบน้ำ / แต่งตัวเนี้ยบๆ / ขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน / ตอกบัตรให้ทันเวลา /
นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ / รอรับคำสั่งในแต่ละวัน / พักกินข้าวเที่ยง / ทำงานต่อ /
แอบอู้ อ่านหนังสือใต้โต๊ะ / งานไม่เสร็จทันตอนเย็น / นั่งทำต่อเพื่อหลอกเจ้านายว่าขยัน /
เลิกงานดึก / กลับอพาร์ทเมนต์ / หาซื้อข้าวกิน / เช่าวีซีดีมาดู / เปิดคอม ทำจ็อบนอก /
อ่านหนังสือที่ซื้อมาตุน / นอน / กลับไปอ่านอันแรกใหม่อีกที
วนเวียนอยู่อย่างนี้มากว่า 1 เดือนแล้ว ถ้าจะให้อยู่ในวัฏจักรนี้ต่อไปคงไม่สนุก
หรือถ้าจะให้หลุดเข้าไปในโลกที่เราไม่เคยรู้จัก มันจะสนุกแค่ไหนนะ ..

ทำไมคนเขากลัวการเป็นทหารกันจังวะ
เขาจะยัดเงินสัสดีกันทำไมวะ
เป็นทหารแล้วจะโดนตุ๋ยจริงเหรอวะ
แม่งแก้ผ้าอาบน้ำรวมกันด้วยเหรอวะ
เฮ้ย ไอ้เหี้ยนี่ไหว้หลวงพ่อที่พกมาประหลกๆ เลยว่ะ

หลากหลายความรู้สึกมากเลยครับตอนนั้น
แต่พอตัดภาพมาตอนที่ตัวเองนั่งถอดเสื้อ อยู่แถวหลังสุด
ผมที่ยาวถึงกลางหลัง ทำให้ยิ่งรู้สึกร้อน และอึดอัดไปด้วยกลิ่นตัวของชายฉกรรจ์สองร้อยสี่คน
ที่ในจำนวนนั้นผมเห็นน้องชายตัวเองนั่งกระสับกระส่ายอยู่แถวหน้าลิบๆ ตา ด้วย
(น้องชายผมจับทหารปีเดียวกัน – ตามเกณฑ์ครับ ส่วนผมผ่อนผันเลยต้องนั่งอยู่แถวหลังสุด)

เสียงเจ้าหน้าที่ที่มาทำการตรวจเลือกประกาศเสียงดังฟังชัด
อธิบายถึงกติกาการจับฉลาก ใบดำและใบแดง
ใบแดงแต่ละใบ มีบอกว่าคุณจะได้เป็นทหารอะไร ผลัดไหน
ทหารบก กับทหารอากาศมีแค่ผลัดหนึ่งและสอง ส่วนทหารเรือนั้นมีถึงสี่ผลัด
ผมภาวนา (ภาวนากับตัวเองนะ ไม่ได้พกผีพกเจ้าไปด้วย เพราะผมไม่เชื่อ)
ถ้ากูโดน กูขอทหารอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ทหารอากาศ เพราะตัวเองไม่ค่อยถูกกับความสูงสักเท่าไหร่

ตัดภาพกลับไปตอนที่ยังไม่ได้ถอดเสื้อมานั่งในห้องเชือด
ตอนเช้า ผมเดินไปซื้อขนม ซื้อของกิน แวะร้านหนังสือแถวๆ ที่ว่าการอำเภอ และซื้อมติชนมาอ่านเล่น
มานั่งอยู่ข้างๆ แม่ มองสายตาแม่ออก ว่าแม่ไม่อยากให้ทั้งผมและน้องโดนแจ็คพ็อตเลยทั้งคู่
ตอนนั้นผมไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลเลยสักนิดกับการที่ตัวเองจะเจออะไรที่กำลังจะเป็นจุดหักเหชีวิต
ที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาในอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
(ไม่ได้คิดจะโอ้อวดอะไรเลยครับ ผมเป็นคนที่คิดยังงี้จริงๆ ถ้าคบกันนานๆ จะรู้จักนิสัยข้อนี้ผมดี)
แต่ไอ้น้องชายนี่สิ มันพกหลวงพ่อมาเต็มกระหม่อม ไม่ต่างกับวัยรุ่นคนอื่น
ที่ท่าทางจะพกสารพัดเคล็ดมาต่างๆ นานา ไม่ว่าจะ ห้ามพูดกับใคร ถอยหลังออกจากบ้าน
โรยเกลือ เอาขวานจามขื่อประตูก่อนออกจากบ้าน อมพระ ฯลฯ
ท่าทางวันนี้เทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกจะวุ่นวายกับการเรียงบัตรคิวนะครับ

ช่างแม่ง เด็กเส้นของท่านแกเยอะแล้วนี่เนาะ ผมเลยขี้เกียจทำให้ท่านๆ ต้องวุ่นวายเพิ่มขึ้นอีก

ตัดฉับกลับมาในโรงเชือด
ภาพแบ็กกราวด์เป็นหอประชุมเก่าๆ ขนาดใหญ่ มีหน้าต่างรายรอบ พัดลมเพดานหมุนแบบขี้เกียจๆ
ข้างในหอประชุมนอกจากจะมีผ้เข้าร่วมเกมสองร้อยสี่นายที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์พร้อมแล้ว
ยังจะมีเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ แพทย์ทหาร อยู่หข้างๆ และข้างหลัง
มองออกไปนอกหน้าต่าง มีญาติโดโหติกา โคตรเหง้าสักหลาดของคนข้างใน
ต่างแย่งชิงกันเบียดเสียดเกาะดูความเป็นไปจากนอกหน้าต่าง เนืองแน่นไม่ต่างกับตัวดูดกระจก
ผมยิ้มบ่อยครั้งเมื่อเห็นพฤติกรรมตลกๆ ของวัยรุ่นภูธรที่หน้าโคตรโจร แต่หงุงหงิงกันยังกะหมา
หรือบางคนก็ทำโหวกเหวกเรียกร้องความสนใจเพื่ออวดเบ่งรัศมีข่มโจทก์ที่นั่งอยู่อีกมุมห้อง
ผมนั่งนิ่ง หันไปเล่นมุกกับเพื่อนใหม่ที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างกายในบริเวณใกล้ๆ กัน
แล้วยิ้มอีกที ..เหมือนตัวเองเป็นแค่ผู้ดู ไม่ใช่ผู้เล่น

มึงจะเท่อะไรนักหนาวะ ไอ้เหี้ยเอ๊ย..
ถลำตัวมาถึงขั้นนี้แล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดสิวะ!!

สัดส่วนระหว่างดำกับแดงคือ 4 กว่าๆ ต่อ 1
นั่นหมายควายว่า ไอ้ 204 คนในนี้ จะได้เป็นทหารหัวเกรียนซะ 50 กว่าคน
ซึ่งในนั้นมีคนที่ชิงสมัครเพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนกันไปก็หลายอยู่ .. แต่ก็ไม่มากอย่างที่เขาเล่ากันว่ะ

ถึงเวลาเชือดแล้ว .. คนแถวหน้าเริ่มทยอยออกไปจับกระดาษในภาชนะบรรจุสลากกินแบ่ง
และเสียงประกาศเรียกก็ดังขึ้นตามรายชื่อที่ทางการได้เตรียมเอาไว้แล้ว

ดำ…. (โห่…)

ดำ…. (โห่…)

ดำ…. (โห่…)

ดำ…. (โห่…)

ดำ…. (โห่…)

แดง.. ทหารบก ผลัดหนึ่ง!!
(เฮ…………….. กรี๊ดสนั่นหวั่นไหวกันทุกคนยกเว้นไอ้ห่านั่น แม่งเข่าอ่อน ต้องให้เจ้าหน้าที่ประคอง)

ไอ้เหี้ย ถ้าถึงกู แดงคงหมดแล้วมั้ง ..ผมเริ่มใจเต้นแรงเมื่อบรรยากาศพาไป

แดง.. ทหารบก ผลัดหนึ่ง (เฮ……………. เฮ้ย ..เย็บแม่ .. แดงติดกันเลยเว้ย กี่คนแล้ววะ นับๆๆ)
เสียงประกาศดังสลับกับเสียงโห่ฮาที่พาเอาบรรยากาศคึกคักขึ้นเรื่อยๆ
มันมาพร้อมๆ กับอาการใจเต้นเป็นจังหวะกระชั้นของผม .. เฮ้ย ไหนว่ามึงไม่กลัววะแอน

ดำ .. ดำ .. แดง .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. (ไอ้สัตว์ .. แดงสิโว้ยแดง) .. ดำ ..
ดำ .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. แดง (เฮ……………….)

น่าตลกตรงที่พอเรียกพระภิกษุหลายรูปที่เขาจัดเตรียมที่นั่งไว้พิเศษด้านข้าง
กลับกลายเป็นว่า กว่าครึ่งของจำนวนนับของพระเหล่านั้น จะได้ใบแดง!!
แต่รูปที่จับได้ใบดำ ผมเห็นอาการแกดีใจแบบสะใจที่ตัวเองซัดฟรีคิกเข้าประตูตุงตาข่ายงั้นแหละ
คือกำมือขวาแล้วชักศอกเข้าหาตัว (ถ้าได้ยินเสียงคงประมาณว่า เยสสส เยสสส เยซซซซ)
เวรกรรม .. นี่พระหรือไทเกอร์ วูดส์ วะเนี่ย

ดำ .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. แดง (เฮ……………….)

น้องผมนั่งประหลกๆ และสะดุ้งอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเจ้าหน้าที่เรียกชื่อ
มันล้วงมือลงในไหนั่น และคว้าใบสีดำขึ้นมา เสียงโห่ในโรงเชือดดังขึ้นต่อเนื่อง
แต่ก็ยังดังไม่เท่าอาการดีใจของน้องตอนนั้นเลยว่ะ .. ผมหัวเราะชอบใจ และโล่งใจแทนมัน

ดำ .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. แดง (เฮ……………….)

ดำ .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. แดง (เฮ……………….)

ดำ .. ดำ .. ดำ .. ดำ .. แดง (เฮ……………….)

อัตราส่วนของแดงเริ่มเข้มข้นทุกขณะ และคนที่เหลือนั่งอยู่ในห้องโถงเริ่มลดลง ลดลง

จนกระทั่งมาถึงผม

ผมนั่งอยู่คนที่ 5 จากท้ายสุด เหลือใบแดงอยู่ 2 ใบ
หันไปสบตาเพื่อนใหม่ทุกคนที่เหลืออยู่ (รู้จักกันเพียงวูบก็เป็นเพื่อนกันได้ถ้าเราเข้าใจกัน)
ปากมันพูดว่า โชคดีเว้ย (ผมเห็นสายตามันแฝงคำว่า โชคแดงเว้ย ทะลักออกมาตามลมปากแผ่วเบา)
ไอ้เหี้ย .. คำพูดขัดกับสายตายังงี้ กูก็เป็นว่ะ ไม่ต้องอายหรอกไอ้ห่า
ผมเดินไปถึงไหเปลี่ยนชีวิต ล้วงมือเข้าไป
เจ้าหน้าที่สองคนมาประกบซ้ายขวากันอาการช็อค (เขาประกบทุกคนแหละครับ)
ข้างในก้นไห มีฉลากอยู่ห้าใบ ผมว่าผมพยายามใจเย็นและล้วงมือกวาดนับให้ครบทุกใบ
ก็กติกาเขาไม่ได้ห้ามนับเล่นนี่หว่า
ใบนึงมัดแน่น อีกใบนึงหลวม อีกใบนึงท่าทางจะแดง งั้นกูเลี่ยงเอาใบอื่นดีกว่า
และแล้วก็ตัดสินใจ หยิบใบที่ไม่มีคาแรคเตอร์โดดเด่นเกินใครเลย .. หนึ่งใบ
เจ้าหน้าที่ประกาศหลังจากแกะสลากใบนั้นออกอ่านข้อความ.. ว่า

จับทหาร2

ผมชูมือที่ว่างอีกข้างหนึ่งเป็นรูปเครื่องหมายแฟนพันธุ์แท้
หันไปมองหน้าแม่
แม่ยิ้มเด๋อๆ
หันไปมองหน้าน้อง
น้องยิ้มเด๋อๆ
เสี้ยววินาทีที่ได้ยิน การประมวลผล 1 แสนล้านคำสั่งในสมองเกิดขึ้นในบัดดล
ไม่มีความรู้สึกดีใจ เสียใจ หรือตื่นเต้นอะไรอีกแล้ว (เร็วไหม)
ในหัวคิดเรื่องี่จะต้องทำตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

– กูจะต้องเดินไปปั๊มลายนิ้วมือ (เจ้าหน้าที่มาหิ้วแขน ..ก็บอกแล้วว่าผมไม่ได้ช็อคโว้ย)
– กูจะต้องโทรบอกพี่ที่บริษัทว่าผมจะขอลาออก (ผล : เฮกันลั่นทั้งบริษัท :08: )
– กูจะต้องโทรบอกแฟน (ผล : แฟนตกใจมาก โวยวายเป็นวรรคเป็นเวร และส่ง SMS มาทั้งคืน)
– กูจะต้องหยุดทำเว็บสองปี (ตอนนั้นยังนึกภาพไม่ออกว่าลิมิตของอิสรภาพมันมีแค่ไหน)
– กูจะต้องขอยกเลิกจ็อบทำฟอนต์ที่เพิ่งได้รับมาง่ะ!! (งานเงินแสนของค่ายโทรศัพท์อันดับสอง)
– กูจะต้องตัดผมสั้นเกรียนเหมือนไข่เด็ก (ตอนนั้นไว้ยาวถึงกลางหลัง หน้าโจรมาก)
– กูจะต้องศึกษาวิชาฆ่าคน!! (ไชโย!!! ได้จับปื่นแล้วโว้ยยยย)

ตัดภาพกลับมายุคปัจจุบัน
หนึ่งปีเต็มๆ ผ่านไปแล้วนับจากวันนั้น
การเดินทางของผมแม้จะเข้มข้นมากในช่วงแรกของการเป็นทหาร
แม้ผมจะผ่านหลักสูตรการฝึกหกเดือนเต็มมาแล้ว
แต่ว่าการรับใช้หน่วยก็ยังต้องดำเนินต่อไปอีกตั้งครึ่งทาง กว่าจะครบกำหนดปลดประจำการ
ขอเตือนน้องที่เข้ามาอ่านและมีคนรู้จักที่จะจับทหารในปีนี้ (ทันไหมวะ) หรือปีหน้า
ถ้ายังเรียนไม่จบ ปวส. หรือ ป.ตรี หรือแม้แต่จบแล้วแต่ใบจบยังไม่ออก (อย่างพี่) ละก็
อย่าเพิ่งจับเลยครับทหารน่ะ เพราะว่ามันมีค่าเท่ากับศูนย์ และเราจะต้องเป็นครบ 2 ปี
ซึ่งพี่คนที่ให้งานทำฟอนต์ผมสบถออกมาดังๆ หลังจากผมโทรไปบอกผลสลากกินแบ่ง ว่า

“ไอ้กฎหมายนี่แม่งคลอดมาตั้งกะรัฐบาลยุคเผด็จการ
มันห้าสิบปีมาแล้วยังจะต้อนคนให้ไปเป็นควายอีก
เมื่อไหร่จะเปลี่ยนให้ทันสมัยเท่ากับต่างประเทศซะทีวะ
แม่งเย็ด ..กูเสียดายมึงฉิบหายเลยว่ะ มันสมองของประเทศเลยนะมึ้ง”

ผมไม่รู้จะทำหน้ายังไงเหมือนกันตอนที่คุยกะพี่แก
แต่นึกๆ ดูแล้ว ช่วงปีที่ผ่านมานี้ ผมได้พักครับ!
หมายความว่า ผมไม่ต้องดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อการมีชีวิตอยู่ที่ดีกว่า
ไม่ต้องวิ่งทำงาน ไม่ต้องคิดมากปวดสมอง .. ใช้แต่แรงควายอย่างเดียว
แม้จะแลกกับการลืมวิชาออกแบบทุกอย่างเพราะไม่ใช้สมองเลยตลอดการเป็นทหาร
ยังจำได้ ..วันที่เขาปล่อยพักกลับบ้านหาลูกเมีย ผมยังไม่มีลูกและเมีย
ก็เลยแวะไปทำโลโก้ที่มหาลัย .. ไอ้ห่า โฟโต้ฉอปก็ลืมหมดแล้ว
(น้องๆ มามุงดูความเปลี่ยนแปลงและอุทานว่า พี่แอนคนนั้นตายไปแล้ว เอาพี่แอนคืนมา)
วิชา Flash ยิ่งแล้วใหญ่ ลืมไปแล้ว ActionScript เขียนไง
(ทั้งที่ตอนทำงาน ผมเพิ่งอัพเลเวลอย่างเมามันส์ เขียนโค้ดยากๆ ได้นิดหน่อยแล้วเชียว)
วิชาออกแบบกราฟิกดีไซน์ วิชาสถาปัตย์ที่อุตส่าห์แถไถเรียนมาจนจบ
มันตายไปหมดแล้วจริงๆ และรอวันที่จะฟื้นคืนชีพหลังจากผมมีเวลาเต็มที่เมื่อพ้นสองปีในคุกไป

เรื่องวิชาที่ลืมไปหมดสิ้นนั้น ไม่สามารถตีค่าเป็นราคาได้เลยครับ
เป็นความเสียใจอย่างเดียวที่ผมเลือกเดินเข้าสู่การเป็นรั้วของชาติครับ
แต่ขอบอกว่า มันเป็นการแลกเปลี่ยนกับประสบการณ์ชีวิตอย่างอื่นที่ได้รับมาในช่วงนี้
– ได้รู้จักสังคมที่เป็นความจริงของประเทศไทย (เชื่อสิว่าประเทศไทย ไม่ใช่กรุงเทพฯ)
– ได้รู้จักพักสมอง อยู่นิ่งๆ มองทะเล .. แก่นสารของมนุษย์มันก็แค่นี้แหละ ..มึงจะดิ้นรนกันไปไย
– ได้ลองเป็นทาส (ย้ำว่าทาส ไม่ใช่ลูกน้อง) ที่ไม่อยู่ในรั้วของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
– ฯลฯ ครับ (พอแล้ว ถ้าเขียนไปเรื่อยก็จะเริ่มไหลเข้าตะราง.. เชื่อไหม)

สุดท้ายนี้ ขอสรุปจบห้วนๆ ว่า
เป็นทหาร คิดอะไรมากกว่าที่คุณได้!
จริงๆ นะ

ป.ล.
บล็อกเขียนยาวจังรุ้ยยย
คราวก่อนใครมาเมนต์วะ ว่ายาวจัง ขี้เกียจอ่าน
ถ้าใครไม่อ่านก็ไม่ต้องมาเสือกเมนต์รายงานตัวเฉยๆ นะครับ ผมไม่ชอบวัฒนธรรมอย่างนั้น